ทำอย่างไรถึงจะอดทนต่อ สภาพสังคมในปัจจุบันได้

 sleepwalks   

เมื่อลืมตาตื่นจากที่นอน เพื่อแต่งตัวออกจากบ้านไปทำงานเป็นกิจวัตร แต่ปัญหาและสภาพสังคมที่เจอะเจอในแต่ละวันนั้น
ทำให้จิตใจของเราขุ่นมัว เช่น

1.รถติด ติดเจรงๆ เป็นชม. รอรถ
2.อากาศเป็นพิษ
3.การแก่งแย่งกันขึ้นรถ
4.กระเป๋ารถเมลย์ปาก แมวๆ
5.เพื่อนร่วมงานชอบนินทา
6.เผชิญกับพวกขับรถที่ไม่มีวินัย เห็นแก่ตัว
7.เจ้านายอารมณ์ร้าย
8.สุนัขของเพื่อนบ้าน มาอุนจิหน้าบ้านเรา

ทำอย่างไรดีครับ




้ขอสรุปสั้นๆว่า ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยการย้ายที่อยู่ ที่ทำงาน หรือใช้บริการขนส่งทาง
เฮลิคอปเตอร์แทนรถเมล์ปากแมว
ก็ให้ทำใจแทนครับ
ขนาดผมย้ายไปยุโรปอยู่ประเทศที่มีความก้าวหน้าทางtechnology เยี่ยมอันดับต้นๆของโลกแล้ว ยังเจอเหตุคล้ายๆกับที่คุณเจอทุกข้อเลย เพียงแต่ไม่ทุกวันครับ(ดีกว่าติ๊ดนึง)

อะไรทำให้เจอครับ? กรรมครับ ตัวนี้เราทำมาเองกับมือเลยละครับ เข้าทำนอง เขียนแล้วลบไม่ได้เลยต้องนั่งอ่านมันตลอดเวลา

ถ้าจะถามว่าทำกรรมอะไรมานักหนาถึงต้องมาเจออย่างนี้ ตอบแบบสั้นคือกรรมคล้ายๆกับสิ่งที่มันเกิดกับเราน่ะเอง

ถ้าอยากได้คำตอบแบบเพะๆเรื่องกรรมชนิดฟันธงว่าทำอย่างนี้จึงเจอข้อนี้อะไรทำนองนี้ ทำได้ 2วิธีครับ (ไม่ยาก)

1. สั่งสมบารมีให้ได้เป็นพระพุทธเจ้า หรือปัจเจกพุทธเจ้าด้วยตนเอง
2. ทำบุญแล้วตั้งความปรารถนาขอให้ได้พบพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง
ในอนาคต เพื่อให้ทรงพยากรณ์ให้

ขอให้พบสุข พ้นทุกข์โดยถ้วนหน้าทุกท่านเทอญ ขอรับ


เวลาพบเรื่องที่กล่าวๆมา
ลองสังเกตุเวลาที่เรา ได้เห็น ได้ยิน ได้ฟัง สิ่งเหล่านั้น แล้วใจเรามันเกิดอะไรขึ้น

สิ่งที่ได้เห็นได้ยินได้ฟังมันเป้นแค่เชื้อ เป้นแค่วัตถุดิบ
แต่่คนโกรธ คือใจเรา ที่เอาสิ่งเหล่านั้น มาปรุงสร้างความโกรธขึ้น

ถ้าเราไม่ได้เห็น ไมไ่ด้ยิน ไม่ได้ฟัง
มันก็ไม่เกิดสิ่งเหล่านั้นขึ้น

จิตใจนั่นแหละที่ทำตัวเป็นผู้ปรุงอารมณ์ต่างๆ
กิจกรรมของจิตใจอย่างนี้แหละ เป้นที่มาของทุกข์ เป็นเหตุแห่งทุกข์

หมั่นดูไปอย่างนี้
ดูจนมันละเอียดขึ้น ช้าลง
สักวันจะเกิดความหน่าย

จิตก้จะเลิกทำอย่างเดิม จิตจึงเป้นอิสระ
ตาดูก็ไม่ปรุง หูได้ยินก็ไม่ปรุง
คงเหลือแต่การรับรู้ข้อมูลไปตามปกติ




ท่านKaminกล่าวข้อปฏิบัติได้เหมาะสมแล้ว ขออนุโมทนาครับ


ผมคงช่วยได้ข้อเดียว คือสุนัขข้างบ้านชอบมาอุนจิหน้าบ้านเรา
ผมไปซื้อน้ำยาถูบ้านเอาชนิดที่มีกลิ่นแรงๆ มาผสมน้ำแล้วราดหน้าบ้าน
ให้กลิ่นตกค้างอยู่ที่พื้นหน้าบ้าน ก็ได้ผล 90 เปอร์เซนต์ครับ


ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกๆความเห็น

เรื่องที่เกิดนี้ บางวันเราก็ทำใจได้ แต่บางที เราก็เผลอใจหงุดหงิดไป
เวรกรรมคงเป็นผลที่ทำให้เรามาเจอะเจอเรื่องแบบนี้จริงๆ - -

จะว่าไปเหมือนตัวเราเอาปัญหามาเข้าตัวเองทั้งนั้น
การปล่อยวางอย่างที่ พระพุทธองค์ กล่าวสอนนั้นทำได้ยากจริงๆ

ยิ่งเราต้องอยู่ในสังคมนั้น ถ้าจะปล่อยวางเรื่องต่างๆนั้นทำได้ยาก
ทำใจได้ยาก ไม่โกรธไม่หงุดหงิด ก็ยาก

ต่อให้ไปอยู่ที่สงบ แล้วทำใจให้สงบในเวลานี้ก็ยาก
เหมือนจิตใจมันเต็มไปด้วยกิเลส จริงๆ มันไม่นิ่ง ไม่สงบ กังวล ฯลฯ

เวรกรรมนี่น่ากลัวแล้ว ภพชาติที่ต้องมาเกิดนี่ ยิ่งน่ากลัว จะหลุดไปได้เมื่อไรก็ไม่รู้ - -





สาธุครับคุณ sleepwalker ที่สามารถพิจารณาเห็นวิกฤตแล้วมี "โยนิโสมนัสสิการ" เปลี่ยนเป็นโอกาส ในการพิจารณาเห็นทุกข์โทษของกรรม นี่เป็นการสั่งสมอุปนิสัยเพื่อความเจริญ ในธรรมขั้นสูงต่อไป จนเมื่อบริบูรณ์ก็ย่อมสามารถพ้นทุกข์ได้ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าครับ


ขอบคุณ ทุกๆ บทความครับ ที่ทำให้ผมได้รู้ ในสิ่งที่ยังไม่รู้ผมยังต้องศึกษาอีกไกลครับ


เราต้องทนทำใจในสิ่งที่เราพบเห็นในโลกปัจจุบัน ในสภาพปัจจุบันได้


-ขออนุโมทนากับคุณ kamin ค่ะ การดำรงชีวิตอยู่ในโลกมนุษย์ นั้นเป็นธรรมดาค่ะที่จะมีเรื่องวุ่นวายในแต่ละวัน ปัญหาต่างๆๆก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ทุกที่ทุกเวลาเช่นกัน และในสภาพสังคมในปัจจุบันนี้ ยิ่งไปกันใหญ่ค่ะ เพราะสังคมเริ่มเห็นแก่ตัวมากยิ่งขึ้น การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่นั้นหาได้ยากยิ่ง คุณต้องทำใจค่ะ เพราะไม่ว่าจะไปอยู่ในมุมใดของโลกก็จะเป็นคล้ายๆๆอย่างนี้ค่ะ เพราะคุณยังคงต้องทำงาน ยังคงต้องดำรงชีวิตในสังคมต่อไป
คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวบนโลกนี้ หากต้องการความสงบนั้ก็เริ่มจากจิตใจก่อนค่ะ ทำใจให้สงบค่ะ มีเวลาว่างก็อาจจะไปทำบุญที่วัด หรือหาที่สงบๆๆเพื่อเป็นการพักผ่อนจิตใจบ้างก็ได้ค่ะ นั่งสมาธิก็เป็นอีกทางเลือกค่ะ ลองดูนะคะ เริ่มที่จิตใจก่อนค่ะ


มองออกข้างนอกน้อยๆ มองเข้าภายในเยอะๆ

ดูแลจิตใจให้ดี ให้มีความสุข

อะไรกระทบก็ปล่อยวาง

แล้วโลกจะน่าอยู่ขึ้นมากเลยคะ

เป็นกำลังใจให้นะคะ


รู้สักแต่ว่ารู้ เห็นสักแต่ว่าเห็น
คำสอนของตถาคต พึงพิจารณาเถิด


 เปิดอ่านหน้านี้  2959 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย