เป็นโรคทางตา มีวิบากกรรมใดครับ

 noppon   

ผมมีญาติ เขาเป็นโรค อาร์พี(เกี่ยวกับจอประสาทตาเสื่อม คือมองเห็นไม่ชัดในที่สลัวๆ และที่ที่แสงมาก)
คือผมอยากทราบว่าเขามีวิบากกรรมใด เขาเคยทำอะไรไว้ครับ
แล้ว มีธรรมะอะไรบ้างที่จะช่วยให้เขา มองเห็นได้ชัดเจน จะต้องปฏิบัติอย่างไรครับ




คนธรรมดาทั่วๆไปไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าโรคตาท่ีเกิดนี้มาจากกรรมใด แต่จากคำสอนของพระพุทธเจ้าใน
พระไตรปิฎกหลายเร่ืองทำให้พอคาดคะเนถึงร่องรอยของกรรมท่ีทำไว้ได้ ดังตัวอย่างจากเร่ืองราวของพระอรหันต์
ท่ีมีชื่อว่า " พระจักขุบาล"ผู้ได้รับอกุศลวิบากคือ

โรคตาก็เกิดขึ้น น้ำตาไหลออกจากตาทั้งสองของท่านอยู่ตลอดเวลา
....หมอได้รีบประกอบยาถวายท่าน แต่ท่านไม่ยอมนอนหยอดคงนั่งหยอดยา อาการจึงไม่ดีขึ้น
ทั้งๆ ที่ยาที่หมอประกอบให้นั้น เป็นยาดีมากที่เคยรักษาคนไข้มา หยอดเพียงครั้งเดียวก็หาย


จนในท่ีสุดตาท้ังสองของท่านก็บอดไป... ....พระพุทธได้ทรงเล่าถึงบุพพกรรมท่ีท่านพระจักขุบาลทำไว้เม่ืออดีตชาติว่า:

พระศาสดาตรัสตอบว่าเพราะกรรมเก่า
แล้วทรงเล่าให้ภิกษุทั้งหลายฟังดังนี้

ในอดีตกาล ในเมืองพาราณสี มีหมอยาคนหนึ่ง
เที่ยวรักษาคนไข้อยู่ในบ้านต่างๆ นิคมต่างๆ
วันหนึ่งเขาได้พบหญิงซึ่งตามืดมัวคนหนึ่ง จึงอาสาเข้ารักษา
หญิงนั้นก็ยินดี หมอถามว่า หากหายแล้วจะให้อะไรแก่เขาบ้าง
หญิงนั้นตอบว่า ตนพร้อมทั้งบุตรธิดาจะยอมเป็นทาสของหมอ
หมอจึงประกอบยาให้และหญิงนั้นหายโรค
ด้วยการหยอดยาเพียงครั้งเดียว

แต่เมื่อหายแล้วกลับคิดจะบิดพลิ้ว
ไม่ยอมเป็นทาสของหมอ ตามสัญญา
เมื่อหมอถาม จึงแสร้งบอกว่า
เมื่อก่อนนี้ตาเธอเจ็บน้อย
หลังจากหยอดยาของหมอแล้วเจ็บมากขึ้น

หมอรู้ทันทีว่า หญิงนั้นไม่ซื่อ
ไม่ต้องการให้ค่าจ้างคนอย่างนี้ ต้องทำให้ตาบอดเสีย
คิดแล้วกลับไปบ้าน ประกอบยาเสร็จแล้วบอกให้ภรรยาทราบ
แต่ภรรยาของเขามิได้ห้ามปราม นิ่งเสีย

หมอกลับไปหาหญิงคนไข้ของตนมอบยานั้นให้
พอเธอหยอดเท่านั้น ตาก็บอดทันที

หมอคนนั้นได้มาเกิดเป็นพระจักขุบาล

พระศาสดาตรัสย้ำว่า

"ภิกษุทั้งหลาย ! กรรมที่บุตรของเรา (คือพระจักขุบาล)
ทำแล้วในครั้งนั้นได้ติดตามอยู่ตลอดเวลา
เมื่อได้โอกาสก็ให้ผล
กรรมอันบุคคลทำแล้ว ย่อมติดตามบุคคลไป
เหมือนล้อเกวียนหมุนตามรอยเท้าโค ฉะนั้น"


ดังนั้น จึงพอประมาณได้ว่าญาติ ของท่าน คงได้เคยเบียดเบียนผู้อื่นเกี่ยวกับเร่ืิองตามาก่อนจึงต้องมารับ วิบากในลักษณะนี้คืออาการป่วยท่ีตา กรรมอันใดทำไว้แล้ว ย่อมมีผลติดตามมาเสมอ ก็เจตนาใดๆที่สำเร็จลงแล้วทางกาย วาจา หรือใจก็ดี ชื่อว่า กรรมสำเร็จลงไปแล้ว จะหาวิธีมาแก้กรรม ลบออกไปเหมือนยางลบลบคำผิดนั้นหามีไม่ ดังนั้น เจตนาที่สำเร็จลงแล้วนั้น แม้จิตดวงนั้นจะดับลงไป แต่เขายังเก็บอำนาจของเขาไว้ รอเหตุปัจจัยครบก็จะส่งผลเป็นวิบากแก่เจ้าของนั่นแหละ ปัญหาคือ อำนาจนี้ เก็บได้ข้ามเดือนข้ามปี ข้ามชาติ ข้ามหลายร้อยชาติ ข้ามอสงไขยชาติทีเดียว ทีนี้ หากไม่วางใจให้ถูกก็จะเป็นปัจจัยให้คิดว่า กรรมนั้นแก้ได้ ลบล้างได้ ก็จะเห็นผิดแล้วก็ทำแล้วทำอีก ..

แต่ก็อย่าเพิ่งหมดหวัง แม้เราแก้กรรมไม่ได่้ก็จริง แต่เราอาจเร่งทำกุศลเพิ่ือให้ กุศลวิบากมาส่งผลแซง หรือ เบียดอำนาจการส่งผลของอกุศลวิบากได้

ผมขอแนะนำให้ญาติทำดังนี้ :

1. ให้ตั้งใจรักษาศีล 5 อย่างมั่นคงโดยตั้งเจตนาทุกวัน ทั้งก่อนเข้านอนและเวลาต่ืนนอนตอนเช้า คิดในใจเองหรือกล่าววาจาต่อหน้าพระพุทธรูปก็ได้

2. ให้สวดมนต์ทุกวัน หลังจากสวดแล้วให้อุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

3. ให้ทำบุญท่ีเกี่ยวข้องกับดวงตา ให้มากเช่น บริจาคเงินตามโรงพยาบาลเพื่อรักษาคนไข้อนาถาท่ีป่วยด้วยโรคตา หรือโรงพยาบาลสงฆ์เพื่อรักษาพระภิกษุท่ีอาพาธด้วยโรคตา หรือบริจาคท่ีมูลนิธิช่วยเหลือ
คนตาบอด และมูลนิธิอื่นๆท่ีช่วยสังคมวงกว้างเร่ืองตา เช่นท่ีนี่

หน้าที่ 1 - รักษาตา ฟรี! ถวายในหลวง
รักษาตา ฟรี! ถวายในหลวง(บอกต่อๆ กันไปนะเพื่อนๆ จะได้ช่วยคนที่เดือดร้อน)
โครงการคืนแสงสว่างให้ผู้ป่วยต้อกระจกและต้อเนื้อ
ขอเรียนเชิญผู้ป่วยทุกท่านมารับบริการผ่าตัดต้อกระจกและต้อเนื้อฟรี
โดยมิต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น โดยมีแพทย์ของโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน)
สาขาสุขุมวิท ซอย 24 โดยติดต่อที่


บริษัท ทาสของแผ่นดิน จำกัด (02-2629454-5, 02-2618213-7)
เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.00-17.00น.
เลขที่ 99/359-360 ซอยสุขุมวิท 24(เกษม) ถนนสุขุมวิท
แขวงคลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทร 02-2629454-5 แฟ็กซ์ 02-2629454

http://www.vcharkarn.com/vblog/38327/1


หรือท่ีอื่นๆท่ีท่านทราบ หรือแจกแว่นตาให้คนแก่เวลาไปทำบุญตามวัด หรือถวายหลอดไฟ เทียน ไฟฉาย แว่นขยาย หรือบริจาคค่าไฟฟ้าตามวัดต่างๆ หรือมูลนิธิการกุศลอื่นๆ ฯลฯ

4 ทำใจให้เป็นกุศล อันได้แก่ "การยอมรับ..".เพราะเกิดมาแล้ว ร่างกายก็เสื่อมถอยไปทุกวัน โรคก็ย่อมเบียดเบียนเป็นธรรมดา ตาจะมองไม่เห็น หากวิบากกำหนดว่าต้องเป็นอย่างนั้น..บางทีก็แก้ไม่ได้ เพราะเกิดจากอำนาจกรรม..ทีนี้เราเองไม่ทราบว่า วิบากจะเป็นอย่างไร..ก็ขอให้ท่านวางใจให้เป็น"อุเบกขา" น่าจะได้ประโยชน์ที่สุด..
เพราะความกังวล หวั่นไหว ไม่มีประโยชน์เลย มิหนำซ้ำ...ใจที่เศร้าหมองยังเป็นปัจจัยให้บาปอกุศลเก่า ส่งผลเป็นวิบากไม่ดีได้ง่ายอีกด้วย..เหมือนอย่างกะว่า เราเปิดประตูบ้านให้กับบุรุษแปลกหน้าในยามวิกาลฉะนั้น...เราย่อมตกอยู่ในอันตราย..การเปิดประตูในยามวิกาลนั้น เหมือนที่ใจที่เศร้าหมองของเรานั่นแหละ...ย่อมไม่เกื้อกูล หาประโยชน์อะไรไม่ได้เลย แถมยังเป็นโทษ มีอันตรายรอบด้านด้วย..
หากทำใจให้ดี เป็นกุศล อำนาจบุญกุศลที่ในปัจจุบันก็จะเป็นปัจจัย จัดแจงหมอบ้าง ยาบ้างที่จะกำจัดโรคให้ผ่อนคลายได้..

5. ปรึกษาแพทย์อย่่างใกล้ชิด

ขออานุภาพแห่งคุณพระพุทธคุณพระธรรมและคุณพระสงฆ์และบุญกุศลท่ีข้าพเจ้าทำไว้แล้ว ช่วยปกปักรักษาให้ญาติของคุณ noppon หายจากโรคตา และมีสุขภาพดีตลอดไปครับ


สาธุครับท่านddman แนะนำดีแล้ว


อนุโมทนาครับ


อนุโมทนาครับ


อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ


 เปิดอ่านหน้านี้  3198 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย