ความรู้สึกทางกาม

 wasawaum   

ขอถาม 2 เรื่องครับ
1 . ขอวิธีปฏิบัติเพื่อให้ความรู้สึกทางเพศหายไปหรือเหลือน้อบที่สุด เวลาเสพสื่อที่เกี่ยวกับเพศเช่นภาพโป้หรือมองดูผู้หญิงโป้ ฯลฯ ไม่ต้องการให้รู้สึกมีความต้องการเลย เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเหตุของความต้องการทั้งปวงและเป็นเหตุแห่งทุกข์ เบื่อความรู้สึกต้องการแบบนี้เต็มทนไม่รู้จะเลิกได้ไหม ผมผิดปกติหรือเปล่าที่อยากหมดความรู้สึกพวกนี้ เพราะคนส่วนใหญ่กลัวมันเสื่อมแต่ผมกับต้องการให้มันเสื่อม แนะนำด้วยครับ
2. กล่องถ่ายรูปที่บริษัทเราเป็นคนใช้งานจะยืมไปใช้ส่วนตัวชั่วคราวแต่ไม่รู้จะยืมใครเถ้าแก่ไม่อยู่เราเป็นคนรับผิดชอบกล้องอยู่แล้วเอาไปใช้เลยได้ไหมผิดศิล5ไหมครับ




อ่านประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อ่านให้หมดนะครับ
ผมลองนำมาใช้ 7 วันเต็มๆ ผลสรุป ภรรยาร้องอยู่ 5 วัน ภรรยาบอกผมว่าจะไปบวชวันไหนบอกด้วย ไม่ว่าแต่ขออยู่อย่างเดียว ไปไกลๆ อย่ามาให้เห็นหน้าอีกนะ แค้นมากๆ ตัวผมเองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของตัวเองแม้แต่น้อยเลย แต่คนรอบข้างเขาบอกว่า เหมือนภรรยาอยู่กับพระ
ถ้าท่านอ่านประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต อย่างจริงจังแล้วนำมาใช้หวังผลได้เลย

ตอนที่ผมเข้าใจใหม่ๆ ผมทั้งร้องไม่รู้จะร้องยังไง มันตื้นตันใจจนบอกไม่ถูก เหมือนได้กราบผู้ที่มีพระคุณอย่างสูงหาที่เปรียบไม่ได้เลย ตอนนั้นร้องอยู่หลายวันเหมือนกับเข้าใจอะไรที่ลึกซึ้งจนตื้นตันใจในความกรุณาของท่าน ที่ท่านสอนสัตว์ให้เป็นมนุษย์ได้

ส่วนข้อ 2 นี้ ผิด เต็มๆ

ถ้าหาอ่านไม่ได้รบกวนลงเมล์ไว้ในนี้ก็ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งไปให้ครับ


เมล์มาเลยครับ ด่วน ขอบคุณครับ


suchatnr@gmail.com


ลองวิธีนี้ดูนะครับ

1.พิจารณาว่า ในร่างกายมันมีเส้นเลือดใหญ่ เล็ก เอ็น มีเลือดมีน้ำเหลือง มีตับ ม้าม ไต ปอด ไขมัน มันเหลว พังผืด เยื่อหุ้มหนังศีรษะ มันสมอง น้ำตา น้ำมูก น้ำลาย เสลด กระดูก ลำไส้ ประมานนี้อ่ะครับ
ว่าน่าสะอิดสะเอียน น่าจะช่วยได้นะครับ

2.หรือ ถ้ามีหนังสือโป๊ ซีดีโป๊ แบบเยอะจัด ก็เอาไปทิ้งบ้าง นะครับ (หมดตัวกระตุ้นกามไปอีก 1)

3.ให้ตัวเราห่างจากภรรยาครับ ภรรยาทำให้เกิดอารมณ์ ถ้าเราห่างจากภรรยาไม่ได้ ก็ให้นำภรรยาไปไว้ในที่ห่างๆเราแทน

4.เข้าป่าเลยครับ (ไม่ได้ตลก) ถ้า2 ข้อแรก มิอาจต้านทานพลังแห่งกามได้ เลือกป่าทึบๆ ที่ปราศจากมนุษย์แต่ก็ต้องระวังครับ อาจจะไปเกิดตัญหากับ พวกเก้งกวางแทนได้

5.ดูภาพสยอง ศพ ให้เปลี่ยนฟิวล์ไปเลยครับ เมื่อเกิดอาการ แต่ต้องระวังครับ แต่อย่าดูมาก ให้ถึงกับโรคจิตนะครับ

6.เลือกรับทานอาหาร ครับ หยุดอาหารประเภทกระตุ้นกามเช่น จำพวกหอย หอยทอด หอยแครง หอยนางรม หรือพวกอาหารที่ชื่อ 2แง่ 2 ง่าม เช่น ไข่เยี่ยวม้า พวกตระกูลผัดผงกระหรี่ ต่างๆ เต้าส่วน กระเทียมเจียว เป็นต้น

7.ไม่คุยลามกครับ เรื่องลามกที่ไปกระตุ้นต่อมทางกาม ทางเพศ อย่าเด็ดขาดครับ

8.พยายามอยู่กับคนแก่ ให้มากๆ แทนที่จะอยู่กับสาวๆ ครับ เพราะคนแก่ไม่น่าทำให้เกิดอารมทางเพศได้ (นะ)
ถ้าอยากดูคอนเสิร์ท ก็เลือกประเภทสุนทราภรณ์ แทนที่จะไปดู โฟร์ มด หรือ ถ้าจะไปโรงหนัง เลือกพวกสลาลาก็ได้ครับ

9.ฝึกการมองของคุณให้อยุ่ในระดับบนให้มากที่สุด หลีกเลี่ยงการมองในระดับหน้าอก เอว ขาอ่อน ให้มองบนๆ ไม่ก็ล่างๆไปเลย




สาธุครับทุกท่าน
1 . ขอวิธีปฏิบัติเพื่อให้ความรู้สึกทางเพศหายไปหรือเหลือน้อบที่สุด
พิจารณาร่างกายให้เป็นอสุภคืิอสกปรกน่าเกลียด ดูภาพที่นี่ครับ
http://www.watkoh.com/asupha/

อสุภกรรมฐาน

อสุภ แปลว่า ไม่สวย ไม่งาม กรรมฐาน แปลว่า ตั้งอารมณ์ไว้ให้เป็นการเป็นงาน รวมได้ความว่า ตั้งอารมณ์เป็นการเป็นงานในอารมณ์ที่เห็นว่า ไม่มีอะไรสวยสดงดงาม มีแต่ความสกปรก โสโครก น่าเกลียด

กำลังสมาธิของอสุภกรรมฐาน

อสุภกรรมฐานมี 10 อย่าง มีกำลังสมาธิเพียงปฐมฌานเป็นอย่างสูงสุด ไม่สามารถจะทรงฌานให้มีกำลังให้สูงกว่านั้นได้ เป็นกรรมฐานด้านพิจารณามากกว่าการเพ่ง ใช้อารมณ์จิตใคร่ครวญพิจารณาอยู่เป็นปกติ จึงทรงสมาธิได้อย่างสูงก็เพียงปฐมฌาน เป็นกรรมฐานที่มีอารมณ์คล้ายกับวิปัสสนาญาณมาก นักปฏิบัติที่พิจารณาอสุภกรรมฐานจนทรงปฐมฌานได้ดีแล้ว พิจารณาวิปัสสนาญาณควบคู่กันไป จะบังเกิดผลรู้แจ้งเห็นจริงในอารมณ์วิปัสสนาญาณได้ อสุภกรรมฐานนี้เป็นสมถกรรมฐานที่ให้ผลในทางกำจัดราคจริตเหมือนกันทั้ง 10 กอง ท่านที่เจริญกรรมฐานหมวดอสุภนี้ชำนาญเป็นพื้นฐานแล้ว ต่อไปเจริญวิปัสสนาญาณ จะเข้าถึงการบรรลุเป็นพระอนาคามีผลได้ไม่ยากนัก

อสุภกรรมฐาน 10 อย่าง

1. อุทธุมาตกอสุภ คือ ร่างกายของคนและสัตว์ที่ตายไปแล้ว นับแต่วันตายเป็นต้นไป มีร่างกายขึ้นบวมพอง ที่เรียกกันว่า ผีตายขึ้นอืดนั่นเอง
2. วินีลกอสุภ เป็นร่างกายที่มีสีเขียว สีแดง สีขาว ปะปนคน สีแดงในที่มีเนื้อมาก สีขาวในที่มีน้ำเหลืองน้ำหนองมาก สีเขียวที่มีผ้าสีเขียวคลุม ร่างของผู้ตายส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยผ้า สีเขียวจึงมากกว่า ดังนั้นจึงเรียกว่า วินีลกะ แปลว่าสีเขียว
3. วิปุพพกอสุภ เป็นซากศพที่มีน้ำเหลืองไหลอยู่เป็นปกติ
4. วิฉิทททกอสุภ คือซากศพที่มีร่างกายขาดเป็นสองท่อนในท่ามกลาง มีกายขาดออกจากกัน
5. วิกขายิตกอสุภ เป็นร่างกายของซากศพที่ถูกสัตว์ยื้อแย่งกัดกิน
6. วิขิตตกอสุภ เป็นซากศพที่ถูกทอดทิ้งไว้จนส่วนต่าง ๆ กระจัดกระจาย
7. หตวิกขิตตกอสุภ คือซากศพที่ถูกสับฟันเป็นท่อนน้อยและท่อนใหญ่
8. โลหิตกอสุภ คือซากศพที่มีเลือดไหลอออกเป็นปกติ
9. ปุฬุวกอสุภ คือซากศพที่เต็มไปด้วยตัวหนอนคลานกินอยู่
10. อัฏฐกอสุภ คือซากศพที่มีแต่กระดูก

การพิจารณาอสุภ

การพิจารณาอสุภทั้ง 10 อย่างนี้ ท่านให้พิจารณาเพื่อถือเอานิมิตโดยอาการ 6 อย่างต่อไปนี้

1. พิจารณาโดยสีี คือกำหนดว่า ซากศพนี้เป็นร่างกายของคนดำหรือคนขาว หรือร่างกายผิวไม่เกลี้ยงเกลา
2. พิจารณาโดยเพศ อย่ากำหนดว่าร่างกายนี้ชายหรือหญิง พึงพิจารณาว่า ซากศพนี้เป็นร่างกายของคนที่มีอายุน้อย กลางคนหรือคนแก่
3. พิจารณาโดยสัณฐาน คือพิจารณาว่า นี่เป็นคอ เป็นศีรษะ เป็นท้อง เป็นขา เป็นเท้า เป็นแขน เป็นต้น
4. กำหนดโดยทิศ ทิศนี้หมายเอาสองทิศ คือ ทิศเบื้องบน ได้แก่ทางด้านศีรษะ ทิศเบื้องต่ำ ได้แก่ทางด้านปลายเท้าของซากศพ มิได้หมายถึงทิศเหนือทิศใต้
5. พิจารณาโดยที่ตั้ง ให้กำหนดว่า ซากศพนี้ศีรษะวางอยู่ตรงนี้ มือวางอยู่ตรงนี้ เท้าอยู่ตรงนี้ เวลาพิจารณาอสุภนี้ เรายืนอยู่ตรงนี้
6. พิจารณาโดยกำหนดรูู้้ หมายถึงการกำหนดรู้ว่า ร่างกายสัตว์และมนุษย์นี้มีอาการ 32 เป็นที่สุด ไม่มีอะไรสวยสดงดงามจริง ความจริงแล้วเป็นของน่าเกลียด มีกลิ่นเหม็นคลุ้ง มีสภาพขึ้นอืดพอง มีน้ำเลือดน้ำหนองเต็มร่างกาย หาที่น่ารักไม่มีเลย ที่มองเห็นว่าดีหน่อยก็หนังกำพร้าที่ห่อหุ้มภายในอยู่ แต่หนังนี้ก็ใช่ว่าจะสวยสด ถ้าไม่คอยขัดถู ไม่นานก็เหม็นสาบ น่ารังเกียจ ตอนมีชีวิตอยู่ก็เอาดีไม่ได้ พอตายแล้วยิ่งโสโครกใหญ่ กลายเป็นซากศพขึ้นอืดพอง น้ำเหลืองไหลกลิ่นเหม็น เมื่อกำหนดพิจารณาทราบว่า ร่างกายของซากศพทั้งหลายนี้แล้ว ก็น้อมนึกถึงสิ่งที่ตนรัก ที่เห็นว่าเขาสวย เอาความจริงจากซากอสุภเข้าไปเปรียบเทียบดู ว่าที่เห็นว่าเขาสวยสดงดงามนั้น มีอะไรต่างกับซากศพนี้บ้าง ปากที่ชมว่าสวย เต็มไปด้วยเสลด น้ำลาย ของตัวเองพอกลืนได้ แต่รังเกียจของคนอื่นไม่กล้าแ้ม้แต่ที่จะแตะ


ซากศพนั้นมีสภาพอย่างไร เมื่อตายแล้วจากความเป็นคนหรือสัตว์ เราเรียกกันว่าผีตาย มีสภาพอย่างไรเมื่อตาย แม้ยังไม่ตายสิ่งเหล่านั้นก็มีครบ พิจารณาคนที่เรารักมีสภาพอย่างนั้น ใคร่ครวญให้เห็นติดอกติดใจจนกระทั่งเห็นสภาพของผู้ใดก็ตาม มีความรู้สึกว่าเป็นซากศพทันที เห็นคนหรือสัตว์มีสภาพเป็นซากศพไปหมด เต็มไปด้วยความรังเกียจ เห็นผิวภายนอกก็มองเห็นภายใน คือเห็นเป็นสภาพถุงน้ำเลือด ถุงอุจจาระ ปัสสาวะที่เคลื่อนที่ได้ ต่อไปเขาก็จะกลายเป็นซากศพที่มีร่างกายอืดพอง น้ำเหลืองไหล เราก็เช่นเดียวกัน เขามีสภาพเช่นไร เราก็มีสภาพเช่นนั้น กายนี้ล้วนแต่เป็นอนิจจัง หาความเที่ยงแท้แน่นอนไม่ได้เลย เมื่อไม่เที่ยงอย่างนี้เป็นทุกขัง ความทุกข์อันเกิดแต่ความเคลื่อนไปหาความเสื่อมอย่างนี้ เป็นอนัตตา เพราะเราจะบังคับควบคุมไม่ให้เคลื่อนไปไม่ได้ ต้องเป็นไปตามกฎธรรมดา
พิจารณาเห็นโทษเห็นทุกข์อันเกิดแต่ร่างกาย เกิดนิพพิทาความเบื่อหน่ายในร่างกายของตนเองและผู้อื่น เห็นเมื่อไหร่เบื่อหน่ายหมดความพอใจเมื่อนั้น เห็นคนมีสภาพเป็นศพทุกขณะที่เห็นอย่างนี้ เรียกว่า ได้้อสุภกรรมฐานในส่วนของสมถภาวนา
อารมณ์ ที่เห็นว่า ร่างกายนอกจากจะโสโครกน่าสะอิดสะเอียนแล้ว เบื่อหน่ายในการทรงสังขาร เบื่อที่จะเกิดต่อไป เพราะถ้าเกิดมีร่างกายในภาพใด ร่างกายก็จะมีสภาพโสโครกสกปรก เป็นซากศพและไม่เที่ยง เป็นทุกข์บังคับไม่ได้ เบื่อในการเกิด เป็นนิพพิทาญาณในวิปัสสนาญาณ ใคร่ครวญหากฎธรรมดาควบคู่กันไป วางใจเฉยเพราะนี่เป็นเรื่องธรรมดา ที่เกิดมาก็ต้องเจ็บไข้ไม่สบาย มีลาภแล้วก็เสื่อมได้ มียศก็เสื่อมได้ มีสุขก็ทุกข์ได้ มีสรรเสริญก็มีนินทาได้ เกิดแล้วก็ต้องตายได้ ทุกอย่างมันธรรมดา จนจิตชินต่ออารมณ์ มีทุกข์ก็รู้สึกว่าเป็นปกติ ไม่หวั่นไหว เรียกว่า ได้สังขารุเปกขาญาณในวิปัสสนาญาณ เป็นคุณธรรมที่ใกล้ความเป็นผู้บรรลุพระโสดาบันแล้ว หมั่นคิดว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา ไม่หวั่นไหวต่อมรณภัย มีจิตใจศรัทธาเชื่อมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จิตว่างจากกรรมชั่วครู่ คือรักษาศีล 5 ได้เป็นปกติ มีอารมณ์รักพระนิพพานเป็นปกติ ใคร่ครวญปรารถนาแต่พระนิพพาน ไม่ต้องการเกิดต่อไป อย่างนี้ท่่านว่า ทรงคุณได้ในระดับพระโสดาบัน
ฉะนั้น ขอให้ท่านที่ปฏิบัติในอสุภกรรมฐานจงพยายามกำหนดพิจารณาให้ขึ้นใจจนได้ปฏิภาคนิมิตในที่สุด และรักษานิมิตนั้นไว้อย่าให้เสื่อมไป ยกเอานิมิตนั้นขึ้นสู่อารมณ์วิปัสสนาญาณ ท่านจะเข้าถึงมรรคผลนิพพานได้ภายในไม่ช้าเลย การพิจารณาอย่างนี้เรียกว่า พิจารณากำหนดรู้

ท่ีมา

http://www.larnbuddhism.com/grammathan/asupa1.html





ไม่ต้องการให้รู้สึกมีความต้องการเลย เพราะรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเหตุของความต้องการทั้งปวง และเป็นเหตุแห่งทุกข์ เบื่อความรู้สึกต้องการแบบนี้เต็มทน

สาธุครับ ผู้มุ่งหวังหลุดรอดออกจากวัฏฏะสงสารเท่านั้นจึงจะเกิดความรู้สึกชนิดนี้ได้
เรียกว่าเริ่มมีเนกขัมมวิตก คือดำริที่จะออกจากกาม และประพฤติพรหมจรรย์ความคิดเช่นนี้จะเป็นส่วนสำคัญมากๆ
ในการยังความก้าวหน้าเจริญในธรรมขั้นสูงๆยิ่งขึ้นไป


เถ้าแก่ไม่อยู่เราเป็นคนรับผิดชอบกล้องอยู่แล้วเอาไปใช้เลยได้ไหมผิดศิล5ไหมครับ
ผิดครับ เพราะเจ้าของไม่ได้อนุญาตไว้ก่อนว่าให้นำไปใช้ในกิจส่วนตัว แต่หากเจ้าของ"เคย"ออกวาจาอนุญาตไว้ก็ไม่ผิดอะไร ควรแก้ไขข้อผิดพลาดนี้โดยบอกกล่าวแก่เจ้าของ และขออภัยเสียจิตใจเราจะดีขึ้น

ข้อแนะนำบางอย่างอาจเป็นประโยชน ลองดูที่นี่ครับ์

http://larndham.net/index.php?showtopic=30878&st=0




ผมเข้าไปดูเวปที่คุณ ddman แนะนำมาละครับ ตาสว่างเลยครับ หายง่วงเลยจากที่กำลังง่วงอยู่ เหอๆ ให้ดูเป็นประจำหรือเปล่าครับ หรือว่าแค่ครั้ง2ครั้ง เอาพอนึกได้ แล้วคิดปลงกับสิ่งสวยงามครับ?


สาธุครับคุณ julonk

หากคิดว่าเหมาะกับจริตของตน ดูแล้วเกิดธรรมสังเวช ระงับราคะในกายของตนและผู้อื่นก็ดูได้จนกว่าอสุภสัญญาเกิด จนเป็นปกติก็ไม่ต้องดูต่อครับ แต่พิจารณาอยู่เนืองๆจนเห็นตามความจริงว่าร่างกายทั้งหลายเต็มไปด้วยของปฏิกูล หาความงามไม่ได้เลย


คุณ wasawaum ส่งเมล์ให้เมื่อวัน จันทร์ 3 พ.ย. 2551 เวลา 08.20 น.
เมื่อได้รับเมล์แล้วถ้าต้องการ ติดต่อกันโดยตรงส่งเบอร์โทรกลับมาให้ด้วยจะได้เข้าใจเร็วขึ้น


ผมลองอยู่หลายทีเเต่ก็ทำไม่ได้สงสัยเกี่ยวกับว่าเป็นวัยรุ่นหรือปล่าว(22ปี)


รบกวน คูณปลาหัวหิน ส่ง mail มาให้ด้วยครับ Stee_scb@hotmail.com


ขออนุโมทนาครับ กระทู้นี้มีประโยชน์มาก ๆ ผมเองก็เช่นกัน เคยบวชมาแล้ว แทบทนไม่ได้ พอครบพรรษา สึกออกมาแล้วเหมือนกิเลสมันถูกปล่อยออกมานะครับ ผมเข้าใจพระที่ท่านมีข่าวว่า ตัดอวัยวะเพศของตัวเอง ที่ข่าวบอกว่าท่านวิปริต ผมว่าใครไม่เข้าใจก็อย่าว่าท่านอย่างนั้นเลย ผมอ่านข่าวก็เข้าใจเลยทันที มันเป็นทุกข์อย่างยิ่ง หาวิธีทำให้มันคลายลงโดยใช้หลักธรรมนะครับ แต่ยังทำไม่ได้ กระทู้นี้ให้คำตอบที่น่าจะเป็นวิธีที่ปฏิบัติได้หลายคำตอบทีเดียวครับ...ขอบคุณครับ


เข้าใจ...แต่ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี...เหมือนคนที่เหยียบโคลนอยู่ด้วยกันแล้วถามว่าเหยียบยังไงถึงจะไม่เปื้อน ยังงี้ต้องไปถามคนบนฝั่งว่าขึ้นไปล้างโคลนตรงไหนอ่ะครับ

เอางี้ดีกว่า

            เรื่องการหน่ายกาม
ท่านเจ้าคุณนรรัตนฯ ได้แนะนำสอนพระฝรั่ง ที่ได้มาพบสนทนา ภายในโบสถ์วัดเทพศิรินทร์ฯ หลังจากหลังจากท่านได้ปฏิบัติกิจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านพระครูปัญญาภรณ์โสภณ (มหาอำพันบุญ-หลง) จึงเห็นว่ามีความสำคัญมาก ได้ขออนุญาตจากท่านบันทึกไว้พิมพ์แจกจ่ายแก่ลูกศิษย์ เพราะจะได้เป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชน โดยท่านพระครูปัญญาภรณ์ ฯ ได้พิมพ์ทั้งในด้านภาษาไทย-อังกฤษไว้ ดังมีใจความดังนี้
Sensual craving arises through unwise thinking on the agreeable and delightful.
กามฉันท์ หรือกามตัณหา เกิดขึ้นจากความไม่ฉลาด หลงคิด เห็นอารมณ์ต่าง ๆ เป็นที่ถูกใจและน่ายินดี
It may be suppressed by the following ๖ methods:-
สามารถข่มไว้ได้ด้วยวิธีทั้ง ๖ ดังต่อไปนี้:-
๑. Fixing the mind upon an idea that arouses disgust.
เพ่งใจให้เห็นอสุภารมณ์ คือ อารมณ์ที่ปฏิกูล น่าเกลียดไม่งามของสังขารร่างกาย จนให้เกิดความเบื่อหน่าย คลายความรักใคร่ หายความกำหนัดยินดี
๒. Meditation upon the impurity of the body.
เพ่งพินิจ พิจารณาความปฏิกูลของร่างกาย (แยกออกเป็นอาการ ๓๒ ที่เรียกว่า กายคตาสติภาวนามี ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เอ็น กระดูก เป็นต้น)
๓. Watching over the sin doors of sense.
ใช้สติสำรวมอินทรีย์ เฝ้าระวังทวารทั้ง ๖ (คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ เมื่อได้ประสบพบเห็น รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมมารมณ์ อย่าให้ความรักใคร่ กำหนัด ยินดียินร้าย เกิดขึ้นภายในจิตใจ)
๔. Moderation in eating
ให้รู้จักประมาณการบริโภคอาหาร อย่าให้อิ่มมากจนเกินไป จะเป็นเหตุให้เกิดความกำหนัดทางกายและลุกลามเข้าไปถึงจิตใจ ให้เกิดความเศร้าหมองด้วยฉันทราคะ
๕. Cultivation friendship with the good.
ทำความวิสาสะคบหาสมาคม สนทนาปราศรัย สนิทสนมคุ้นเคยกับกัลยาณมิตร เพื่อนผู้ดีงาม ที่จะชักชวนให้สนทนาไปในทางที่จะให้เสื่อมคลาย หายความรักใคร่ กำหนัด ยินดี และยินร้ายในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์
๖. Right instruction
ฝึกฝนปฏิบัติตนในทางที่ถูกต้อง ตามไตรสิกขา คือ:- ศีล สมาธิ ปัญญา
๑. พยายามกำจัดตัดกิเลส เครื่องเศร้าหมองอย่างหยาบ ที่ล่วงออกมา ทาง กายวาจาด้วยศีล
๒. พยายามกำจัดตัดกิเลส เครื่องเศร้าหมองอย่างกลาง คือ นิวรณ์ ทั้ง ๕ มี กามฉันท์ พยาบาท ถีนะมิทธะ อุทธัจจะกุกกุจจะ วิจิกิจฉา ด้วยสมาธิ ย่นย่อ นิวรณ์ ๕ ลงเป็น ๓ คือ:-
๑. ราคะโลภะ ๒. โทสะ ๓. โมหะ ๑.กามฉันท์นิวรณ์ ความพอใจในกามเป็น ฝ่ายราคะโลภะ
๒. พยาบาทนิวรณ์ ความขึ้งเคียดโกรธ เคือง เป็นฝ่ายโทสะ ที่เหลือ อีก ๓ คือ ถีนะมิทธะ ความหดหู่ง่วงเหงา อุทธัจจะ กุกกุจจะ ความฟุ้งซ่าน รำคาญ และ วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัยทั้ง ๓ นี้ เป็นฝ่ายโมหะ
๓. พยายาม กำจัด ตัดกิเลส อย่างละเอียด ที่เกิดจากทิฐิความเห็นด้วย ปัญญา ด้วยการพิจารณาเห็นตามความเป็นจริงของสังขาร ซึ่งมี ลักษณะเกิดขึ้น เสื่อมสิ้นกันไป ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา
The sensual craving is forever destroyed upon the entrance into Anagamiship.
กามฉันท์ หรือ กามตัณหานี้ สลัดกำจัดตัดได้อย่างเด็ดขาด ต่อเมื่อเข้าสู่กระแส พระอนาคามิมรรค บรรลุถึงพระอนาคามิผล



คำสอนของหลวงพ่อชา

นอกจากนี้หลวงพ่อยังได้พูดถึงนิวรณ์แต่ละอย่างไว้ด้วย คือ

๑. กามฉันทะ

การบรรเทาความใคร่ในกามให้เบาบางลง ต้องใช้หลายวิธีด้วยกัน เพื่อควบคุมการคึกคะนองของจิต สิ่งที่หลวงพ่อเน้นอยู่เสมอ คือการกินน้อย นอนน้อย พูดน้อย ความเป็นผู้มีอินทรีย์สังวร การเป็นผู้รู้ประมาณในการบริโภค และใช้อสุภกรรมฐานเป็นอุบายเครื่องแก้

ท่านบอกว่า กามราคะจะบรรเทาลงได้ ด้วยการพิจารณาไตร่ตรองถึงความน่าเกลียดโสโครก การหลงติดอยู่ในรูปกายเป็นสุดโต่งข้างหนึ่ง ซึ่งเราต้องมองให้เห็นสิ่งตรงข้าม จงพิจารณาร่างกายเหมือนซากศพและเห็นการเปลี่ยนแปลงเปื่อยเน่า หรือพิจารณาอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เช่น ปอด ม้าม ไขมัน อุจจาระ และอื่นๆ จำอันนี้ไว้แล้วพิจารณาให้เห็นจริงถึงความน่าเกลียดโสโครกของร่างกาย เมื่อมีกามเกิดขึ้น ก็ช่วยให้เอาชนะกามราคะได้ เห็นเมื่อใดก็เท่ากับมองซากศพ เห็นผู้หญิงก็ซากศพ เห็นผู้ชายก็ซากศพ ตัวเราเองก็เป็นซากศพด้วยเหมือนกัน พยายามเจริญให้มาก บำเพ็ญให้อยู่ในใจนี้มากขึ้นอีก ท่านบอกว่ามันสนุกจริงๆ ถ้าเราทำ แต่ถ้ามัวอ่านแต่ตำราอยู่มันยาก ต้องทำเอาจริงๆ ทำให้มีกรรมฐานในใจเรา


สตรี

เกี่ยวกับเรื่องสตรี หลวงพ่อท่านจะเข้มงวดเอากับลูกศิษย์ของท่านมาก เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า กามราคะ เป็นมารตัวสำคัญที่ทำให้พระต้องสึกหาลาเพศ เป็นอุปสรรคอันยิ่งใหญ่ต่อการประพฤติปฏิบัติ ในพระวินัยบัญญัติก็มีหลายสิกขาบทที่วางหลักไว้อย่างเข้มงวด เพื่อกำกับการติดต่อกับมาติคาม ป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่จะสายเกินแก้

การที่ท่านเข้มงวดกับเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ ก็เนื่องจากว่าท่านเคยต้องผจญกับพญามารตัวนี้มาแล้วอย่างยากลำบาก อย่างที่ท่านเล่าไว้ เมื่อไปจำพรรษากับท่านอาจารย์กินรี กามราคะก็เล่นงานท่านอย่างรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ขณะที่มีความเพียรปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ในวาระหนึ่งกามราคะก็เข้ามารุมเร้าอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเดินจงกรม นั่งสมาธิ หรืออยู่ในอิริยาบถก็ใดก็ตาม ปรากฏว่ามีอวัยวะเพศของผู้หญิงลอยปรากฏเต็มไปหมด เกิดความรู้สึกรุนแรงจนแทนทำความเพียรไม่ได้ ต้องอดทนต่อสู้กับความรู้สึกและนิมิตเหล่านั้นอย่างลำบากยากเย็น หลวงพ่อเล่าว่า ความรู้สึกต่อกามราคะในครั้งนั้นย่ำยีจิตใจรุนแรงพอๆ กับความกลัวที่เกิดขึ้นในคราวที่ไปป่าช้าครั้งแรก เดินจงกรมก็ไม่ได้ เพราะองค์กำเนิดถูกผ้าเข้าก็มีอาการไหวตัว ต้องให้เข้าไปทำที่จงกรมในป่าทึบเพื่อเดินเฉพาะในเวลาค่ำมืด และเวลาเดินต้องถลกสบงพันเอวไว้ การต่อสู้กับกามราคะเป็นไปอย่างทรหดอดทน ขับเคี่ยวกันอยู่นานถึง ๑๐ วัน ความรู้สึกและนิมิตเหล่านั้นจึงสงบและขาดหายไป

เนื่องด้วยเรื่องนี้ หลวงพ่อเห็นว่าเป็นคติธรรมที่ดี โดยเฉพาะแก่พระหนุ่มวัยฉกรรจ์ เมื่อลูกศิษย์ทำการรวบรวมชีวประวัติของท่าน ก็รู้สึกไม่แน่ใจว่าสมควรจะเผยแผ่ต่อสาธารณชนหรือไม่ แต่หลวงพ่อก็ได้กำชับว่า

“ต้องเอาลง ถ้าไม่เอาตอนนี้ในหนังสือด้วย ก็ไม่ต้องพิมพ์ประวัติเลย”[21]

หลวงพ่อเองก็ระวังตัวมาก ใต้ถุนกุฏิท่านซึ่งใช้เป็นที่รับแขกก็โล่ง ถ้ามีแขกผู้หญิงมา ต้องมีพระหรือเณร หรือโยมผู้ชายเป็นพยานรู้เห็นสิ่งที่หลวงพ่อสนทนากับผู้หญิงนั้นด้วย และท่านก็เตือนพระภิกษุสามเณรอยู่เสมอว่า “ระวังเถอะผู้หญิง อย่าไปใกล้มัน ไม่ใช่ใกล้ไม่ใช่ไกล แค่สายตาไปผ่านพริบเท่านั้นแหละ มันเป็นพิษเลย”

ท่านกล่าวอธิบายพุทธพจน์ เกี่ยวกับเรื่องที่พระอานนท์ถามพระพุทธเจ้าในเรื่องการติดต่อกับผู้หญิง[22] ว่า ไม่ให้เห็นดีกว่า ถ้าเหตุจะต้องเห็นมีอยู่ ก็ไม่ต้องพูดด้วย เหตุจะต้องพูดมีอยู่จะทำยังไง ต้องมีสติให้มาก นี่คือการปฏิบัติต่อสตรีเพศ


ที่มา

http://www.dharma-gateway.com/monk/monk_biography/lp-cha/lp-cha-hist-02.htm

ขออนุโมทนาทุกๆท่านที่เห็นโทษของ
กามครับ





แล้วอย่างนี้ ผู้หญิงก็มีสิทธิบวชได้มากกว่าเพศชายซิคะ เพราะผู้หญิงเป็นผู้ที่ถูกกระตุ้นทางอารมณ์ทางเพศได้ยากกว่าผู้ชาย แล้วทำไมไม่ให้ผู้หญิงบวชนะ


ครั้งแรกที่ไปวัดอัมพวันคิดว่าบวชเป็นทางที่ดีที่สุด ไม่มีทางใดเลยจะช่วยได้ แต่พออยู่ไป 7 วัน ลองใช้ความอดทนกำหนดตามที่พระสอน จนวันที่ลาศิลก็เล่าให้พระฟังว่า ทำแล้วเป็นแบบนี้ เกิดอารมณ์แบบนี้ 3 ชั่วโมง ที่สอบอารมณ์ พระอาจารย์บอกว่า เอาหล่ะๆ พระไม่ได้อยู่ที่ผ้าเหลือง ทราบครับอาจารย์ คนดีไม่ได้อยู่ที่การแต่งตัว แต่ส่วนมากคนทั่วไปเขาคิดไปเองว่ารูปภายนอกบ่งบอกถึงอีกด้านได้หมด ท่านกลับไปบ้านไปถือศิล 5 พอนะ เพราะว่าท่านมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบอยู่ ครับอาจารย์ เหรียญมีสองหน้า ทุกข์คู่สุข อยู่ที่ไหนก็ไม่พ้น


สาธุในความเกื้อกูลของคุณปลาฯด้วยครับ ที่ให้ข้อคิดท่ีเป็นประโยชน์ พรใดที่คุณปลาฯ ได้ประกาศไว้แล้ว ขอพรนั้นสัมฤทธิ์ผลแก่คุณปลาฯโดยพลันเทอญ


อยากได้ประวัติท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เหมือนกันนะ
รบกวนช่วยส่งให้หน่อยนะ....ท่านกัลยาณมิตร
ที่..jirattri@hotmail.com

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง


แนะให้ไปอ่านวิสุทธิมรรค ไม่ต้องลองผิดลองถูกกับใครเลย


 เปิดอ่านหน้านี้  3149 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย