ช่วยตอบให้ผมได้ลบหลู่สิ่งเหล่านี้อย่างมั่นใจด้วยครับ

 ช่าง พอ MBK   

ปัจจุบันมีสิ่งที่ชาวพุทธให้ความยึดถือเป็นที่พึ่งนอกเหนือจากพระรัตนตรัยมากมาย

โดยอาศัยความงมงายไร้สติและความเป็นคนรับสิ่งต่างต่างง่ายแถมยังไม่กล้าที่จะปฏิเสธเพราะโดนสะกดโดยคำว่า ไม่เชื่ออย่าลบหลู่

จนปัจจุบันแถบจะแยกไม่ออกระหว่างสิ่งที่น่าลบหลู่ต่างๆกับแนวทางพุทธศาสนาที่เป็นพุทธแท้
ซึ่งในอนาคตจะทำให้คนรุ่นใหม่และบุคคลที่จะเข้ามานับถือและศึกษาพุทธศาสนาเกิดความสับสนอย่างยิ่ง

ผมจึงอยากขอความเข้าใจที่ถูกว่ามีสิ่งใดบ้างที่ลบหลู่ได้อย่างร้อยเปอร์เซน
เพราะปัจจุบันผมเองปากก็ลบหลู่สิ่งที่น่าลบหลู่ต่างๆเพื่อให้คนที่กำลังหลงผิดได้เกิดปัญญาแต่ใจจริงก็กลัวอยู่บ้างประมาณว่า ลบหลู่แบบ 70 / 30 คือกลัว 30

สิ่งที่น่าลบหลู่ในความคิดผมเช่น ทรงเจ้าเข้าผี วิณญาณเร่ร่อน เสริมบารมีเสริมต่างๆ การตัดกรรม
เลิกงามยามดี เปลี่ยนชื่อมงคล สะเดาะเคราะห์ สักยันเมตตา ดวงดาวบอกอนาคต สีโชลก ปีชง และอื่นๆอีกมากมายทีมีอยู่ในสังคม

ถ้ากระทู้นี้ผิดพลาดประการใดขออภัยครับ

ถ้าถูกใจเข้ามาเป็นแนวร่วมกันเพื่อพุทธศาสนานะครับ







สัจธรรมของโลกและจักรวาลมีเพียง 1 เท่านั้น

แต่ผู้ที่จะรู้สัจธรรมที่มีเพียง 1 อย่างชัดแจ้ง คือ ผู้ที่เป็นพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้ จึงมีลัทธิ ศาสนา และความเชื่อมากมายเหลือเกิน

แต่โดยหลักแล้ว จิตเป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง ถ้าจิตของสิ่งที่คุณลบหลู่มีพลังเหนือคุณ คุณไปลบหลู่ อาจจะประสพเคราะห์ร้าย

ผมเคยโต้แย้งกับพราหมณ์ที่มีอาคมแก่กล้าท่านหนึ่ง เขารักษาคน โดยการดูดพลังเคราะห์เอามาไว้กับตัว แขนเขาจึงดำ ผมเตือนเขาว่า นั่นเป็นวิธีที่ผิด ต้องแผ่เมตตาให้เจ้ากรรมนายเวรของเขา เจ้ากรรมนายเวรของเขาได้รับผลประโยชน์ โรคร้ายก็หายเอง
เขาโกรธผมมาก หาว่าลองดี

วันนั้นเอง ตอนผมนอน มีวิญญาณคนดึงวิญญาณผมออกจากร่าง กะให้ผมเป็นโรคไหลตาย แต่ทำไม่สำเร็จ ต่อมาเขาก็ให้กุมารทองมาเล่นงานผม ผมก็แผ่เมตตาให้กุมารทอง กุมารทองเลยกลายเป็นเพื่อนผม

หลังจากนั้น เขาก็เสกหนังควายเข้าท้องผม ผมก็เข้ากรรมฐานแผ่เมตตาดับไสยเวทนี้ เมื่อเขาทำอะไรผมไม่ได้ ก็อัญเชิญเทพพระกฤษณะมาเล่นงานผม ตอนผมทำกรรมฐาน ไม่ว่าทำวิธีไหน ก็พบแต่หน้าเทพกฤษณะ ผมเลยบริกรรมถึงพระกฤษณะว่า โอมกฤษณะ ๆๆๆๆๆๆๆ ไปเรื่อยๆ

พระกฤษณะก็มาปรากฏในจิตของผม ยกมือให้พรผมว่า ขอให้สำเร็จๆๆ แล้วท่านก็จากไป

ถ้าผมไม่ใช่คนที่มีวิชาเมตตากรุณาในใจ และฝึกทั้งสมถะและวิปัสสนากรรมฐานทุกวัน ป่านนี้ผมเสร็จไปแล้ว ด้วยเหตุนี้ ถ้าคุณไม่ได้ฝึกจิตจนมีพลัง อย่าเสี่ยงลองของกับสิ่งเหล่านี้ดีกว่า


เห็นหัวข้อแล้วตกใจ...ท่านช่างครับ ต้องเข้าใจความจริงอย่างหนึ่งว่า สัตว์ทั้งปวงมีกรรมเป็นของตนๆ เขาย่อมสั่งสมปัจจัยมาเพื่อความเป็นต่างๆกัน รวมไปถึงการเป็นผู้ตกไปสู่ข่ายแห่งมิจฉาทิฏฐิเชื่อเรื่องต่างๆอันไม่เป็นที่พึ่งอันเกษมของตน เราเองก็ยังไม่พ้นอาการเช่นนี้เลยตราบเท่าที่ยังไม่สามารถทำโสดาปฏิมรรคและผลให้เกิดขึ้นได้ ในปัจจุบันเราอาจเลื่อมใสในศาสนาพุทธอย่างสุดจิตสุดใจ แต่เมื่อเปลี่ยนชาติภพ ใครจะทราบว่าเราจะ ไปเกิดที่ใด ....

แม้ได้มีบุญเกิดในไทย บ้านอยู่ติดวัดพุทธ แต่หากพ่อแม่มีปกติไหว้พระกฤษณะอยู่ เราคงหลีกเลี่ยงการเป็นสา วกผู้ศรัทธาในเทพนั้นไม่ได้ วันหนึ่งคงได้แต่ร้องเพลงสรรเสริญคุณท่านหรือสวดอ้อนวอนอย่างใดอย่างหนึ่งด้วยหวังว่าท่านจะใช้อิทธิฤทธิ์มาดลบันดาลอะไรๆให้ตามที่กิเลสตัณหากำหนดไว้ หรือหากเกิดมาในตระกูลทำประมง เราจะบอกพ่อแม่ว่าไม่ทำงานจับปลาเพราะผิดศีล พ่อแม่คงให้เลิกนับถือศาสนาที่สอนให้ประพฤติศีลเสียโดยทันทีเด็ดขาดเป็นต้นฯลฯ

จึงควรสงสารเห็นใจบุคคลเหล่านั้น แผ่เมตตากรุณาขอให้เขาได้พบและศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเพื่อความเกษมปลอดภัยในสังสารวัฏเถิด อย่าได้ขุ่นเคืองให้ใจเราเป็นอกุศลเลย เพราะการสั่งสมบาปอกุศลแม้เล็กน้อยย่อมนำมาแต่ความทุกข์เดือดร้อนแก่เราเท่านั้น...

ผมเข้าใจความรู้สึกเดือดร้อนใจของท่านช่างพอนะครับว่าหวังดีแก่ผู้อื่น แต่ต้องรักษาใจเราไว้ด้วย แม้การที่จะแสดงออกด้วยกายวาจาหรือใจว่าไม่เห็นด้วยก็พึงพิจารณาแสดงออกด้วยเมตตาหวังเอื้อประโยชน์ แก่ชนทั้งหลาย การแสดงอหังการด้วยการลบหลู่นั้นไม่เป็นประโยชน์แก่ใคร การชี้แจงข้อเท็จจริงมีประโยชน์กว่า และต้องพร้อมที่จะวางเฉยหากคนอื่นไม่เห็นด้วยหรือมีความเชื่อแตกต่างออกไป..

เพราะอย่างไรเสีย เราก็มาด้วยกรรมของเรา เขาก็มาด้วยกรรมของ เขา ใครจะยัดเยียดบังคับใจใครได้เล่าครับ...


ขอขอบคุณท่านผู้รู้ทั้งสองท่านครับ

ผิดหวังนิดหน่อยกับคำตอบครับ

แต่ต่อจากนี้ไปผมจะสำรวม กาย วาจา ใจ กว่านี้ครับ
เอาเป็น 50/50 ละกันปลอดภัยดี

ผมตั้งกระทู้โดยเป็นผู้รู้น้อยไม่ได้มีเจตนาร้าย
ถ้าไปกระทบทำให้ใครไม่พอใจขออภัยด้วยครับ
อย่าเพิ่งเสกหนังควายเข้าท้องผมนะครับ

สงสัยลูกผมที่กำลังจะเกิดอีกสองเดือนคงต้องรอตั้งชื่อตามวันเวลาเกิดให้เหมาะสม
ตามที่แม่เขาบอก ตอนแรกว่าจะให้ชื่อ ศรัทธาบุญ แต่ถ้ามีตัวกรกีณีคงไม่ได้






ขอขอบคุณท่านผู้รู้ทั้งสองท่านครับ

ผิดหวังนิดหน่อยกับคำตอบครับ


เลยไม่กล้าตอบค่ะ

เพราะคุณมีคำตอบที่ต้องการอยู่แล้วนี่คะ




เอาง่ายๆๆนะ คือ ไม่นำตัวเขามาเป็นตัวเรา ไม่เอาเราไปเป็นเขา

ไม่มีตัวไม่มีตน ถ้ามีตัวก็ต้องมีของตน


กรุณาผมเถอะครับคุณแม่หิ่งห้อยน้อย
ถึงแม้ผมจะมีคำตอบที่รอคอยอยู่ในใจบ้าง

แต่ถ้าผมเห็นผิดไปก็ยินดีจะน้อมทุกคำแนะนำมาปฏิบัติครับ

ยังรอทุกๆความเห็นนะครับ

พี่ benzzae01 ที่พี่กล่าวมานี่ง่ายแล้วหรือครับ
มีง่ายกว่านี้ไหมครับ


ก็คือไม่เอาทุกข์สรรพสิ่งในโลกมาเป็นเราไง


"ศรัทธา" ความเชื่อ เป็นเรื่องของคนแต่ละบุคคล พ่อแม่ญาติพี่น้อง สามีภรรยา
ไม่ใช่ว่าจะต้องเชื่อเหมือนกัน เชื่อตามกันเสมอไป

"ปัญญา" เป็นอีกเรื่องที่แต่ละคนอบรมมาก็ไม่เหมือนกัน การโน้มน้าวให้เปลี่ยนความคิด
เปลี่ยนความเชื่อ ตามที่เราต้องการนั้นยาก ถึงเราคิดว่านั้นเพราะหวังดี ปรารถนาดี

ศรัทธาความเชื่อ ต้องประกอบด้วย "ปัญญา"
ศรัทธาความเชื่อที่ไม่ประกอบด้วยปัญญา ก็กลายเป็น "หลงงมงายไร้เหตุผล"
เมื่อถูกถาม ทำไมจึงเชื่อ ทำไมจึงศรัทธา ก็ตอบไม่ได้ อธิบายไม่เป็น
จึงใช้คำพูดแบบไม่มีเหตุผล ไม่มีปัญญา "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"

ศรัทธาความเชื่อ เชื่ออย่างไร? เรียกว่าเชื่ออย่างมีเหตุผลมีปัญญา

เชื่อ"กรรม" เชื่อ "ผลของกรรม"
เชื่อว่า "ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว"
เชื่อว่า "พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์"
เป็นสรณะที่พึ่งได้จริง ไม่มีสรณะอื่นยิ่งกว่า

เมื่อเราชี้แล้ว ทำหน้าที่ของเราแล้ว เขาไม่เชื่อ ไม่ศรัทธา ก็ต้องปล่อย ก็ต้องวาง

เจริญธรรม



มีไมมีก็ไม่ควร
ลบหลู่ครับ

อย่าถือว่าเราเก่งกว่า

อย่าถือว่าเราด้อยกว่า

อย่าถือว่าเราเสมอ

จงถือว่าเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นครับสาะ


เอ่อ. .. สวัสดีครับ ขออนุโมทนากับทุกท่านด้วยครับ

ทำดีนั่นแหละเป็นยอดฤกษ์ ทำดีเมื่อไรดวงดีเมื่อนั้น

การพยากรณ์ตัวบุคคลมีตัวแปรสำคัญคือ กฏของกรรมของแต่ละบุคคลในอดีตชาติภพเดิม และในอดีตชาติปัจจุบัน สำหรับประการแรก ไม่มีปุถุชนทราบได้ ยกเว้นสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น พระองค์ตรัสถึงเรื่องกรรม เป็นเรื่องอจินไตย (ไม่ควรคิด) พระพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนให้ทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุด คือ เพิ่มพูลบุญกุศล ละเว้นการทำบาป ไม่เบียดเบียนข่มเหงรังแกผู้อื่น มีความคิดชอบ ปฏิบัติชอบ

ฤกษ์งามยามดีในทรรศนะพุทธศาสนา มีกล่าวในสุปุพพัณหสูตร ...สัตว์ทั้งหลายประพฤติชอบในเวลาใด เวลานั้นชื่อว่าเป็นฤกษ์ดี มงคลดี สว่างดี รุ่งดี ขณะดี ยามดีและบูชาดี.....และในนักขัตตชาดก ว่าด้วยประโยชน์คือฤกษ์.....ประโยชน์ได้ล่วงเลยคนโง่เขลา ผู้มัวคอยฤกษ์อยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวจักทำอะไรได้....

ศึกษาเรื่องกรรมดีกรรมชั่วที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ให้ลึกซึ้งเป็นดีที่สุด คนเราพออุ่นใจกับความรู้ สบายใจกับกรรมดีในปัจจุบันของตน ก็จะไม่หวาดกลัวอนาคตเลย การไม่ถือมงคลตื่นข่าวยังเป็นคุณสมบัติของอุบาสกที่ดีในพุทธศาสนา มีมาในอังคุตตรนิกาย เรื่องลักษณะอุบาสกที่ดี ๕ ประการ มีข้อหนึ่งกล่าวว่า “เป็นผู้ไม่ถือมงคลตื่นข่าว เชื่อกรรมไม่เชื่อมงคล” และนอกจากนี้ ในมงคลชาดกทรงตรัสว่า “ผู้ใดไม่ถือมงคลตื่นข่าว ไม่ถืออุกกาบาต ไม่ถือความฝัน ไม่ถือลักษณะดีหรือชั่ว ผู้นั้นชื่อว่าล่วงพ้นโทษแห่งการถือมงคลตื่นข่าว ครอบงำกิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพที่เป็นคูกั้น ย่อมไม่กลับมาเกิดอีก” สรุปได้ว่าการถือมงคลตื่นข่าวเป็นการขวางกั้นทางพระนิพพาน เห็นได้ว่าทรงให้ความสำคัญกับความประพฤติดี มากกว่าฤกษ์ทางนักษัตรที่ดี การประพฤติสุจริตทั้งทางกาย วาจา ใจ เป็นเครื่องประกันได้ว่านั่นเป็นฤกษ์ที่ดีอยู่ในตัว ไม่ต้องอาศัยดวงดาว

ครับ...ทำกรรมปัจจุบันให้ดีที่สุด ทำจิตใจให้แจ่มใส อย่าไปกังวลกับเรื่องดวง ฯลฯ เลย ไม่ได้ก่อประโยชน์อะไรขึ้นมา ไม่ได้ช่วยดับทุกข์เลย ขอเอาใจช่วยครับ


เจริญในธรรมครับ



แต่ถ้าเราหลายๆคนช่วยกันนำเสนอแต่แก่นแท้ของพระพุทธศาสนาก็น่าจะดีกว่า
ปล่อยให้ลูกหลานเราในวันข้างหน้าลูบคลำแต่เปลือกจนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแกนนะครับ

และที่ผมใช้คำว่าลบหลู่จริงๆก็ไม่ได้คิดอะไรรุนแรงขนาดนั้น
เพียงแต่อยากให้เข้าใจว่าเราน่าจะมีวิธีที่จะช่วยกันได้มากกว่านี้
ไม่ใช่อะไรๆก็กรรมของใครกรรมของมัน

ขออภัยครับผมมันพวกศรัทธาจริต (เช็คแล้วครับ)


ชอบกระทู้นี้จัง อ่านแล้วรู้สึกดี

ทำดีเมื่อไหร่ได้ดีเมื่อนั้น

ขอบคุณมากๆคับ

ขอพระเจ้าทรงอวยพร อาเมน


 เปิดอ่านหน้านี้  2723 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย