หลับยังไงจะได้ไม่ฝัน

    

ขอถามผู้ที่นอนหลับแล้วไม่ฝันด้วยครับว่าท่านทำไงบ้าง
ทำไมผมนอนทีไรฝันทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน แม้แต่หลับบนรถเมล์ ก็ยังฝัน ฝันเรื่อยเปื่อยไม่เป็นเรื่องเป็นราว ฝันว่าอยู่ตรงนี้ แล้วก็ไปโผล่ตรงโน้น จับจุดไม่ได้ ไม่อยากจะฝันเลย เพราะฝันที่ไรตื่นนอนมารู้สึกเหมือนนอนไม่เต็มอิ่ม ตื่นมาแล้วเพลีย ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอนก็ยังฝัน นั่งสมาธิก่อนนอน ก็ฝัน




ผมก็เป็นเหมือกันนะครับ ยิ่งตอนนี้ผมกำลังเรียนอยู่เครียดๆฝันตลอดตื่นขึ้นมาเพลียมากแล้วก็เวลาเรียนไม่มีสมาธิเลยครับ...อาจารย์บอกว่าคนใหนที่นอนแล้วไม่ฝันน่ะตื่นขึ้นมาจะไม่เพลียครับ...ผมก็ทำทุกวิธีแล้วเหมือนกันก็ยังฝันเหมือนเดิม ถ้าใครมีวิธีที่ทำให้เวลานอนแล้วไม่ฝันก็ช่วยบอกด้วนนะครับ.........ขอบคุณมากครับ



อริยาบทของการนอน และอริยาบทของการหลับ


ขณะนอนอาจไม่ได้หลับเสมอไป
ขณะหลับอาจไม่ได้อยู่ในอริยาบทนอนเสมอไป
ความฝันก็ไม่ได้เกิดในอริยาบทหลับเสมอไป
แต่หลับแล้วฝันกันทุกคน
และคนที่ฝันขณะหลับไม่ได้จำความฝันได้กันทุกคน

คนที่กล่าวว่าตนเองนอนหลับสนิท ไม่ได้ฝันเลย อย่างนี้เป็นการเข้าใจผิด มีความรู้ผิด

จิตทุกดวงมีผัสสะ มีมโนผัสสะ มีมโนวิญญาณทำงานทำหน้าที่รู้ทุกขณะจิต
แต่บุคคลใดสัญญาและปัญญามีคุณภาพไม่ดี คนนั้นมีสัญญาและปัญญาทุรพล พิการไป บกพร่อง ย่อมจำความฝันของตนเองไม่ได้


ความฝันเกิดได้อย่างไร ??

คนที่หลับเนื่องจากมีวิบากจิตอันได้แก่ อกุศลวิบาก และกามาวจรกุศลวิบากมาทำหน้าที่เป็นภวังค์ติดต่อกันเป็นเวลานาน บุคคลนั้นจึงง่วงและหลับ

ส่วนคนที่นอนด้วยรูปาวจรกุศลวิบาก หรือ อรูปาวจรกุศลวิบาก หรือโลกุตตระกุศลวิบาก คือนอนทรงฌานในรูปฌานหรืออรูปฌานที่เป็นวิบาก หรือเสวยอริยะผลจิต คนเหล่านี้อยู่ในท่านอนก็จริงแต่ไม่ได้หลับเลย
เรียกว่าเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน คือพุทโธ

1.อกุศลวิบากจิตที่ปราศจากปัญญาญาณ ไม่มีญาณรู้ในจิตมาทำหน้าที่เป็นภวังค์ คนแบบนี้ฝันแล้วย่อมจำความฝันไม่ได้ เพราะสัญญาและปัญญามีคุณภาพไม่ดี ทุรพล
ตื่นมาแล้วจำความฝันไม่ได้เลย เข้าใจผิดคิดว่าตนเองหลับสนิท


2.อกุศลวิบากจิตที่ประกอบด้วยญาณ มาทำหน้าที่เป็นภวังค์ คนแบบนี้ฝันแล้วย่อมจำความฝันได้ แต่ฝันร้ายไปตามการชักจูงของกิเลส

3.กามาวจรกุศลวิบากจิตที่ปราศจากญาณ ไม่มีญาณรู้ในจิต มาทำหน้าที่เป็นภวังค์ คนแบบนี้ฝันแล้วย่อมจำความฝันไม่ได้ เพราะสัญญาและปัญญามีคุณภาพไม่ดี ทุรพลด้วยอำนาจของอุเบกขา ตื่นมาแล้วจำความฝันไม่ได้เลยเข้าใจผิดคิดว่าตนเองหลับสนิท

4.กามาวจรกุศลวิบากจิตที่ประกอบด้วยญาณ มีญาณรู้ในจิต มาทำหน้าที่เป็นภวังค์ คนแบบนี้ฝันแล้วย่อมจำความฝันได้ เพราะสัญญาและปัญญามีคุณภาพดี ฝันนั้นเป็นฝันดีและแม่นยำบ้างบางครั้งด้วยอำนาจแห่งกามาวจรกุศลจิตและกามาวจรกุศลวิบากจิตนั้น

5.คนที่นอนทรงรูปฌาน หรืออรูปฌาน หรืออริยะผลจิต คนอย่างงนี้นอนอย่างเดียว ไม่ได้หลับ เป็นผู้รู้ ผู้ตื่นอยู่ตลอดเวลา อาจมีอภิญญาญาณต่าง ๆ เกิดได้ในขณะนั้น


สรุปว่า

จิตของทุกคนมีผัสสะทุกดวง ไม่ว่าหลับหรือตื่น เวทนารู้สิ่งใด สัญญาก็จำสิ่งนั้น สัญญาจำสิ่งใด วิญญาณก็รู้แจ้งสิ่งนั้น วิญญาณรู้แจ้งสิ่งใดปัญญาย่อมรู้ชัดรู้ละเอียดสิ่งนั้น

จำสิ่งที่รู้ได้เรียกว่า หลับแล้วฝัน
จำไม่ได้ ก็เข้าใจผิดคิดว่าตนเองหลับสนิท ไม่ได้ฝัน
จิตเป็นอกุศลก็ฝันร้าย
จิตเป็นกามาวจรกุศลก็ฝันดี
จิตทรงฌานและมัคคผล ปัญญาญาณย่อมปรากฎเห็นตามเป็นจริงไม่ใช่ฝัน


ต้องการหลับแล้วไม่ให้ฝัน นั้นทำไม่ได้ครับ คือมีแต่การจำความฝันไม่ได้
ที่คนเรียกว่าหลับสนิทจริง ๆ แล้วไม่ทีใครที่หลับสนิทได้จริงครับ

ต้องตื่นด้วยฌานสมาบัติหรือผลสมาบัติหรือดับจิตตสังขารด้วยสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เวลานอนจึงจะไม่ฝันครับ


เจริญในธรรมครับ


อภิปัญโญ ภิกขุ





ต้องการหลับแล้วไม่ให้ฝัน นั้นทำไม่ได้ครับ คือมีแต่การจำความฝันไม่ได้
ที่คนเรียกว่าหลับสนิทจริง ๆ แล้วไม่ทีใครที่หลับสนิทได้จริงครับ


ขอแก้ไขข้อความที่ผิดครับ

ต้องการหลับแล้วไม่ให้ฝัน นั้นทำไม่ได้ครับ คือมีแต่การจำความฝันไม่ได้
ที่คนเรียกว่าหลับสนิทจริง ๆ แล้วไม่มีใครที่หลับสนิทได้จริงครับ


เจริญในธรรมครับ

อภิปัญโญ ภิกขุ


พระไตรปิฎกเล่มที่ 22 พระสุตตันตปิฎก เล่ม 14อังคุตตรนิกาย ปัญจกนิบาต ปัญจมปัณณาสก์ กิมพิลวรรค มุฎฐัสสติสูตร
[๒๑๐] ดูกรภิกษุทั้งหลาย โทษแห่งภิกษุผู้ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ
นอนหลับ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ย่อมหลับเป็นทุกข์ ๑ ย่อมตื่น
เป็นทุกข์ ๑ ย่อมฝันลามก ๑ เทวดาย่อมไม่รักษา ๑ น้ำอสุจิย่อมเคลื่อน ๑ ดูกร-
ภิกษุทั้งหลาย โทษแห่งภิกษุผู้ลืมสติ ไม่มีสัมปชัญญะ นอนหลับ ๕ ประการ
นี้แล ฯ
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์แห่งภิกษุผู้มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะ นอน
หลับ ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน คือ ย่อมหลับเป็นสุข ๑ ย่อมตื่น
เป็นสุข ๑ ย่อมไม่ฝันลามก ๑ เทวดาย่อมรักษา ๑ น้ำอสุจิย่อมไม่เคลื่อน ๑
ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานิสงส์แห่งภิกษุผู้มีสติตั้งมั่น มีสัมปชัญญะ นอนหลับ
๕ ประการ นี้แล ฯ

จบสูตรที่ ๑๐

ผมว่าคือมีสติ หรือเจริญสติในการนอนก็จะดีครับ


มนุษย์ปุทุชน มีการปรุงแต่งเป็นธรรมดา
ขนาดตาหลับ ยังปรุงแต่งให้เกิดเห็นภาพขึ้นมาได้เลย ครับ
อย่างนั้นแล้วประสาอะไรกับ ขณะตื่นอยู่ก็ปรุงแต่งรู้สิ่งต่างๆ ตามความอยากของแต่ละคน

รู้ไหมครับ ว่าทำยังไงให้หยุดได้

คำตอบง่ายแต่ทำยากพอดูครับ คือ ทำตามคำสอนของพระพุทธเจ้า แล้วฝึกฝนไปเรื่อยๆ ชำนาญเมื่อไหร่ก็ หยุด ได้เอง ครับ


เห็นด้วยและอนุโมทนากับการเจริญสติในการนอนครับ
อย่างน้อยๆก็อาณาปาฯจนค่อยๆหลับ
และในวินาทีแรกที่รู้สึกตัวตื่นจากหลับก็ให้อาณาปาฯติดจมูกขึ้นในทันที
สติที่ต่อเนื่องน่าจะช่วยเกี่ยวกับฝันได้นะครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  8245 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย