อยากทราบว่าเข้าไปเขียนนิทานธรรมะบันเทิงได้อย่างไรค่ะ (นิทาน การเข้าถึงศิลปะ)

 Ampere   

ในประเทศจีนมีศิลปินนักวาดภาพคนหนึ่งที่ถือว่าเป็นระดับปรมาจารย์ด้านการใช้พู่กัน โดยเฉพาะการวาดภาพใบไผ่และใบหลิว หน้าที่หลักของเขาก็คือ วาดภาพใบไผ่และใบหลิวเกือบทั้งชีวิต ทำให้เข้าได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วแว่นแคว้น ข้าวผีมืออันล้ำเลิศของเขาดังกระฉ่อนไปถึงพระกรรณของฮ่องเต้      ฮ่องเต้พระองค์นี้ประสูติในปีระกาหรือปีไก่ พระองค์จึงทรงดปรดปรานไก่เป้นอย่างมาก กระทั่งว่าให้มีการเลี้ยงไก่นานาชนิดไว้ในพระราชวัง ตลอดจนสถานที่ต่างๆ ก็ให้มีการประดับประดาเป็นรูปไก่ทั้งหมด
     แม้แต่ในพระราชฐานก็ให้ตกแต่งด้วยรูปภาพไก่ ที่ปักด้วยด้ายทองคำเป็นจำนวนมาก แต่ภาพวาดที่พระองค์ทรงโปรดปรานมากที่สุดก็คือภาพไก่ที่วาดด้วยพู่กัน ถึงแม้ว่าศิลปินที่อยู่ประจำพระราชวังจะวาดภาพไก่ให้มากมายเพียงใด ก็ยังไม่ถูกพระทัยของพระองค์แต่อย่างใด
     จึงมีรับสั่งให้ศิลปินเข้าเฝ้า และมอหมายให้ไปวาดภาพไก้ด้วยพู่กันมาถวาย พระองค์มีรับสั่งให้วาดอย่างเต็มกำลังความสามารถ และเป็นที่รู้กันว่าถ้าวาดให้เป็นที่พอพระทัย ก็จะมีรางวัลบำเหน็จให้อย่างวาม ขณะเดียวกัน ถ้าวาดไม่เป็นที่พอพระทัยย่อมส่งผลกระทบต่อศิลปินในทางที่ไม่ดีเช่นกัน
     หลังรับพระบัญชา ศิลปินนักวาดภาพต้องทำงานอย่างหนัก แต่ด้วยความที่เขาเป็นนักวาดภาพที่ชำนาญด้านใบไผ่และใบหลิว ส่วนภาพไก่เป็นอะไรที่ไม่เคยวาดมาก่อน จึงสร้างความหนักใจให้แก่เขาเป้นอย่างยิ่ง
     ทว่าด้วยความพยายามและมั่นใจในฝีมือของตน เขาจึงคิดว่าต้องวาดให้สำเร็จและให้สวยได้แน่นอน เขาได้จ้างให้คนไปนำไก่ชนิดต่างๆ มาขังกรงไว้ที่บ้าน แล้วก็นำเอาไก่เหล่านั้นมาเป็นแบบในการวาด
     แต่ด้วยความที่ไก่ไม่อยู่เฉยๆ จึงทำให้มองไม่เป็นทุกซอกมุมของความเป็นไก่ เขาจึงได้นำเชือกมามัดไก่ไว้กันขื่อบ้าง เสาบ้านบ้าง บางครั้งก็ให้คนมาช่วยจับไก่กางปีกออก เพื่อที่จะได้เห็นองค์ประกอบของไก่ให้ครบ ให้ทำท่าไก่กำลังบินบ้าง กำลังชูคอบ้าง แต่ก็ไม่สามารถที่จะวาดให้สวยดังใจต้องการ
     เมื่อเวลาได้ล่วงไปนานพอสมควร ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งให้นำภาพวาดมาให้ทอดพระเนตร และเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้ ฮ่องเต้แสดงอาการไม่พอพระทัยเป็นอย่างยิ่งในภาพวาดดังกล่าว มีรับส่งให้คนนำไปให้เขาวาดใหม่ให้ดีกว่าเดิม พร้อมกำหนดเวลาให้อีระยะหนึ่ง
     หลังจากที่ได้รับสาส์นจากฮ่องเต้ถึงความไม่ได้เรื่องของภาพแล้ว ศิลปินผู้มีความเชื่อมั่นในฝีมือตัวเอง จึงได้ลองหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อทำงานให้สำเร็จ เขาได้ย้านตัวเองเข้าไปอยู่กับไก่ในกรง เพื่อจะได้เห็นทุกอิริยาบถของชีวิตไก่
     ครั้งแรกก็ย้ายเข้าไปเพียงโต๊ะทำงานก่อน ต่อมาเมื่อยังไม่เป็นที่สบอารมณ์ของตัวเอง ก็ย้ายทุกอย่างเข้าไปอยู่ในกรงกับไก่ วันเวลาผ่านไปใกล้กำหนดเข้ามาทุกขณะ แต่ศิลปินผู้วาดใบไผ่และใบหลิวได้อย่างหาใครเปรียบ ก็ยิ่งจนมุมกับการวาดภาพไก่ให้เป็นไปตามพระประสงค์ของฮ่องเต้
     เมื่อการทำงานนับวันยิ่งถอยหลังลงครอง ความท้อแท้จึงเข้ามาแทนที่ เขาจึงเตรียมที่จะหนีออกจากเมืองนั้น เพราะเกรงกลัวอาญาที่จะได้รับ
     แต่ในค่ำคืนที่เขากำลังวางแผนหลบหนีอยู่นั้น ก็ได้มีหลวงจีนท่านหนึ่งธุดงค์ผ่านมา ท่านแปลกใจว่าทำไมบ้านหลังนี้จึงมีไก่เต็มไปหมด ทั้งไก่ที่วิ่งแล่นไปมาและไก่ที่ถูกมัด จึงแวะเข้าไปถามศิลปินเพื่อให้คลายสงสัย
     ฝ่ายศิลปินผู้เริ่มหมดหนทางจะแก้ไข ก็บอกเรื่องการวาดภาพไก่เพื่อถวายฮ่องเต้แต่ก็ไม่รู้จะวาดอย่างไรให้หลวงจีนรับทราบ ฝ่ายหลวงจีนจึงกล่าวให้ข้อคิดแก่เขาว่า
      "ที่ท่านวาดภาพไก่ยังไม่ได้ เพราะท่านยังไม่เป็นไก่"
     เพียงคำพูดไม่กี่ประโยคของหลวงจีน ทำให้ศิลปินผู้มืดบอดมานาน กลับมีจิตที่หลุดจากพันธนาการทางความคิดได้อย่างไม่น่าเชื่อ เป็นคำที่สร้างปาฏิหาริย์ให้กับเขาเลยที่เดียว ในคืนนั้นเขาได้ปล่อยไก่ทั้งหมดออกจากกรงขังให้เป็นอิสระ
     ภาพของไก่ที่ถูกปลดปล่อยให้เป็นอิสระ ที่กำลังวิ่งและโบยบินออกจากกรง ช่างงดงามในความรู้สึกของเขาอย่างน่าประหลาด เขายืนมองดูภาพเหล่านั้นด้วยความปลาดปลื้มใจและรู้ว่าสิ่งที่ทำให้ติดขัดจนไม่สามารถวาดภาพให้สวยได้นั้นคืออะไร
     เวลาที่เหลืออยู่ประมาณหนึ่งเดือนก่อนถึงวันส่งภาพวาดแทนที่เขาจะลงมือทำอย่างเต็มที่เช่นแต่ก่อน กลับเอาเวลาที่มีอยู่ตะลอนไปเที่ยวดูไก่ตามสถานที่ต่างๆ เขาได้ไปเที่ยวดูไก่นานาชนิดด้วยความสบายใจ ที่สำคัญเขาไม่พกพู่กันสำหรับวาดภาพไปด้วยแม้แต่ครั้งเดียว
     พอใกล้เวลาส่งงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง ศิลปินผู้ได้รู้แจ้งในเรื่องศิลปะ ได้ใช้พู่กันจุ่มสีแล้วตวัดลงไปบนแผ่นกระดาษด้วยเส้นเพียงไม่กี่เส้น เขาได้วาดภาพไก่ตามที่ใจต้องการ หลังจากนั้นจึงได้นำไปถวายองค์ฮ่องเต้
     เมื่อฮ่องเต้เห็นภาพนั้น และด้วยความที่พระองค์เป็นคนเข้าใจถึงรากเหง้าของไก่กว่าใครทั้งหมด พระองค์ถึงกับกลั้นน้ำพระเนตรไว้ไม่ไหว ตรัสถามศิลปินว่าทำอย่างไรจึงวาดภาพไก่ได้งดงามเช่นนี้ คำตอบที่ได้รับก็คือ
      "เพราะข้าพระองค์รู้สึกว่าตัวเองเป็นไก่แล้ว จึงสามารถวาดได้พะย่ะค่ะ"

ข้อคิด
       การที่เราจะทำอะไรได้สำเร็จสักอย่างหนึ่งสิ่งสำคัญก็คือความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งให้เรื่องนั้นๆ มีความรักและเอาใส่ใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำ ยิ่งการเข้าถึงศิลปะของความสุขในชีวิตด้วยแล้ว เราผู้เป็นเจ้าของชีวิตก็ต้องเข้าใจอย่างถ่องแท้ในทุกรายละเอียดสามารถซึมลึกลงถึงคุณค่าที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจให้ได้แล้วเราก็จะพบว่าการสร้างชีวิตให้มีความสุขไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป 




 เปิดอ่านหน้านี้  2975 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย