พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก เว็บบอร์ดธรรมะไทย
Share |
.สักครั้งหนึ่งในชีวิต.((รับชายไทยใจกล้า)).อุปสมบทนาคหมู่เเละเจ้าภาพอุปถัมภ์บวชพระ.. (รุ่น พระธุดงค์กรรมฐาน ๑๐).. ถวายเป็นพุทธบูชาวันวิสาขบูชา 56
ขอเชิญชายไทยเเท้ เเละมีศรัทธาอย่างมุ่งมั่นในการออกบวช
เเละปฏิบัติธรรมเเบบอุกกฤษเเบบวิเวก
สมัครเข้ารับการอบรมเเละอุปสมบทนาคหมู่เฉลิมพระเกียรติ
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเเด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(ร.9) 84 พรรษา

อุปสมบทนาคหมู่เฉลิมพรนะเกียรติ พระธุดงค์กรรมฐาน รุ่นที่ 10
เฉลิมพระเกียรติในหลวง ๘๕ พรรษา ประจำปี 2556 นี้


(((เเละรับเจ้าภาพอุปถัมภ์บวชพระ 1 รูป อุปถัมภ์จนตลอดจบโครงการ 1 เดือน))))


/สักครั้งได้บวชเเทนพระคุณพ่อ-เเม่/
/สักครั้งได้บวชปฏิบัติธรรม รักษาใจให้สะอาด /
/สักครั้งได้อุปถัมป์ สนับสนุนพระธุดงค์กรรมฐาน/
สร้างศาสนทายาท-สร้างพระผู้เผยเเผ่ธรรม-สร้างบุญบารมีสูงล้ำ
((หลังจบโครงการรูปที่ไม่สึก จะไปเป็นเนื้อนาบุญประจำตามศูนย์อบรมพระกรรมฐาน เพื่อเเนะนำกรรมฐานเบื้องต้นกับสาธุชน))

โครงการอุปสมบทนาคหมู่เฉลิมพระเกียรติ รุ่น พระธุดงค์กรรมฐาน ๑๐
( อบรมหลักสูตรเเบบ = ปริยัติ-ปฏิบัติ-ปฏิเวก)
จัดโดย มูลนิธิพิจิตรกตัญญู, เครือข่ายพระผู้นำคุณธรรมเชิงบูรณาการ ,ชมรมพุทธบุตรบารมี

**-ครั้งหนึ่งในชีวิตได้บวช ..สักครั้งได้เข้าถึงพุทธธรรมด้วยการบวช... บุญนี้เเด่ผู้มีพระคุณ... -**
(บวชฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย)
<<รับจำนวนจำกัด>>


::::::ญาติมิตร บิดา-มารดา ผู้เห็นความสำคัญสามารถเเนะนำคนรู้จักได้ เพื่อได้มีโอกาศเข้ารับการอบรมในโครงการดีดีนี้::::::::


ด้วยการสมัครเข้ารับการอบรมก่อนบวช 7 วัน
ณ พุทธอุทยานมหาราชหยกขาว ต.เนินปอ อ.สามง่าม จ.พิจิตร (มูลนิธิพิจิตรกตัญญู)
เเละอุปสมบท รวมการอบรมทั้งสิ้น เป็นเวลา จำนวน 1 เดือน

(((ผู้ผ่านการอบรม ทุกรูปจะได้รับใบเกียรติบัตร รับรองการผ่านการอบรม)))
โดยโครงการมีการอบรมพระกรรมฐาน เเละความรู้ทางธรรมโดยพระอาจารย์ที่คอยให้ความรู้ความเข้าใจด้านพระกรรมฐาน เเละความรู้ทางพระธรรมวินัย เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการเข้ารับการอบรม



กำหนดการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ

โทรสมัครลงทะเบียน เเละสัมภาสก่อนเข้ารับการอุปสมบทได้
ตั้งเเต่วันที่ ๑ มีนาคม - ๑๕ พฤษภาคม 2556
ที่เบอร์โทร 087-007-8607



กิจกรรมพิธีถวายเครื่องบริขารนาคหมู่ (ณ มูลนิธิพิจิตรกตัญญู)

วันพฤหัสบดี ที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖

เวลา 10.00 น. พิธีขอขมาค โดยคณะผู้ปกครองนาค เเละสาธุชน ณ มูลนิธิพิจิตรกตัญญู กทม
เวลา 10.30 น. พิธีโกนผมนาคโดย ผู้ปกครองนาค เเละคณะเจ้าภาพอุปถัมภ์บวชพระ
เวลา 11.00 น.ฟังบรรยายธรรมะเรื่องพระคุณเเม่, เเละพิธีมอบเครื่องอัฐบริขารบวชโดยคณะเจ้าภาพผู้อุปถัมป์ เเละสาธุชนที่เข้าร่วมงาน
เวลา 12.00 น. นาคให้พรเเละ เจ้าภาบวชรับของที่ระลึกโครงการอุปสมบท, ถ่ายรูปหมู่

(ขอเชิญสาธุชน คณะเจ้าภาพ เเละญาติธรรม เเละสาธุชนทั่วไป ที่ปรารภในบุญครั้งนี้ ขอเชิญร่วมกิจกรรม
เสร็จเเล้วเจ้าภาพรับของที่ระลึกโครงการ, รับพร


((อบรมปฏิบัติพระกรรมฐานพื้นฐานเบื้องต้นก่อนบวช))

ตั้งเเต่วันที่ 18 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน 2556 ณ สวนป่าพุทธอุทยาน จ.พิจิตร ( 7 วัน)
อบรมกอนบวช
ตั้งเเต่วันที่ 18-24 พฤษภาคม 2556 ณ สวนป่าพุทธอุทยาน จ.พิจิตร ( 7 วัน)
บวชเเล้วฝึกการปฏิบัติภาวนาเบื้องต้น
ตั้งเเต่วันที่ 25 พฤษภาคม - 14 มีนาคม 2556
(ศูนย์อบรมพระธุดงค์กรรมฐาน(ฝึกฝนตนเองเเบบวิเวก) (21วัน)
ณ ศูนย์อบรมปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ปิดวาจา (ศูนย์อบรมธุดงค์กรรมฐาน ปิดวาจา)

15 มิถุนายน 2556 รับบิณฑบาตร ทำบุญพระธุดงค์กรรมฐาน มื้อสุดท้ายเเละ
(พิธีมอบใบเกียรติบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรม พระธุดงค์กรรมฐาน ๖) จบโครงการ
ณ มูลนิธิพิจิตรกตัญญู กทม.


โดยในการอบรมพระนั้นมีพระอาจารย์พี่เลี้ยงคอยควบคุมดูเเลในการเข้าอบรมตลอดโครงการ
โดยถือธุดงค์วัตร ใน 13 ข้อ เป็นข้อัวตรในการปฏิบัติขณะดำรงเพศสมณะ
<<รวมกำหนดการอบรม 30 วัน>>

หลักจากการอบรมพระภิกษุจะเข้าประจำตามศูนย์อบรมปฏิบัติธรรมศูนย์สาขา ต่างๆ
เพื่ออบรมสมณะธรรมต่อไป เเละเป็นเนื้อนาบุญอุบาสก-อุบาสิกา ต่อไป



คุณสมบัติอุปสมบท

1.เป็นเพศชายเเท้บริบูรณ์
2.ไม่ติดยาเสพติด
3.ไม่ต้องโทษอาญาเเผ่นดิน
4.ไม่หลบหนีงานราชการ(ราชการต้องลางานก่อน)
5.มีร่างกายสมบูรณ์เเข็งเเรง ไม่มีโรคร้ายเเรง
6.มีความตั้งใจจริงศรัทธาจริงในการออกบวช
7.สามารถรับการอบรมภาวนาของศูนย์ได้
8.สามารถเลิกบุหรี่ได้ในขณะเข้าอบรม





เอกสารในการสมัคร

1.กรอกใบสมัครขอบวช( จากผู้ปกครอง)
2.เอกสารใบทะเบียนบ้าน(ถ่ายเอกสาร)
3.เอกสารบัตรประจำตัวประชาชน(ถ่ายเอกสาร)
4.ในลางานราชการ(ถ้าทำงานราชกาล)
5.ใบตรวจสุขภาพจากโรงยาบาล(เน้นระบุตรวจเลือด, ยาเสพติด)



(สำหรับผู้ประสงค์ สมัครเข้ารับการอบรมก่อนบรรพชานั้น ดังนี้)


1.ส่งรายชื่อ-ที่อยู่-เบอร์ติดต่อ- e-mail
เเละตอบคำถาม ดังนี้ คือ
1.ประสพการณ์บวช
2. อาชีพปัจจุบัน
3. บอกประสพการณ์ปฏิบัติธรรมเเนวใดบ้าง
4. มีโรคประจำตัวใดบ้าง
5. ตั้งใจบวชเพื่อจุดประสงค์ใด (1.เพื่อศึกษาธรรม ปฏิบัติธรรม หรือเเก้บน ,หนีทุกข์ หรือ ตามประเพณี)


**เเจ้งรายชื่อ - ที่อยู่ เเละพร้อมคำถามส่งมาที่

..e-mail..dhammaprathai@hotmail.com

หรือส่ง sms มาที่เบอร์ 087-007-8607 ....จ่าหน้าหัว ว่า สมัครบวชพระรุ่น 10**
(( เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ จะติดต่อกลับ )) เเละส่งใบสมัคร, ใบเอกสารโครงการ , กำหนดการ, ใบท่องขานนาค,
สำหรับ ผู้รับราชการ สามารถขอใรับรองได้



ตารางกิจกรรม(พิเศษ)
ในโครงการในการเข้ารับการอุปสมบท

(((รีบโทรศัพท์ด่วน)


1.กิจกรรมปฏิบัติธรรมพระกรรมฐาน (เช้า-สาย-บ่าย-เย็น) ตลอดโครงการ
2.กิจกรรมสวดมนต์เช้า-เย็นเเปล
3.กิจกรรมปลักกลดธุดงค์
4.กิจกรรมเดินธุดงค์
5.เรียนธรรมะวิชานวโกวาท
6.กิจกรรมปลูกต้นไม้/บวชต้นไม้ จำนวน 84 ต้น ถวายในหลวง
7. พระทุกรูปจะได้ปฏิบัติธรรมในป่า ฉันมื้อเดียว นอนในกลด
ที่สำคัญพระภิกษุทุกรูปจะต้องเข้าฝึกอบรมพระกรรมฐาน เพื่อปฏิบัติธุดงค์กรรมฐาน




ตารางฝึกอบรมก่อนบวชเบื้องต้น
(ฝึกอบรม 18 พฤษภาคม - 24 พฤษภาคม 2556) อบรมก่อนบวช 7 วัน

เวลา ๐๔.๐๐ - ๐๖.๐๐ น. ปฏิบัติธรรม เจริญสติ ภาวนา (ช่วงเช้า)
เวลา ๐๖.๐๐ น. - ๐๗.๐๐ น. รักษาความสะอาดบริเวณที่พักอาศัย
เวลา ๐๗.๓๐ น. รับประทานอาหารเช้า อย่างมีสติ
เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๑.๐๐ น. ปฏิบัติกรรมฐานเบื้องต้น (ช่วงสาย)
เวลา ๑๒.๐๐ น. (พักผ่อนตามอัธยาศัย อย่างมีสติ)
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๕.๓๐ น. ปฎิบัติธรรม เจริญสติ (ช่วงบ่าย)
เวลา ๑๕.๓๐ น. เรียนพระธรรมวินัย/ข้อปฏิบัติตนในการถือธุดงค์

เวลา ๑๖.๓๐ น. ทำความสะอาด/ชำระร่างกาย
เวลา ๑๗.๓๐ น. สวดมนต์ทำวัตรเย็น /ปฏิบัติภาวนา (ช่วงเย็น)
เวลา ๒๐.๐๐ น. ฝึกอบรมพระธรรมวินัย/พักผ่อน


อบรมปฏิบัติธรรม เจริญสติปัฏฐาน ๔ (หลักอุปสมบท 1สัปดาห์)
ตั้งเเต่วันที่ 25 พฤษถาคม - 14 มิถุนายน 2556
ปฏิบัติธรรมเจริญสติภาวนา 8 ชม.ต่อวัน

ตารางเวลา

เวลา ๐๔.๐๐ -๐๕.๐๐ น. ............... สวดมนต์ภาวนาทำวัตรเช้า
เวลา ๐๕.๐๐ - ๐๖.๐๐ น................ ปฏิบัติธรรม เจริญสติ ภาวนา (ช่วงเช้า 1 ชม.)
เวลา ๐๖.๐๐ น. - ๐๗.๐๐ น........... บิณฑบาตร
เวลา ๐๘.๓๐ น........................... ฉันเช้า (ฉันมื้อเดียว)
เวลา ๐๙.๓๐ – ๑๒.๐๐ น.............. ปฏิบัติกรรมฐาน (ช่วงสาย 2 ชม. )
เวลา ๑๒.๐๐ น......................... (พักผ่อนตามอัธยาศัย อย่างมีสติ)
เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๓๐ น............. ปฏิบัติกรรมฐาน (ช่วงบ่าย 3 ชม.)
เวลา ๑๖.๓๐ น......................... ทำความสะอาด/ชำระร่างกาย
เวลา ๑๘.๐๐ น....................... สวดมนต์ทำวัตรเย็นรวมกัน /
เวลา ๑๙.๐๐ น........................ . ปฏิบัติภาวนา สอบอารมณ์ / ฟังข้อปฏิบัติ /ปฏิบัติภาวนา (ช่วงเย็น 2 ชม.)
เวลา ๒๑.๓๐ น...........................ปลักกลดในป่า
*****(รวมการปฏิบัติธรรม วันล่ะ ๘ ชม.) ไม่รวมกิจวัตรต่างๆ*******


ตารางฝึกอบรมพระกรรมฐานวิเวกถือธุดงค์วัตร
(ฝึกอบรม 25 พฤษภาคม - 14 มิถุนายน 2556)

เวลา 06.00 น. เดินธุดงค์ วันล่ะ 10 ถึง 20 กม. ทุกวัน
เวลา 09.00 น. ฉันภัตตาหารเช้ามื้อเดียว
เวลา 11.00 น. ออกเดินธุดงค์ ต่อให้ครบตามกำหนด
เวลา 18.00 น. สวดมนต์ภาวนาพร้อมกัน
เวลา 19.00 น. ปฏิบัติธรรมภาวนา, เเผ่เมตตาจิต
เวลา 21.30 น. จำวัตรในกลด

((พิเศษรับบุคคลภายนอกร่วมเดินธุดงค์ด้วย..หากมีกำลังศรัทธาในการปฏิบัติธรรมข้อธุดงค์กรรมฐาน))

สอบถาม
กลับสวนป่าพุทธอุทยานวิปัสสนา


ช่วยเหลืองานพัฒนาสวนป่าพุทธอุทยานวิปัสสนา
..ชำระหนีสงฆ์..


((หมายเหตุ. ตารางเวลาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม))



สาธุชนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในบุญครั้งนี้ได้ ดังนี้คือ
เป็นเจ้าภาพอุปสมบทหมู่พระกรรมฐาน จำนวน 15 เจ้าภาพบุญ < อุปถัมภ์ตลอด 1 เดือน>
(รับจำนวนจำกัด)


1. เป็นเจ้าภาพบวชพระธุงดงค์กรรมฐานหมู่ 1 รูป
((คณะเจ้าภาพทุกท่านสามารถร่วมอธิฐานจิต เเละมอบบริขารต่างๆเเก่นาคที่จะเข้าอุปสมบท
เเละร่วมพิธีในการอุปสมบทนาคหมู่ในครั้งนี้ได้ ที่วัด ในกทม.))


กำหนดเวลา (สำหรับเจ้าภาพ)
วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤษภาคม 2556 (ก่อนบวช 1 วัน)

เข้าร่วมกิจกรรมการอุปสมบทได้ที่ มูลนิธิพิจิตรกตัญญู (พระราม 7)
เวลา 08.30 น. ลงทะเบียนรับผ้าไตร เเละบริขารบวช
เวลา 09.00 น. โกนผมนาค โดยคณะเจ้าภาพ เเละบิดามารดาญาตินาค
เวลา 11.00 น. ทำสมาธิ ,ฟังโอวาทธรรม เรื่อง อานิสงส์เเละบารมีบุญของการบวชพระ
เเละพระคุณผู้ให้กำเนิด ..โดยพระอาจารย์
กิจกรรมถวายผ้าไตรบวช บริขารบวชเเก่นาค เเละ คณะเจ้าภาพถ่ายรูปหมู่ ที่ระลึก
รับใบโมทนาบัตร- เจ้าภาพรับของที่ระลึกจากพระอาจารย์ เเละรับพรจากคณะสงฆ์ เเละนาค

เวลา 12.00 น. ร่วมรับประทานอาหารกลางวันฟรี ร่วมกัน


(( สามารถเข้าร่วมกิจกรรมอนุโมทนบุญเเละมีส่วนร่วมในพิธีบุญนี้ได้ตามเวลาที่กำหนดไว้ ))



2.เจ้าภาพอุปถัมป์ร่วมสนับสนุน ตามกำลังเเรงทรัพย์ศรัทธา
((สักครั้งได้มีโอกาศได้สนับสนุน อุปถัมป์พระธุดงค์กรรมฐานเฉกเช่นในสมัยพระพุทธกาล สมได้เป็นยอดเเห่ง อุบาสก-อุบาสิกา
ที่เเท้จริง))


สามารถเข้าร่วมพิธีอุปสมบทนาคหมู่พระธุดงค์กรรมฐานได้ วันเสาร์ ที่ 25 พฤษภาคม 2556 < เวลา 15.00 น.> .





-*-สร้างคนให้เป็นมนุษย์ สร้างมนุษย์ให้เป็นพระ สร้างพระให้เป็นพระที่ประเสริญสุด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งใน การสร้างศาสนทายาทได้-*-



<<เจ้าภาพทุกท่านจะได้ ของที่ระลึกเป็นกรอบรูปพระพุทธรูปหยกขาว ทั้ง สามองค์ ณ พุทธอุทยานประวัติศาสตร์มหาราชหยกขาว>>






ติดต่อสอบถาม หรือสมัครอุปสมบทด่วนหมู่ได้ที่
ศูนย์ประสานงานโครงการอุปสมบทหมู่เฉลิมพระเกียรติ

ติดต่อสอบถามโครงการ. หรือ สมัครบวช หรือ ประสงค์อุปถัมภ์บวชพระ 1 รูป หรือมากกว่า
(จำนวนกำจัด 15 ท่าน)
โทรติดต่อ 087-007-8607




ดำเนินโครงการโดย. "มูลนิธิพิจิตรกตัญญู"
เเละ"คณะพระผู้นำการเผยเเผ่คุณธรรมเชิงบูรณาการ" เเละ"ชมรมพุทธบุตรบารมี"
เเละสาธุชนเหล่าพุทธบุตรอาสา ร่วมดำเนินงาน

ที่ปรึกษาโครงการ
อดีตนายกสมาคมชาวพิจิตร พลโทเสนิท ไพรทอง
ประธานมูลนิธิพิจิตรกตัญญู

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ (((เว็บไซต์..ธรรมะดี))
http://www.dhammadee.com





ผลอานิสงส์เบื้องต้นในการออกบวชคือ

1.ได้บารมีจากการบวช (เนขขัมมะบารมี ซึ่งพระพุทธเจ้าเเละพระปัจจเกพุทธเจ้า พระโพธิสัตย์ เเละสาวกได้สร้างบำเพ็ญทุกชาติ
2.ได้อานิสงส์ส่งผลเพื่อตอบเเทนพระคุณบิดา-มารดา ผู้มีพระคุณอย่างมากมาย(ศีล227ข้อ)
3.เป็นทางเเห่งสายเอกที่มุ่งเพื่อมรรค-ผล
4.ได้เรียนรู้หลักประพฤติเเละธรรมะในพระพุทธศาสนา
5.เป็นศาสนทายาทที่เเท้จริงเพื่อสืบต่ออายุพระพุทธศาสนา
6.เป็นการเเก้ผลของกรรมที่สร้างมาได้เร็วโดยเฉพาะเข้ารับการปฏิบัติเป็นพระธุดงค์กรรมฐาน เป็นต้น


สำหรับผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพได้อานิสงส์ผลบุญเบื้องต้น คือ

1.เป็นการสร้างเหตุปัจจัยในการออกบวช (ภพหน้าหรือปัจจุบันจะได้มีบริขารบวช)
............. ในสมัยพระพุทธเจ้ามีพระอรหันต์ไม่ได้บวชเพระาไม่เคยถวายบริขารบวช
2.เป็นการสร้างเเรงอธิฐานเพื่อให้ชาติหน้าได้มีโอกาศบวชบ้างในชาตินี้หรือชาติหน้า(สำหรับผู้หญิงปรารภได้เป็นชายได้ออกบวชเป็นพระ)
3.เป็นการสร้างบุญบารมีจากการบวช(เนกขัมมบารมี:บารมีจากการบวช)
4.เป็นการสนับสนุนการสร้างศาสนทายาทเพื่อต่ออายุพระพุทธศาสนา(ถ้าใครเเนะนำลูกออกบวชนั้นเป็นการมอบเป็นลูกในพระศาสนา)
5.ได้เป็นส่วนหนึ่งในบุญที่พระธุดงค์ทุกรูปได้ประพฤติปฏิบัติธรรมความดีงามในโครงการด้วย
6.เเก้กรรมของเราได้ส่วนหนึ่งเพราะได้บุญจากการสนับสนุนการบวชเเล้วก็เเผ่บุญกุศลให้เจ้ากรรม(การบวชเเล้วปฏิบัติถือว่าสูงสุด)
7.เป็นการสนับสนุนให้ผู้ประสงค์บวชได้มีโอกาสได้บวชเพื่อศึกษธรรมประพฤติธรรมในร่มผ้ากาสายะ

เป็นต้น



อานิสงส์ของการออกบวช

พระเจ้าอชาตศัตรูทูลถามพระพุทธเจ้าว่า :


"บุคคลในโลกนี้เขามีอาชีพแตกต่างกัน เป็นทหาร เป็นข้าราชการ เป็นคหบดี มีอาชีพเป็นช่างต่างๆเป็นชาวนา เป็นชาวไร่ ชาวสวน หรืออาชีพช่างไม้ต่างๆบุคคลที่ประกอบอาชีพเหล่านี้ เมื่อประกอบอาชีพแล้วก็สามารถจะสร้างตัวได้ เลี้ยงตัวได้ในปัจจุบันแล้วก็มีเงินทองเลี้ยงดูบุตรภรรยาของตน และก็ทำบุญ ทำทาน ก็มีโอกาสไปเกิดบนสวรรค์ อยากจะถามว่า ในพระพุทธศาสนานี้ พระองค์ตรัสความเป็นสามัญผล คือ
ผลที่จะได้จากการบวช ของกุลบุตรในศาสนานี้ไว้อย่างไรบ้าง? "



พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสว่า : "ผู้ที่บวชเข้ามาในศาสนานี้ย่อมได้อานิสงส์ถึง ๑๔ ประการ"
สามัญญผล ๓ หมวด

สามัญญผล หรือ ผลของความเป็นสมณะที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นี้ สามารถจัด
ออกได้เป็น ๓ หมวด คือ หมวดที่ ๑ ทำให้พ้นจากฐานะเดิม คือ พ้นจากความเป็นทาส เป็นกรรมกร เป็นชาวนา ได้รับการปฏิบัติดีแม้จากพระมหากษัตริย์ นี้ คือ ผลข้อที ๑ และข้อที่ ๒ หมวดที่ ๒ เมื่ออบรมจิตใจเป็นสมาธิ เป็นเหตุให้ได้ฌานที่ ๑ ถึงที่๔ อันทำให้กิเลสอย่างกลางสงบลงได้ คือ ผลข้อที่ ๓ ที่ ๔ ที่ ๕ และที่ ๖

หมวดที่ ๓ ทำให้ได้วิชชา ๘ เริ่มตั้งแต่ข้อที่ ๗ คือ ได้วิปัสสนาญาน จนถึงข้อที่ ๑๔ คือ อาสวักขยญาณ


ในข้อแรก
พระพุทธองค์ตรัสถามพระเจ้าอชาตศัตรูว่า :


"ก็คนที่เป็นทาสกรรมกรของพระองค์ เคยรับใช้พระองค์อยู่ ตื่นก่อนนอนทีหลังทาสกรรมกรเหล่านั้นมาพิจารณาว่า พระมหากษัติย์เจ้านายของเรานี้ทรงมีบุญญาธิการ มีบุคคลแวดล้อม มีทรัพย์สินนานัปการ มีอำนาจยิ่งใหญ่ พระองค์ก็เป็นมนุษย์ เราก็เป็นมนุษย์ เพราฉะนั้น เราจะต้องออกบวชเสียดีกว่า เมื่อออกบวชแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์ ต่อมาพระองค์ได้พบทาสกรรมกรของพระองค์นั้น พระองค์จะเรียกบุคคลนั้นให้มาทำงานรับใช้พระองค์ ให้ตื่นก่อนนอนทีหลังอีกหรือเปล่า? "

พระเจ้าอชาตศัตรูทูลตอบว่า :
"ไม่อย่างนั้น แต่ข้าพระองค์จะเคารพกราบไหว้ผู้นั้น ให้ความคุ้มครองตามธรรม"


พระพุทธองค์ตรัสว่า : นี่แหละคืออานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๑ ที่เห็นได้ชัดในปัจจุบัน ต่อจากนั้น

พระพุทธองค์ตรัสว่า : "มีคนที่ทำนาของพระองค์ มาพิจารณาว่า พระเจ้าแผ่นดินของเรามีอำนาจวาสนามีบุญใหญ่ พระองค์ก็เป็นมนุษย์ เราก็เป็นมนุษย์ ไฉนหนอ เราจึงจะได้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ และในที่สุด ท่านผู้นั้นก็ได้ออกบวชประพฤติพรหมจรรย์ เมื่อพระองค์ทรงพบภิกษุที่เคยเป็นชาวนานั้นเข้า จะตรัสเรียกท่านผู้นั้นให้

มาทำนาให้แก่พระองค์อีกหรือ ?"

พระเจ้าอชาตศัตรูทูลตอบว่า :"ไม่อย่างนั้น แต่ข้าพระองค์จะเคารพกราบไหว้ ให้ความคุ้มครอง ถวายปัจจัย ๔ ให้การคุ้มครองด้วยความเป็นธรรมแก่ผู้นั้น"

พระพุทธองค์ตรัสว่า : นี่เป็นสามัญญผล คือ ผลที่เห็นได้ชัดจากการบวชข้อที่ ๒

พระพุทธเจ้าจึงตรัสต่อไปว่า : คหบดีหรือ กุลบุตรในแว่นแคว้นของพระองค์นี้ มาพิจารณาเห็นว่า พระเจ้าแผ่นดินของเรานั้นเพียบพร้อมไปด้วยความสุข มีความรุ่งเรือง ก็เรานี้เห็นว่าการครองเรือนเต็มไปด้วยความทุกข์ เป็นที่คับแคบ ส่วนบรรพชาเป็นช่องว่าง การที่อยู่ครองเรือนจะประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์สะอาดดุจดั่งสังข์ขัดนั้นทำได้ยาก เพราะฉะนั้น เขาจึงออกบวช ประพฤติพรหมจรรย์ สมบูรณ์ไปด้วยศีล

คือ จุลศีล มัชฌิมศีล และมหาศีล (คือ ศีลขนาดเล็ก ขนาดกลาง และศีลมาก) ต่อจากนั้นภิกษุนั้นสำรวมอินทรีย์ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ มีสติสัมปชัญญะ ละบาปอกุศล มีสันโดษ ยินดีด้วยปัจจัย ๔ ออกป่าบำเพ็ญสมาธิ ละนิวรณ์ ๕ ได้ ในที่สุดก็ได้

บรรลุฌานที่ ๑ ได้ประสบความสุขอันเกิดจากฌานนี้ คืออานิสงส์ของการบวช หรือสามัญญผล ข้อที่ ๓ต่อจากนั้น ท่านผู้นั้นก็บำเพ็ญสมาธิจน
บรรลุฌานที่ ๒ ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๔บรรลุฌานที่ ๓ ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๕บรรลุฌานที่ ๔ ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๖

ต่อจากนั้น ท่านก็น้อมจิตไปเพื่อเจริญวิปัสสนา โดยพิจารณาพระไตรลักษณ์ จนจิตของตนเข้าถึงวิปัสนาญาน แยกรูปแยกนาม พิจารณานามรูป เห็นตามความเป็นจริง ก็เป็นเหตุให้ท่านผู้นั้นสามารถบรรลุญาณทัสสนะ อันเป็นวิปัสสนาญาน

พระพุทธเจ้าตรัสว่า : นี้คือ อานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๗
ต่อจากนั้นก็สามารถบรรลุ มโนมยิทธิ คือ ฤทธิ์ทางใจ นิรมิตกายอื่นจากกายนี้ได้

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๘ ต่อจากนั้น ก็ได้บรรลุ อิทธิวิธิ คือ แสดงฤทธิ์ เช่น น้อยคนทำให้เป็นมากคน ดำไปในดิน ดำไปใน

น้ำได้ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๙เมื่อปฏิบัติต่อไปก็สามารถได้ ทิพโสต คือ หูทิพย์ ได้ยินเสียงจากที่ไกลเกินวิสัยของหูมนุษย์ธรรมดา

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑oเมื่อปฏิบัติต่อไป

ก็สามารถได้ เจโตปริยญาน คือ รู้ใจคนอื่น คือ สามารถทายใจคนอื่นได้ (แม้ในปัจจุบันก็มีพระบางรูปที่สามารถรู้ใจคนอื่นได้ เรียกว่า เจโตปริยญาน) การได้เจโตปริยญาณ

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๑
บางท่านก็ระลึกชาติได้ ที่เรียกว่า บุพเพนิวาสานุสสติญาน คือ ระลึกชาติหนหลังได้เป็นจำนวนมาก อาจจะเป็นจำนวนหลายๆชาติ หรือชาติจำนวนมากที่ผ่านมาในอดีต การระลึกชาติหนหลังได้นี้

เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๒ บางท่านก็ได้ทิพจักษุ หรือ จุตูปปาตญาณ คือ ญาณรู้จุติกำเนิดของสัตว์ทั้งหลาย คือ สามารถรู้เห็นสัตว์ทั้งหลายที่เกิดและที่ตายด้วยตาทิพย์ การได้ทิพจักษุนี้ เป็นอานิสงส์ของการบวชข้อที่ ๑๓ในที่สุดก็ได้บรรลุอาสวักขยญาณ คือ ทำกิเลสให้สิ้นไป

ก็เป็นอานิสงส์ข้อที่ ๑๔พระพุทธองค์ทรงสรุป ในที่สุดแห่งทุกข้อว่า เป็นผลแห่งความเป็นสมณะที่เห็นได้ในปัจจุบันว่าสูงกว่ากันไปตามลำดับ คือ ตั้งแต่ขั้นแรกแล้วบรรลุสูงขึ้นๆ ไปตามลำดับ ซึ่งเป็นอานิสงส์ของการบวช ที่เห็นได้ชัดเช่น ผู้ที่ได้บรรลุฌานที่ ๒ ก็ประเสริฐกว่าฌานที่ ๑ ได้บรรลุฌานที่ ๓ ประเสริฐกว่าฌานที่ ๒ ได้บรรลุฌานที่ ๔ ประเสริฐกว่าฌานที่ ๓ และการบรรลุต่อๆ ไป ก็สูงขึ้นตามลำดับ

วิชชา ๘ คืออะไร?

วิชชา ๘ ก็คือ
๑. วิปัสสนาญาณ ญาณอันนับเข้าในวิปัสสนา
๒. มโนมยิทธิ ฤทธิ์ทางใจ
๓. อิทธิวิธิ แสดงฤทธิ์ได้
๔. ทิพโสต หูทิพย์
๕. เจโตปริยญาณ รู้ใจคนอื่น
๖. ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ระลึกชาติได้
๗. ทิพจักขุ ตาทิพย์
๘. อาสวักขยญาณ ทำอาสวะ คือ กิเลสให้สิ้นไปได้


ผู้บวชย่อมได้อานิสงส์แห่งบุญจากการบวช ได้ฝึกฝน อบรมตนเองตามพุทธวิธี แม้เพียงระยะเวลาสั้นๆ ก็สามารถ นำพาชีวิตให้พบกับเป้าหมายอันสูงส่ง และย่อมได้อานิสงส์ มากมาย ยากที่จะนับจะประมาณได้เพราะความตั้งใจอัน มั่นคงที่จะบวช

ฝึกฝนตนเอง ถ้าตั้งใจประพฤติปฏิบัติอย่าง เคร่งครัด ย่อมได้อานิสงส์ ดังนี้
๑.) เป็นผู้รู้จักบริหารเวลา คือรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เรียกว่า ความเป็นผู้รู้กาลซึ่งเป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่ทำให้ เป็นสัปบุรุษ
๒.) แม้ช่วงเวลาจะสั้น แต่ถ้าลงปฏิบัติอย่างจริงจัง ก็จะได้ ลิ้มรสความสุข จากความสงบตั้งแต่ยังเยาว์
๓) มีโอกาสได้ศึกษาหลักธรรมไว้กำกับความรู้ จะได้ใช้ ความรู้ ไปในทางที่ถูกที่ควร
๔.) ได้ฝึกวินัยและเข้าใจวัฒนธรรมในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะถ้าบรรพชาแล้วตั้งใจฝึกฝนอบรมตนเอง อย่างจริงจัง ต่อไปจะเป็นคนรักระเบียบวินัย
๕.) ได้ฝึกสมาธิ ทำจิตให้สงบ ซึ่งเป็นผลดีต่อการเรียน
๖.) เกิดความปลื้มปิติยินดีที่ได้ทำความดีตั้งแต่ยังเยาว์ความปิตินี้เองที่จะเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจอยู่เสมอ
๗.) ทำให้มีความอดทน ไม่หวั่นไหวต่ออุปสรรคใดๆ
๘.) ทำให้รู้จักตนเองนั่นคือรู้ว่าตนเองมีความรู้ความสามารถคุณธรรมแค่ไหนเพียงใด เพื่อที่จะได้พัฒนาปรับปรุง ตนเองให้ดียิ่งขึ้น
๙.)ได้ชื่อว่าเป็นผู้เริ่มถากถางหนทางไปพระนิพพาน


(((บวชครั้งนี้บวชสร้างบารมี)))
อุปถัมภ์ครั้งนี้ อุปถัมภ์เพื่อสร้างทานบารมี
((( ฝึกครั้งนี้ฝึกเพื่อ เข้าใจการปฏิบัติธรรม))))

ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ธรรมะดี
http://www.dhammadee.com

ดูรูปภาพกิจกรรม โครงการอุปสมบทนาคหมู่ รุ่นที่ ๓ ที่ fackbook :
http://www.facebook.com/media/set/?set=a.164948563597674.39000.100002475932455&type=1&l=44acc0335f


รวมภาพกิจกรรมโครงการอุุปสมบทนาคหมู่ (รุ่น ๔) ที่ผ่านมา กดลิงค์

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.219438204815376.51290.100002475932455&type=1

รวมภาพภาพกิจกรรม รุ่นที่ ๘ กดลิงค์
https://www.facebook.com/media/set/?set ... 455&type=1
ที่มา : เข้าสู่ร่มผ้ากาสายะ ตามเเนวเเห่งพระธรรมคำสอนในพระศาสนา เพื่อเเสวงหาสัจธรรม
ได้รับอนุโมทนา 1 ครั้ง จาก ตะวันธรรม,


ปฏิบัติตน.....ฝึกหัดตน.....รักษาใจตน.....เเละเผยเเผ่พระธรรมตามคำสอน
ตามหลักสูตร
ปรัยัติ(ศึกษาพระธรรมวินัยเบื้องต้น)
ปฏิบัติ(นำคำสอนเข้าสู่การปฏิบัติจริงเห็นจริง)
ปฏิเวธ(เเสวงหาความสงบเพื่อค้นพบสัจธรรม
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:38 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 1


เเสวงหาสัจธรรมตามธรรมชาติ อันจะเป็นการฝึกฝนความอดทน(ขันติบารมี)
หมั่นเพียรพยายามจนสำเร็จ(วิริยะบารมี)
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:39 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 2


ต้นเเบบเเห่งเนื้อนาบุญ ของอุบาสก-อุบาสิกา
เป็นผู้เหมาะเเก่การรับไทยทานของสาธุชน
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:39 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 3


ร่วมอุปถัมภ์เป็นเจ้าภาพ(เป็นส่วนหนึ่งในบุญที่จะเกิดขึ้นจากการบวช)

ร่วมปวารณาจองเป็นเจ้าภาพอุปถัมภ์อุปสมบทนาคหมู่ 1 รูป
(เพื่อรับบุญ.อานิสงส์.จากการบวชอันเป็นเพศเเห่งเนื้อนาบุญ)


เเละได้ชื่อว่าเป็นการช่วยสือต่อายุพระพุทธศาสนา.
เพราะการได้มีผู้เข้าไปศึกษา..ฝึกหัดปฏิบัติธรรม..ตามองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
ถือว่าเป็นสิ่งอันประเสริฐสุด....ในชีวิตได้เกิดมาสักครั้งหนึ่ง..ได้มีโอกาสเรียนรู้เเละสนับสนุนงานเผยเเผ่พระศาสนา จึงได้ชื่อว่า เป็นอุบาสก-อุบาสิกาอย่างเเท้จริง
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:40 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 4



ภาพกิจกรรมต่างๆของโครงการ..อุปสมบทที่ผ่านมา
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:40 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 5


สักครั้งสำหรับลูกผู้ชายใจกล้า ได้มีโอกาศ ปฏิบัติธรรม
เพื่อตอบเเทนพระคุณบิดา-มารดา ........ให้ท่านได้เป็นส่วนหนึ่งของบุญบวชลูกชาย..

(บุญจากการรักษาศีล 227 ข้อ- บุญจากการนั่งสมาธิ-บุญจากการหมั่นเจริญภาวนา)
เเละได้ชื่อว่าเป็นทายาทที่เเท้จริงในพระศาสนา
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:41 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 6


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:42 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 7


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:43 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 8


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:44 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 9


อบรมภาวนา เจริญสติกรรมฐาน ตลอด 1 เดือน
เพื่อฝึกฝนการสร้างสติ-เสริมสมาธิ เเละเจริญปัญญา
เพื่อเเสวงหาซึ่งอริยทรัพย์ คือทางเเห่งธรรมอบรมภาวนา เจริญสติกรรมฐาน ตลอด 1 เดือน
เพื่อฝึกฝนการสร้างสติ-เสริมสมาธิ เเละเจริญปัญญา
เพื่อเเสวงหาซึ่งอริยทรัพย์ คือทางเเห่งธรรม
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:45 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 10


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:46 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 11


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:47 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 12


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:47 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 13


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:48 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 14


การปฏิบัติเพื่อตอบเเทนพระคุณบิดา-มารดา-ผู้มีพระคุณทุกท่าน
ด้วยการปฏิบัติธรรม อันเป็นการตอบเเทนพระคุณที่สูงสุดในพระศาสนา
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:48 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 15


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:49 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 16


ธุดงควัตร คือข้อปฏิบัติที่เข้มงวดเป็นพิเศษ เพื่อความขัดเกลากิเลสอย่างยิ่ง พระพุทธเจ้าไม่ได้ทรงบังคับให้ภิกษุถือปฏิบัติ ใครจะปฏิบัติหรือไม่ก็ได้ ผู้ที่จะปฏิบัติธุดงควัตรนั้น สามารถเลือกได้เองตามความสมัครใจ ว่าจะปฏิบัติข้อใดบ้าง เป็นเวลานานเท่าใด เมื่อจะถือปฏิบัติก็เพียงแต่กล่าวคำสมาทานธุดงควัตรข้อที่ตนเลือก แล้วก็เริ่มปฏิบัติได้เลย ธุดงควัตรมี 13 ข้อคือ

หมวดที่ ๑ จีวรปฏิสังยุตต์ (เกี่ยวกับจีวร)
1.) การถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร คือการใช้แต่ผ้าเก่าที่คนเขาทิ้งเอาไว้ตามกองขยะบ้าง ข้างถนนบ้าง ผ้าห่อศพบ้าง นำผ้าเหล่านั้นมาซัก ย้อมสี เย็บต่อกันจนเป็นผืนใหญ่แล้วนำมาใช้ งดเว้นจากการใช้ผ้าใหม่ทุกชนิด (บังสุกุล = คลุกฝุ่น)

2.) การถือผ้า 3 ผืน (ไตรจีวร) เป็นวัตร คือการใช้ผ้าเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้น อันได้แก่ สบง(ผ้านุ่ง) จีวร(ผ้าห่ม) สังฆาฏิ(ผ้าสารพัดประโยชน์ เช่น คลุมกันหนาว ปูนั่ง ปูนอน ปัดฝุ่น ใช้แทนสบง หรือจีวรเพื่อซักผ้าเหล่านั้น ปัจจุบันภิกษุไทยมักใช้พาดบ่าเมื่อประกอบพิธีกรรม)

หมวดที่ ๒ ปิณฑปาตปฏิสังยุตต์ (เกี่ยวกับบิณฑบาต )
3.) การถือบิณฑบาตเป็นวัตร คือการบริโภคอาหารเฉพาะที่ได้มาจากการรับบิณฑบาตเท่านั้น ไม่บริโภคอาหารที่คนเขานิมนต์ไปฉันตามบ้าน

4.) ถือการบิณฑบาตตามลำดับบ้านเป็นวัตร คือจะรับบิณฑบาตโดยไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ไม่เลือกว่าเป็นบ้านคนรวยคนจน ไม่เลือกว่าอาหารดีไม่ดี มีใครใส่บาตรก็รับไปตามลำดับ ไม่ข้ามบ้านที่ไม่ถูกใจไป

5.) ถือการฉันในอาสนะเดียวเป็นวัตร คือ ในแต่ละวันจะบริโภคอาหารเพียงครั้งเดียว เมื่อนั่งแล้วก็ฉันจนเสร็จ หลังจากนั้นก็จะไม่บริโภคอาหารอะไรอีกเลย นอกจากน้ำดื่ม

6.) ถือการฉันในบาตรเป็นวัตร คือจะนำอาหารทุกชนิดที่จะบริโภคในมื้อนั้น มารวมกันในบาตร แล้วจึงฉันอาหารนั้น เพื่อไม่ให้ติดในรสชาดของอาหาร

7.) ถือการห้ามภัตที่ถวายภายหลังเป็นวัตร คือเมื่อรับอาหารมามากพอแล้ว ตัดสินใจว่าจะไม่รับอะไรเพิ่มอีกแล้ว หลังจากนั้นถึงแม้มีใครนำอะไรมาถวายเพิ่มอีก ก็จะไม่รับอะไรเพิ่มอีกเลย ถึงแม้อาหารนั้นจะถูกใจเพียงใดก็ตาม

หมวดที่ ๓ เสนาสนปฏิสังยุตต์ (เกี่ยวกับเสนาสนะ )
8.) ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร คือจะอยู่อาศัยเฉพาะในป่าเท่านั้น จะไม่อยู่ในหมู่บ้านเลย เพื่อไม่ให้ความพลุกพล่านวุ่นวายของเมืองรบกวนการปฏิบัติ หรือเพื่อป้องกันการพอกพูนของกิเลส

9.) ถือการอยู่โคนไม้เป็นวัตร คือจะพักอาศัยอยู่ใต้ต้นไม้เท่านั้น งดเว้นจากการอยู่ในที่มีหลังคาที่สร้างขึ้นมามุงบัง

10.) ถือการอยู่กลางแจ้งเป็นวัตร คือจะอยู่แต่ในที่กลางแจ้งเท่านั้น จะไม่เข้าสู่ที่มุงบังใดๆ เลย แม้แต่โคนต้นไม้ เพื่อไม่ให้ติดในที่อยู่อาศัย

11.) ถือการอยู่ในป่าช้าเป็นวัตร คือจะงดเว้นจากที่พักอันสุขสบายทั้งหลาย แล้วไปอาศัยอยู่ในป่าช้า เพื่อจะได้ระลึกถึงความตายอยู่เสมอ ไม่ประมาท

12.) ถือการอยู่ในเสนาสนะที่เขาจัดไว้ให้เป็นวัตร คือเมื่อใครชี้ให้ไปพักที่ไหน หรือจัดที่พักอย่างใดไว้ให้ ก็พักอาศัยในที่นั้นๆ โดยไม่เลือกว่าสะดวกสบาย หรือถูกใจหรือไม่ และเมื่อมีใครขอให้สละที่พักที่กำลังพักอาศัยอยู่นั้น ก็พร้อมจะสละได้ทันที

13.) ถือการนั่งเป็นวัตร คือจะงดเว้นอิริยาบถนอน จะอยู่ใน 3 อิริยาบทเท่านั้น คือ ยืน เดิน นั่ง จะไม่เอนตัวลงให้หลังสัมผัสพื้นเลย ถ้าง่วงมากก็จะใช้การนั่งหลับเท่านั้น เพื่อไม่ให้เพลิดเพลินในการนอน


((ซึ่งในโครงการอบรมจะให้....ผู้เข้าอบรมได้ตั้งสัจจะอธิฐานเพื่อประพฤติปฏิบัติบางข้อที่สามารถปฏิบัติได้....)) เพื่อเป็นการสร้างบารมีธรรม
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:49 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 17


พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 13:50 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 18


รีบสมัคร หรือเเนะนำประชาสัมพันธ์เเก่ผู้ที่เรารักให้มีโอกาสที่จะได้อุปสมบทหมู่
ในรุ่นที่ ๑๐ นี้ (จำนวนจำกัด 15 ท่าน)
สำหรับผู้ที่ปรารถที่จะอุปถัมภ์โครงการบวชพระในครั้งนี้ ติดต่อเป็นเจ้าภาพบวชพระ
ติดต่อ 087-007-8607 จำนวน 15 ท่านเท่านั้น
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 14:00 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 19


::::ญาติมิตร บิดา-มารดา ผู้เห็นความสำคัญสามารถเเนะนำคนรู้จักได้ เพื่อได้มีโอกาศเข้ารับการอบรมในโครงการดีดีนี้ สามารถเป็นส่วนหนึ่งของบุญนี้ได้ เเม้หากไม่มีลูกชาย ไม่มีครอบครัว ก็ได้บุญจากการบวชได้ ด้วยการเเนะนำ:::::
พระไทย 14 ก.พ. 2556 เวลา 14:01 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 20


รีบสมัคร หรือเเนะนำประชาสัมพันธ์เเก่ผู้ที่เรารักให้มีโอกาสที่จะได้อุปสมบทหมู่
ในรุ่นที่ ๑๐ นี้ (จำนวนจำกัด 15 ท่าน)
สำหรับผู้ที่ปรารถที่จะอุปถัมภ์โครงการบวชพระในครั้งนี้ ติดต่อเป็นเจ้าภาพบวชพระ
ติดต่อ 087-007-8607 จำนวน 15 ท่านเท่านั้น
พระไทย 11 เม.ย. 2556 เวลา 22:21 น. โพสต์: 113 อนุโมทนา: 10 ได้รับอนุโมทนา: 205 คำตอบที่ 21


ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 2658 คน  ปิดหน้านี้


DT011163

พระไทย

14 ก.พ. 2556 เวลา 13:38 น.

โพสต์: 113
อนุโมทนา: 10
ได้รับอนุโมทนา: 205






Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย