วันเกิดบอกอนาคตได้หรือ

 wimonphan   

วัน เดือน ปี เวลาเกิด สามารถบอกอนาคตได้จริงหรือค่ะ




สัตว์โลกมีกรรมเป็นแดนเกิดมีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์

วันเดือนปีเป็นเรื่องของหมอดูครับเปรี่ยบเสมือนการคาดคะเนนั้นเอง


ผิดบ้างถูกบ้างตามตำราครับ

งัน้คนเกิดวันเดียวกันปีเดียวกันเวลาเดียวกันก็คงเหมือนกันหมดสิครับ


อรรถกถา นักขัตตชาดก
ว่าด้วย ประโยชน์คือฤกษ์

พระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภอาชีวกคนหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า นกฺขตฺตํ ปฏิมาเนนฺตํ เป็นอาทิ.
ได้ยินว่า กุลบุตรชาวบ้านนอกผู้หนึ่ง ไปขอกุลธิดานางหนึ่ง ในกรุงสาวัตถี ให้แก่ลูกชายของตน นัดหมายวันกันว่า ในวันโน้น จักมารับเอาตัวไป. ครั้นถึงวันนัด จึงถามอาชีวก ผู้เข้าไปสู่ตระกูลของตน ว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ วันนี้ พวกผมจักทำมงคลอย่างหนึ่ง ฤกษ์ดีไหมครับ.


อาชีวกนั้นโกรธอยู่แล้วว่า คนผู้นี้ ครั้งแรกไม่ถามเราเลย บัดนี้ เลยวันไปแล้ว กลับมาถามเรา เอาเถิด จักต้องสั่งสอนเขาเสียบ้าง. จึงพูดว่า วันนี้ ฤกษ์ไม่ดี พวกท่านอย่ากระทำการมงคล ในวันนี้เลย ถ้าขืนทำจักพินาศใหญ่.
พวกมนุษย์ในตระกูลพากันเชื่ออาชีวกนั้น ไม่ไปรับตัวในวันนั้น. ฝ่ายพวกชาวเมืองจัดการมงคลไว้พร้อมแล้ว ไม่เห็นพวกนั้นมา ก็กล่าวว่า พวกนั้นกำหนดไว้วันนี้ แล้วก็ไม่มา แม้การงานของพวกเรา ก็ใกล้จะสำเร็จแล้ว เรื่องอะไรจักต้องไปคอยพวกนั้น จักยกธิดาของเราให้คนอื่นไป แล้วก็ยกธิดาให้แก่ตระกูลอื่นไป ด้วยการมงคลที่เตรียมไว้ นั้นแหละ.


ครั้นวันรุ่งขึ้น พวกที่ขอไว้ก็พากันมาถึง แล้วกล่าวว่า พวกท่านจงส่งตัวเจ้าสาวให้พวกเราเถิด. ทันใดนั้น ชาวเมืองสาวัตถีก็พากันบริภาษพวกนั้น ว่า พวกท่านสมกับที่ได้ชื่อว่า เป็นคนบ้านนอก ขาดความเป็นผู้ดี เป็นคนลามก กำหนดวันไว้แล้ว ดูหมิ่นเสีย ไม่มาตามกำหนด เชิญกลับไปตามทางที่มากัน นั่นแหละ. พวกเรายกเจ้าสาวให้คนอื่นแล้ว.
พวกชาวบ้านนอกก็พากันทะเลาะกับชาวเมือง ครั้นไม่ได้เจ้าสาว ก็ต้องพากันไปตามทางที่มา นั่นเอง. เรื่องที่อาชีวกกระทำอันตรายงานมงคล ของมนุษย์เหล่านั้น ปรากฏว่า รู้กันทั่วไปในระหว่างภิกษุทั้งหลาย. และภิกษุเหล่านั้นประชุมกันในธรรมสภา นั่งพูดกันว่า อาวุโสทั้งหลาย อาชีวกกระทำอันตรายงานมงคลของตระกูลเสียแล้ว. พระศาสดาเสด็จมา แล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอกำลังสนทนากันด้วยเรื่องอะไร? ครั้นภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว. ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อาชีวกกระทำอันตรายงานมงคลของตระกูลนั้นเสีย แม้ในกาลก่อน ก็โกรธคนเหล่านั้น กระทำอันตรายงานมงคลเสียแล้ว เหมือนกัน แล้วทรงนำเอา เรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-


ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี ชาวพระนครพากันไปสู่ขอธิดาของชาวชนบท กำหนดวันแล้ว ถามอาชีวกผู้คุ้นเคยกันว่า พระคุณเจ้าผู้เจริญ วันนี้ ผมจะกระทำงานมงคลสักอย่างหนึ่ง ฤกษ์ดีไหมขอรับ. อาชีวกนั้นโกรธอยู่แล้วว่า คนพวกนี้กำหนดวันเอาตามพอใจตน บัดนี้ กลับถามเรา คิดต่อไปว่า ในวันนี้ เราจักทำการขัดขวางงานของคนเหล่านั้นเสีย แล้วกล่าวว่า วันนี้ ฤกษ์ไม่ดี ถ้ากระทำการมงคลจักพากันถึงความพินาศใหญ่. คนเหล่านั้นพากันเชื่ออาชีวก จึงไม่ไปรับเจ้าสาว. ชาวชนบททราบว่า พวกนั้นไม่มา ก็พูดกันว่า พวกนั้นกำหนดวันไว้วันนี้ แล้วก็ไม่มา ธุระอะไรจักต้องคอยคนเหล่านั้น แล้วก็ยกธิดาให้แก่คนอื่น.


รุ่งขึ้น ชาวเมืองพากันมาขอรับเจ้าสาว ชาวชนบทก็พากันกล่าวว่า พวกท่านขึ้นชื่อว่า เป็นชาวเมือง แต่ขาดความเป็นผู้ดี กำหนดวันไว้แล้ว แต่ไม่มารับเจ้าสาว เพราะพวกท่านไม่มา เราจึงยกให้คนอื่นไป.
ชาวเมืองกล่าวว่า พวกเราถามอาชีวกดู ได้ความว่า ฤกษ์ไม่ดีจึงไม่มา จงให้เจ้าสาวแก่พวกเราเถิด. ชาวชนบทแย้งว่า เพราะพวกท่านไม่มากัน พวกเราจึงยกเจ้าสาวให้คนอื่นไปแล้ว คราวนี้จักนำตัวเจ้าสาวที่ให้เขาไปแล้วมาอีกได้ อย่างไรเล่า?


เมื่อคนเหล่านั้นโต้เถียงกันไป โต้เถียงกันมา อยู่อย่างนี้ ก็พอดี มีบุรุษผู้เป็นบัณฑิตชาวเมืองคนหนึ่ง ไปชนบทด้วยกิจการบางอย่าง ได้ยินชาวเมืองเหล่านั้นกล่าวว่า พวกเราถามอาชีวกแล้ว จึงไม่มาเพราะฤกษ์ไม่ดี ก็พูดว่า ฤกษ์จะมีประโยชน์อะไร เพราะการได้เจ้าสาวก็เป็นฤกษ์อยู่แล้ว มิใช่หรือ? ดังนี้แล้ว กล่าวคาถานี้ ความว่า :-
“ ประโยชน์ผ่านพ้นคนโง่ ผู้มัวคอยฤกษ์ยามอยู่ ประโยชน์เป็นฤกษ์ของประโยชน์ ดวงดาวทั้งหลาย จักทำอะไรได้ ” ดังนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปฏิมาเนนฺตํ ความว่า ผู้คอยดูอยู่ อธิบายว่า มัวรอคอยอยู่ว่า ฤกษ์จะมีในบัดนี้ จักมีในบัดนี้. บทว่า อตฺโถ พาลํ อุปจฺจคา ความว่า ประโยชน์ กล่าวคือการได้เจ้าสาว ผ่านพ้นคนโง่ผู้เป็นชาวเมืองนี้. บทว่า อตฺโถ อตฺถสฺส นกฺขตฺตํ ความว่า บุคคลเที่ยวแสวงหาประโยชน์ใด ประโยชน์ที่เขาได้แล้วนั่นแหละ ชื่อว่าเป็นฤกษ์ของประโยชน์. บทว่า กึ กริสฺสนฺติ ตารกา ความว่า ก็ดวงดาวทั้งหลายในอากาศนอกจากนี้ จักยังประโยชน์เช่นไรให้สำเร็จได้.
พวกชาวเมืองทะเลาะกับพวกนั้นแล้ว ก็ไม่ได้เจ้าสาวอยู่นั่นเอง เลยพากันไป.
แม้พระบรมศาสดาก็ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่อาชีวกนั้นทำการขัดขวางงานมงคลของตระกูลนั้น ถึงในครั้งก่อน ก็ได้กระทำแล้วเหมือนกัน.
ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาตรัสแล้ว ทรงสืบอนุสนธิ ประชุมชาดก ว่า
อาชีวกในครั้งนั้น ได้มาเป็นอาชีวกในครั้งนี้
แม้ตระกูลทั้งนั้นในครั้งนั้น ก็ได้มาเป็นตระกูลในครั้งนี้
ส่วนบุรุษผู้เป็นบัณฑิต ผู้ยืนกล่าวคาถา ได้มาเป็น เราตถาคต ฉะนี้แล....







ถ้าพูดถึงข้อเท็จจริง ...

ก็มีจริงครับ ... เรียกว่า "โหราศาสตร์" เป็นศาสตร์ของพราหมณ์ ซึ่งมีหลากหลายแขนงวิชา

หมอดูผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือโกญฑัญญะพราหมณ์ (ภายหลัง ท่านได้บวชเป็นสาวกและสำเร็จเป็นพระอรหันต์)

แต่วิชาจำพวกนี้ ... พระพุทธเจ้าไม่ทรงสรรเสริญนะครับ

และผมก็ไม่แนะนำด้วย . (ตอบให้รู้ไว้ประดับสมองเฉยๆ)


ผมว่าได้นะทั้งเรื่องการดูดวง ลายมือ ทำนายดวงดาว ฤกษ์ ฯลฯ


แต่ถ้าปฏิบัติธรรมแล้ว สิ่งๆนั้นแทบจะเรียกได้เลยว่ามีผล คนที่ดูดวงเก่งๆผมว่าทำนายคนปฏิบัติธรรมได้ยาก อนาคตมันพลิกไปพลิกมาตามสิ่งที่เราเลือกเดิน ถ้าคนปฏิบัติธรรมจะสร้างบุญในชาตินี้เพิ่มขึ้นจึงทำให้ผลกรรมทั้งด้านดีและไม่ดี สามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้(เริ่มสับสนกับตนเองว่าอธิบายให้คนอื่นเข้าใจไหม)จากผลบาปเบาบางลง หรือแทบไม่มีผล และผลบุญจะส่งเสริมให้ดีขึ้นยิ่งๆไป

ธรรมมะของพระพุทธเจ้านั้น อยู่เหนือการทำนายทายทักใดๆ แม้แต่พระสารีบุตรท่านยังเคยทำนายผิดเลย(ตามเรื่องที่ท่านทำนายว่า เด็กหรือเณร คนนึงจะตาย แต่ด้วยความที่ทำดีช่วยสัตว์ ทำให้ยังไม่ตาย)

นอกเสียจากว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่พระตถาคตประกาศทำนายไว้ เพราะท่านเป็นผู้ที่มีญาณอันวิเศษ เหนือบุคคลทั่วๆไปแม้แต่พระอรหันต์




วิชาโหราศาสตร์นั้นมีจริง สามารถทำนายได้
เหมือนในสมัยพุทธกาล พระพุทธโคดม ก็เคยถูกทำนายไว้แม่นยำ

ผู้ทำนายต้องรักษาวินัยแบบศีลหมือนพรหมณ์สมัยก่อน
เพราะจิตจะเป็นจิตบุญ และต้องมีบุญเก่าเฉพาะวิชานี้ในอดีตด้วย

ส่วนปัจจุบัน บางหมอดูมักเอาตัวเงิน ความต้องการมีชื่อเสียงเป็นตัวตั้ง บ้างทำตนไม่อยู่ในศีล ในวินัย
จึงทำนายแบบใช้ถอดอักษรตำราผสมกับเหตุณ์การที่เป็นไปได้ในปัจจุบัน แล้วสรุปเดาว่า ไม่ใช่ ก ก็ต้องเป็น ข วนอยู่เท่านี้ แต่พอเอาเข้าจริงๆไม่ใช่ทั้ง ก ทั้ง ข ก็จะมีวิธีเลี่ยงไปอีกแบบ เอาแน่ เอาแม่นไม่ได้จริงๆ

กลายเป็นว่า แม่นหรือไม่ อยู่ที่การเลี่ยงบาลี เลี่ยงวาจา

คนที่มีสมาธิพอประมาณก็ดู ทำนายได้แม่นพอๆกับหมอดูปัจจุบัน ขอแต่ให้มีวาทะศิลป์

แต่ถ้าใครเข้าใจ รู้ชัดในการเกิดขึ้น-ตั้งอยู่-ดับไป ด้วยการทำเหตุ-ปัจจัย
ในอริยะสัจ4
ในอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
ในการกระทำบุญ-กระทำบาป เกิดผลบุญ-ผลบาป ทั้งในอดีตและปัจจุบันก็ไม่ต้องไปดูหมอให้
เสียเงินสักบาทเลย วางใจและปฏิบัติตนให้พ้นความเครียดความกังวลกับความทุกข์ที่เผชิญอยู่ได้อย่างสบาย




 เปิดอ่านหน้านี้  2709 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย