ถามเรื่องการให้อภัย

 wasawaum   

เมียนอกใจทำผิด เราไม่คิดที่จะทำอะไรเขา ให้เขาไปดี แต่เขาไม่อยากไปเขาขอโทษ แต่เราใจรับไม่ใหวไม่อยากอยู่แล้ว เขาทำผิดเรื่องเดิมครั้งที่ 2 เราไม่โกรธนะแต่เสียใจบ้างคิดว่าเป็นเวรกรรม เค้าบอกไม่ตั้งใจ เค้าไม่รู้จะไปไหน ถ้าไล่ไปกลัวเขาจะเสียคนมากกว่านี้ แต่เรากลัวเขาทำผิดซ้ำๆอีก กลัวเรื่องจะไปมากกว่านี้ จะทำให้เราไขว่เขวในการปฏิบัติธรรม ถ้าไล่ไปจะบาปไหม ช่วยชี้แนะด้วย




สาธุการสร้างบารมีทำได้หลายทางครับถ้าใจเรา

เข้มเข็งพอคุนมีสติดีมากครับผมขอชมwasawaum


ขอแสดงความเห็นใจครับคุณwasawaumมากครับ ใครไม่เจอก็คงไม่อาจเดา
ความรู้สึกท่ีเกิดได้จริงๆ มีพระรูปหนึ่งที่ท่านเคยเป็นฆราวาส เเล้วภรรยาท่านมีชู้ ท่านเกือบกลายเป็นฆาตกรฆ่าชู้ แต่เพราะบุญของท่านท่ีสั่งสมมาดีแล้วได้มาตักเตือนท่านทำให้ท่านได้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทอง
สามารถพาตนให้พ้นสังสารทุกข์ได้ในท่ีสุดครับ ลองอ่านประวัติท่านดูครับ รับรองคุณ wasawaum จะได้ข้อคิดดีๆมหาศาล


...พระเดชพระคุณหลวงปู่ขาว อนาลโย เป็นพระอริยเจ้าที่ชื่อได้ว่า “เป็นเพชรน้ำหนึ่งแห่งวงศ์พระกรรมฐานสายท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต” ท่านมี หลวงปุ่หลุย จนฺทสาโร เป็นสหธรรมิกที่เกื้อกูลกันในทางธรรม

ท่านเป็นผู้มีใจเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่นในเป้าหมาย มีเมตาธรรมเป็นเลิศ สง่างามประดุจช้างสาร ท่านมีอดีตชาติเกี่ยวพันกับสัตว์ป่า มีช้าง เป็นต้น ไม่ว่าท่านจะไปเที่ยงที่ป่าเขาลึกเพียงไหน ช้างหัวหน้าฝูงมักจะเข้ามาหาคารวะท่าน ท่านรู้ภาษาสัตว์ และสัตว์เหล่านั้นก็รู้ภาษาของท่านเป็นอย่างดี

มูลเหตุที่ท่านออกบวชนั้น เกิดจากภรรยาของท่านมีชู้ เมื่อท่านได้พบภาพที่เป็นจริงคาหนังคาเขาตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน ท่านจึงเงื้อดาบสุดแรงเกิดหมายจะฆ่าฟันทั้งชายชู้และภรรยาชั่วให้ตาย แต่เผอิญชายชู้เห็นก่อนและได้ร้องขอชีวิต ด้วยสาวกบารมีญาณมากระตุ้นเตือน ทำให้ท่านเกิดจิตเมตตา จึงได้เรียกชาวบ้านมาดูเหตุการณ์ พร้อมทั้งประชุมญาติและผู้ใหญ่บ้าน ชายชู้ยอมรับผิด จึงได้ปรับสินไหมด้วยเงิน พร้อมกับประกาศยกภรรยาให้ชายชู้อย่างเปิดเผย หลังจากนั้นท่านสลดสังเวชใจเป็นกำลัง ใจหมุนไปในทางบวชเพื่อหนีโลกอันแสนโสมม

ท่านสามารถระลึกชาติย้อนหลังได้หลายชาติ ครั้งพุทธกาลท่านเคยเกิดเป็นพระภิกษุ ๑ ใน ๕๐๐ รูปติดตามพระเทวทัตผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ แต่หลังจากได้ฟังธรรมจากพระสารีบุตร จึงหันกลับเข้ามาสู่สัมมาทิฏฐิ สถานที่ต่างๆ ที่ท่านจำพรรษามักจะเป็นสถานที่เคยเกิดเป็นคนหรือสัตว์ต่างๆ ในอดีตชาติ

ท่านได้บรรลุธรรมชั้นสุดยอดในราวพรรษาที่ ๑๖-๑๗ ที่เสนาสนะป่ากลางทุ่งนา บ้านโหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ท่านเล่าว่า “เย็นวันหนึ่ง เมื่อปัดกวาดเสร็จออกจากที่พักไปสรงน้ำ ได้เห็นข้าวในไร่ชาวเขากำลังสุกเหลืองอร่าม ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาในขณะนั้นว่า ข้าวมันงอกขึ้นมาเพราะมีอะไรเป็นเชื้อพาให้เกิด ใจที่พาให้เกิด-ตายอยู่ไม่หยุด ก็น่าจะมีอะไรเป็นเชื้ออยู่ภายในเช่นเดียวกันกับเมล็ดข้าว เชื้อนั้นถ้าไม่ถูกทำลายเสียที่ใจให้สิ้นไป จะต้องพาให้เกิดตายอยู่ไม่หยุด ก็แล้วอะไรเป็นเชื้อของใจเล่า ถ้าไม่ใช่กิเลสอวิชชา ตัณหาอุปาทาน ท่านคิดทบทวนไปมา โดยถืออวิชชาเป็นเป้าหมายแห่งการวิพากษ์วิจารณ์ พิจารณาย้อนหน้าถอยหลัง อนุโลมปฏิโลมด้วยความสนใจอยากรู้ตัวจริงแห่งอวิชชา นับแต่หัวค่ำจนดึกไม่ลดละการพิจารณา ระหว่างอวิชชา กับ ใจ

พอจวนสว่างจึงตัดสินกันลงได้ด้วยปัญญาอวิชชาขาดกระเด็นออกจากใจไม่มีอะไรเหลือ การพิจารณาข้าวก็มายุติกันที่ข้าวสุก หมดการงอกอีกต่อไป การพิจารณาจิตก็มาหยุดกันที่อวิชชาดับ กลายเป็นจิตสุกขึ้นมาเช่นเดียวกับข้าวสุก จิตหมดการก่อกำเนิด เกิดในภพต่างๆ อย่างประจักษ์ใจ สิ่งที่เหลือให้ชมอย่างสมใจคือ ความบริสุทธิ์ของจิตล้วนๆ ในกระท่อมกลางเขา มีชาวป่าอุปัฏฐากดูแล ขณะที่จิตผ่านดงหนาป่ากิเลสวัฏฏ์ไปได้เแล้ว เกิดความอัศจรรย์อยู่คนเดียว ตอนอรุณรุ่งพระอาทิตย์ก็เริ่มสว่างบนฟ้า ใจก็เริ่มสว่างจากอวิชชาขึ้นสู่ธรรมอัศจรรย์ ถึงวิมุตติหลุดพ้นในเวลาเดียวกันกับพระอาทิตย์อุทัย ช่างเป็นฤกษ์งามยามวิเศษเสียจริง”


อ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ

http://board.agalico.com/showthread.php?t=23541
http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=7371


เขาทำผิดเรื่องเดิมครั้งที่ 2 เราไม่โกรธนะแต่เสียใจบ้างคิดว่าเป็นเวรกรรม
สาธุในโยนิโสมนัสสิการที่เกิดขึ้นครับเป็นกุศลแล้วเพราะเข้าใจเรื่องกรรมว่ามีผล เมื่อทราบว่ากรรมมีผลก็เข้าใจได้ว่า
เพราะตนเองเคยทำกับใครไว้เช่นนี้จึงได้รับวิบากทำนองเดียวกันความรู้เช่นนี้เป็นปัจจัยให้มีเมตตา ให้อภัยแก่ผู้ท่ีทำผิดล่วงเกินตนได้

เค้าบอกไม่ตั้งใจ เค้าไม่รู้จะไปไหน ถ้าไล่ไปกลัวเขาจะเสียคนมากกว่านี้
จิตที่มี" กรุณา " คิดว่าเขาจะได้รับทุกข์จึงมีความคิดเช่นนี้ได้ครับ ตรงนี้เป็นบุญครับ อนุโมทนาครับ

แต่เรากลัวเขาทำผิดซ้ำๆอีก กลัวเรื่องจะไปมากกว่านี้จะทำให้เราไขว่เขว ในการปฏิบัติธรรม

ถ้าสามารถคิดและเข้าใจได้ในกฏแห่งกรรม ทำไมไม่วางความรู้สึก "กลัว" นั้นเสียเล่าครับ? สิ่งนี้ยังไม่เกิด เรา
ก็รู้ไม่ได้ ว่ามันจะเกิดอย่างท่ีเราคาดคะเนหรือเปล่านะครับ การปฏิบัติธรรมไม่เกี่ยวข้องกับการ
มีชู้ของใคร แต่เป็นเรื่องของการฝึกท่ีใจตนเองครับ

ถ้าไล่ไปจะบาปไหม
หลักตัดสินอะไรบาปคือ การกระทำนั้น เป็น ทาน ศีล หรือภาวนา ถ้าไม่เข้าทั้ง 3 อย่างนี้ ให้รู้ว่ากำลังทำบาปอยู่ครับ

ที่จริงจาก post ที่ถามนี้ คุณwasawaum มีคำตอบอยู่แล้ว ผมเกรงว่าคำตอบท่ีผมลงไว้
อาจขัดแย้งกับคำตอบของคุณwasawaum เองแต่อยากให้ข้อคิดว่า จริงๆแล้ว ทุกๆผล มาจากเหตุทั้งนั้น ถ้าเรามี
อภิญญา เห็นอดีตชาติได้ บางทีเราอาจอยากกราบแทบเท้าขอบคุณ
คนที่เราคิดว่าเขาทำให้เราเดือดร้อนอยู่ก็ได้นะครับ เพราะสิ่งที่เราทำไว้ กับเขานั้น มันอาจจะมากกว่าท่ีเรา
กำลังได้รับอยู่ด้วยซ้ำไป ลองคิดดีๆครับ



ขอให้พ้นทุกข์และเจริญในธรรมครับ


อ้อ เพิ่มเติมอีกนิดนึงครับ ขอให้ม่ันใจอยู่อย่างหนึ่งครับคือหลัก
ท่ีว่า "ธรรมะย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม" หมายความว่า หากเราประพฤติธรรมจริงๆ เราจะมีพลังแห่งกุศล ปกป้อง
คุ้มครองให้พ้นภัยและอกุศลทั้งปวงเรียกว่ามีภูมิคุ้มกันตนดียิ่งกว่าเกราะใดๆในจักรวาล และกุศลนั่นเองจะจัดสรรให้เรา ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดีคือมีคนดีอยู่ด้วย เพราะคนชั่วย่อมไม่คบคุ้นกับคนดีได้ เหตุเพราะธาตุต่างกัน ถ้าคนชั่ว
ไม่กลับตัวกลับใจเพราะเลื่อมใสในตัวเรา เขาจะไปเองโดยไม่ต้องไล่ให้เป็นเวรกรรมติดตามไปดอกครับ ลอง
พิสูจน์ความจริงข้อนี้ดูนะครับ



น่าจะเป็นเวรกรรมจริงๆครับ เรื่องแบบนี้ "ภรรยานอกใจ"
ถ้าเป็นผม คงปวดหัวน่าดูเลย และคงหาทางออกยากเหมือนกันครับ

ความรู้สึกคงจะคล้ายๆกับคุณ wasawaum ครับ
รับไม่ได้ แต่จะให้อยู่ด้วยกันก็ทำใจลำบาก ไม่รู้จะนอกใจอีกเมื่อไร

ลองนั่งสมาธิครับแผ่เมตตาไป และลองพิจารณาครับว่า
มันเป็นธรรมดาของสัตว์โลก ที่ไม่หมดในเรื่องกิเลส และตัญหา

ทำใจ และเข้าใจด้วยครับว่ามันเป็นแบบนี้ และมันเป็นอย่างนี้
ถ้าเราพอใจที่จะมีความรัก มีคู่รัก มีครอบครัว ก็ต้องทำใจในวิธีของสัตว์โลกเหล่านี้ครับ

เพียงแต่ถ้า...เค้านอกใจเรา
เราอย่าไปนอกใจเค้า เหมือนกันกับที่เค้าทำกับเรานะครับ ถ้าคิดจะคบต่อก็ทำให้ดีที่สุด

เปรียบเหมือนเค้าสาดโคลนใส่เราแต่ เราก็อย่าสาดกลับไปเหมือนเค้า
ผลมันจะไม่ต่างอะไรกับเค้า

ผมเองก็เจอปัญหาคล้ายๆกันครับเพียงแต่ใน เคสของผมยังไม่แต่งงานกัน
จึงเลิกกันอย่างสบายใจได้

ตอนนี้เป็นโสด บางครั้งก็เป็นสุข
บางครั้งก็เป็นทุกข์ ที่อยากมีคู่เหมือนคนอื่นเค้า

แต่..พอมีคู่ ก็มีทุกข์อีกอยู่ดี - -
ปัญหาต่างๆนาๆ จะตามมาเมื่อมีคุ่ครับ เช่นเค้าจะรักเราจริงไม้ จะนอกใจเรารึเปล่า จะถนอมน้ำใจกัน
อีกนานแค่ไหน และถ้าเค้าตายจากเราไปโดยที่ตลอดเวลาเราดีต่อกันล่ะ เราจะอยู่อย่างไร จเสียใจต่อการจากไปแค่ใหน

ยังไงขอให้เข้มแข้งไว้นะครับ อดทนไว้และขอให้พบทางออกที่ดีครับ ขอบคุณสำหรับคำถามครับ





มันต้องมีเหตุมีปัจจัยปรุงแต่ง

และมันก็ต้องเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย

คุณลองพิจารณาดีๆเถอะ

เอาใจเขา

มาใส่ใจเรา

แล้วคุณอาจจะ

พบคำตอบในแบบของคุณ




 เปิดอ่านหน้านี้  3034 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย