มีเรื่องปรึกษาค่ะ

 Zeyley   

ช่วงนี้เป็นช่วงปั่นงานส่งอาจารย์ ซึ่งเพื่อนทุกคนก็ทำกันเสร็จจนเกือบหมดทุกคนแล้วว แต่มีเพื่อนของเราคนหนึ่ง เป็นคนที่ดูเหมือนจะธรรมะ ธรรมโมมาก แล้วเขาทำงานแบบไม่ปรึกษาใคร ใครบอกอะไรก็ไม่ฟัง กลายเป็นว่าใครพูดอะไรไม่เข้าหูก็โกรธคนนั้นเลยย (นู๋ก็หนึ่งในนั้นแหละ) เวลาเขาพูดออกมาแต่ละคำไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นคนที่เข้าวัดบ่อยๆ (เขานับถือธรรมกายอ่ะค่ะ เห้นเอาซองขาวมาชวนเพื่อนทำบุญบ่อยๆๆ บางทีพวกนู๋ไปดื่มที่้ร้านเหล้า เขาก็ยังตามไปเทศน์ให้ฟังเลยค่ะ ว่าเหล้าไม่ดี เซ็งกันทั้งร้านเลย) เขาชอบพูดประมาณว่ากัดคนอื่น(แดกดัน+พูดตรงๆ)ออกมาเลย แล้วเขาก็ทำน่าซื่อเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อความรู้สึกของเพื่อนเลยซักคน เขาบอกพวกนู๋ว่า ให้ภาวนาทุกวันๆๆๆ แล้วผลจากการภาวนาก็จะทำให้โปรเจคเสร็จเอง คือตอนนี้นู๋กับเพื่อนหลายคนทำเสร็จหมดแล้วว แต่เขายังไม่เสร็จเลย ให้เพื่อนคนอื่นไปถามเขาก็ประมาณว่าด่ากลับมา กลายเป็นว่าเขาภาวนาอย่างเดียวแต่ไม่ลงมือทำเลย ก็เลยเหนื่อยใจ จะทำไงดีค่ะ มีอยู่ครั้ง นู๋เดินเข้าไปจะช่วยเขาทำงาน แต่เขาก็ว่านู๋กลับมาว่า จะมาช่วยทำไม จะมาช่วยหรือมาดูถูกเขา อ้าว..นู๋กับเพื่อนงงกันไปเลยย ยังไม่ทันทำอะไรเลย ตอนไม่ช่วยก็บอกว่าเราหยิ่ง ทีเราจะเข้าไปช่วยกลับด่า งง จะทำไงดีค่ะ(แต่นู๋โกรธมากจริงๆๆ เลย แต่ละคำที่เขาพูดเหมือนมันไม่ใช่คนที่เป็นเพื่อนกันพูดเลย) นี้แค่เคนแรกนะค่ะที่นู๋ตัดคำว่าเพื่อนออกไปจากเขาแล้ว ยังมีอีกคนที่เป็นปัญหาอีก ไว้จะมาขอคำปรึกษาอีกค่ะ




1.เป็นเพื่อนกับเขาเหมือนเดิมครับ เขาอาจกำลังสับสน
2.ถ้าเขาอยากอยู่คนเดียวก็ปล่อยเขา ถ้าเขาอยากปรึกษาเขาคงมาเอง
3.ดื่มเหล้าไม่ดีจริงๆครับ
4.อย่าลืมพิจารนาตัวเอง บางทีเราอาจคิดมากไปหรืออคติ
5.ผมเชื่อว่าถ้าเขาเข้าวัดบ่อยๆสักวันเขาจะดีขึ้นครับและจะเป็นเพื่อนที่ดีได้
6.ถ้าคนนี้เป็นคนแรก แล้วยังมีคนที่ 2,3,4,5,6.... ผมว่าคุณน่าจะเข้าวัดตามที่เพื่อนบอกครับ


ถ้าเป็นธรรมกาย ไม่อยากเข้าไปยุ่งครับผม

รุ่นน้องคนหนึ่ง สอบตก รีไทน์ไปเลย เพราะแบบเดียวกัน คือ ภาวนามากๆแล้วจะสอบผ่าน

หนังสือไม่ดูเลย สุดท้ายสอบตก

***********************


เขาเป็นคนที่หลงติดกับการทำดี ติดบุญกุศล ติดธรรมะ
เหมือนติดบุหรี่นั่นแหละครับ

มันเป้นตันหาอยากจะทำดี อยากจะมีความดี อยากจะได้ดี
ความมีตันหาอยากจะทำความดีของเขามันมากจนเกินพอดี
เป้นการทำความดีที่ขาดความรู้ความเข้าใจ
ไม่รู้จักประมาณการทำไดี ไม่รู้จักกาละ ไม่รู้จักเทศะ ไม่รู้จักหน้าที่
พูดโดยรวมว่า ไม่มีธรรมในใจเพียงพอ


ดังพระพุทธเจ้าแสดงธรรมเรื่องการเป็นคนดีว่ามี 7 ประการ

------------------------------------------------------------------------------------
"สัปปุริสธรรม ๗

สัปปุริสธรรม แปลว่า ธรรมะของคนดี
หมายความว่า ผู้ใดมีธรรมเหล่านี้แล้ว ผู้นั้นได้ชื่อว่าเป็นคนดี

คนดีที่พระพุทธศาสนายกย่อง มิได้เป็นคนงมงายหรือเป็นคนซื่อจนเซ่อ
แต่เป็นคนฉลาดมีเหตุผล รู้จักใช้ความคิด วางตัวได้ดีและมีมนุษย์สัมพันธ์เหมาะสม



สัปปุริสธรรมมี ๗ ประการ ดังนี้

๑) อัตถัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาเหตุของสถานการณ์และความเป็นไปของชีวิต
๒) ธัมมัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์สาระและผลอันเกิดจากสาเหตุดังกล่าว
๓) อัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักวิเคราะห์ตนเองทั้งในด้านความรู้ คุณธรรม และความสามารถ
๔) มัตตัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักหลักของความพอดี การดำเนินชีวิตพอเหมาะพอควร
๕) กาลัญญุตา คือ ความเป็นรู้จักปฏิบัติตนให้ถูกกาลเทศะ
๖) ปริสัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้ปฏิบัติ การปรับตนและแก้ไขตนให้เหมาะกับสภาพของกลุ่มและชุมชน
๗) ปุคคลัญญุตา คือ ความเป็นผู้รู้จักปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับบุคคลที่มีความแตกต่างกัน

-----------------------------------------------------


ถ้าการทำความดีแล้วมีคนเดือดร้อน ผมคิดว่ามันไม่ใช่การทำความดี
แต่มันเป้นการอยากทำความดี เป้นตันหาอยากได้ความดี อยากมีความดีเหนือคนอื่น
และเมื่อเราตกเป้นทาสของตันหาดังนั้น
เราจึงคิดพูดทำสิ่งต่างๆเพื่อให้ได้มาซึ่งความดีในการตอบสนองตันหาของตน

และเกือบทั้งหมด มักจะเป็นความอยากที่จะแก้ไขคนอื่น
ไม่แก้ไขตัวเอง

เหมือนนิทานเรื่องหมาขี้เรื่อนที่ผมเคยได้อ่านมา
โดยสรุปคือมีหมาขี้เรื่อนตัวหนึ่ง
มันไปนอนตรงไหนมันก็คัน ไม่ถูกใจไปเสียหมด

มันคิดว่าที่คันนั้น คันเพราะสถานที่ คันเพราะมุม
มันเลยเปลี่ยนสถานที่ไปเรื่อย หามุมไปเรื่อย
แต่จนแล้วจนรอด มันก้คันอยู่อย่างนั้น

ประเด็นของนิทานเรื่องนี้คือ
มันไม่รู้ตัวเองว่า ที่คันนั้น คันเพราะตัวมันเองต่างหาก
แต่มันพยามจะแก้ความคันทด้วยการแก้คนอื่น แก้ปัจจัยภายนอก แก้ไขโดยการเปลี่ยนสถานที่








อยากให้ทำใจ และใจเยนๆครับ

เค้าอยากให้เราช่วย เราก็ช่วยเค้าตามที่เราจะช่วยได้
ถ้าเค้าไม่ได้ขอให้เราช่วย เราก็ไม่ควรเข้าไปช่วยครับ (เดียวจะโดนว่ากลับมาอีก)
ถ้าเค้ามาเทศน์ให้ฟัง แล้วเป็นเรื่องที่เราพอที่จะรับฟังได้ ก็คงไม่หนักหนาอะไรที่จะรับฟัง
แต่ถ้าเราไม่อยากฟัง ก็หาเรื่องอื่นคุยครับ หรือเดินไปที่อื่นก่อนก็ได้ (ถ้ารำคาญมากๆ)

แต่อย่างไรก็ อย่าคิดมากครับ คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ และไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรที่เราจะเลิกคบกับเค้า




ปล่อยเขา....เพราะตอนนี้เราช่วยเขาไม่ได้(ฉันด้วย)


 เปิดอ่านหน้านี้  2935 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย