โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล

    

อยากรู้ธรรมในแง่ปฏิบัติของ ตั้งแต่ธรรมขั้นโสดาปัตติมรรค จนถึง โสดาปัตติผล ขอรายละเอียดในแง่ปฏิบัติอ้างอิงปริยัตินะครับ ปริยัติล้วน ๆ ไม่เอา




จขกท. ขออนุญาตปิดกระทู้ครับ หากท่านใตต้องการแสดงความคิดเห็นเรื่องใดเพิ่มเติม ขอเรียนเชิญครับ ขอขอบคุณทุกท่านครับ


ศีลเป็นที่ตั้งแห่งกุศลธรรมทั้งปวง อันได้แก่ อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ กุศลธรรมทั้งปวงของผู้ตั้งอยู่ในศีลแล้วไม่เสื่อม

"คุณมีศีลกันสักข้อแล้วหรือยัง ถ้าปฏิบัตศีลห้าครบ แบบสบายๆ ไม่มีแรงกดดันใดๆ
ที่เกิดเพราะรักษาศีล เพราะรู้ดีในคุณศีลแต่ละข้ออย่างถ่องแท้ จึงเกิดความยินดีที่จะรักษา โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ก็หวังได้ ไม่เกินถายในเจ็ดปี"

"สีลัง โลเก อนุตตะรัง ศีลเป็นเยี่ยมในโลก"


สงสัยเกี่ยวกับการใช้พุทธศาสนาที่ถูกต้อง

โดย : ADEN [125.26.142.237] 5 มิ.ย. 2551 09:14 น

คุณยังต้องสงสัยไปก่อน แต่ถ้าอยากทำตามหลักพระพุทธศาสนาที่ถูกต้อง ต้องนี่เลยจ้า...

ศีลเป็นที่ตั้งแห่งกุศลธรรมทั้งปวง อันได้แก่ อินทรีย์ พละ โพชฌงค์ สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน อิทธิบาท ฌาน วิโมกข์ สมาธิ สมาบัติ กุศลธรรมทั้งปวงของผู้ตั้งอยู่ในศีลแล้วไม่เสื่อม จะทำอะไรก็มีศีลได้ทั้งนั้นจ้า ทั้งทางโลกทางธรรม


พอดีเลยครับคุณ 123 กำลังอยากฟังเรื่องสีลัพพตปรามาสอยู่พอดี ขอความคิดเห็นจากทุกท่านด้วยครับ อย่าปริยัติมากนะครับ


ช่วงที่รอความคิดเห็น ผมจะคุยเรื่องอื่นไปก่อนนะครับ

วันหนึ่งมองตัวเองในกระจก เหมือนกับอะไรที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ไม่ใช่ตัวตน คน สัตว์ หรืออะไรบอกไม่ถูก ขณะนั้นมีสติกำกับใจ

ท่านคิดว่าอาการอย่างนี้คืออาการอะไรครับ


พอดีเลยครับคุณ 123 กำลังอยากฟังเรื่องสีลัพพตปรามาสอยู่พอดี ขอความคิดเห็นจากทุกท่านด้วยครับ อย่าปริยัติมากนะครับ

guest - 125.26.145.129 [6 มิ.ย. 2551 15:11 น.] คำตอบที่ 4

นี่ไง...สีลัพพตปรามาส...คำแปลเขาบอกว่า...ปฏิบัติแบบ ไม่ลูบคลำศีล

ปฏิบัตศีลห้าครบ แบบสบายๆ ไม่มีแรงกดดันใดๆ ที่เกิดเพราะรักษาศีล เพราะรู้ดีในคุณศีลแต่ละข้ออย่างถ่องแท้ จึงเกิดความยินดีที่จะรักษา ด้วยความเห็นที่เป็นสัมมาทิฏฐิ ไม่ได้ปฏิบัติเพื่อมนุษย์สมบัติ...สวรรค์สมบัติ...ฯลฯ....ประมาณนี้ ต้องวิจัยเอาเองจะได้ซึ้งๆ หน่อย ได้วิปัสนาเป็นของแถมด้วยในขณะวิจัย


ผมคิดว่าตัวเองกำลังถูกกิเลสแทรกในลักษณะอุทธัจจะ และกำลังหลงคิดว่าตัวเองรู้ธรรมมากมายเหลือเกิน และอวดตัว ทั้งที่ตัวเรามีความรู้ในธรรมแค่กำปั้น และการปฏิบัติของผมก็สามารถถอยหลังทำให้ตนเองจมได้ เพราะยังไม่ได้ธรรมที่แน่นอน ผมคิดว่าผมควรกลับไปแก้จิตใจของตนเองให้ถึงธรรมที่แน่นอนก่อนจะดีกว่า ดังนั้นผมจึงขอปิดกระทู้ไว้ ณ ที่นี้ครับ

ธรรมที่มีอยู่น้อยอยู่แล้วแต่แจกจ่ายออกไปไม่หยุดไม่ถอยมันก็หมดได้ครับ


คุณ guest ลองหลับตาทำจิตให้นิ่งสักพักหนึ่ง แล้วค่อยๆอ่านต่อ ธรรมะไม่ใช่เป็นของที่ยากเหลือวิสัยที่จะปฏิบัติไม่ได้เลย แต่ต้องฝืนอนุสัยความเคยชินแต่เดิม ธรรมะเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดต่อการครองชีวิต สังคมทุกวันนี้วุ่นวายมากขึ้นกว่าสมัยก่อน คนสมัยก่อนจะใจเย็นกว่าสมัยนี้มาก ทำอะไรอดทนได้รอได้ แต่คนสมัยนี้ไม่ได้ คิดอะไรต้องได้ทันที เพราะอย่างนั้นเราถึงปฏิบัติธรรมกันไม่ค่อยได้ ถ้าทุกคนปฏิบัติได้ สังคมก็คงไม่วุ่นวาย เราจะเห็นสังคมที่ถ้อยทีถ้อยอาศัย ช่วยเหลือเกื้อกูลกันมากขึ้น ไม่เห็นอะไรเป็นแต่เปลือกฉาบฉวย ไม่รู้ว่าไหนของจริงของปลอม ความสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับโลกธรรม ๘ เวลาเรามีความสุขเราก็เข้าใจว่านั่นเป็นชัยชนะ ชนะแบบนี้ยังไม่เป็นการชนะเด็ดขาด เพราะเป็นการชนะข้าศึกษาภายนอก ยังอาจกลับกลอกได้ เพราะใจยังไปยินดีกับความสุขในกามคุณห้า คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ กามคุณห้าเป็นความสุขที่เจือไปด้วยทุ่กข์ เหมือนกับปลากำลังหิวอาหาร หลงเข้าไปฮุบเอาเหยื่อที่เขาทำหุ้มเบ็ดเอาไว้

พระพุทธองค์ทรงเห็นโทษในกามทั้งหลาย จึงทรงแสวงหาอุบายเพื่อให้รอดพ้น พระองค์ทรงอุบัติขึ้นมาในกามภพ แต่ไม่หลงติดในกามภพ ถึง่จะแวดล้อมไปด้วยกามคุณห้า พระองค์ทรงรู้เท่า เข้าใจ เห็นแจ้ง ชัดจริง ทั้งคุณและโทษพร้อมทั้งอุบายที่จะออกด้วยใจด้วยปัญญาอันเฉียบแหลม

ส่วนเรื่องที่ใครจะได้ธรรมขั้นไหน บรรลุขั้นไหน เป็นเรื่องที่ใครไม่สามารถพยากรณ์ได้ เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เกิดขึ้นในใจของแต่ละบุคคล เป็นเรื่องของปัจจัตตัง เกิดมีขึ้นเฉพาะผู้ดำเนินทางถูกตามอริยมรรคเท่านั้น ผู้เดินทางเดียวกันย่อมรู้เรื่องกันและกัน คนนอกไม่สามารถรู้ได้ นอกจากใจของตัวเองว่าขณะเจอการกระทบทางกายก็ดี ทางใจก็ดี เห็นอะไร รู้อะไร รู้สึกชอบและติดอกติดใจ แม้ไม่เห็นด้วยตา เพียงแต่นึกคิดไปถึงก็เกิดตัณหา อุปาทานยึดมั่นถือมั่นเสียแล้ว แล้วอย่างนี้จะเอาจิตไปวัดไปเทียบชั้นภูมิอะไรอีกหรือ ผู้เดินทางไกลที่ยังไม่เคยเดิน เหนื่อยเข้าก็มีแต่ปลอบใจตนเองว่า จวนจะถึงแล้ว เพื่อให้มีมานะแก่ใจเท่านั้น ผู้ยังมีความอยากความอาลัยอยู่ จะเดินสัมมาทิฏฐิเข้าถึงอริยมรรคไม่ได้เด็ดขาด กิเลสเป็นของภายในมีอยู่เฉพาะในใจของใครของมัน ใครมีมากมีน้อย ละได้มากได้น้อย แล้วแต่อุบายของแต่ละบุคคล ไม่มีใครตัดสินให้กันได้ นอกจากพระพุทธองค์เท่านั้นที่จะพยากรณ์ได้ ใครจะตัดสินซึ่งกันและกัน ด้วยอนุมาน หรือตำรามาพิสูจน์ไม่ได้ ดีไม่ดีพยากรณ์ไม่ตรงความจริงเข้าจะลำบากใจทีหลัง

อย่างไงก็อย่าพึ่งท้อถอยก็แล้วกัน คำพังเพยโบราณท่านว่า
น้ำเพียงใดดอกบัวเพียงนั้น ความจริงดอกบัวมันอยู่บนน้ำ สายบัวตากหากเป็นเครื่องวัดความลึกตื้นของน้ำ พร้อมกันนั้นน้ำก็เป็นเครื่องวัดของสายบัวไปในตัว รูปธรรม นามธรรม จิต กิเลส นิพพาน ย่อมเป็นเครื่องวัดของกันและกัน

ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรมยิ่งๆ ขึ้นไป


ขอบคุณครับ


มรรค 8 คือทางสายเอก
สติปัฏฐานสี่ คือทางสายเอก
--ไม่เกิน 7 ปี--ถ้าตั้งใจทำ คัมภีร์ว่าไว้


มรรค 8 คือทางสายเอก
สติปัฏฐานสี่ คือทางสายเอก
--ไม่เกิน 7 ปี--ถ้าตั้งใจทำ คัมภีร์ว่าไว้

หนอนคัมภีร์ - 125.24.195.214 [17 ก.ค. 2551 16:13 น.] คำตอบที่ 10

ขอบคุณครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  3171 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย