สวดมนต์ในใจ

 puaw    

อยากทราบว่าการสวดมนต์ในใจ

กับการสวดมนต์แบบเปล่งเสียงออกมา

จะได้อานิสงส์ของผลบุญเท่ากันหรือไม่คะ

ขอบคุณค่ะ





สวดในใจ      หรือเปล่งเสียง      สำเนียงธรรม
ล้วนก่อกรรม      ที่ดี      มีกุศล
ถ้าแปลด้วย      จักเข้าใจ      ใส่กมล
เป็นมงคล      เพราะรู้แจ้ง      แทงตลอดธรรม

จะให้ดี      ให้ทำใจ      ไร้นิวรณ์
นำคำสอน      สัจจา      มาอุปถัมภ์
อบรมจิต      มั่นในพรหม      วิหารธรรม
ย่อมพ้นกรรม      บาปชั่ว      เคยมัวเมา

มีเมตตา      กรุณา      มุฑิตาจิต
ทั้งสิบทิศ      แผ่ใจ      ไม่ร้อนเร่า
อุเบกขา      เป็นตบะ      ละตัวเรา
ที่เคยเขลา      ยึดมั่นคือ      ถืออัตตา

การสวดมนต์      เกิดปัญญา      ย่อมน่าสวด
เป็นไม้หวด      ดับกิเลส      เหตุตัณหา
สร้างองค์มรรค      นำจิตนี้      มีสัทธา
ย่อมดีกว่า      ฟังเพลง      ครื้นเครงเอย ฯ



     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ



การสวดมนต์ หากตั้งใจ น้อมใจในการสวด ก็สามารถเกิดกุศลจิต ชนิดที่ประกอบปัญญาก็ได้ หรือไม่ประกอบปัญญาก็ได้
หากเป็นกุศลจิตที่ประกอบปัญญา ผู้สวดก็ต้องเข้าใจ หยั่งลงไปในความหมายของเนื้อหาที่ตนกำลังสวด
หากได้แต่สวดไป สวดไป โดยไม่ทำความเข้าใจกับเนื้อหา ใจก็เกิดสมาธิอย่างเดียวโดยมีศรัทธาในการสวดเกิดขึ้นเท่านั้น

แต่หากผู้ที่สวดบทสวดมนต์ เข้าใจความหมายลึกซึ้งมากพอ ก็ย่อมทำการงานแห่งการสวดด้วยมหากุศลที่ประกอบปัญญา
ผลและอานนิสงส์ของมหากุศลจิตที่ประกอบปัญญา ย่อมมีความยิ่งใหญ่กว่า มหากุศลจิตที่ไม่ประกอบปัญญาอยู่แล้ว
ว่าโดยศรัทธา แม้จะประกอบในมหากุศลจิตทั้งสองประเภทในกุศลจิตทั้งสอง ข้อสำคัญศรัทธาที่ประกอบปัญญาก็ย่อมแข็งแรงกว่า ยั่งยืนกว่าศรัทธาที่ไม่ได้ประกอบปัญญา

ดังนั้น แม้ผู้สวดไม่เข้าใจในเนื้อหามากนัก แต่ก็พอจะอนุโลมให้เข้าใจไปตามเนื้อหา แล้วทำให้บุคคลผู้สวดนั้นเกิดศรัทธา น้อมใจที่จะใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา ใฝ่ปฏิบัติต่อไป ก็ชื่อว่า มีผลมาก มีอานิสงส์มาก
ผล คือ วิบากจิต ก็สามารถนำเกิดก็ได้ในสุคติภูมิ หรือส่งในระหว่างที่เกิดมาแล้ว ทำให้ได้รับความสุข สงบ ให้ได้เสวยผลเป็นอารมณ์ที่ดีหลายๆอย่าง เป็นความสุขโสมนัสเป็นอันมาก
หากเป็นวิบากจิตที่ประกอบปัญญาด้วย ก็เรียกว่า ได้ทุนมาสูงกว่า ทำให้เป็นผู้มีธาตุปัญญาตั้งแต่ปฏิสนธิ ย่อมมีความฉลาดเป็นอันมาก มีโอกาสเจริญในธรรมได้โดยง่าย

ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นอายุ วรรณะ สุขะ พละ ก็สามารถเกิดเป็นอานิสงส์ได้เพราะหมายเอาความสุขทั้งกายและใจเป็นหลัก ขึ้นอยู่กับปัจจัยและเหตุของแต่ละบุคคลว่ามีอะไรเกื้อกูลอุปถัมภ์ด้วย

ในการสวดควรเน้นตรงความหมายของเนื้อความ หากเป็นนัยลึกซึ้งและสามารถทำความเข้าใจได้ ก็มีผลมาก มีอานิสงส์มาก ต่างกับผู้ที่สวดๆไปโดยไม่เข้าใจ หรือไม่สนใจในเนื้อหา แต่กิเลสเอื้อมไปหาผลที่อยากได้ตามที่หลายๆแห่งท่านแสดงผลเอาไว้ อย่างนั้น กิเลสจะเข้ามาทำการงานแห่งกุศลด้วย
และถ้าเป็นอย่างนั้น ผลไม่รุ่งเรือง และอานิสงส์ก็ไม่ไพบูลย์เลย...

การสวดมนต์ในใจกับการสวดมนต์แบบเปล่งเสียงออกมา..


หากทำกุศลได้ครบทั้ง 3 ทวารคือกายวาจาและใจ ย่อมมีอานิสงค์เต็มท่ีด้วย
เหตุท่ีใช้ความเพียรทั้ง 3 ทางครับ




สาธุ


องค์ประกอบหลัก คงอยู่ที่จิตครับ
หากจิตมีสติมุ่งมั่นประกอบเปี่ยมด้วยกุศลแล้ว
แม้การสวดมนต์จะมิได้ออกเสียงก็ตาม
ผลแห่งความสว่างสงบสะอาด ย่อมเกิดขึ้นให้ภายในจิตเกิดความเบาสบายเป็นกุศลได้เหมือนกัน
แม้การสวดมนต์ที่เปล่งวาจา แต่สติมิได้จดจ่ออยู่กับกุศล เหมือนท่องไปตามวาระหน้าที่ก็ยังไม่ได้บุญเท่า

บุญคือเครื่องชำระใจให้เบาสบาย นึกถึงเมื่อไรก็เป็นสุข ตัวเราเป็นสุข คนรอบข้างก็เป็นสุข






อนุโมทนา ครับ


 3,641 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES




จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย