ถ้าชีวิตนี้สมหวังไปทุกสิ่งทุกอย่างจะมีทุกข์ไหม

 คืนถิ่น   16 พ.ค. 2554

ได้ไปนมัสการพระพุทธรูปแห่งหนึ่ง ทางวัดมีกระจายเสียงเกี่ยวกับธรรม เป็นการสนทนาของสาวกของคุณสัญชัยเวลัฏบุตรกับพระอภิญญารูปหนึ่ง(ไม่ขอพูดเรื่องอภิญญานะครับเพราะพระเทวทัตก็ทำได้แต่รักษาศีล 5 ยังไม่ได้) ทางฝ่ายฆราวาส(ไม่แน่ใจว่าคิดแล้วพระอ่านออกด้วย เจโตปริยญาณ หรือ ถามออกมาเลย) มีปัญหาเช่นนี้ เนื่องจากเป็นการอธิบายให้ผู้ที่อยู่ในลัทธิอื่นฟัง ทุกข์จึงหมายเพียง "ความไม่สบายกายไม่สบายใจ"
ไม่ใช่ทุกข์ในอริยสัจหรือทุกข์ในไตรลักษณ์นะครับ

ท่านผู้อ่านคิดว่าจะมีทุกข์ไหมครับ ถ้าอยากได้อะไรก็ได้ อยากมีอยากเป็นอะไรก็ได้ทุกอย่างดังใจหวัง ในทำนองเดียวกัน ไม่อยากมีหรือไม่อยากเป็นอะไรก็ไม่ต้องมีไม่ต้องเป็น




ผมพยายามค้นหาข้อความในกูเกิ้ลแต่หาคีย์เวิร์ดไม่ได้น่ะครับ(เสร็จเลย) เพราะจำชื่อของท่านผู้นั้นไม่ได้และชื่อของพระเถระก็ฟังไม่ชัด เลยขอเล่าแบบที่ตัวผมเองจำได้ก็แล้วกันนะครับ ท่านกล่าวว่า มีชายคนหนึ่งปิ้งเนื้ออยู่บนกองไฟที่ลุกโชน(คิดว่าหมายถึงกองแห่งทุกข์)เพื่อไม่ให้เนื้อไหม้เขาจำเป็นต้องลดแรงไฟลงโดยไปหาฟืนมาใส่เพิ่มเมื่อหาฟืนมาใส่เพิ่มแรกๆก็ช่วยให้เปลวไฟลดลงได้แต่สุดท้ายเมื่อฟืนลุกไหม้สมบูรณ์เปลวไฟก็ลุกโชนอีกก็ต้องไปหาฟืนมาใส่อีก แรกๆก็ช่วยได้นิดๆหน่อย แต่หลังจากนั้นไฟลุกโชนยิ่งกว่าเก่าๆ เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ (เสมือนการตอบสนองตัณหา คือ แรกๆความอยากก็ลดลงแต่ภายหลังอยากหนักยิ่งกว่าเก่า) ผมไม่ได้ฟังจนจบน่ะครับมาคิดต่อเอาเองว่า หากสมุทัย(คือตัณหาทั้งสามยังอยู่) อย่างไรเสียก็ทุกข์อยู่ดี มาคิดเล่นๆ ถ้าชีวิตสุขสมหวังไปหมดทุกข์อย่างถึงเวลาจะตายคงอาลัยน่าดู(นี่ยิ่งทุกข์ในอริยสัจเลยคือเข้าไปยึดมั่นถือมั่นในอุปาทานขันธ์ทั้ง 5...ใช่เปล่าครับ)


ถ้าชีวิตนี้สมหวังไปทุกสิ่งทุกอย่างจะมีทุกข์ไหม
เป็นการสมมุติ ที่เป็นไปไม่ได้ เรียกว่าจินตนาการ เพ้อฝัน

"ทุกข์" มีตัวเดียวแหละครับ ไม่ได้มีหลายตัว

"ทุกข์" ของปุถุชนคือ รู้ทุกข์ จากการเรียน การท่องจำ ส่วนใหญ่จะรู้แต่ทุกข์ ไม่รู้สมุทัย เหตุแห่งทุกข์
"ทุกข์" ในอริยสัจจคือ ต้องเห็นทุกข์ด้วย "ปัญญา" จึงเรียกว่า ทุกข์ในอริยสัจ

สาธุ


คนไม่รู้และเป็นสาวกของลัทธิอื่นมาก่อน(สัญชัยเวลัฏบุตร)เค้าถามน่ะครับ พระท่านเลยอุปมาแจกแจงให้ฟังเพราะเค้าไม่มีความรู้เบื้องต้นที่ชาวพุทธควรรู้มาก่อนอ่ะครับ สุดท้ายผลเป็นยังไงผมยังไม่ทราบเลยครับ ไม่รู้ว่าท่านนี้เปลี่ยนมานับถือพระรัตนตรัยหรือเปล่า แต่อยากให้เปลี่ยน เพราะท่านสัญชัยเวลัฏบุตรเคยกล่าวกับ อุปติสสะปริพาชกและโกลิตะปริพาชกว่า "คนฉลาดจงไปหาสมณโคดม คนโง่จงมาหาเรา" ถึงจะประชดก็เป็นการประชดด้วยการพูดเรื่องจริงนะครับผมว่า


ถ้าชีวิตนี้สมหวังไปทุกสิ่งทุกอย่างจะมีทุกข์ไหม ??

ก็ต้องพิจารณาว่าสมหวังในเรื่องใดครับ
1.ถ้าความสมหวังแล้วความสมหวังนั้นยังเนื่องหรือเกี่ยวข้องด้วยอุปธิหรือขันธ์ 5 และอาสาวะกิเลสอยู่
ความสมหวังนั้นย่อมทุกข์โดยอุปธิเพื่อภพต่อไปแน่นอนครับ

2.ถ้าความสมหวังนั้นไม่เนื่อง ไม่เกี่ยวข้องด้วยอุปธิหรือขันธ์ 5 เป็นไปเพื่อความดับแห่งขันธ์ 5 เป็นไปเพื่อความดับแห่งกิเลสสังโยชน์ทั้งปวง เช่นการใช้อภิญญาจิตอธิษฐานให้จิตตสังขารพร้อมด้วยกิเลสสังโยชน์ดับไป บรรลุเจโตวิมุติคือสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ และอรหัตตผล ความสมหวังอย่างนี้ไม่ทุกข์ครับ


สรุปว่า
ยังมีขันธ์ 5 อยู่ตราบใด ความสมหวังนั้นย่อมทุกข์อย่างแน่นอนครับ



เจริญในธรรมครับ.



ถ้าสมหวังทุกสิ่ง เช่น บ้าน รถ เงินทอง บริวาร อำนาจ ยศ
เราก็ไม่พบทุกข์ เมื่อไม่เคยพบทุกข์ ก็ไม่แสวงหาทางพ้นทุกข์

แต่โลกใบนี้สุดท้ายมันก็ทำให้เราทุกข์ คือ ความตาย ความพลัดพรากไงครับ
ถ้าเราแก่ จนเห็นทุกข์ เอาตอนนั้น ผมว่าคงไม่ทันละครับ ที่จะดับทุกข์ได้
ยิ่งสมมุติตอนหนุ่มก่อกรรมไว้มาก โดยไม่คิดว่าทุกข์จะตามมาภายหลัง อาจเป็นโรคร้าย

ผมว่าเป็นการดีที่มนุษย์มีทั้งทุกข์และสุข
เสมือนเป็นเครื่องเตือนสติพวกเรา ไม่ให้หลงเพลิดเพลิน ไปกับโลกสมมุติใบนี้
และเมื่อเรามีสติ ทำดี ยึดมั้นในธรรมะ เราก็จะไม่หลงทางแน่นอนครับ



 เปิดอ่านหน้านี้  3017 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย