พระพุทธศาสนา  พระพุทธเจ้า  พระไตรปิฎก  พระธรรม  ธรรมะปฏิบัติ  ศาสนพิธี  วันสำคัญทางศาสนา  ทำเนียบวัดไทย  พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

มหานรก ๘ ขุม

มหานรกขุมที่ ๑ สัญชีวนรก

สัญชีวนรก แปลว่า นรกไม่มีวันตาย คืออยากตายก็ไม่ได้ตาย ท่านกล่าวว่านรกขุมนี้ ล้อมรอบด้วยกำแพง ๔ ด้าน กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา พื้นและกำแพงทั้ง ๔ ด้านเป็นเหล็กหนาแดงฉานลุกโชนไปด้วยไฟทุกตารางนิ้ว สัตว์นรกทั้งหลายที่เกิดในนรกขุมนี้ไม่อาจจะยืนนิ่งอยู่เฉยได้ เพราะความร้อนของพื้นต่างพากันกระโดดโลดเต้นวิ่งไปมา ขณะที่กำลังกระโดดโลดเต้นอยู่นั้นก็มีสรรพาวุธต่างๆ เช่น มีด หอก ดาบ ขวานที่คมเป็นกรดลุกโชนด้วยไฟ พุ่งขึ้นจากพื้นบ้าง ตกมาจากอากาศบ้าง พุ่งมาจากทิศทั้ง ๔ บ้าง เข้าทิ่มแทงสัตว์นรกทั้งหลายที่ลำตัวบ้าง ศีรษะบ้าง ลำคอบ้าง ล้มลงนอนกลิ้งทุรนทุรายจนขาดใจตาย จากนั้นก็มีลมกรรมพัดมาให้กลับฟื้นขึ้นมาใหม่และรับโทษอย่างเดิมอีก จนกว่าจะสิ้นกรรม

มหานรกขุมที่ ๒ กาฬสุตตนรก

กาฬสุตตนรก แปลว่า นรกด้ายดำ นรกขุมนี้คล้ายกับสัญชีวนรกคือ มีพื้นเหล็กแดงเต็มไปด้วยไฟนรก จะแตกต่างกันก็ตรงที่สัตว์นรกในขุมนี้จะมีหัวและหน้าตาเป็นสัตว์ เช่น เป็นหมู ไก่ วัว ควาย เป็นต้น ในนรกขุมนี้นายนิรยบาลจะจับสัตว์นรกให้นอนคว่ำบ้าง หงายบ้างบนแผ่นเหล็กแดงแล้วนำด้ายดำที่ลุกโชนด้วยไฟ ตีเป็นเส้นบนร่างกายของสัตว์นรก ตามแนวขวางบ้าง ยาวบ้าง จากนั้นก็นำเลื่อยมาตัดตามรอยที่ทำเครื่องหมายไว้ หรือไม่ก็ใช้ขวานบ้าง มีดบ้าง ดาบบ้าง สับตามรอยให้ขาดเป็นท่อนๆ ทั่วทั้งนรกเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด เสียงกรีดร้อง เสียงร่ำไห้และเสียงร้องขอชีวิตของสัตว์นรก

มหานรกขุมที่ ๓ สังฆาฏนรก

สังฆาฏนรก แปลว่า นรกบดขยี้ นรกขุมนี้จะมีก้อนเหล็กใหญ่ขนาดเท่าภูเขามหึมา ลุกโชนไปด้วยไฟ กลิ้งมาจากทิศทั้ง ๔ ไล่บดขยี้สัตว์นรกอยู่ตลอดเวลา ผู้ที่เกิดในนรกขุมนี้ต่างก็พากันวิ่งหนีสุดชีวิต แต่ไม่ว่าจะวิ่งไปทางไหนก็หนีไม่พ้น เพราะสัตว์นรกมีเป็นจำนวนมาก ครั้นต่างคนต่างวิ่งหนีก็ชนกันล้มระเนระนาดกองกันบนพื้น เมื่อจะลุกวิ่งก็ถูกหินเหล็กบดขยี้ร่างเสียแล้ว บางตนที่วิ่งหนีไปเจอะเข้ากับนายนิรยบาล ท่านก็ใช้กระบองเหล็กขนาดใหญ่ทุบเข้าที่หัว แทงด้วยหลาว จนล้มลงให้หินทับบดร่างตาย ชั่วพริบตาก็กลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ และถูกภูเขาวิ่งไล่บดอีก เป็นอยู่อย่างนี้จนกว่าจะสิ้นกรรม

มหานรกขุมที่ ๔ โรรุวนรก

โรรุวนรก แปลว่า นรกที่เต็มไปด้วยเสียงร้อง ในนรกขุมนี้จะมีดอกบัวเหล็กขึ้นอยู่เต็มนรก จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ปทุมนรก(นรกดอกบัว) นรกขุมนี้ไม่มีนายนิรยบาลคอยลงโทษ สัตว์นรกจะถูกอำนาจกรรมบังคับให้ปีนขึ้นยืนอยู่บนดอกบัวเหล็ก เท้าทั้ง ๒ จะถูกดูดจมลงถึงข้อเท้า ศีรษะก้มปักลงพื้นจนถึงคาง มือทั้งสองก็จมลงถึงข้อมือ สัตว์นรกตกอยู่ในสภาพหมดทางดิ้นรน ขณะนั้นกลีบดอกบัวก็หุบเข้า เปลวไฟกรดดังเปลวไฟที่เกิดจากแก๊สก็พุ่งขึ้นแผดเผาร่างและชอนไชเข้าตามช่องทวารเผาไหม้ภายใน สัตว์นรกกรีดร้องอย่างทุกข์ทรมาน แต่เสียงก็เล็ดลอดออกมาเล็กน้อยเพราะปากจมอยู่ใต้พื้น แม้กระนั้นเสียงก็อื้ออึงระงมไปทั่วนรกทีเดียว

มหานรกขุมที่ ๕ มหาโรรุวนรก

มหาโรรุวนรก แปลว่า นรกที่เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนยิ่งนัก สัตว์นรกในขุมนี้จะถูกไล่ต้อนให้ขึ้นไปบนดอกบัวบานขนาดมหึมาที่ผุดขึ้นเรียงรายทั่วนรก ดอกบัวแต่ละดอกมีพื้นและกลีบเป็นเหล็กแดงฉานเมื่อสัตว์นรกเข้าไปในดอกบัวก็จะบังเกิดไฟนรกที่ร้อนแรงพุ่งมาจากรอบทิศทั้งเบื้องล่างและเบื้องบนเข้าแผดเผาชอนไชเข้าไปตามช่องทวาร เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา เข้าจมูกออกปาก เข้าทางปากออกทวารหนัก เผาผลาญข้างในจนหมดสิ้น สัตว์นรกตนใดทนไม่ได้กระโดดหรือพลัดตกลงมาก็จะถูกหลาวเหล็กแทง จากนั้นก็จะมีสุนัขนรกวิ่งเข้ามารุมกัดกินจนเหลือแต่กระดูกหล่นลงพื้น เมื่อตกถึงพื้นก็กลับมีชีวิตใหม่ นายนิรยบาลก็ไล่ต้อนให้ขึ้นไปบนดอกบัวอีก วนเวียนอยู่อย่างนี้จนกว่าจะหมดเวรหมดกรรม

มหานรกขุมที่ ๖ ตปนนรก

ตปนนรก แปลว่า นรกแผดเผาหรือนรกย่างสด นรกขุมนี้จะเต็มไปด้วยแหลมหลาว เหล็กที่ทั้งยาวและแหลมคมผุดขึ้นเต็มพื้นนรกเป็นหมื่นเป็นแสน แต่ละอันลุกโชนไปด้วยไฟแดงฉาน ไฟที่พุ่งออกจากแหลนหลาวนั้นร้อนแรงสุดจะบรรยาย สัตว์นรกแต่ละตนจะถูกเสียบไว้บนปลายแหลมหลาว จากนั้นก็จะมีไฟพุ่งขึ้นแผดเผาจนหนังเนื้อพุพองไหม้เกรียม เหมือนกับการย่างเนื้อ ครั้นแผดเผาจนได้ที่แล้วก็จะมีสุนัขนรกตัวเท่าช้าง ส่งเสียงเห่าหอนดุจเสียงฟ้าผ่า วิ่งมาแต่ไกลเข้างับร่างกระชากเนื้อไปกินอย่างหิวโหยจนเหลือแต่กระดูก แม้ได้รับการทรมานถึงเพียงนี้ สัตว์นรกในขุมนี้ก็ไม่ตายกลับคืนร่างดังเดิมเพื่อรับการทรมานอีก เวียนวนอยู่อย่างนี้จนกว่าจะสิ้นกรรม

มหานรกขุมที่ ๗ มหาตปนนรก

มหาตปนนรก แปลว่า นรกที่ทรมานด้วยการแผดเผาแสบสันยิ่งกว่าตปนนรก นรกขุมนี้ภายนอกล้อมรอบด้วยกำแพงเหล็กที่ลุกโชนด้วยไฟ ทั้งลึกทั้งกว้าง ยิ่งกว่าทวีปหนึ่งทวีป ภายในมีภูเขาเหล็กมหึมาทั้งสูงทั้งใหญ่ลุกโชนด้วยไฟ ตั้งเรียงรายทั่วนรก ณ บริเวณรอบภูเขาก็มีหลาวเหล็กแหลมปักรายล้อมเต็มไปหมด
สัตว์นรกทั้งหลายจะถูกนายนิรยบาลไล่เอาหอกทิ่มแทงบังคับให้ปีนขึ้นไปบนภูเขาเหล็กไฟ ครั้นถูกไฟและความร้อนจากภูเขาเผาผลาญมือ เท้า หน้าอก ใบหน้า ต่างก็พากันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ยิ่งสูงไฟก็ยิ่งแผดเผา ลำดับนั้น ก็จะเกิดมีลมนรกพัดมาด้วยกำลังอันแรง ทำให้สัตว์นรกพลัดตกจากยอดเขาหล่นลงมาเสียบกับหลาวเหล็กทะลุหัว ตา สีข้าง ลำตัว เลือดสาดแดงฉาน เป็นภาพที่สยดสยองน่าสะอิดสะเอียน

มหานรกขุมที่ ๘ อเวจีมหานรก

อเวจีมหานรก แปลว่า นรกที่ลงโทษสัตว์หนักสถานเดียว ไม่มีผ่อนปรน สัตว์นรกขุมนี้จะมีขนาดใหญ่เท่าภูเขา แต่ละตัวถูกล้อมด้วยกำแพงเหล็ก ๖ ด้าน, ด้านข้าง ๔, เบื้องบนและเบื้องล่าง ๒ เหมือนถูกขังไว้ในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยม ภายในกล่องเหล็กจะมีหลาวเหล็กขนาดเท่าลำตาลพุ่งจากกำแพงเบื้องบนเสียบตั้งแต่ศีรษะทะลุทวารหนัก ปักลงที่พื้นเบื้องล่าง ด้านหน้าด้านข้างก็มีหลาวเหล็กพุ่งเสียบทะลุอกและสีข้างไปปักเข้าที่กำแพงอีกด้าน กระดุกกระดิกไม่ได้ จากนั้นก็มีไฟนรกที่ร้อนแรงยิ่งกว่านรกขุมใดพุ่งออกจากกำแพงทั้ง ๖ ด้าน เข้าแผดเผาทุกส่วนของร่างกาย สัตว์นรกได้รับความทุกข์ทรมานเช่นนี้ จะดิ้นรนหนีหรือกรีดร้องเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดก็ไม่สามารถทำได้ คงถูกตรึงแผดเผาอยู่เช่นนั้นจนกว่าจะสิ้นกรรม



DT012622  lc-kukko 
 DT012622 
 7 พ.ค. 2555 เวลา 17:36 น.
 

 เปิดอ่านหน้านี้  1839 
 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

Member Detail  Guest


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login

  ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านทาง Facebook


จีรัง กรุ๊ป

เพจธรรมะไทย


 ธรรมะไทย