พระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้า  พระไตรปิฎก  พระธรรม  ธรรมะปฏิบัติ  ศาสนพิธี  วันสำคัญทางศาสนา  ทำเนียบวัดไทย  พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

==> [อุสสทนรก] <== นรกขุมบริวารทรมานแสนสาหัส

อุสสทนรก นรกขุมกลาง
มหานรกทั้ง ๘ ขุมจะมีอุสสทนรกนี้ล้อมรอบเป็นบริวารขุมละ ๑๖ ขุม หากนับรวมทั้งหมดก็จะเท่ากับ ๑๒๘ ขุม (๑๖x๘ = ๑๒๘)



สัตว์นรกที่ได้รับโทษในมหานรกทั้ง ๘ เมื่อหมดสิ้นกรรม ไม่มีเศษกรรมร้ายติดตัวก็จะไปเกิดในภพภูมิอื่น แต่สำหรับสัตว์นรกที่ยังมีเศษกรรมติดตัว จะถูกส่งตัวไปรับกรรมในอุสสทนรกต่อไป ซึ่งอุสสทนรกนี้จะตั้งเรียงลำดับกันอยู่ที่ประตูทางออกทั้ง ๔ ทิศของมหานรก แต่ละทิศจะมี ๔ ขุม มีชื่อเหมือนกัน ดังนี้




๑. คูถนรก แปลตรงตัวว่า นรกขุมขี้ ซึ่งเป็นนรกที่ตั้งอยู่ใกล้มหานรกเป็นอันดับ ๑ นรกขุมนี้จะเป็นหลุมขนาดใหญ่ทั้งลึกทั้งกว้างเหมือนเขื่อนขนาดยักษ์มองไปทางใดก็ไม่เห็นฝั่ง เต็มไปด้วยอุจจาระที่เน่าเหม็น น่าขยะแขยง



สัตว์นรกที่สิ้นกรรมในมหานรกแล้วแต่ยังมีเศษกรรมเหลืออยู่ ประตูมหานรกทั้ง ๔ ทิศจะเปิดให้หนีออกมา ต่างก็ดีใจพากันวิ่งหนีสุดชีวิต เมื่อมาเจอกับหนองน้ำเน่าขวางหน้าก็มิได้กลัวพากันกระโจนลงไปโดยไม่ลังเล หวังจะหนีจากมหานรกไปให้ไกลที่สุด แต่ขณะที่ตะเกียกตะกายอยู่ในทะเลอุจจาระนั้น ฉับพลันได้มีหมู่หนอนปากเหล็กมีขนาดตัวเท่าสุนัขบ้าง เท่าเม็ดเข้าสารบ้าง เข้ารุมกัดกินสัตว์นรกอย่างหิวโหย บ้างก็ชอนไชเข้าช่องหู ช่องปาก ทวารหนัก เข้าไปกัดกินอวัยวะภายในจนหมดสิ้น สัตว์นรกได้แต่หวีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน

๒. กุกกุฬนรก แปลว่า นรกขี้เถ้า มีลักษณะเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่เต็มไปด้วยเถ้าสีขาวเหมือนแป้งฝุ่น ดูภายนอกเหมือนไม่มีอะไร แต่ภายใต้เต็มไปด้วยถ่ายเพลิงที่ร้อนแรง สัตว์นรกทั้งหลายที่พ้นจากคูถนรกแล้วถ้ายังไม่หมดกรรมก็จะถูกไล่ต้องมายังกุกกุฬนรก



สัตว์นรกที่เพิ่งพ้นจากคูถนรกเนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยขี้เหม็นเน่า ครั้นมาเห็นขี้เถ้าขาวสะอาดนึกว่าเป็นแป้งหอมก็พากันกระโดดลงไป หมายจะใช้แป้งดับกลิ่นเหม็น แต่เมื่อถูกไฟนรกที่อยู่ใต้ขี้เถ้าเผาไหม้ต่างพากันกรีดร้องดิ้นทุรนทุรายสุดแสนจะทรมาน สัตว์นรกที่มาทีหลังเห็นดังนั้นคิดจะถอยกลับ นายนิรยบาลก็เอาหอกทิ่มแทง ผลักไสให้ลงไป สัตว์นรกต้องรับกรรมอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะสิ้นกรรมที่ตนได้สร้างไว้

๓. อสิปัตตนรก แปลว่า นรกใบไม้ดาบ สัตว์นรกทั้งหลายที่พ้นจากกุกกุฬนรกแล้วแต่ยังมีเศษกรรมติดตัวอยู่ จะถูกส่งมายังนรกใบไม้ดาบแห่งนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นมะม่วงใหญ่ใบหนา มีร่มเงาน่ารื่นรมย์



สัตว์นรกทั้งหลายที่พ้นจากนรกถ่านเพลิงมา ครั้นมาเจอกับร่มมะม่วงก็แสนดีใจพากันวิ่งเข้าใต้ร่มไม้หวังจะพักให้สบายใจ แต่ยังไม่ทันได้ชื่นใจ ก็บังเกิดมีลมกรรมพัดมาอย่างแรง พัดเอาใบมะม่วงที่ดกหนาร่วงหล่นลงมา กลายเป็นหอกเป็นอาวุธเข้าเสียบร่างของสัตว์นรก สัตว์นรกเมื่อเห็นดังนั้นก็พากันวิ่งหนี ทันใดนั้นก็เกิดกำแพงเหล็กผุดขึ้นกั้นทั้ง ๔ ด้าน เมื่อไม่มีทางหนีก็วิ่งแตกกระจายไปคนละทิศละทาง แต่ก็ปรากฏว่ามีสุนัขและนกกาปากเหล็กเข้ารุมกัดรุมจิกเนื้อเป็นอาหารเป็นอยู่อย่างนี้จนกว่าจะสิ้นกรรม

๔. เวตรณีนรก แปลว่า นรกน้ำเค็ม นรกขุมนี้มีสภาพเป็นาระใหญ่มีน้ำใสเย็น แต่มีรสเค็มจัด ภายใต้สระน้ำเต็มไปด้วยเครือหวายเหล็ก ตรงกลางมีดอกบัวขึ้นดูสวยงาม



สัตว์นรกทั้งหลายที่ชดใช้กรรมในอสิปัตตนรกแล้ว แต่กรรมยังไม่หมดต้องมาชดใช้กรรมในนรกขุมนี้ต่อ เมื่อมาเห็นสระบัวที่มีน้ำใสเย็นต่างก็พากันดีใจวิ่งกระโจนลงไปหวังจะอาบดื่มให้ชื่นใจ แต่เมื่อกระโจนลงไปแล้วก็ถูกหนามหวายที่คมเป็นกรดเสียบตามร่างกายเป็นแผลเหวอะหวะ ครั้นพอถูกเข้ากับน้ำเค็มก็แสบแสนจะทรมาน ต่างก็ร้องโอดครวญระงมไปทั่วสระ ลำดับนั้นน้ำในสระก็ลุกเป็นไฟเผาผลาญซ้ำเข้าไปอีก สัตว์นรกบางตัวมุดลงในน้ำหวังจะหนีจากไฟนรกก็ไปเจอกับหอกดาบทิ่มแทงในใต้น้ำอีก ได้รับทุกข์ทรมานอยู่อย่างนี้จนกว่าจะสิ้นกรรม


DT012622  lc-kukko 
 DT012622 
 12 พ.ค. 2555 เวลา 17:19 น.
 

 เปิดอ่านหน้านี้  2951 
 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

Member Detail  Guest


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login

  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป

เพจธรรมะไทย


 ธรรมะไทย