จะช่วยยังไงดีคะ

 fairy-fai   

หนูมีญาติที่สนิทอยู่คนหนึ่งนะคะ ทั้งๆที่เค้าอายุมากแล้ว ประมาณ31ปีแล้ว แต่เค้าเป็นคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตในเรื่องใดๆเลย
ไม่ว่าจะเป็นการเรียนก็เรียนไม่จบเพราะเรื่องยาเสพย์ติด เคยพาแฟนเก่าไปทำแท้งแล้ว 2 ครั้งโดยเค้าพูดว่าเป็นความประสงค์ของแฟน เนื่องจากยังเรียนอยู่ไม่อยากให้พ่อแม่รู้ เรื่องการงานก็ไม่รุ่งเรืองอะไร แต่ที่ไม่ลำบากเนื่องจากที่บ้านมีธุรกิจส่วนตัว มีพี่สาวกับพี่เขยคอยอุดหนุนค้ำชู

เรื่องความรักก็ไม่ประสบความสำเร็จ

เรื่องเงินก็ไม่มีเก็บเลย เก็บเงินไม่อยู่

แล้วเค้าเป็นคนที่อารมณ์ร้อนมากเลยพี่สาวเค้าบอกหนูว่าที่เค้าควบคุมสภาวะอารมณ์ตัวเองไม่ได้เพราะเค้าติดยาบ้าด้วย
เค้ามักจะพูดว่าเค้าเลิกติดยาบ้าได้แล้ว แต่พี่สาวเค้าบอกว่าไม่เป็นความจริงเนื่องจากเค้า
ยังมีอารมณ์แปรปรวนแล้วยังเก็บเงินไม่อยู่เลยและโกหกผู้อื่นอยุ่บ่อยๆนะคะซึ่งหนูสังเกตแล้วก็เป็นความจริงค่ะ และในสมัยก่อนก็ลักขโมยเงินและของมีค่าในบ้านของพี่สาวไปบ่อยๆเพื่อไปซื้อยาบ้า


ประกอบกับเค้ามีญาติรุ่นน้องที่ค้าขายยาบ้า ชอบยุ่งเกี่ยวกับเรื่องอบายมุข ชอบโทรมาหาเค้าบ่อยๆ
บอกให้เค้าเลิกคบ เค้าก็บอกว่ามันทำแบบนั้นไม่ได้เพราะเป็นน้องเป็นญาติกัน


หนูพยายามช่วยพี่เค้าโดยพูดถึงเรื่องบุญกรรม ซื้อหนังสือไปให้อ่าน เค้าก็รู้และเชื่อเลยนะคะว่าทำไมชีวิตเค้าจึงเป็นแบบนี้ตามที่หนังสือบอก หนูเลยชวนไปทำบุญบ้าง

เรื่องชวนไปทำบุญใส่บาตรเนี่ยเค้าก็ไปอยู่นะคะ แต่ถ้าจะให้ไปฟังธรรม ปฏิบัติธรรมก็เลี่ยงไปทุกที บอกให้สวดมนต์ก็ยังไม่สวดเนี่ยงจากขี้เกียจอะไรประมาณนี้ และหนูก็พูดบอกเค้าแล้วด้วยการทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลยังไม่เพียงพอหรอก กับสิ่งที่เค้าทำไป แต่เค้าก็ยังไม่เริ่มซักที

เค้าก็พูดว่าเค้าจะปรับตัวใหม่ ก็ยังไม่รู้ว่าเค้าจะโกหกหนูอีกรึป่าว เห็นทุกวันนี้ก็ไม่เห็นจะทำประโยชน์อะไรให้ตัวเองหรือคนอื่นเลย นอนแล้วก็กิน แล้วก็ทำงานในออฟฟิศบ้างเล็กๆน้อยๆ แล้วตอนนี้ก็เหมือนสุขภาพเค้าไม่ค่อยดีเลย เพราะสูบบุหรี่อีก หมอบอกว่าเป็นหลอดลมอักเสบ

พอพูดเรื่องธรรมมะมากเข้าเหมือนเค้าไม่มีปัญญาที่จะรับฟัง เหมือนหนูพูดแล้วเค้าก็ฟังผ่านๆไป ไม่ได้คิดอะไรกับคำพูดหนูทั้งๆที่มันเป็นเรื่องที่น่าคิดทั้งนั้นเป็นเรื่องง่ายๆที่นำไปใช้ได้ทั้งนั้น ทั้งๆที่หนูมีจิตใจที่จะช่วยเหลือเค้าให้มีชีวิตที่ดีขึ้น เพราะหนูรู้ว่ากรรมที่เค้าทำมานั้นมากนัก สงสารเค้ามากๆ ไม่รู้ว่ากรรมที่เค้าทำมาจะส่งผลใดๆในอนาคตอันใกล้นี้
อยากจะช่วยพี่เค้าจริงๆค่ะ




สวัสดีครับ

หนักมากจริงหนอ หนักมากจริง

บางที ที่เป็นตอนนี้ เป็นส่วนของกรรมสอง สามกาล
1. บุพกรรม (กรรมในอดีต)
2. ปัจจุบันกรรม (กรรมในปัจจุบันนี้)
3. อนาคตกรรม ( ... ต้องให้คุณพี่เขาเลือกดู ... )

อนาคตกรรมอีกไม่นาน ก็จะมาเป็นปัจจุบันกรรม และเราก็อย่าใส่ใจมาก และก็อย่าใส่ใจน้อย ...
บุพกรรม (กรรมในอดีต) คุณพี่เขาสร้างใว้แล้ว ย้อนกลับไม่ใด้ วิ่งหนีก็ไม่ใด้ ตอนนี้เจ้าตัวเองกำลังเสวยวิบากอยู่
ขอบอกว่าคุณน้อง ปรารภ ปรารถนา ให้คุณพี่ดีขึ้น มีชีวิตสวยงามขึ้นนั้น ก็เป็นกุศลกรรมแล้วครับ ตอนนี้สำเร็จแล้ว
เป็มโนกรรมฝ่ายกุศล แต่ผมแนะนำว่าขอให้วางเฉยด้วย เพราะมิฉะนั้นอาจจะคิดมากจนกลับกลายมาเป็นอกุศลมโนกรรม
ใด้ครับ (กรรมมิดีทางความคิดครับ) ... เมตตา กรุณา แล้ว เมื่อเขายังไม่ใด้ดีใด้สุข ก็วางอุเบกขาซะด้วย!!
ไม่งั้นเราจะแย่เนาะ ...

ทีนี้ก็จะบอกว่า ถ้าพี่นั้นเข้าทำนองตะแบง (ขออภัยที่ตรงไปตรงมา) เช่นรู้อยู่ว่าไม่ดีก็ยังทำ หรือ รู้ว่ายังแก้ไขใด้ก็ไม่แก้ถ้า
ไม่สายเกินไปซะก่อน ... ก็คงจะช่วยยาก (ในกรณีนี้ขอให้น้องปล่อยวางดีกว่าครับ)

แต่ถ้าคุณพี่นั้นยังมีช่องมีทางอยู่ก็ขอแนะนำว่า ให้พาพี่ไปหาบุคคลที่เขาเคารพนับถือ (คนที่มีคุณธรรม และประสบการณ์ทางธรรมครับ)
เช่นพระ หรือ พ่อ หรือ แม่ หรือ ครูบาอาจารย์ หรือ ฯลฯ ... ไปกราบและรับฟังธรรม ขอธรรมะเพื่อการดำรงค์ชีวิต
และเพื่อแก้ปัญหากัน"ตรงๆ"เลย อย่าไปวางฟอร์มมากครับ และก็นำมาปฏิบัติซะด้วย
อาหารให้เลิศรสอย่างไรๆ ถ้าเราไม่กินเข้าไปก็ไม่รู้เรื่องหรอก
"ปัญหา" ย่อมต้องแก้ด้วย "ปัญญา" เท่านั้นครับ หาใด้แก้ด้วยโมหะหรือตัณหาไม่เลย ...

ถ้าเขาเป็นพวกขี้อาย ก็เราเป็นน้องก็ย่อมต้องลองพยายามสงเคราะห์ "แสดงธรรม"ให้เขาฟังสักสามครั้งครับ ถ้าสามครั้งแล้วไม่ใด้อะไร
ก็ให้กลับไปวางเฉยเสียครับ จิตใจเราจะใด้ไม่ขาดทุน ในกรณีอย่างนี้บางครั้งต้องรอกาลรอเวลาให้เหมาะสม
เนื่องจากอกุศลอาจจะยังให้ผลอยู่ จึงทำตนประดุจเมฆหมอกมาบดบังแสงจันทร์อันเปรียบเหมือน "ปัญญา" ไปเสียซะอย่างนั้น

อย่างที่กล่าวมาตอนต้นครับ กรรมในอนาคตไม่ต้องคิดมาก และไม่ต้องคิดน้อย
ให้คุณพี่เขา "แก้ที่ปัจจุบัน"นี่แหล่ะ "อดีตก็ปล่อยไป" "อนาคตก็ไม่เกี่ยว" ร้องไห้เสียใจให้ตายก็เหมือนคนบ้าแสดงละครคนเดียว
หน้ากระจกเงานั่นหล่ะ ร้องเองก็เห็นตัวเอง ติดยาเองก็เห็นตัวเองผ่ายผอมหมดรูปหน้ากระจกเงานั่นหล่ะ ...
นี่ของจริงครับ บอกเขาถ้าบอกใด้ วันนี้ผมเองก็ไม่รู้ว่าคำว่า "ยังไม่สายเกินไป" และ "ใครจะรักเรา เท่าตัวเราเอง" อันเป็นวลียอดฮิต
อย่างง่ายๆทางโลกที่ชอบใช้ปลอบใจกัน ยังจะใช้ใด้กับคุณพี่อยู่ใหม? ...

ปัจจุบันนี่ดีมากครับ
"ทุกสิ่งอย่าง กลับกลาย เปลี่ยนแปลง สวยงามขึ้นมาใด้ก็ในปัจจุบันนี่หล่ะ"
ก็ตั้งสตินิ่งๆ ใช้สมาธิประกอบ และก็ "ปัญญาอันถูกต้อง"มาร่วมกัน เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีใด้ครับ เป็นอันแก้ไข เปลี่ยนรูปไปครับ ...

ส่วนตัวผมเองรู้สึกปรารภจะให้น้องพาพี่เขาไป "เข้าวิปัสสนากรรมฐานที่วัด" ซักเจ็ดวันเป็นอย่างน้อยน่าจะดีครับ
มองอย่างต้นๆ จะใด้รับรู้ว่า อะไรคือ "สติ"ที่แท้จริง อะไรคือ "สัมปชัญญะ"ที่ถูก และจะใด้ชิมลางด้วยว่าสุขอันเกิดจากการ
"ไม่ยึดมั่นถือมั่นด้วยปัญญา อันถูกตรง" นั้น เป็นเช่นไร ...
มองอย่างลึกไปอีกนิดนึงก็ กรรมวิบากอันเป็นอกุศลเหตุจะเบาบางลงไปมากๆ ก็ด้วยวิปัสสนาบุญที่เกิดขึ้นบ่อยๆ จนเป็นอาจิณกรรม
นี่หล่ะ แก้ปัญหาของเขาใด้ครับและแก้ใด้โดย "บริบูรณ์"ด้วย เรียกว่าแก้กันเด็ดขาดเลยล่ะ ...

ผิดพลาด ย่นย่อน่าเบื่อหน่าย ไม่เข้าใจอย่างไรขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ ... _/|\_

Prateep

^_^




คุณfairy-fai ครับ


เรื่องที่คุณเล่ามา โดยเฉพาะตอนที่คุณบอกว่า

เรื่องชวนไปทำบุญใส่บาตรเนี่ยเค้าก็ไปอยู่นะคะ แต่ถ้าจะให้ไปฟังธรรม ปฏิบัติธรรมก็เลี่ยงไปทุกที บอกให้สวดมนต์ก็ยังไม่สวดเนี่ยงจากขี้เกียจอะไรประมาณนี้ และหนูก็พูดบอกเค้าแล้วด้วยการทำบุญตักบาตรอุทิศส่วนกุศลยังไม่เพียงพอหรอก กับสิ่งที่เค้าทำไป แต่เค้าก็ยังไม่เริ่มซักที

ผมบอกได้อย่างเดียวว่า เจ้ากรรมนายเวร คือ ลูกของเขาที่เขาไปทำแท้งมาทั้ง 2 คน ตามรังควานชีวิตเขา ไม่ให้ทำอะไรขึ้น โดยเฉพาะไปฟังธรรม ปฏิบัติธรรม หรือสวดมนต์ อะไรพวกนี้ เด็กพวกนั้นไม่ยอมเด็ดขาด เขาอยู่ได้ด้วยบุญของญาติพี่น้องคนสนิทอย่างเดียว ที่คอยช่วยจุนเจือ

ทางแก้มีทางเดียวเท่านั้น เมื่อเวลาที่เขาไปทำบุญทำทาน เขาต้องกรวดน้ำอุทิศผลบุญเเหล่านั้นให้กับเด็กที่เขาทำแท้ง 2 คน ตัวคุณก็ต้องช่วยเขาด้วย เมือคุณทำบุญทำทานทีไร ก็ช่วยอุทิศบุยกุสลนั้นให้วิญญาณเด็กทั้ง 2 ด้วย

เมื่อเด็กทั้ง 2 ได้รับผลบุญจากคุณ โดยเฉพาะจากตัวแม่ ความอาฆาตพยาบาทของเด็กจะลดลง เมื่ออุทิศผลบุญให้พวกเขาบ่อยๆ พวกเขาจะให้อภัยเอง แล้วชีวิตองหญิงคนนี้จะดีขึ้นแบบหน้ามือเป็นหลังมือ


ผมมีวิธีแก้กรรมเกี่ยวกับเจ้ากรรมนายเวรให้เขาอนุโมธนาบุญและอภัยทานใช้ได้70%

อาจโดนเศษกรรมบ้างคือ อุบัติเหตุเล็กน้อย หรือเจ็บหนัก

ถ้าบุญใหญ่จริง100%

แต่ค่าครู 999 <<<<<<มุขนะ


ก็คือเอาง่ายๆๆ

เราทำบุญเสร็จแล้วกรวดน้ำและกล่าวยังนี้นะ

ด้วยบุญกุศลที่ข้าพเจ้าได้ทำข้าพเจ้าขออโหสิกรรมให้กับเจ้ากรรมนายเวรเพื่อยกถวาย

พระพุทธเจ้าถวายเป็นอภัยทานและขอให้เจ้ากรรมนายเวรของข้าพเจ้าอโหสิกรรมให้กับ

ข้าพเจ้าเพื่อยกถวายพระพุทธเจ้าเพื่อถวายเป็นอภัยทานด้วยเถิด สาธุ!!

คือเราเคยมีกรรมกับคัยจะให้เขายอมเราต้องอภัยให้เขาก่อน

และการทำแท้งนั้น เขาจะได้รับไมก็ต้องสมมุติชื่อเด็กไปเลย และทำบุญใหญ่จิงๆๆ

เช่น อุปสมบท สร้างพระ สร้างพระธาตุ

อุทิศและกรวดน้ำแบบเจาะจงนะ

ถ้าไม่ทำอานิสงค์จากการทำแท้งก็มีปากเสียงกับคนลอบข้าง บ่อยครั้งนัก




 เปิดอ่านหน้านี้  2694 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย