อารมณ์รุนแรงแก้ยังไงครับ

 julonk   

ผมเวลาโมโหจริงๆ จะปลดปล่อยออกมารุนแรงมากครับ คืออยากทราบว่าจะให้ความรุนแรงลดลงได้ยังไงครับ แต่ก็หายโมโหเร็วนะครับสัก 10-20นาทีก็หายแล้ว (ผมโมโหแล้วชอบขาดสติครับ)




ปฏิบัติธรรมอย่างเดียวเลยครับ
ถ้าคิดแล้วแก้ไขปัญหาได้ คุณคงแก้ไขไปนานแล้ว เพราะรู้ตัวอยู่

การปฏิบัติธรรม คือการลงมือทำแบบทดสอบในการสละละวางอารมณ์ต่างๆ
เริ่มจากอารมณ์ง่ายๆ แบบทดสอบง่ายๆ
นานเข้าๆ ก็เก่งขึ้นๆ เริ่มละวางอารมณ์ได้

เรื่องโมโหนี้ พระอริยะ ที่กำลังจะเป็นพระอรหันต์ก็ยังมีกัน บางคนโกรธมาก
ขนาดท่านอยู่สูงขนาดนั้น ยังมีได้
ดังนั้น มันไม่ใช่ง่ายๆ ที่จะมีวิธีคิดหรือวิธีปฏิบัติอะไรที่จะทำให้มันหายไปง่ายๆ
ต้องอาศัยความเพียรทำการบ้าน

ปกติโกรธง่าย ได้ยินได้เห็นอะไรนิดหน่อย ก็โกรธง่าย
ถ้าทำการบ้านแล้วมันจะเริ่มโกรธยากขึ้นทีละนิดละหน่อย
เพราะเราละวางอารมณ์เล็กๆน้อยๆได้




ขอแนะนำให้กำหนดลมหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆครับ ยังไม่ต้องไปคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เราโกรธ แต่ให้เฝ้าดูอารมณ์ขณะนั้นว่าโกรธหนอ...โกรธหนอ ทุกสิ่งนั้นล้วนเป็นอนัตตาครับ ความทุกข์เมื่อเกิดขึ้นได้ มันตั้งอยู่ แล้วมันก็ต้องดับไป ขออนุโมทนา...


อ้างอิงจากข้างบนที่พิมพ์ว่า

เรื่องโมโหนี้ พระอริยะ ที่กำลังจะเป็นพระอรหันต์ก็ยังมีกัน บางคนโกรธมาก
ขนาดท่านอยู่สูงขนาดนั้น ยังมีได้


**************

ข้อตรงนี้ ผมว่า ท่านกล่าวแรงไปหน่อยนะครับ
เพราะตั้งแต่ พระสกทาคามีเป็นต้นไป ท่านก็ไม่โกรธแล้ว เหลือแค่ขัดเคืองนิดหน่อย
มีแต่พระโสดาบันเท่านั้น ที่ยังโกรธ ยังร้องไห้ ซึ่งก็เป็นระดับที่ยังห่างไกลจากพระอรหันต์

ข้อความอาจกระทบกรเทือนถูกท่าน ต้องขอ อภัยไว้ล่วงหน้าครับ

*******************
ระงับความโกรธ ต้อง หัดแผ่เมตตา หัดทำบ่อยๆ อย่างน้อย ตื่นเช้า และ ก่อนนอน


ด้วยความปรารถนาดีครับ
*


ขอบคุณพี่มากครับที่ช่วยตอบคำถาม เสียใจครับกับการที่เราโกรธไปแล้ว ทำอะไรที่มันไม่ดีไป คล้ายๆกับรู้เมื่อสายครับ


ขออนุโมทนาคุณjulonk ที่เห็นความไม่ดีของโทสะครับ ่

ขออนุญาตแนะนำให้สวดมนตร์ไหว้พระทุกวันและตั้งใจรักษาศีล5 แล้วอธิษฐานจิตให้มีสติรู้ตัวทุกครั้งที่มีโทสะ และขอให้คิดได้ว่าเราจะไม่เกิดโทสะเพราะเหตุเช่นนี้อีกทุกครั้งไป ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้น ควรฝึกสมาธิวิปัสสนา ตามดูจิตของตน ควบคู่ไปด้วย หรือลองพาตัวไปเข้ากรรมฐานตามวัดหรือสำนักที่มีครูอาจารย์แนะนำ ก็จะเป็นประโยชน์มหาศาลแก่ตนเองครับ

ขอให้เจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ



สวัสดีค่ะคุณjulonk และกัลยาณมิตรทุกท่าน
การละโทสะคือการฝึกอบรมจิต ค่อยเป็น ค่อยไป
เวลามีอารมณ์โกรธ เรารู้แล้วรีบละมันทิ้งไป
การทำความดีหรือกุศลกรรมนั้น ยากยิ่งเพราะทวนกระแสกิเลส
แต่เราต้องเพียรพยายามค่ะเพราะมันเป็นโทษต่อตนเองและผู้อื่น

ดิฉันขอเป็นอีกกำลังใจหนึ่งช่วยให้คุณทำได้สำเร็จค่ะ
เปรียบเสมือนการลับมีด
เราต้องหมั่นลับมันอยู่เสมอๆความคมจึงจะเกิดขึ้นได้ค่ะ

การละนิวรณ์
[๑๓] ภิกษุนั้นประกอบด้วยศีลขันธ์ อินทรียสังวร สติและสัมปชัญญะอันเป็นอริยะ
เช่นนี้แล้ว ย่อมเสพเสนาสนะอันสงัด คือป่า โคนไม้ ภูเขา ซอกเขา ถ้ำ ป่าช้า ป่าชัฏ ที่แจ้ง
ลอมฟาง ในกาลภายหลังภัต เธอกลับจากบิณฑบาตแล้ว นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายตรง
ดำรงสติ
ไว้เฉพาะหน้า เธอละความเพ่งเล็งในโลก มีใจปราศจากความเพ่งเล็งอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์
จากความเพ่งเล็ง ละความประทุษร้ายคือพยาบาท ไม่คิดพยาบาท มีความกรุณา หวังประโยชน์ แก่สัตว์ทั้งปวงอยู่
ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากความประทุษร้ายคือพยาบาทได้ ละถีนมิทธะแล้ว
มีความกำหนดหมายอยู่ที่แสงสว่าง มีสติ มีสัมปชัญญะอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากถีนมิทธะ
ละอุทธัจจกุกกุจจะแล้ว เป็นผู้ไม่ฟุ้งซ่าน มีจิตสงบ ณ ภายในอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จาก
อุทธัจจกุกกุจจะได้ ละวิจิกิจฉาแล้ว เป็นผู้ข้ามวิจิกิจฉา ไม่มีความเคลือบแคลงในกุศลธรรม
ทั้งหลายอยู่ ย่อมชำระจิตให้บริสุทธิ์จากวิจิกิจฉาได้.

ลองเข้าไปศึกษาจากพระไตรปิฎกออนไลน์วันละเล็กน้อย
เท่าที่คุณพอจะมีเวลาและโอกาสอำนวยค่ะ

เจริญในธรรมค่ะ
http://www.tipitaka.com/tipitaka13.htm


คุณนาคราชครับ

ผมพูดไม่ผิดหรอกครับ และคุณนาคราชก้เข้าใจตรงกันกับผม ดังนี้

ผมกล่าวว่า .."
เรื่องโมโหนี้ พระอริยะ ที่กำลังจะเป็นพระอรหันต์ก็ยังมีกัน บางคนโกรธมาก
ขนาดท่านอยู่สูงขนาดนั้น ยังมีได้ "

พระอริยที่กำลังจะเป็นพระอรหันต์ มีกัน 3 จำพวก
คือโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี
3 เหล่านี้ยังไม่เป็นอรหันต์ผู้สิ้นเชื้อ
ย่อมมีกิเลส

ลองอ่านประวัติหลวงตาพวง ศิษย์หลวงปู่ดุลย์ดูก็ได้ครับ
ก่อนท่านจะสำเร้จอรหันต์ท่านเจอวิปัสนูกิเลสเข้าไป
หลวงปู่ดุลย์แก้อยู่หลายวันก้ยังไแก้ไม่ได้
หลวงตาพวงดมโหมาก หุนหันออกจากวัดไป
จนสำนึกได้ภายหลังเมื่อไปถึงวัดอีกแห่งหนึ่ง

นี่เป้นเครื่องแสดงว่า ผู้อยู่ต่ำกว่าพระอรหันต์ย่อมมีกิเลสประเภทโมโหนี้ได้
ในเนื้อเรื่องนั้น ถ้าท่านได้อ่านดูจะพบว่า หลวงตาพวงไม่ใช่แค่เคือง แต่ถึงขั้น่โมโหร้ายเลยครับ

ถึงกับจะบังคับหลวงปู่ดูลย์ผู้มีพรรษามากกว่าและเป็นอาจารย์อีกด้วย
์ให้กราบไหว้ตนที่สำคัญว่าได้พบพระพุทธเจ้ามาแล้ว


แต่ผมก็ไม่ทราบว่าหลวงตาพวงนั้น อยู่ขั้นไหนใน 3 ขั้น
ผมจึงใช้คำว่า"พระอริยะ ที่กำลังจะ เป้นพระอรหันต์" (อริยะที่ยังไม่สำเร็จอรหันต์)
ซึ่งเป้นการพูดโดยกว้าง โดบครอบคลุม เพราะผมไม่ทราบโดยละเอียดว่าขั้นไหนมีอารมณ์เป้นอย่างไร
รู้แต่ว่า อริยะชนยังมีโมโหกันได้

และต้องการสื่อให้เจ้าของกระทู้นั้น
ไม่ควรจะมองว่การโมโหาเป้นเรื่องต้องกำจัดโดยไวให้สิ้นซาก
เพราะไม่ใช่ของง่ายที่เราจะฝืนธรรมะชาติ
ผู้ที่จะกำจัดได้สิ้นซากมีเพียงผู้เดียวคือผู้สำเร็จอรหัตผล
ต่ำกว่านั้น ย่อมมีกิเลสแน่นอนครับ





-อย่าไปคิดว่า 10-20 นาทีเรียกว่าหายโกรธเร็วนะ นั้นมันนานพอสมควรเลยครับ
ผู้ที่ฝึกจิตมาดีแล้วเขาหายโกรธแค่ไม่กี่วินาทีครับ
-มีอยู่ 3 แบบฝึกหัดง่ายๆให้ไปลองดูครับ
1.เรื่องไหนที่เคยทำให้โกรธมาก ก็ตั้งสติให้โกรธเหลือปานกลาง
2.เรื่องไหนที่เคยทำให้โกรธปานกกลาง ก็ตั้งสติให้โกระเหลือน้อย
3.เรื่องไหนที่เคยทำให้โกรธน้อย ก็ตั้งสติไม่ให้โกรธ
รัปประกันครับได้ผลแน่นอน
*****ระวังอย่าไปฝึกกลับกันนะครับ******
ไอ้ที่สมควรโกรธน้อยก็ไปโกรธปานกลาง
ที่ควรโกรธปานกลางก็ไปโกรธมาก
พอถึงเรื่องที่ต้องโกรธมากๆ ทีนี้สติแตกเลยครับ



รับทราบครับ คุณkamin


มีคนถามหลวงปู่ดุลย์ว่าตอนนี้หลวงปู่มีความโกรธไหม หลวงปู่บอกว่ามี เเต่ไม่เอา พอเขาใจไหมครับ


 เปิดอ่านหน้านี้  3071 

RELATED STORIES


  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย