เรื่อง: รอยบุญรอยบาป (ปาณาติบาต )

 terryh   24 พ.ค. 2555

เรื่อง: รอยบุญรอยบาป (ปาณาติบาต
รอยบุญรอยบาป (ปาณาติบาต) ________________________________________


รอยบุญรอยบาป ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ผมกับลูกชายวัยสิบขวบไปทำบุญและเที่ยวพักผ่อนกัน

ที่จังหวัดทาง ภาคเหนือ หลังจาก พยายามหาโอกาส เรื่องเวลาที่พร้อมๆกัน

ระหว่างภรรยาและลูกสาววัยรุ่นอีก ๒ คน ที่จบมหาวิทยาลัย และเพิ่ง

เริ่มทำงานบริษัท เรา ๕ คนเคยอิสระ พอมีวันหยุดพร้อมกัน เราจะออกต่างจังหวัด

หาวัดที่สงบ ไปทำบุญปฏิบัติ และฟังธรรมกับพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบหรือพระที่ฉันมังสวิรัติ


แต่โอกาสเก่าๆแบบนี้เริ่มหายาก แต่ละคนในบ้านเริ่มมีภาระของตนเรื่องงานที่ทำ เวลาหยุดไม่ตรงกัน หรือเวลาหยุดไปพร้อมกับคนทั้งประเทศ จราจรถนนหนทางรถราแน่น ทำให้เกิดการแย่งกันไปแย่งกันกลับ อุบัติเหตุก ็เกิดขึ้นมาก และมีความรู้สึกเหมือนไปแย่งคนที่จำเป็นต้องเดินทาง เพื่อกลับบ้าน ไปหาครอบครัว จริงๆ เราจึงพยายามเลี่ยงเดินทางช่วงเวลานั้น มาต้นปีคิดว่า คงจะหาเวลาที่ได้ไปพร้อมๆกันยาก ภรรยาติดธุระบ้าง ลูกสาวบ้าง มีแต่ผม ที่อิสระ เพราะไม่ใช่ มนุษย์เงินเดือน จึงรีบหาโอกาสเวลานี้ทำภารกิจที่คิดว่า ควรจะทำ ไม่ประมาท คนเรา จะเดินทาง ท่องเที่ยว ต้องมีปัจจัยสำคัญพร้อมๆกัน ๓ อย่างคือ สุขภาพดีแข็งแรง มีเงินพอใช้จ่าย และต้อง มีเวลาด้วย ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็คงลำบาก จึงชวนลูกชายซึ่งว่างพอดี เราเอารถเก่าๆ เตรียมข้าวของ ไปทำบุญด้วยกัน ออก จากกรุงเทพฯแต่เช้ามืด ขับรถไปเรื่อยๆ ได้พูดคุยเรื่องธรรมะต่างๆ ดูธรรมชาติสองข้างทาง ใช้เวลา เกือบทั้งวัน ถึงสำนักสงฆ์ซึ่งอยู่บนดอยเล็กๆมีพระชราอายุราว ๙๐ เศษรูปหนึ่ง ฉันอาหาร มังสวิรัติ และ ฉันวันละมื้อเท่านั้น เรามาถึงเกือบเย็น ก็ขับรถขึ้นดอยอย่างช้าๆ ไม่ให้เสียงรถ ไปรบกวนพระ หรือผู้ที่กำลัง ปฏิบัติธรรม ทาง ขึ้นดอยเป็นทางเล็กๆ ต้นไม้สองข้างทางร่มรื่น กุฏิ โบสถ์ เจดีย์เป็นแบบเรียบง่าย สะอาด ดูสบายตา น่าเลื่อมใส


ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใหญ่โตมโหฬารหรูหราเกินไป เราจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างโบสถ์


และลงรถ เดินเข้าไป ในโบสถ์ กราบพระพุทธรูปพระประธาน และกราบหลวงปู่ ที่กำลังนั่ง อยู่เยื้องๆพระประธาน ท่านมีรูปร่าง สันทัด ห่มจีวรสีกรัก สวมแว่นตาหนา ผิวพรรณผ่องใสน่าเลื่อมใส แม้อายุใกล้ร้อย กราบท่านเสร็จ ผมและลูกชายขออนุญาตท่านพักและอยู่ เพื่อถวายอาหารมังสวิรัติกับปฏิบัติฟังธรรม กวาดบริเวณ รอบๆวัดและสวดมนต์ทำวัตรเช้า-ค่ำกับท่าน หลวงปู่ท่าทางใจดี กล่าวอนุญาต ด้วยสำเนียง ภาคกลาง ปนสำเนียงภาคเหนือ เราได้สนทนาธรรมกับหลวงปู่พักใหญ่ ลูกชายผมบังเอิญสังเกตเห็น แขนซ้ายหลวงปู่ มีบาดแผล รอยเย็บ นับร้อยเข็ม จึงเข้ากราบขอขมาขออนุญาตถามถึงแผลนั้น ท่านยิ้มอย่างใจดีและพูดว่า มนุษย์เวลาร้าย สัตว์ทั้งโลกก็สู้มนุษย์ไม่ได้ สัตว์ที่ว่าดุว่าร้าย มันทำร้ายคน หรือสัตว์อื่น ก็ไม่เกินสิบเกินร้อย แต่มนุษย์มีสมองที่เหนือกว่าสัตว์ทั้งหลาย สามารถจับมาใช้งาน จับมาฆ่า แม้มนุษย์ด้วยกันเอง เวลาทะเลาะหรือขัดผลประโยชน์กัน ก็คิดสร้างอาวุธร้ายแรง ประหัตประหาร ได้ทีละ เป็นแสน เป็นล้าน ทำลายมนุษย์ด้วยกันเองยังไม่พอ ยังไปทำลายสัตว์ ต้นไม้ สิ่งมีชีวิต ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม อื่นๆ ที่ไม่ได้ไปรู้ด้วยเลย เรายังเรียกโลกใบนี้ว่า โลกมนุษย์ ที่จริงมนุษย์มีน้อยกว่าสัตว์อื่นๆ ท่านหยุดจิบน้ำแล้วเล่าต่อ ท่านเป็นคนภาคกลาง สมัยหนุ่มเคยเป็นพรานป่า ล่าสัตว์ป่า จับจระเข้ขาย รู้ธรรมชาติ เกี่ยวกับจระเข้เป็นอย่างดี ชอบอิสระท่องเที่ยวไปทั่ว ไม่ชอบผูกมัด ผูกพันกับใคร แม้กับเพศ ตรงข้าม เที่ยวหาจับจระเข้ป่าขายตามฟาร์มจระเข้ต่างๆ เพื่อนำไปฆ่าขายเนื้อขายหนัง หรือหาไข่ จระเข้ ไปขาย เพื่อไปฟักเพาะเป็นลูกจระเข้ขาย ทำมาหลายปี ก็ยังดีเงินส่วนหนึ่งยังไปทำบุญบ้าง จิตหนึ่ง ก็ยังใฝ่ ในบุญกุศลอยู่ แม้อาชีพมันจะเป็นบาป


ต่อหน้า 2


ที่มา : สาระธรรมดี ๆ ที่น่าสนใจ


 เปิดอ่านหน้านี้  2701 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย