ผมเลิกกินเนื้อสัตว์เพราะคลิปนี้ครับ

 terryh   4 เม.ย. 2554

ผมเลิกกินเนื้อสัตว์เพราะคลิปนี้ครับ อยากให้ดูและวัดใจตัวเองว่า

ยังมีความเมตตามากพอที่จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่า

http://www.jozho.net/index.php?mo=5&qid=666547


http://www.peta.org/issues/animals-used-for-food/photos.aspx




j




ผมเลิกกินเนื้อสัตว์เพราะคลิปนี้ครับ อยากให้ดูและวัดใจตัวเองว่า

ยังมีความเมตตามากพอที่จะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาหรือเปล่า

www.jozho.net/index.php?mo=5&qid=666547


http://www.peta.org/issues/animals-used-for-food/photos.aspx




jozho






























สารพัดพิษภัยจาก เนื้อสัตว์ เสี่ยงต่อการเจ็บป่วยด้วยโรคร้าย

นานาชนิด เช่น โรคเนื้องอก โรคมะเร็ง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด


Proven: Eating Red Meat Raises Death Risk from Cancer and Other Diseases

Learn more: http://www.naturalnews.com/026692_meat_death_risk.html#ixzz1EghvwD16
Red meat links to high deadly dieases

www.naturalnews.com/red_meat.html
****************************

สารพัดพิษที่มากับเนื้อสัตว์



Edit TitleEdit Detail
สารพัดพิษที่มากับเนื้อสัตว์

คนในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น มักนิยมรับประทานแฮมเบอร์เกอร์ เนื้อไก่ น่องไก่ ตามร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งมีอยู่เกลื่อนในเมืองไทย เป็นค่านิยมที่ถูกปลูกฝัง ให้มีวัฒนธรรมในการกินแบบผิดๆ หากไม่ถอนตัวเสียแต่วันนี้ ก็เตรียมรับมือกับโรคภัย ที่จะมา เยือนในไม่ช้า
รองศาสตราจารย์ ดร.ไมตรี สุทธจิตต์

นี่เป็นความผิดพลาดทางโภชนาการ อันใหญ่หลวงของมนุษย์ ในศตวรรษที่ผ่านมา เพราะเป็นยุคที่เราเห่ออาหารฝรั่ง อเมริกัน และอาหารตะวันตก ซึ่งเป็นสินค้าข้ามชาติ

ฝรั่งเขาปรุงรสชาติอาหารให้มีรสอร่อย ติดใจและกินง่าย ให้เป็นอาหารจานด่วนหรือ “ฟาสต์ฟู้ด” ซึ่งนำไปสู่โรคร้ายเรื้อรังอย่างรวดเร็ว เช่น โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน มะเร็ง เป็นต้น

ถ้าเป็นเช่นนี้ “ฟาสต์ฟู้ด” ก็จะกลายเป็น “ฟาสต์ฟุบ” ของคนอเมริกันไปในที่สุด

สมาคมโรคหัวใจแห่งอเมริกา ได้วิจัยพบว่า ผู้ที่นิยมรับประทานเนื้อสัตว์ จะมีปริมาณระดับโคเลสเตอรอลสูงถึง ๒๑๐ มิลลิกรัม โคเลสเตอรอลในเลือด หากมีปริมาณมาก มันจะตกตะกอน เกาะติดกับผนังเส้นเลือด ทำให้เส้นเลือดตีบ และเกิดเส้นเลือดแข็ง หากเป็นเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจ ก็จะทำให้หัวใจวายในที่สุด

โคเลสเตอรอลมีมากที่สุดในไขมันสัตว์ และไม่สามารถละลายได้ในร่างกายของมนุษย์ มันจะสะสม อยู่ตามผนังของเส้นเลือด ก่อให้เกิดภาวะอุดตันในเส้นเลือด หรือเส้นเลือดตีบ เมื่อเลือดไหลผ่านได้น้อย หัวใจต้องทำงาน หนัก ในการสูบฉีด เป็นเหตุให้ความดันโลหิตสูง และเป็นโรคหัวใจ

อาจารย์กนกวรรณ อุโฆษกิจ


การประชุมโรคหัวใจ… รายงานการป้องกันโรคหลอดเลือดว่า บทบาทของสารต้านออกซิแดนท์ ผักและผลไม้ ได้เป็นที่ยอมรับของผู้ X วชาญกว่า ๔๐ คนว่า มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อได้ว่า การกินผักและผลไม้ ที่มีสารต้านออกซิแดนท์มากๆ นั้น ช่วยลดการเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดได้
บทความจากกองทุนวิจัยมะเร็งแห่งโลก สรุปว่า อาหารที่มาจากพืช สามารถป้องกันการเกิดมะเร็ง ในสหราชอาณาจักรได้ถึงปีละ ๑๐๐,๐๐๐ รายต่อปี

งานวิจัยที่ศูนย์การแพทย์ควีนอลิซาเบธที่ ๒ ในเมืองเพิร์ธ แห่งออสเตรเลียตะวันตก เชื่อว่า ผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ผลไม้ ผักสด ป้องกันมะเร็งเต้านมได้ สารที่น่าเชื่อว่า เป็นสารต้านมะเร็ง ก็คือ เอสโตรเจนจากพืช นั่นเอง




นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษและอเมริกา พบว่า คนที่กินเนื้อสัตว์เป็นประจำ ทำให้แบคทีเรียในลำไส้เล็ก ทำปฏิกิริยากับน้ำย่อย ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง เป็นสาเหตุของโรคมะเร็งในลำไส้ ซึ่งพบมากในกลุ่ม คนที่กินเนื้อสัตว์เป็นประจำ

เมื่อผ่านกระบวนการย่อยสลายแล้ว เนื้อสัตว์จะถูกขับไปยังลำไส้ใหญ่ และตกค้างอยู่เป็นเวลานาน ปริมาณแก๊สและเชื้อโรคในลำไส้จะสูงกว่าปกติ แซนติน (Xantin) คือหนึ่งในนั้น ที่เป็นสารก่อมะเร็งในลำไส้ พบว่าผู้ที่ทานเนื้อสัตว์ มีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งลำไส้มากที่สุด

ในเนื้อย่าง ๑ กิโลกรัม มีสาร “โซไพริน” เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ถึง ๖๐๐ มวน ซึ่งทำให้คนเป็นมะเร็งได้เช่นเดียวกัน หากนำสารพิษที่สกัดมาฉีดให้กับหนู จะทำให้หนูเป็นเนื้องอกและมะเร็งในเม็ดเลือด

แม้แต่น้ำมันที่ได้จากไขมันสัตว์ เมื่อได้รับความร้อน จะแปรสภาพเป็นสารเคมีที่เป็นพิษ เรียกว่า เมธิลคอลเรนทีน (Methylcholan-threne) สารนี้ทำให้เกิดโรคมะเร็งในคน แต่ไม่พบสารนี้ในน้ำมันพืชเลย


ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์



ตับห่าน อาหารหรูอันโอชะ ราคาแพง ถุกแบนใน ประเทศเยอรมันนี

แหล่งที่มาแสนหฤโหดที่มนุษย์ ได้กระทำ ต่อสัตว์ ตัวเล็ก ๆ เพื่อนร่วมวิบากกรรม




















คณะผู้จัดงานเทศกาลอาหารชื่อดังของเยอรมนี มีคำสั่งห้ามไม่ให้มีการนำ "ฟัว กราส์" หรือตับห่าน เมนูอาหารชื่อดังของฝรั่งเศส มาร่วมแสดงในเทศกาลอย่างเด็ดขาด















ทั้งนี้ เทศกาลอาหารอานูก้า ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองโคโลญจ์ ในเดือนตุลาคมนี้ อ้างคำกล่าวของกลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์ที่ว่า การผลิตฟัว กราส์ มีกระบวนการที่บ่งชี้ว่ามีการกระทำทารุณต่อสัตว์ ซึ่งสร้างความขุ่นเคืองให้แก่ผู้ผลิตอาหารชนิดนี้ในฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก







โดยอ้างว่าการผลิตตับห่านเกี่ยวข้องกับการบังคับให้ห่านหรือเป็ด กินอาหารโดยที่พวกมันไม่เต็มใจ เพื่อให้ตับของมันเต็มไปด้วยไขมันมากกว่าปกติ โดยพวกมันต้องกลืนอาหารจากท่อที่ต่อเข้ากับปากของมัน เพื่อให้ตับมีขนาดใหญ่มากกว่าปกติประมาณ 10 เท่า ซึ่งการกระทำเช่นนี้ถูกสั่งห้ามในเยอรมนี แม้ว่าจะมีการบริโภคตับห่านอย่างแพร่หลายก็ตาม







ด้านนายบรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีเกษตรของฝรั่งเศส ได้ส่งจดหมายร้องเรียนไปยังนางอิลเซ แอ็คเนอร์ รัฐมนตรีเกษตรเยอรมนี เพื่อให้มีการยกเลิกข้อห้ามดังกล่าว โดยกล่าวว่า เทศกาลครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายจะได้พบปะกับผู้บริโภคโดยตรง และหากเยอรมนียังคงยืนยันคำสั่งเช่นนี้ เขาเองก็ไม่เห็นว่าควรจะไปร่วมงานนี้แต่อย่างใด







นายเลอ แมร์ ยืนยันว่า ฝรั่งเศสได้ปฏิบัติตามกฏข้อบังคับของสหภาพยุโรปว่าด้วยการปฏิบัติต่อสัตว์อย่างดี ขณะที่นางแอ็คเนอร์กล่าวตอบว่า นี่เป็นเรื่องของคณะผู้จัดงานที่จะตัดสินใจว่าควรทำอย่างไร







กลุ่มพิทักษ์สิทธิสัตว์เปิดเผยว่า มีเพียงร้อยละ 15 ของผู้ผลิตฟัว กราส์เท่านั้น ที่ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับของอียู ที่ห้ามไม่ให้มีการเลี้ยงสัตว์ปีกในกรงที่มีขนาดเล็กกว่าที่พวกมันจะสามารถขยับปีกได้ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อต้นปี 2011 ที่ผ่านมา







ทั้งนี้ มีเป็ดราว 37 ล้านตัว และห่านประมาณ 7 แสนตัว ที่ถูกเชือดเพื่อนำตับของมันไปประกอบอาหาร การบังคับให้สัตว์ดังกล่าวกินอาหารเป็นสิ่งที่มีการปฏิบัติมาช้านาน ราว 2,500 ปีก่อนคริสตกาล และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชาวอียิปต์ใช้วิธีเดียวกันนี้เพื่อขุนให้สัตว์จำพวกเป็ดไก่อ้วนขึ้นหรือไม่







ตามบัญญัติกฎหมายข้อหนึ่งของฝรั่งเศส หรือที่เรียกกันว่า "ข้อห้ามทางวัฒนธรรม" ระบุไว้ว่า "ฟัว กราส์ คือส่วนหนึ่งของมรดกด้านวัฒนธรรมและศิลปะการรับประทานอาหารของฝรั่งเศส โดย "ฟัว กราส์" หมายความถึง "ตับของเป็ดหรือห่าน ที่ถูกทำให้สมบูรณ์อย่างเฉพาะเจาะจง โดยวิธีการบังคับกินอาหาร"







ฝรั่งเศสเป็นประเทศผู้ผลิตฟัว กราส์ รายใหญ่กว่าร้อยละ 75 ของทั่วโลก โดยแหล่งผลิตอื่นๆ ได้แก่ สหรัฐฯและจีน


ฝรั่งเศสเป็นประเทศผู้ผลิตฟัว กราส์ รายใหญ่กว่าร้อยละ 75 ของทั่วโลก โดยแหล่งผลิตอื่นๆ ได้แก่ สหรัฐฯและจีน

http://j-b-t.blogspot.com/2010/06/foie-gras-1500.html










 เปิดอ่านหน้านี้  3050 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย