ดวงดี ดวงร้าย ใครเป็นผู้กำหนด

 lc-kukko   11 พ.ค. 2555



บางคนชอบไปหาหมอดู หมอดูบอกว่าต้องสอบได้ที่หนึ่ง แต่ปรากฏว่าสอบตก หมอดูว่าสอบตกกลับสอบได้เพราะเราขยัน เราต้องสร้างความดีให้กับดวง หาใช่ดวงทำให้เราดีไม่ต้องสร้าง อยู่เฉยๆ ดีได้อย่างไร มันต้องเกิดจากการกระทำคือกฎแห่งกรรม นั่นเอง

การสร้างความดีให้กับดวง ก็คือสร้าง ศีล สมาธิ ปัญญา ให้เกิดขึ้นแก่ตัวเรา แล้วเราจะอบอวลทวนลม ผู้ที่มีสมาธิจะเป็นคนขยันหมั่นเพียร และเป็นผู้ที่มีปัญญา คนที่มีปัญญาหลักแหลมลึก แหลมหลักต้องมีสามคม

คมกริบ ไว้ภายในจิตไม่บอกใคร แสดงออกในเมื่อมีความจำเป็นจะต้องใช้
คมคาย มันยังเป็นหลุมเป็นบ่อไม่เสมอ ก็เอาบุ้งมาแทงอย่างนี้เป็นต้น
คมสัน มันต้องใช้ขวานตอกย้ำลงไป จึงจะเข้าเรียบร้อยดี

นี่มันมีในลักษณะ ศีล สมาธิ ปัญญาครบ



ศีล คือ สถาปนิก ออกรูปแบบพื้นฐานให้คนชอบ

สมาธิ คือ วิศวกร รู้วาระจิตรู้จักน้ำหนัก รู้จักชั่งตวงวัด

รู้จักวาระจิตของคนในฐานะเช่นไร ควรทำกับเขาอย่างไร

รู้กาลเทศะ รู้จักบาป รู้จักบุญ รู้จักคุณ รู้จักโทษ

รู้จักสิ่งที่เป็นประโยชน์และไม่เป็นประโยชน์

ปัญญา คือ นายช่าง ลงมือทำหน้าที่ มิได้รอรีแต่ประการใด

ถ้าใครเป็นทั้งสถาปนิก วิศวกร และนายช่างแล้ว รับรองคนนั้นเอาตัวรอดปลอดภัยในอนาคต

ดี-ชั่วอยู่ที่ตัวทำ



สำหรับศาสนาพุทธของเรานั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ชัดเจน บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว ได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรมจะเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเปลี่ยนแปลงชีวิตนี้ มันอยู่ที่หลักกรรม จากการกระทำนั้นแน่นอนที่สุด ขอเจริญพรอย่างนั้นนี่แหละพระพุทธเจ้าตรัสไว้ชัดเจนมาก

พระพุทธศาสนาสอนว่า “บุคคลจะได้ดีหรือชั่ว ได้รับสุขหรือทุกข์ ก็เพราะกรรม คือการกระทำของตนเองทั้งสิ้น”

หากเราไม่ดำเนินตามทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ แม้จะสวดมนต์หรือวิงวอนขอร้องพระเจ้า หรือไปบนกับผี ไปดีกับพระ ที่โยมไปหาผีเข้าทรงมาอ้อนวอนให้ผีช่วย เสียใจด้วยนะ ต้องช่วยตัวเองสิ อตฺตา หิ อฺตตโน นาโถ แปลว่า ตนแลเป็นที่พึ่งของตน นี่กลับไปให้ผีช่วย ผีช่วยได้หรื อ ไปวัดนี่ถือดอกไม้ธูปเทียน เอาไปให้พระช่วย แต่เสียใจด้วยตนต้องเป็นที่พึ่งของตน

๑. ตนต้องช่วยตนเองได้

๒. ตนต้องพึ่งตนเองได้

๓. ต้องสอนตัวเองได้

ถ้าสามหลักนี้ไม่มีกับโยมคนใด คนนั้นจะเป็นที่พึ่งไม่ได้ พระท่านจะช่วยเราได้อย่างไร พระพุทธองค์ก็ไม่อาจจะช่วย ให้เราพบความดีและความสุขได้

ศรัทธากับกฎแห่งกรรม

ตามคำสอนในพระพุทธศาสนา ชาวพุทธควรมีศรัทธา ๔ อย่างคือ

๑. ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า คือ เชื่อว่าพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้จริง เป็นผู้ประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ จริงๆ

๒. กัมมสัทธา เชื่อเรื่องกรรม คือ เชื่อว่ากรรมมีจริง หลักกรรมที่เราทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วมีจริง

๓. วิปากสัทธา เชื่อเรื่องผลของกรรม คือ เชื่อว่ากรรมที่บุคคลทำไม่ว่าดีหรือชั่วย่อมให้ผลเสมอ จึงจะ
เปลี่ยนกิจกรรมความเปลี่ยนแปลงของชีวิตไปในทางที่เชื่อถือ และถูกต้องได้

๔. กัมมัสสกตาสัทธา เชื่อว่าสัตว์มีกรรมเป็นของตน คือ เชื่อว่าผลที่เราได้รับเป็นผลแห่งการกระทำของเราเอง ซึ่งอาจจะเป็นกรรมที่ทำในปัจจุบันหรืออดีตชาติ หรือจะทำในภาพใด

จะเห็นได้ว่า ความเชื่อหรือศรัทธา ๔ อย่างนั้น เป็นความเชื่อในเรื่องเกี่ยวกับกรรมถึง ๓ ประการ


ที่มา : เครดิต : หนังสือเรื่อง กฎแห่งกรรมและวิธีใช้หนี้พ่อแม่ พระธรรมสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อจรัญ จิตธมฺโม) www.พุทธะ.com


 เปิดอ่านหน้านี้  3024 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย