ยิ่งกว่าละคร (แนะนำด้วยนะค่ะ)

 kikapu   

มีผู้หญิงคนหนึ่งมาวุ่นวายกับชีวิตหนูมาก ส่งข้อความมาด่า ส่งจดหมายไปที่บ้าน ส่งเมลล์มาด่า มาว่าเสีย ๆ หาย ๆ ด่าอย่างรุนแรงมากบางครั้งก็ด่าถึงแม่ ว่าหนูเย่งสามีเขาทั้ง ๆ ที่หนูไม่ได้ติดต่อหรือทราบข่าวเกี่ยวกับสามีของเขาเลย แต่ก่อนหน้านั้น สามีของเขาเคยเป็นแฟนเก่าหนู ซึ่งผู้ชายคนนี้เจ้าชู้มาก (นอกจากหนูก็คงมีอีกมากมาย จนมีลูกเมียแล้วยังไม่หยุด) เราก็คบ ๆ เลิก ๆ จนเขาคบกับผู้หญิงคนนี้ แต่ในบางครั้งหนูก็โทรหาเขาบ้าง และเขาก็โทรมาบ้าง เจอกันในบางครั้ง แต่จะน้อยมากที่ได้เจอและได้ติดต่อกัน ผู้หญิงคนนนี้ก็เลิก ๆ คบ ๆ กะผู้ชายคนนนี้เหมือนกัน เราสามคนก็เกี่ยวพันวุ่นวายกันพักหนึ่ง จนผู้หญิงคนนี้ท้อง เขาสองคนจึงได้แต่งงานกันและมีลูกอยู่ด้วยกันจนถึงวันนี้ แต่ผู้หญิงคนนี้ก็ยังโทรมาบางครั้งก็ว่าดี เหมือนไม่มีอะไร แต่ส่วนมากจะส่งข้อความมาด่าหนู ว่าหนูเป็นผู้หญิงอย่างว่า ขาดผู้ชายไม่ได้ ด่าถึงแม่ว่าแม่หนูมีนิสัยแบบนั้น ด่าว่าเชื้อไม่ทิ้งแถว แล้วส่งมาบ่อยมากเกือบทุกวัน แล้วยังขู่ว่าระวังครอบครัวหนูจะไม่มีความสุข จะส่งคนมาราวีหนู เขาเกลียดหนูตนแทบจะฆ่าหนูให้ตาย ทั้ง ๆ ที่หนูอยู่ของหนูแบบนี้ ไม่ได้รู้เรื่องสามีของเขาเลยว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง ไม่ได้เห็นแม้แต่เขา และไม่คิดจะสนใจแล้วด้วย แต่ผู้หญิงคนนี้ทำเหมือนหนูโทรหาสามีเขาอยู่ตลอดเวลา แต่หนูก็อดทนและอดกลั้น ห้ามอารมณ์โกรธนั้นไว้ เพราะหนูคิดว่าเป็นกรรมเก่าของหนู หนูจะไม่สร้างกรรมใหม่ หนูต้องอดทนอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนถึงเมื่อไหร่ บางครั้งหนูก็แอบร้องไห้คนเดียว เพราะทำอะไรไม่ได้ นอกจากอดทน เกือบทุกครั้งหนูโกรธและอยากจะจิกหัวมันมาตบ แล้วเอาเลือดปากมันมาล้างเท้าด้วยซ้ำ เพราะอารมณ์โกรธค่ะในใจมันคิดอย่างนั้นจริง ๆ แล้วอยากจะทำด้วย แต่คิดไปแล้วมันก็เป็นกรรมอีก เราต้องหยุดไว้ที่เราให้ได้ ไม่ใช่แม่พระนะค่ะ แต่คิดแล้วค่ะ มีแต่เสียกับเสีย อีกทั้งเป็นการสร้างกรรมให้ตัวเองอีกด้วย สิ่งที่ทำได้คือดทน แต่ไม่รู้ว่าจะทนได้นานสักเท่าไหร่ เพราะเขาไม่เลิกยังมีมาสารพัดรูปแบบ แล้วหนูต้องอดทนแบบนี้ต่อไปหรือค่ะ แล้วถ้าหนูไปให้บทเรียนแบบนี้กับเขากลับบ้างจะดีไหม หรือหนูต้องลุกขึ้นสู้กับเขา หรือว่าหนูต้องทำอย่างไรให้เขารู้ว่าหนูไม่ได้วุ่นวายอะไรกับสามีเขาแล้ว ช่วยกรุณาหาแนวทางให้หนูหน่อยนะค่ะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูเบื่อกับผู้หญิงคนนี้นี้ที่สุด




กรุณามาตอบด้วยนะค่ะ หนูไม่รู้จะไปปรึกษาใครแล้วค่ะ เพราะมีแต่คนบอกให้หนูว่า อย่ายอมเขา หนูไม่อยากทำ


" ไฟย่อมลุกโชนเพราะมีเชื้อให้เผาไหม้ ไฟอยู่ใกล้สิ่งใด สิ่งนั้นจักเปลี่ยนสีเป็นดำ เสื่อมประโยชน์ "

ไฟ คือ ผู้ที่มักโกรธ มักโมโห ด้วยสาเหตุที่ไม่ถูกใจ
เชื้อ คือ ผู้ที่ถูกกระทำ ถ้าผู้ที่ถูกกระทำหยุด คือไม่เติมไม้ เติมกระดาษให้กับไฟ ไฟนั้นย่อมตั้งอยู่ได้ไม่นาน

พระพุทธเจ้าท่านเคยถูกด่าว่าร้ายมากมายนัก แต่ท่านก็ไม่โต้ตอบ เพราะว่า การโต้ตอบนั้น คือการส่งเสริมให้ไฟกองนั้นลุกโชน
ขอให้คุณใช้พรหมวิหาร 4
ความหมายของพรหมวิหาร 4
- พรหมวิหาร แปลว่า ธรรมของพรหมหรือของท่านผู้เป็นใหญ่ พรหมวิหารเป็นหลักธรรมสำหรับทุกคน เป็นหลักธรรมประจำใจที่จะช่วยให้เราดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างประเสริฐและบริสุทธิ์ หลักธรรมนี้ได้แก่

เมตตา ความปรารถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข
กรุณา ความปราถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์
มุทิตา ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี
อุเบกขา การรู้จักวางเฉย


คำอธิบายพรหมวิหาร 4
1. เมตตา : ความปราถนาให้ผู้อื่นได้รับสุข ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา ความสุขเกิดขึ้นได้ทั้งกายและใจ เช่น ความสุขเกิดการมีทรัพย์ ความสุขเกิดจากการใช้จ่ายทรัพย์เพื่อการบริโภค ความสุขเกิดจากการไม่เป็นหนี้
และความสุขเกิดจากการทำงานที่ปราศจากโทษ เป็นต้น
2. กรุณา : ความปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ความทุกข์ คือ สิ่งที่เข้ามาเบียดเบียนให้เกิดความไม่สบายกาย
ไม่สบายใจ และเกิดขึ้นจากปัจจัยหลายประการด้วยกัน พระพุทธองค์ทรงสรุปไว้ว่าความทุกข์มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้

- ทุกข์โดยสภาวะ หรือเกิดจากเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น การเกิด การเจ็บไข้ ความแก่และ
ความตายสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เกิดมาในโลกจะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรวมเรียกว่า กายิกทุกข์

- ทุกข์จรหรือทุกข์ทางใจ อันเป็นความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุที่อยู่นอกตัวเรา เช่น เมื่อปรารถนาแล้วไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ รวมเรียกว่า เจตสิกทุกข์

3. มุทิตา : ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี คำว่า "ดี" ในที่นี้ หมายถึง การมีความสุขหรือมีความเจริญก้าวหน้า ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีจึงหมายถึง ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น ไม่มีจิตใจริษยา ความริษยา คือ ความไม่สบายใจ ความโกรธ ความฟุ้งซ่านซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตน เช่น เห็นเพื่อนแต่งตัวเรียบร้อยแล้วครูชมเชยก็เกิดความริษยาจึงแกล้งเอาเศษชอล์ก โคลน หรือหมึกไปป้ายตามเสื้อกางเกงของเพื่อนนักเรียนคนนั้นให้สกปรกเลอะเทอะ เราต้องหมั่นฝึกหัดตนให้เป็นคนที่มีมุทิตา เพราะจะสร้างไมตรีและผูกมิตรกับผู้อื่นได้ง่ายและลึกซึ้ง

4. อุเบกขา : การรู้จักวางเฉย หมายถึง การวางใจเป็นกลางเพราะพิจารณาเห็นว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว ตามกฎแห่งกรรม คือ ใครทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นย่อมตอบสนองคืนบุคคลผู้กระทำ เมื่อเราเห็นใครได้รับผลกรรมในทางที่เป็นโทษเราก็ไม่ควรดีใจหรือคิดซ้ำเติมเขาในเรื่องที่เกิดขึ้น เราควรมีความปรารถนาดี คือพยายามช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ในลักษณะที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม





ขอบคุณมากค่ะที่ชี้แจง หนูเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาบ้างแล้วค่ะ เพราะเมื่อคืนเขาก็ส่งมาว่าให้หนูอีก แต่ครั้งนี้หนูไม่รู้สึกโกรธเหมือนครั้งก่อน ๆ เลยค่ะ กลับรู้สึกสงสารเขามากกว่า ที่ต้องมาเป็นแบบนี้ ขอบคุณมาก ๆ นะค่ะ

หนูก็ยึดถือคำสอนของหลวงพ่อชานี่แหล่ะค่ะ เตือนใจทุกวันนี้


ผมว่าคุณต้องหาเหตุ ศาสนาพุทธสอนให้เราคิดครับ หัวใจของศาสนาคือ อริยสัจ4
ได้แก่ทุกข์/สมุทัย/นิโรธ/มรรค ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมสังเกตจากบทความว่าประเด็นจริงๆคือ คุณยังคบกับสามีของผู้อื่น และเค้าไม่พอใจคุณ ยิ่งคุณบอกเคยเป็นแฟนกันมาก่อน ยิ่งไปกันใหญ่ มันจะกลายเป็นว่าคุณเป็นบุคคลที่ 3 ในการครองเรือนเค้า เค้ารังควานคุณ เพราะคุณยังคบสามีเค้า(นี่คือเหตุ) ไม่ว่าคุณอาจมองว่าเป็นแค่เพื่อน แต่ภรรยาเค้าคงไม่มองเหมือนคุณแน่นอน(เพราะคนเรา นานาจิตตัง คุณเปลี่ยนเค้าไม่ได้ แต่เปลี่ยนตัวเองได้) สาเหตุของทุกข์ เพราะ สิ่งนี้ ถ้าคุณมีสติคิดได้(หาทางดับทุกข์) สมมุติว่า คุณไม่คบไม่ติดต่อสามีเค้าอีก ไม่ว่าจะนานๆครั้งก็ตาม นำเวลาว่างไปทำกิจกรรมอย่างอื่นแทน เช่น นั้งสมาธิ /คบกัลยาณมิตรที่ดี ผมเชื่อว่าภรรยาเค้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับคุณอีกต่อไปครับเพราะอะไรที่เป็นเช่นนั้นครับ เพราะคุณดับที่เหตุแล้ว ถ้ายังมารังควานคุณอีก เราก็นำมรรค8ใช้แก้ไขปัญหาครับ คือ เจรจาชอบ คุณก็ต้องคุยกับเค้าด้วยเหตุและผลครับ ทุกอย่างในโลกมีเหตุและผลเสมอครับ เรื่องนี้มีเหตุจากพฤติกรรมของคุณด้วย ผมไม่ได้บอกว่าคุณผิดหรือถูก (คนเราบางทีมองตัวเองไม่ออก) แต่เมื่อเรารู้จากเหตุ เราก็มาแก้ที่เหตุครับ ลองตั้งสติลดความทิฐิอัตาตาลง มองดูตัวเองด้วยสติดีๆครับ แล้วคุณจะเห็นคำตอบคล้ายๆผม ทำจิตให้เป็นกุศล แล้วคุณจะพ้นจากวัฏจักรกรรมที่เป็นอยู่ครับ (กรรมที่นี้หมายถึงการกระทำของคุณเอง ) ผมก็ขออนุโมธนาในสิ่งที่คุณมีความอดทนอดกลั้น ไม่จองเวร/ไม่ไปประพฤติในทางที่ผิด และเข้าหาธรรมะ ที่เป็นทางออกและสัจจะธรรมในชีวิต คุณเป็นผู้ที่เข้าในธรรมะ ต้องนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันครับ ขอเจริญในธรรมครับ
ปล.ผมเขียนแนวธรรมไม่ค่อยถนัด ขอเขียนแนวบทความแทนครับ


ขอบคุณค่ะคุณปิยะ หนูก็เขียนแนวธรรมไม่เป็นเหมือนกันค่ะ ขออธิบายเพิ่มนะค่ะ ที่ว่านาน ๆ ทีเจอนั่นหมายถึงตอน 3 เดือนที่ผ่านมานะค่ะ ตอนนี้ไม่ได้เห็นแม้เงา ไม่ได้ข่าวคราว และก็ไม่อยากสุงสิงด้วยหรอกค่ะ ถ้าหนูยังทำติดต่อผู้ชายคนนนั้นอยู่ในตอนนี้ หนูคงไม่ต้องมาที่ปรึกษาแบบนี้หรอกค่ะ ที่หนูคิดตอนนี้คือ ผู้ชายคนนี้น่าจะแอบติดต่อกับผู้หญิงคนอื่น ที่บางทีผู้หญิงคนนั้น(ภรรยาเขา)สังเกตุได้ และคิดว่าเป็นตัวหนูมากกว่า ตอนนี้หนูบอกได้เลยว่าหนูไม่ได้รู้ เห็น อะไรเกี่ยวกับเขาเลย หนูอยู่ส่วนหนู อยูกับตัวเองและเพื่อน หนูก็ไม่เข้าใจทำไมเขาไม่เลิกวุ่นวาย แล้วเรื่องการพูดจาก็คุยกันดี ๆ แล้ว บอกว่าจะไม่ยุ่งกับสามีเขาอีก เพราะไม่ได้สนใจเขาแล้ว รู้แล้วว่าเขามีลูก มีภรรยา หนูก็ไม่ได้วุ่นวาย อะไรอีก แต่เขาไม่ยอมหยุด เขาบอกหนูเองว่าเขาเกลียดหนูยังไงก็ไม่ยอมหยุด ทั้ง ๆ ที่รับปากกับหนูแล้วว่าจะไม่โทรมา ไม่ส่งข้อความ ไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ก็มีมาอีก หนูก็รู้ว่าเขารักนะค่ะ แต่เขาอาจจะไม่รู้จักคำว่าปลงก็ได้ หรือเขาคิดระแวงไปเองแต่ยังไงยืนยันค่ะ ไม่ได้ยุ่งกับเขาทั้งสองเลยในตอนนี้ ยืนยันได้ด้วยความเป็นมนุษย์ค่ะ แล้วอย่างนี้หนูก็อดทนต่อไปใช่ไหมค่ะ


http://www.84000.org/one/1/03.html
03-พระสารีบุตรเถระ
เอตทัคคะในทางผู้มีปัญญา
พระเถระถูกพราหมณ์ตี
พระเถระผู้เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติคุณธรรมต่าง ๆ ชื่อเสียงฟุ้งขจรไปทั่วชมพูทวีป หมู่
มนุษย์ทั้งหลายพากันยกย่องสรรเสริญในจริยาวัตรของท่าน คุณธรรมอันเป็นเลิศอีกประการหนึ่ง
ของพระเถระก็คือ ความไม่โกรธ ไม่มีใครจะสามารถทำให้ท่านโกรธได้ แม้ท่านจะถูกพวก
มิจฉาทิฏฐิตำหนิ ด่าหรือตีท่านก็ไม่เคยโกรธ ได้มีพราหมณ์คนหนึ่งต้องการจะทดลองคุณธรรม
ของท่านว่าจะสมจริงดังคำร่ำลือหรือไม่
วันหนึ่ง พระเถระ กำลังเดินบิณฑบาตในหมู่บ้าน พราหมณ์นั้นได้โอกาสจึงเดินตามไป
ข้างหลังแล้วใช้ฝ่ามือตีเต็มแรงที่กลางหลังพระเถระ
พระเถระ ยังคงเดินไปตามปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่แสดงอาการแม้สักว่าเหลียว
กลับมามองดู
ขณะนั้น ความเร่าร้อนเกิดขึ้นทั่วสรีระของพราหมณ์นั้น เขาตกใจมากรีบหมอบกราบลง
แทบเท้าของพระเถระ พร้อมกับกล่าววิงวอนให้พระเถระ ยกโทษให้ พระเถระจึงถามว่า:-
“ดูก่อนพราหมณ์ นี่อะไรกัน ?"
“ข้าแต่พระคุณเจ้า กระผมตีท่านที่ข้างหลังเมื่อสักคู่นี้ ขอรับ”
“ดูก่อนพราหมณ์ เอาล่ะ ช่างเถิด เรายกโทษให้”
“ข้าแต่พระคุณเจ้า ถ้าท่านยกโทษให้กระผมจริง ก็ขอให้ท่านเข้าไปฉันภัตตาหารใน
บ้านของกระผมด้วยเถิด”
พระเถระ ส่งบาตรให้พราหมณ์นั้นแล้วเดินตามเข้าไปฉันภัตตาหารในบ้านของพราหมณ์
ตามคำอาราธนา
คนทั้งหลายเห็นพราหมณ์ตีพระเถระแล้ว ก็รู้สึกโกรธ จึงพากันมายืนรอโอกาสเพื่อจะทำ
ร้ายพราหมณ์นั้น พระเถระเมื่อเสร็จภัตกิจแล้วส่งบาตรให้พราหมณ์ถือเดินตามออกมา คนทั้ง
หลายเห็นพราหมณ์นั้นถือบาตรเดินตามพระเถระออกมาก็ไม่กล้าทำอะไร ได้แต่พากันพูดว่า
“พระเถระถูกพราหมณ์ตีแล้วยังเข้าไปฉันภัตตาหารในบ้านของเขาอีก” พระเถระเห็นหมู่คนมี
ท่อนไม้ในมือยืนรอกันอยู่จึงถามว่า:-
“ดูก่อนท่านทั้งหลาย นี่เรื่องอะไรกัน ?”
“ข้าแต่พระคุณเจ้า พราหมณ์ผู้นี้ตีท่าน ดังนั้น พวกเราจะทำร้ายเขาเพื่อเป็นการทำโทษ
เขา ขอรับ”
“ก็พราหมณ์ผู้นี้ ตีพวกท่านหรือตีอาตมาเล่า ?”
“ตีพระคุณเจ้า ขอรับ”
“เมื่อเขาตีอาตมา และอาตมาก็ยกโทษให้เขาแล้ว ดังนั้น โทษคือความผิดของเขาตึงไม่มี
พวกท่านจะทำโทษเขาด้วยเรื่องอะไร ?”
พวกคนเหล่านั้น ฟังคำของพระเถระแล้ว ไม่มีคำพูดอะไรที่จะนำมาโต้แย้งได้ จึงพากัน
หลีกไป

ความอดทนเป็นสมบัติ ของผู้เจริญ
คุณมีความอดทนนั้นอยู่แล้ว ก็แค่ทำให้มันคงทน ต่ออารมณ์ภายนอก ซึ่งคุณไม่ได้ก่อมันขึ้นเท่านั้น แต่ถ้าไม่สามารถอดทนได้ นั้นก็หมายความว่าไฟกองนั้นได้ติดอยู่ในใจเราเสียแล้ว และเมื่อเราเป็นไฟ ลองนึกตามดูนะ ไฟกับไฟมาเจอกันมันก็ลุกโชนเป็นกองใหญ่ เกิดความเสียหายมากมาย
แต่ถ้าคุณโต้ตอบด้วยความเข้าใจ
คือลองนึกดูว่าถ้าเป็นคุณมีความระแวงแบบนี้บ้างจะแก้ยังไง
แต่ขอย้ำว่า ความอดทนเป็นสมบัติของผู้เจริญ



ไม่ได้ยุ่งกับเขาทั้งสองเลยในตอนนี้ ยืนยันได้ด้วยความเป็นมนุษย์ค่ะ แล้วอย่างนี้หนูก็อดทนต่อไปใช่ไหมค่ะ

เห็นใจครับ และคิดว่าน้องจะพ้นวิกฤตินี้ได้อย่างแน่นอน เพราะจากท่ีเขียนมา แสดงว่าเป็นผู้มี
ธรรมะรู้สิ่งควรหรือไม่ควรอยู่ น้องพึงใส่ใจและพยายามปฏิบัติ ดังท่ีกัลยาณมิตรทั้งหลายพยายามแนะนำ
อยู่นะครับเพราะเป็นไปเพ่ือการไม่เบียดเบียนทั้งตนเองและผู้อื่น เป็นไปเพื่อความสุขแก่ตนเองท้ังในปัจจุบัน
และในภพหน้าครับ..

ทีนี้พึงทำความเข้าใจว่า ส่ิงท่ีกำลังเกิดขึ้นกับน้องคือ..เขาไม่เลิกวุ่นวาย.. ส่งข้อความมาด่าหนู ..ขู่ว่าระวังครอบครัวหนูจะไม่มีความสุข จะส่งคนมาราวีหนู เขาเกลียดหนูตนแทบจะฆ่าหนูให้ตาย ทั้ง ๆ ที่หนูอยู่ของหนูแบบนี้ ไม่ได้รู้เรื่องสามีของเขาเลย
เหล่านี้ย่อมเกิดมาจากเหตุ..ไม่ได้เกิดเพราะบังเอิญหรือโชคร้ายครับ
..
เหตุใกล้คือในชาตินี้ท่ีน้องไปคบคุ้นกับแฟนเก่า จึงถูกเพ่งโทษโดยภรรยา ของเขา และแม้น้องไม่ได้ติดต่อคนท้ังสองนี้เลยแต่ยังคงได้รับการด่าและขู่อาฆาตอยู่ นี้มาจาก เหตุไกล ท่ีเคยทำมาไว้ในอดีต้คือคือการด่าและขู่อาฆาตผู้อื่นในทำนองคล้ายๆกันครับ บัดนี้ผลของกรรมชั่วนั้นกำลังส่งผลอยู่น้องจึงต้องรับ ผัสสะท่ีไม่น่าปรารถนาเช่นนี้ เมื่อเข้าใจในเหตุเช่นนี้ จิตย่อมยอมรับและสามารถเป็นปัจจัยแก่ โยนิโสมนัสสิการว่า เราจะละเว้นจากอกุศลกรรม ทั้งทาง กาย วาจาและใจเสีย เพราะนำมาแต่โทษแก่เรา แม้อกุศลวิบากท่ีกำลังเกิดแก่เรานี้อย่าได้เป็นเหตุ ให้เราทำกรรมชั่วใหม่อีกเลย ดังนี้

เวลานี้น้องมีจิตเศร้าหมองเพราะ ถูกด่าว่าและขู่เข็ญอยู่ เมื่อจิตของเราเต็มไปด้วยอกุศลคือโทสะเช่นนี้ ย่อมเป็นตัวนำร่องให้อกุศลวิบากส่งผลมากย่ิงขึ้นและต่อเน่ือง ขอแนะนำให้แก้ไขด้วยส่ิงต่อไปนี้

1. สวดมนต์และแผ่เมตตาให้คู่กรณีทุกวัน
2. ตั้งใจรักษาศีล 5 ให้ม่ันคงทุกวัน
3. หากมีเวลา ลองเข้ากรรมฐานตามวัดหรือสำนักท่ีจัดให้มีการสอนตามควร
4. เม่ือเจริญกุศลดังกล่าวข้างบนแล้วพึงอุทิศกุศลแก่คู่กรณี
5. เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ (ถ้าทำได้)
6. คิดในใจทุกๆวันว่า ข้าพเจ้าให้อภัยคู่กรณี ข้าพเจ้าขอบใจท่ีเขาช่วยทำให้เวรกรรมชั่วของข้าพเจ้า
ลดลงอีก ข้าพเจ้าจะไม่โกรธหรือกระทำตอบ ข้าพเจ้าจะไม่ถือเร่ืองนี้เป็นสาระ จิตของข้าพเจ้ามีพระพุทธ
พระธรรมและพระสงฆ์เท่านั้นเป็นท่ีพึ่ง ด้วยสัจจะวาจานี้ ขอความสุขความสวัสดีความปลอดภัยจงมีแก่ข้าพเจ้า

ขอให้น้องพ้นจากทุกข์โดยเร็วพลันนะครับ

อนุโมทนาสาธุทุกๆท่านครับ


อ่านเร่ืองราวของคนอื่นท่ียิ่งกว่าเร่ืองของน้องได้ท่ีนี่ครับ

http://larndham.net/index.php?showtopic=34369&st=0





ช่วยกรุณาหาแนวทางให้หนูหน่อยนะค่ะ ได้โปรดเถอะค่ะ หนูเบื่อกับผู้หญิงคนนี้นี้ที่สุด


โดย : kikapu [DT08659] 23 ธ.ค. 2551 01:06 น.


     เบื่อก็ดี      มาบวชชี      ดีกว่าน้อง
น้องไม่ต้อง      หมองเศร้าใจ      ยังไงเล่า ?
ไปอยู่ป่า      สร้างอาศรม      เป็นร่มเงา
กลางขุนเขา      ลำธารใส      ไหลหลั่งริน

     ตื่นแต่รุ่ง      ปัดกวาด      อาสนะ
ฝึกตบะ      ชำระใจ      ในกสิณ
เพื่อจิตผ่อง     ก่อญาณ      ชำนาญจินต์
หยุดถวิล      ในโลกีย์      ที่ทุกข์เรา

     สองชั่วโมง      ฝึกตบะ      เพื่อละวาง
จนสว่าง      แดดส่องโพลง      หกโมงเช้า
ถือบาตรเดิน      ตามหลังหมู่      หลวงปู่เรา
ท่านนำเข้า      รับอาหาร      ตามชานเรือน

     ข้าวในบาตร      พอเต็มอิ่ม      พอลิ้มได้
เพียงเพื่อใช้      ยังสมาธิ      มิคลาดเคลื่อน
เพื่อยังญาณ      ยังจิต      มิบิดเบือน
เพื่อสร้างเพื่อน      เป็นกุศล      พ้นทุกข์ภัย

     เชิญเถิดมา      อยู่ป่า      สร้างอาศรม
ออกจากตม      โลกียะ      จะสุขใส
เจริญมรรค      อริยะสัจ      ขัดเกลาใจ
สุขอยู่ใน      โลกุตตระฌาน      นิพพานเอย ฯ


เจริญในธรรมเจ้าค่ะ.



ขอขอบคุณพี่น้องกัลยาณมิตรทั้งหลายด้วยความจริงใจค่ะ ที่ช่วยให้กำลังใจแก่หนู ช่วยให้หนูมีความอดทนต่อไป และสบายใจมากขึ้น ขอบคุณ คุณน้ำเค็มนะค่ะแต่หนูคิดว่าหนูยังไม่พร้อมที่จะทำสิ่งนั้นค่ะ เพราะหนูต้องเรียนให้จบ และหางานทำเพื่อให้แม่ได้พักผ่อน และช่วยส่งน้องเรียน แม่เหนื่อยมามากแล้วหนูอยากช่วยให้แม่ได้หายเหนื่อยบ้าง ไม่อยากเพิ่มภาระอันใดให้ท่านอีก ด้วยเหตุนี้หนูจึงไม่อยากไปปรึกษาแม่ และไม่อยากให้เรื่องมันไปถึงแม่ค่ะ กลัวแม่จะคิดมากและเป็นห่วงหนูมากขึ้นเพราะหนูอยู่หอพักเสาร์อาทิตย์จะได้เจอกัน ไว้คราวหน้านะค่ะ ถ้าหนูพร้อมเมื่อไหร่หนูอาจจะไปบวชก็ได้ค่ะ แต่ถึงไม่ได้บวช หนูก็จะพยามทำสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นความดีให้มากที่สุดเท่าที่หนูจะทำได้ในแต่ละวันค่ะ แล้วหนูก็เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์แล้วค่ะ


ถึงคุณ kikapu คำถามสุดท้ายที่ถามผมว่า "ต้องอดทนใช่ไหมค่ะ" ตามสัจจะธรรมของศาสนาพุทธ ทุกสิ่งมี เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ครับ ไม่มีอะไรยั่งยืน คุณคิดว่าคนที่ว่าร้ายกล่าวหา ขู่อาฆาต มีความสุขไหมครับ???? ถ้าน้องใช้ขันติธรรมในการระงับเหตุ น้องว่าเค้าจะว่าร้าย ขู่อาฆาตได้ตลอดชีวิตหรือครับ??? พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ว่า "ธรรมย่อมรักษาคนที่ประพฤติธรรม" ถ้าเข้าใจในธรรม นี่คือคำตอบสุดท้ายครับ ขอขอบคุณ...ขอให้ธรรมะชี้ทางสว่างให้น้องครับ.......


ค่ะ ตอนนี้หนูเข้าใจแล้วค่ะ และหนูก็ไม่ได้รับรู้อะไรแล้ว ขอบคุณทุกคนมาก ๆ นะค่ะ ที่เป็นที่ปรึกษาให้หนูค่ะ ขอให้บุญกุศลเหล่านั้น ย้อนกลับไปหาทุก ๆ คนด้วยค่ะ


ใน ปุณโณวาทสูตร พระปุณณะประสงค์จะปลีกตนไปปฏิบัติธรรมที่เมืองสุนาปรันตะ พระองค์ก็ให้กรรมฐาน แล้วตรัสถามต่อไปว่า ก็ชาวเมืองสุนาปรันตะนี้ดุร้ายนัก ท่านพวกเขาด่าเธอ แล้วจะทำอย่างไร พระปุณณะตอบว่า ถ้าเขาด่าว่า ข้าพระองค์จะกระทำในใจโดยแยบคายว่า เขาด่าก็ยังดีกว่าเขาตีด้วยฝ่ามือ พระองค์ตรัสถามต่อไปว่า หากเขาตีด้วยฝ่ามือเล่า เธอจะทำอย่างไร พระปุณณะตอบว่า ยังดีที่เขาไม่ขว้างด้วยก้อนดิน ...ต่อจากนั้นพระองค์ก็ตรัสถามโดยลำดับต่างๆ เช่น ถ้าเขาขว้างด้วยก้อนดิน ....ก็ยังดีกว่าตีด้วยท่อนไม้...ก็ยังดีที่เขาไม่ฆ่าด้วยศาสตราอาวุธ....ก็ยังดีที่จะไม่ต้องวานใครให้มาฆ่า โดยทำนองอย่างนี้ ๆตามลำดับ หวังว่าเจ้าของกระทู้และทุกท่านคงได้อะไร ๆจากพระสูตรนี้กันบ้าง รายละเอียดก็ลองค้นดู ถ้าจำไม่ผิดก็พระไตรปิฏก มหามกุฏ เล่มที่ ๑๔ ประมาณนี้นะ


ขอบคุณค่ะ หนูรู้ถึงสิ่งที่ท่านจะบอกแล้วค่ะ
ขอบคุณท่านมาก ๆ


สุขสันต์วันปีใหม่ที่ใกล้เข้ามาขอรับ

สิ่งที่ล่วงแล้วให้แล้วกันไป
อย่าได้ผูกใจอาวรณ์
จับมือกันไว้อวยชัย อวยพร สุขสโมสรเริงรมย์ .



*********************

เพลงสวัสดีปีใหม่ คณะสุนทราภรณ์

.................................

...สวัสดีปีใหม่แล้ว ผองไทยจงแคล้วปวงภัย
ช่วยกันรับขวัญปีใหม่ เถลิงฤทัยไว้มั่น
สุขศรีปีใหม่หมาย สุขใจและกายรวมกัน
สำราญสำเริงบรรเทิงมั่น สุขสันต์ยิ้มกันไว้ก่อน

สิ่งที่ล่วงแล้วให้แล้วกันไป
อย่าได้ผูกใจอาวรณ์
จับมือกันไว้อวยชัย อวยพร สุขสโมสรเริงรมย์

ความพลั้งพลาดล่วงเลย
อย่าหมางเมินระทม รวมน้ำใจให้เหลียวกลม
จงถืออารมย์อภัย


สวัสดีปีใหม่แล้ว ผองไทยจงแคล้วปวงภัย
ช่วยกันรับขวัญปีใหม่ เถลิงฤทัยไว้มั่น
สุขศรีปีใหม่หมาย สุขใจและกายรวมกัน
สำราญสำเริงบรรเทิงมั่น สุขสันต์ยิ้มกันไว้ก่อน

แย้มยิ้มยินดีปรีย์เปรม สุขเกษมเปรมใจ
เรามาตั้งต้น ชีวิตกันใหม่ เราผูกใจไว้ไมตรี

ประสานน้ำใจเราไม่ให้ระคาง ตั้งต้นทุกทางอย่างนี้
มารักกันให้คงมั่นทวี ร่วมกันรับปีใหม่เทอญ


สวัสดีปีใหม่แล้ว ผองไทยจงแคล้วปวงภัย
ช่วยกันรับขวัญปีใหม่ เถลิงฤทัยไว้มั่น
สุขศรีปีใหม่หมาย สุขใจและกายรวมกัน
สำราญสำเริงบรรเทิงมั่น สุขสันต์ยิ้มกันไว้ก่อน..

๛ ๛ ๛ ๛ ๛


ได้เห็นผู้คนนักบุญส่งกำลังใจมาให้น้อง ขอโมธนาบุญ..เหตุเกิดที่ใหน ต้องดับที่นั้น..
เราเป็นเหตุ ก็ดับที่เรา...ก่อนนอนก้มกราบพระ นั่งสมาธิก่อนนอน รึว่าตื่นเช้าๆนั่งสมาธิ
อุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวร และวิญญาณทั้งหลาย
..แล้วเธอจะรู้ถึงความเปลี่ยนแปลง..(.อย่าวิ่งไปหาหมอดูรึ คนเข้าทรงเด็ดขาด.)
.


คนที่ว่าเราคงอยู่ได้ไม่กว่าร้อยปีหรอกครับ และเราก็เช่นกัน ...

ทีนี้จะเหลือใครให้คิดอีกครับ เวลาที่ยังเหลืออยู่นี้ ไม่สามารถประมาณได้ว่า จะสั้นหรือยาวอีกเท่าใด เพราะคนเราย่อมต่างกรรมต่างวาระ

ขอให้คุณ kicapu เก็บเรื่องราวต่างๆไว้เป็นประสบการณ์ ไม่มีใครรอดพ้นจากการกระทบกระทั่งทั้งทางร่างกายและจิตใจต่างกันเพียงหนักเบาเท่านั้น ขอให้มีสติกับการดำรงชีวิต และแผ่เมตตาให้กับทุกๆสิ่ง รวมทั้งคนที่คุณ kicapu รักและไม่รัก ด้วยนะครับ

เจริญในธรรมทุกท่านครับ


ผมคิดว่ามันเป็นผลจากกรรมเก่าของคุณ น่ะครับ ... แต่เป็นกรรมใหม่ของหญิงคนนั้น

ผมขออนุญาตแนะนำ นะครับ ...

ท่องไว้ให้ขึ้นใจเลยครับว่า ... " ไม่โต้ตอบ "

คุณคิกคาปู้ครับ ถ้าคุณโต้ตอบ ก็เท่ากับเติมเชื้อไฟ เขาก็ยิ่งได้ใจ

เพราะเขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด คุณได้รับรู้ รับทราบ และเจ็บปวด

มันจะทำให้เขายิ่งเพื่มการราวีคุณมากยิ่งขึ้น นะครับ

เอาอย่างงี้ดีมั๊ยครับ ...

เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ (ถ้าเปลี่ยนไม่ได้ก็ไม่ต้องรับสาย)

เปลี่ยนอีเมล์

ส่วนจดหมาย ... ก็ไม่ต้องเปิดอ่าน (โยนทิ้งไปซะ)

ที่คุณบอกว่า "เขาไม่เลิกยังมีมาสารพัดรูปแบบ แล้วหนูต้องอดทนแบบนี้ต่อไปหรือค่ะ"

... ใช่ครับ คุณกิ๊กกาปู้ คุณต้องอดทนต่อไป ... แต่ไม่ใช่อดทนกับคำด่าทอของเขานะครับ

หากแต่ เป็นการอดทน ต่อแรงปรารถนาจะรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่เขาคอยยัดเยียดให้คุณน่ะครับ

นั่นแหละครับประเด็น ... แค่คุณไม่อยากรู้ข้อความที่เขาส่งมา

ไม่อยากอ่านข้อความในอีเมล์

ไม่ต้องการจะรับสายของเขา ... ไม่ว่าจะมารูปแบบไหน ... ไม่ว่าจะอีกกี่รูปแบบ

ขอเพียงแค่คุณทำเหมือนว่าเขาคนนั้นไม่มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ ... ก็แค่นั้นเองครับ

เธอคนนั้นก็ทำอะไรคุณไม่ได้แล้ว


*****************************

คำตอบนี้เป็นความเห็นส่วนตัว + กับความรู้ทางธรรมอันมีอยู่นิดหน่อยน่ะครับ

อย่าเพิ่งเชื่อ และอย่าเพิ่งปฏิเสธโดยส่วนเดียว

พึงใช้สติปัญญาพิจารณาดูให้ดีก่อนนะครับ

Philips ^ ^


 เปิดอ่านหน้านี้  2750 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย