พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก นิทานธรรมะ 0036 - เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่ (นิทานสำหรับเยาวชน อิงธรรมะพรหมวิหาร ๔)
Share |
เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่ (นิทานสำหรับเยาวชน อิงธรรมะพรหมวิหาร ๔)
เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่
(นิทานสำหรับเยาวชน อิงธรรมะพรหมวิหาร ๔)
ที่มา : ชมรมใฝ่ธรรมวันพุธ
เว็บไซต์ http://www.wednesdaythamma.com
หมวด : http://www.wednesdaythamma.com/joomla/index.php?view=category&id=51%3A2011-07-24-06-39-54&option=com_content&Itemid=65



สิ่งที่อยากจะบอก... (จากยายถึงหลานๆ)


‘เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่’ คือชื่อหนังสือเล่มนี้ ที่ยายตั้งใจจัดพิมพ์ขึ้นเพื่อให้หลานๆ
ได้อ่าน ลองอ่านดูนะ ยายว่าสนุกมากๆเลย มีข้อคิดดีๆ ที่หลานจะนำไปใช้ได้
กับเพื่อนๆกับคุณพ่อคุณแม่ และใช้ได้ดีโดยเฉพาะกับบางคนที่ทำหน้าที่เป็น
หัวหน้าห้องหัวหน้ากลุ่ม แต่หลานๆที่ไม่ได้เป็นหัวหน้ากลุ่มก็สามารถนำไปใช้ได้
นะจ๊ะจะช่วยให้หลานเป็นหัวหน้ากลุ่มหรือผู้นำที่ดีได้จริงๆ
เพราะกลุ่มจะดีร่วมมือกันทำอะไรได้อย่างมีความสุขก็ต้องมากันเป็นทีม
และทีมที่ดีก็จะต้องมีผู้นำที่ดีอย่างเจ้าป่ารื่นรมย์ไงล่ะจ๊ะ
อ่านแล้วลองมาสำรวจกันดูดีกว่าว่า มีอะไรบ้างที่เราจะทำให้ตัวเราเองเป็นคนดี น่ารัก
และมีคุณค่าอย่างเรื่องราวของสัตว์ในป่ารื่นรมย์นี้ได้ ยายว่าหลานของยาย
ต้องทำได้อยู่แล้ว

ขอให้มีความสุขกันทุกๆ คน


ที่มา : ชมรมใฝ่ธรรมวันพุธ http://www.wednesdaythamma.com
ทำดีได้ดี
ได้รับอนุโมทนา 2 ครั้ง จาก สุวรรณ , สุวรรณ ,

ตอนที่ ๑

ชายป่ารื่นรมย์

ท้องฟ้าในฤดูร้อนเป็นสีฟ้าสดสวยสว่าง แต่ตอนนี้สัตว์ทุกตัวใน’ป่ารื่นรมย์’ พากันไปหลบแดดที่แผดจ้าอยู่แต่ในโพรงหรืออยู่ใต้ร่มไม้
หน้าร้อนช่างร้อนสมชื่อดีจริงๆ แม้แต่สัตว์บกบางตัวที่ไม่ใช่จระเข้หรือว่าฮิปโปก็ยังต้องขอลงไปแช่อยู่ในหนองน้ำเพื่อคลายร้อนกันเลย
แต่จะต้องไปขออนุญาตเจ้าถิ่นก่อนนะ แล้วค่อยหลบไปแช่ให้ห่างๆเจ้าถิ่นเอาไว้ ไม่งั้นโดนงับแน่
ยังไงก็ไว้ใจเจ้าถิ่นอย่างจระเข้ไม่ได้อยู่ดีนั่นล่ะ โดยเฉพาะ ‘ ลุงงาบ’ เจ้าถิ่นขี้รำคาญประจำหนองน้ำนั่นไง
ยิ่งร้อนๆแบบนี้ก็ยิ่งหงุดหงิดง่าย ไว้ใจไม่ได้กว่าเดิมไปอีกหลายเท่าเลยเชียว

ลูกสัตว์หลายตัวแม้จะไม่ใช่สัตว์น้ำแต่ก็ชวนกันลงเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน อย่างเช่นลูกลิงกับลูกเสือ โดยมีพวกแม่ๆนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆด้วย
แต่ขอบอกเลยนะว่าถึงแม้อากาศจะร้อนสักแค่ไหน สัตว์ใน’ป่ารื่นรมย์’ก็ยังยิ้มแย้มแจ่มใสกันดี
เพราะทุกตัวอยู่ในป่าแห่งนี้อย่างมีความสุขนั่นเอง เพราะอย่างนี้ ป่าแห่งนี้ถึงได้ชื่อว่า ‘ป่ารื่นรมย์’ ไงล่ะ
แต่รู้ไหมว่า ขณะที่สัตว์ทุกตัวอยู่กันอย่างมีความสุขนี่น่ะ
ที่ชายป่ารื่นรมย์กลับมีสัตว์น้อยตัวหนึ่งกำลังเดินร้องไห้มาอย่างน่าสงสาร
ลูกกระต่ายน้อยชื่อ ‘ชมจันทร์’เดินน้ำตาไหลพราก น้ำตากลบตาจนไม่รู้ว่าตัวเองเดินไปทางไหน เพราะเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาร้องไห้

“เฮ้”

เสียงหนึ่งร้องทักมาจากโพรงใกล้ๆ แต่ชมจันทร์ไม่ได้ยินก็น้ำตากำลังไหลเป็นน้ำก๊อกอยู่นี่นา เสียงนั้นเลยทักให้ดังขึ้นอีก

“เฮ้ เฮ้”

คราวนี้ได้ผล ชมจันทร์หยุดเดินแล้วเหลียวมองไปรอบๆ พอไม่เห็นใครก็ก้าวเท้าจะเดินต่อ
แต่เสียงทักก็ดังขึ้นอีกพร้อมกับเจ้าของเสียงที่กระโดดออกมาจากโพรง

“หวัดดี เป็นอะไรจ๊ะ ทำไมเดินร้องไห้ ทำไมไม่เคยเห็นเธอ ทำไมมาตัวเดียว ทำไมมาเดินกลางแดดร้อนๆ ทำไม....”

“พอแล้ว!” ชมจันทร์ร้องขัดขึ้นก่อนที่คำถามต่อไปจะหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่ายหนึ่ง และน้ำตาก็หยุดไหลไปด้วย
ตาสีทับทิมที่ยังมีน้ำตาเปียกอยู่ตอนนี้เบิกกว้างด้วยความแปลกใจเพราะไม่เคยถูกถามติดๆกันทีเดียวโดยไม่หยุดแบบนี้มาก่อน
“ถามทีละอย่างสิ” ชมจันทร์บอกผู้ที่เพิ่งปรากฎตัวออกมา ซึ่งก็เป็นกระต่ายเหมือนกับเธอนั่นเอง
แต่เป็นกระต่ายเพศผู้พันธุ์ด่าง คือขนสีขาวของเขามีขนสีดำแซมอยู่ด้วย เป็นขนสีดำรูปกลมๆเล็กๆที่ขึ้นแซมอยู่สองที่ คือที่คอและโคนหาง

“ก็ได้ งั้นจะถามเรื่องที่อยากรู้ก่อนละกัน” กระต่ายด่างบอก “อยากรู้ว่าเธอร้องไห้ทำไม?”

“อยากร้องน่ะสิ” ชมจันทร์บอก ทำท่าจะร้องต่ออีก

“อย่าเพิ่งนะ” กระต่างด่างรีบห้าม “ทำไมถึงอยากร้อง? บอกมาสิ เผื่อจะช่วยได้ เราเป็นกระต่ายเหมือนกันนะ”

“แต่เธอเป็นกระต่ายแปลกหน้า ฉันไม่ไว้ใจเธอหรอก” ชมจันทร์บอก ยังจำที่พ่อแม่สอนได้ดีว่าอย่าไว้ใจสัตว์แปลกหน้า

“ถ้าเป็นความลับไม่ต้องบอกก็ได้นะ แต่ถ้าเป็นเรื่องไม่สบายใจธรรมดาๆเราก็ควรปรึกษากันได้”
กระต่ายด่างบอก มองดูชมจันทร์ที่ค่อนข้างผอมกว่ากระต่ายในป่ารื่นรมย์

“เธอชื่ออะไรเหรอ?” ชมจันทร์ถาม

“ฉันชื่อนิลนิดนิด” กระต่ายด่างบอก “แล้วเธอล่ะชื่ออะไร?”

“ชื่อชมจันทร์ ชื่อเธอแปลกดีนะ นิลนิดนิด”

“ไม่เห็นแปลกเลย ก็มีจุดสีดำเหมือนสีนิลตรงนี้นิดนึง” เขาชี้ที่คอแล้วก็ชี้ไปที่โคนหาง “แล้วก็ตรงนี้อีกนิดนึง
ก็เป็นสองนิดเห็นมั้ยล่ะ ชื่อนิลนิดนิดก็ถูกแล้วนี่ แปลกที่ไหนกัน” เขาทำเสียงเหมือนรำคาญ
เพราะถูกถามแบบนี้บ่อยมากเสียจนบางครั้งนึกอยากเปลี่ยนชื่อใหม่เสียเลย “อย่ามัวแต่สนใจชื่อฉันเลย
มาคุยกันที่โพรงฉันก่อนเถอะ ตรงนี้แดดร้อนออกจะตาย” แล้วเขาก็เดินนำเข้าไปที่โพรงก่อนโดยไม่สนใจว่าชมจันทร์จะตามมาหรือไม่
แต่ชมจันทร์ก็ตามไปเพราะว่าเธอเองก็ไม่อยากยืนร้อนอยู่กลางแดดที่แผดกล้าแบบนี้

“ฉันเข้ามาได้เหรอ เธออยู่กับใคร?”

“ฉันอยู่ตัวเดียว พ่อแม่อยู่โพรงใกล้ๆนี่” นิลนิดนิดบอก “ว่าแต่เธอจะบอกฉันได้มั้ยว่าทำไมถึงร้องไห้
แล้วมาเดินอยู่แถวนี้ทำไม ฉันไม่เคยเห็นเธอมาก่อนเลย”

“เฮ้อ ถามหลายคำถามอีกแล้ว แต่เอาเถอะ เรื่องของฉันจะว่าสำคัญก็สำคัญ จะว่าไม่สำคัญก็ไม่สำคัญ
ที่ฉันร้องไห้นี่ก็เพราะสงสารตัวเอง แล้วที่มาเดินแถวนี้ก็เพราะตั้งใจมา เพราะฉันรู้ว่านี่คือทางไปป่ารื่นรมย์
ที่เธอไม่เคยเห็นฉันมาก่อนก็เพราะว่าฉันไม่ได้อยู่ที่ป่ารื่นรมย์ แต่อยู่ป่าติดๆกันนี่ต่างหากล่ะ”

“ฮ้า งั้นเธอก็อยู่ป่าระทมใจ!" นิลนิดนิดตกใจจนตาโต เพราะเขาไม่เคยเห็นสัตว์จากป่าแห่งนั้นออกมาเดินอยู่ข้างนอก
ใครๆก็รู้ดีว่าป่าระทมใจมีกฎห้ามไม่ให้สัตว์ออกจากป่าไปที่อื่น ผิดกับป่าอื่นๆที่ไม่มีข้อห้ามอะไรแบบนี้
สัตว์จากป่าทุกป่าจึงไปมาหาสู่กันและเป็นเพื่อนกันหมด ยกเว้นสัตว์จากป่าระทมใจแห่งเดียวที่ไม่ออกไปมาหาสู่กับใครเลย
“เธอออกมาได้ยังไง ไม่กลัว’เจ้าป่า’ของเธอโกรธเอาหรือไง?” นิลนิดนิดทำท่าสยองจนหัวหดเมื่อนึกถึง’ก้องฟ้า’
เจ้าป่าระทมใจซึ่งเป็นคิงคองตัวใหญ่ยักษ์และมีความดุร้ายเลื่องลือไปไกลทั่วทุกสารทิศ

ที่สำคัญคือ เป็นเจ้าป่าที่เอาแต่ใจตัวเอง ชอบวางอำนาจ ขาดความยุติธรรม ทำให้สัตว์ทุกตัวอยู่ในป่าของมันอย่างไม่มีความสุข
จึงมีสัตว์หลายตัวพยายามหนีออกไปอยู่ป่าอื่น แต่สัตว์ที่หนีออกมาก็มักจะถูกจับตัวกลับไปได้และถูกลงโทษอย่างหนัก

“ไม่กลัวหรอก ฉันเป็นแค่สัตว์ตัวเล็กๆ หายออกจากป่ามาก็ไม่มีใครรู้ พ่อกับแม่ฉันก็คงไม่บอกใครให้ถูกลงโทษหรอก”
ชมจันทร์บอก และเธอก็ไม่รู้สึกกลัวอย่างที่พูดจริงๆเสียด้วย

“พ่อแม่ของเธอไม่บอกใครก็จริง แต่พวกเพื่อนๆตัวอื่นของพ่อแม่เธอล่ะ
เขาต้องสังเกตกันบ้างล่ะว่าเธอหายไป แล้ววันหนึ่งก็จะต้องรู้ถึงหูเจ้าป่าของเธอจนได้
ไม่ช้าก็เร็วล่ะ” นิลนิดนิดพูดให้เพื่อนใหม่คิดอย่างรอบคอบ

“แต่ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะไม่อยู่ที่ป่านั่น แล้วยังมีสัตว์อื่นๆอีกหลายตัวที่ไม่อยากอยู่
และจะหาทางหนีออกมาเพื่อมาขออยู่ที่ป่ารื่นรมย์กัน หรือไม่ก็จะหนีไปอยู่ป่าอื่นที่ไกลออกไป”

“ทำอย่างนั้นไม่ดีแน่ เจ้าป่าของฉันคงลำบากใจ ท่านไม่อยากมีเรื่องกับใครหรอก เจ้าป่าของเธอแม้จะรู้จักกับเจ้าป่าของฉัน
แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเรื่องนี้จะคุยกันได้ง่ายๆหรอกนะ เรื่องอย่างนี้มันทำให้เจ้าป่าของเธอเสียหน้า รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
เจ้าป่าอื่นๆรู้เข้าก็จะนินทาเอาได้ว่าปกครองยังไง ทำไมบริวารถึงได้พากันหนีออกจากป่าของตัวเองแบบนี้”

“ก็ท่านเป็นเจ้าป่าที่ไม่ดีนี่” ชมจันทร์โพล่งออกมาด้วยความโมโห “ท่านเจ้าป่าใจร้าย ใจแคบ
ไม่ยุติธรรม ไม่เห็นเหมือนเจ้าป่าของเธอที่ใครๆก็รู้ว่าแสนดีขนาดไหน มีแต่สัตว์อยากมาอยู่ที่ป่ารื่นรมย์กันทั้งนั้น
เจ้าป่าอื่นๆก็ยังดีกว่าเจ้าป่าของฉัน
อย่างนี้ล่ะฉันถึงได้น้อยใจในโชควาสนาของตัวเองที่ไปเกิดในป่าระทมใจที่ทำให้ฉันและสัตว์อื่นๆทุกข์ระทมใจสมชื่อแบบนี้ล่ะ”
ว่าแล้วชมจันทร์ก็น้ำตาร่วงอีกครั้ง นิลนิดนิดได้แต่ยืนมองด้วยความเข้าใจและเห็นใจเงียบๆ เพราะตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้ดีไปกว่านั้นอีกแล้ว.

ทำดีได้ดี
yajai 29 ก.ค. 2554 เวลา 08:27 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 1

ตอนที่ ๒

หลังจากปล่อยให้ชมจันทร์ระบายความทุกข์ใจออกมาจนหมดแล้วนิลนิดนิด ก็ชวนเธอไปหาพ่อแม่ของเขาเพื่อขอคำปรึกษา

และเพื่อฝากให้ชมจันทร์มาอาศัยอยู่ด้วยชั่วคราว

ชมจันทร์และนิลนิดนิดพากันออกจากโพรง แต่ว่าเดินมาได้ไม่เท่าไหร่เสียงกิ่งไม้ใบไม้ไหวยวบยาบแรงๆอยู่ด้านหลังก็ทำให้ทั้งสองตกใจกลัว

หันขวับมามองหน้ากันแล้วกระโดดหลบเข้าไปแอบอยู่ใต้พุ่มไม้ใบหนาทึบทันทีราวกับนัด

สมุนของเจ้าป่าระทมใจตามมาจับเอาตัวไปลงโทษหรือไงกัน? ชมจันทร์ตัวสั่น ทั้งคู่หมอบกันอยู่เงียบๆ

นิลนิดนิดสอดส่ายสายตามองไปรอบๆเพื่อมองหาคนที่ตามมา แต่ไม่ว่าจะเหลียวมองไปทางไหนก็ไม่เห็นใครสักตัว

“ไม่เห็นใครเลย” เขากระซิบ

“นั่นสิ เอาไงดี? ไปต่อมั้ย? “ ชมจันทร์ทำท่าจะกระโดดออกไป แต่ถูกนิลนิดนิดห้ามไว้

“อย่าเพิ่งเลย รอดูให้แน่ใจก่อนดีกว่านะ”

แต่ขณะที่ทั้งสองกำลังปรึกษากันอยู่นั้น......

ตุ๊บ !

เสียงอะไรบางอย่างตกกระแทกพื้นดินหลังพุ่มไม้ที่สัตว์น้อยทั้งสองแอบอยู่

“ว้าย ! “ ชมจันทร์ร้องลั่น หลับตาปี๋ ทั้งกลัวและตกใจ นิลนิดนิดกระโดดแผล็วออกมาจากพุ่มไม้ แต่ไม่ได้หนีไปไหน

“ชมจันทร์ ! ไม่ต้องกลัว นี่ฉันเอง จิ๊กเจี๊ยกเองนะ” ลิงน้อยเพศผู้ยื่นหน้าเข้ามาหาชมจันทร์ “ลืมตาสิ”

ชมจันทร์ค่อยๆลืมตาข้างหนึ่งขึ้นช้าๆทีละนิด พอเห็นชัดว่าเป็นใครก็เบิกตาโพลง “ธะ... ธะ เธอจริงๆด้วย”

“ก็ฉันน่ะสิ” จิ๊กเจี๊ยกยืนยันพร้อมยิ้มกว้าง แถมเกาคอยุกๆยิกๆไปด้วย

นิลนิดนิดกระโดดเข้ามาหา มองดูลิงน้อยอย่างไม่ค่อยไว้ใจ “เขาเป็นใครเหรอ? “

“เพื่อนฉันเอง ไว้ใจได้ รู้จักกันไว้เสียสิ นี่นิลนิดนิดนะ แล้วนี่ก็จิ๊กเจี๊ยก” ชมจันทร์แนะนำให้กระต่ายกับลิงรู้จักกัน
“ทำไมมาอยู่นี่ล่ะ?” นิลนิดนิดถาม

“ก็ตามชมจันทร์มาน่ะสิ ไม่อยากอยู่ป่าระทมใจเหมือนกันนี่ ก็ท่านก้องฟ้าของเราใจร้ายนี่”

“หา ? ตามฉันมางั้นเหรอ ทำไมถึงตาม แล้วมีใครเห็นรึเปล่า” ชมจันทร์ใจไม่ดีขึ้นมาอีก เธอเหลียวมองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง

“เมื่อเช้าไม่เห็นเธอไปเลียน้ำค้างแถวดงไม้เหมือนเคยก็เลยไปดูที่โพรงเพราะคิดว่าเธออาจไม่สบาย แต่พอไปถึงก็เห็นเธอกำลังกระโดดล่อกแล่ก

เหลียวหน้าเหลียวหลังดูผิดปกติมาก ก็เลยคิดว่าเธอคงหนีออกจากป่าแน่ ฉันเลยตามมา ก็อยากหนีเหมือนกันนี่ ไม่มีใครเห็นหรอก รับรอง”

“แย่แล้ว” นิลนิดนิดว่า

“แย่ยังไง?” ลิงน้อยเกาหัวเกาหู ไม่เข้าใจที่นิลนิดนิดพูด

“สัตว์หายไปจากป่าตัวเดียวก็แย่แล้ว แต่นี่หายไปพร้อมกันตั้งสองตัว เจ้าป่าไม่รู้ก็แย่แล้วล่ะ”

“ไม่หรอก ไม่มีใครสังเกตหรอก แค่สัตว์ตัวเล็กๆสองตัวเอ๊ง” จิ๊กเจี๊ยกเถียง เกาแขนเกาศอกแรงๆ หงุดหงิดที่ถูกขัดคอ

ชมจันทร์ก็เลยทำหน้าที่อธิบายให้ฟังเอง โดยใช้คำพูดของนิลนิดนิดที่ก่อนหน้านี้พูดให้เธอรู้จักคิดมาบอกกับจิ๊กเจี๊ยก

ซึ่งหลังจากฟังแล้วเจ้าลิงน้อยก็ถึงกับคอตก ยอมรับถึงความไม่รอบคอบของตัวเอง ทีนี้ทั้งหมดก็พากันเงียบงันกันไปด้วยความกลัดกลุ้มล่ะสิ

“ไม่ต้องกลุ้มหรอก ไม่ต้องกลุ้มหรอก แกร๊กกก แกร๊กกก” เสียงใสๆดังมาจากบนต้นไม้

เหวออออ ย๊ากกกกก กรี๊ดดดด....

นิลนิดนิด ชมจันทร์ และจิ๊กเจี๊ยก ร้องลั่นพร้อมกัน ตกใจแทบสิ้นสติเลยคราวนี้

ทั้งสามกระโดดหนีไปคนละทิศละทางพร้อมกับนกแก้วสีเขียวแซมแดงและเหลืองบินถลาร่อนมาวนอยู่ต่ำๆ

“หยุดนะ ! หยุดนะ ! นี่ฉันเอง นี่ฉันเอง ไม่ต้องกลัว” เจ้านกน้อยเพศเมียร้องห้ามดังลั่นพร้อมกับบินวนไปมาทางโน้นทางนี้

“ชมจันทร์ ! ชมจันทร์ ! ฉันเอง ฉันเอง เสียงใสไง เสียงใสไง” มันส่งเสียงเรียกไม่หยุด

ชมจันทร์และนิลนิดนิดหยุดกระโดดหนีแล้วหันมาดู จิ๊กเจี๊ยกกระโดดแผล็วลงมาจากต้นไม้

ตอนนี้ทุกตัวมายืนอยู่ด้วยกันและพากันมองดูนกแก้วเสียงใสที่ตอนนี้บินไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้เตี้ยๆใกล้ๆกับที่พวกเขายืนอยู่

“ทะ ทะ ทำไม...เอ่อ อย่าบอกนะว่าเธอก็ตามฉันมาด้วยอีกตัว” ชมจันทร์ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

“ไม่ต้องตอบก็ได้ เฮ้อ แย่มากขึ้นเรื่อยๆแล้วคราวนี้” นิลนิดนิดขัดขึ้น กลอกตาขึ้นข้างบนพร้อมกับถอนใจเฮือก

“ทำไงดีล่ะ” ชมจันทร์น้ำตาไหล ไม่คิดเลยว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้

“ไม่ต้องทำไง ทำอย่างที่คิดจะทำแต่แรก ไม่ต้องแนะนำเพื่อนใหม่ ฉันได้ยินชื่อเขาและเรื่องที่พวกเธอพูดกันหมดแล้ว

เราไปหาพ่อแม่ของนิลนิดนิดกันเถอะ ขอคำปรึกษาผู้ใหญ่แหละดี” เสียงใสบอก

“แต่เราจะทำให้พ่อแม่ของนิลนิดนิดเดือดร้อนนะ “ ชมจันทร์ค้านทั้งน้ำตา

“นั่นสิ” จิ๊กเจี๊ยกเห็นด้วย “ไม่รู้จะตามมาทำไม เดือดร้อนกันหมด”

“ทีเธอยังตามมาได้ ฉันก็ต้องตามมาได้สิ ไม่อยากอยู่ป่าระทมใจเหมือนกันนี่นา เจ้าป่าใจร้ายจะตายไป” เสียงใสเถียง

“ก็ฉัน..” จิ๊กเจี๊ยกจะเถียง แต่...

“หยุด! หยุด! พอเลยไม่ต้องเถียงกันหรอก” นิลนิดนิดห้าม “รีบไปหาพ่อแม่ฉันดีกว่า

จะได้รู้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี อยู่ตรงนี้นานๆเดี๋ยวสมุนเจ้าป่าของเธอเกิดตามมาจะเกิดเรื่อง”

สัตว์จากป่าระทมใจทุกตัวต่างก็เห็นด้วย เลยพากันรีบตามนิลนิดนิดไปเงียบๆ

แต่ละตัวคิดหวาดหวั่นกันไปต่างๆนาๆว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเจ้าป่าของพวกเขารู้ว่ามีสัตว์ในปกครองหนีออกมาจากป่าแบบนี้.


ทำดีได้ดี
yajai 29 ก.ค. 2554 เวลา 08:28 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 2

ตอนที่ 3

”ฮ้า.. อะไรนะ ?!!! มาจากป่าระทมใจกันเหรอนี่” แม่ของนิลนิดนิดตกใจ

แต่พ่อกระต่ายสิ ไม่ตกใจเลยสักกะนิด เขาพูดด้วยท่าทางสบายๆกับเด็กๆ

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวเราพาสามตัวนี้ไปหาท่านเจ้าป่าสิงห์ทองกัน ท่านต้องช่วยเราได้
เพราะตอนนี้มีสัตว์หนีออกมาจากป่าระทมใจไปอยู่ตามป่าอื่นๆหลายตัวแล้ว ป่าของเราก็มี”

จากนั้นพ่อกระต่ายก็พาเด็กๆไปหาเจ้าป่ารื่นรมย์ซึ่งเป็นสิงห์โตเพศผู้ตัวใหญ่มาก เป็นสิงห์โตที่งามสง่าและแข็งแรงน่าเกรงขามที่สุด
ขนสีน้ำตาลอมเหลืองของเจ้าป่ามองดูเหมือนสีเหลืองทองอร่ามเป็นมันงาม ขนคอพองฟูที่ล้อมกรอบใบหน้านั้นอ่อนนุ่มมาก
เวลาที่มีลมอ่อนๆพัดผ่านมาก็จะพลิ้วไหวไปมาน่าดู และมันก็ทำให้สิงห์โตตัวใหญ่โตอย่างเจ้าป่าสิงห์ทองดูอ่อนโยนขึ้นอีกมากด้วย

ตอนที่พ่อกระต่ายกับเด็กๆไปถึง เจ้าป่าสิงห์ทองกำลังนั่งอยู่ที่’ลานคลายทุกข์’ พอดี
ลานคลายทุกข์เป็นลานกว้างที่ท่านสิงห์ทองชอบมานั่งฟังเรื่องเดือดร้อนของสัตว์ต่างๆที่อยู่ในป่ารื่นรมย์เพื่อจะได้ช่วยแก้ปัญหาให้
เพราะท่านอยากที่จะเห็นบริวารทุกตัวของท่านมีความสุข ไม่อยากให้มีเรื่องทุกข์ใจใดๆ แต่เอาเข้าจริงๆ
วันหนึ่งๆก็ไม่เห็นมีสัตว์มาร้องทุกข์อะไรเลย นานๆครั้งถึงจะมีเข้ามาหาบ้าง เพราะสัตว์ทุกตัวอยู่ในป่านี้อย่างมีความสุขกันดีนั่นเอง
ถ้าจะมีปัญหาก็จะเป็นเรื่องทะเลาะกันเล็กๆน้อยๆ เมื่อตกลงกันไม่ได้ถึงจะมาหาเจ้าป่าสิงห์ทองเพื่อให้ช่วยตัดสินให้
ซึ่งท่านเจ้าป่าก็ตัดสินให้อย่างยุติธรรม ไม่มีการลำเอียงหรือว่าหูเบาเชื่อใครง่ายๆ สัตว์ทุกตัวในป่านี้จึงรักเจ้าป่าสิงห์ทองมาก

เจ้าป่าสิงห์ทองยิ้มต้อนรับเด็กๆอย่างใจดี พ่อกระต่ายก็รีบเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง ท่านเจ้าป่าก็มองดูสัตว์น้อยทุกตัวด้วยแววตาอบอุ่น

“ไม่เป็นไรนะเด็กๆ อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะ ข้าจะพูดกับท่านก้องฟ้า เจ้าป่าของพวกเจ้าเอง”

“แต่ว่าท่านก้องฟ้าดุร้ายมาก คงไม่ยอมพูดกับท่านหรอกค่ะ” ชมจันทร์บอกเสียงเครือ

“ใช่ครับ ยิ่งเกิดมีสมุนของท่านก้องฟ้าแกล้งไปใส่ร้ายว่าพวกเราทำผิดอะไรบางอย่างทำให้ต้องหนีออกมา ท่านก็จะต้องยิ่งโกรธ
แล้วก็จะให้ใครมาตามจับเราไปลงโทษแน่ ท่านยิ่งหูเบาอยู่ด้วย”

“ทำไมสมุนของท่านก้องฟ้าต้องทำอย่างนั้นด้วย ” ท่านสิงห์ทองสงสัย
“ก็เพราะท่านก้องฟ้าชอบพวกประจบไงครับ” จิ๊กเจี๊ยกบอก
“พวกลิงจ๋อที่เป็นสมุนใกล้ชิดของท่านเลยชอบใส่ร้ายสัตว์อื่นเพื่อให้ตัวเองได้รางวัล
ชอบใส่ร้ายสัตว์อื่นๆว่าไม่มีใครรักท่านก้องฟ้าเท่าพวกเขา ยิ่งถ้าใครจับสัตว์ที่หนีออกจากป่ากลับไปให้ท่านก้องฟ้าลงโทษได้ก็จะได้รางวัลเพิ่มอีก
วันๆพวกสมุนของท่านเลยไม่เป็นอันทำอะไรนอกจากคิดหาเรื่องมาใส่ร้ายสัตว์อื่น
หรือไม่ก็ด้อมๆมองๆไปทั่วป่าเพื่อหาเรื่องจับผิดสัตว์ตัวนั้นตัวนี้ แล้วเอาตัวไปให้ท่านก้องฟ้าลงโทษ”

“ข้าก็เคยได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกัน แต่ไม่นึกว่าจะเป็นมากถึงขนาดนี้” สิงห์ทองถอนใจ ไม่สบายใจกับสิ่งที่ได้ยิน
เพราะตัวท่านเป็นเจ้าป่าที่รักความสงบ ปกครองบริวารอย่างยุติธรรม
ไม่หูเบาเชื่อใครง่ายๆ อยากให้บริวารทุกตัวอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และมีน้ำใจเอื้อเฟื้อกันและกันทุกเรื่อง

“ท่านจะให้พวกเราอยู่ในป่าของท่านได้ไหมคะ?” ชมจันทร์ถามเสียงสั่น ปากเบะตั้งท่าจะร้องไห้อีก

“ไม่ต้องร้องไห้หรอกกระต่ายน้อย พวกเจ้าอยู่ในป่านี้ได้ ข้าอนุญาต” ท่านสิงห์ทองบอกอย่างใจดี
“แล้วท่านไม่กลัวท่านก้องฟ้าโกรธหรือคะ ไม่กลัวหรือคะ ไม่กลัวหรือคะ”
เสียงใสที่เกาะอยู่บนไหล่จิ๊กเจี๊ยกถามพร้อมกับโยกตัวไปมาตามประสานกแก้ว
เจ้าป่าสิงห์ทอง สิงห์โตผู้มีคุณธรรมหัวเราะเสียงดัง
“ข้าไม่กลัวหรอก ท่านก้องฟ้ากับข้าเป็นมิตรที่ดีต่อกัน พวกเจ้าสบายใจเถอะ”

แม้เจ้าป่าสิงห์ทองจะรับปากอย่างนั้น สัตว์น้อยๆจากป่าระทมใจก็ไม่รู้สึกสบายใจขึ้นเลย ต่างก็ยังกลุ้มใจกันอยู่
แน่ล่ะสิ ก็เจ้าป่าก้องฟ้าเป็นคิงคองเจ้าอารมณ์จะตายไป อะไรๆก็โกรธไว้ก่อน ไม่ฟังเหตุผลเลย
เมื่อกลับมาถึงโพรงของพ่อกระต่าย สัตว์น้อยทุกตัวเลยหน้ามุ่ยกันเป็นแถว
และวันต่อๆมาก็เฝ้าแต่รอดูอนาคตของพวกตนต่อไปด้วยความระทึกใจว่า
จะอยู่ในป่ารื่นรมย์ได้โดยไม่ถูกสมุนของก้องฟ้าเจ้าป่าระทมใจตามมาจับตัวกลับไปลงโทษหรือไม่.

ทำดีได้ดี
yajai 29 ก.ค. 2554 เวลา 08:29 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 3

ตอนที่ ๔

กลางป่าระทมใจ

บึ๊กบั๊ก บึ๊กบั๊ก บึ๊กบั๊ก...

คิงคองยักษ์หน้าตาดุร้ายกำลังรัวกำปั้นทุบอกตัวเองบึ๊กบั๊กๆดังสนั่นป่า แถมยังส่งเสียงร้องคำรามดังก้องน่ากลัวชะมัด
จะใครที่ไหนเสียอีกล่ะ เจ้าป่าระทมใจนั่นเอง กำลังโกรธจัดอยู่เลยเชียว
เพราะนางช้างตัวหนึ่งไม่ยอมหนีไปจากใต้ร่มไม้ที่สมุนลิงจ๋อของมันมาบอกว่าเป็นที่หลบแดดที่ดีที่สุดในป่าแห่งนี้
แต่นางช้างไม่ยอมไปเลยเกิดโต้เถียงกันขึ้น และเจ้าป่าก้องฟ้าก็วางอำนาจใส่ตามเคย

“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ไปซะ” คิงคองยักษ์คำรามดุดันพร้อมกับแยกเขี้ยวแหลมคมแถมให้ดูด้วย

“ไปก็ได้ แต่บอกข้าก่อนได้มั้ยว่า ทำไมเราไม่แบ่งกันใช้ร่มไม้นี้ ต้นไม้ต้นนี้ใหญ่มาก ร่มไม้ก็กว้างใหญ่กินบริเวณออกไปไกล
ท่านกับข้าแล้วก็สมุนของท่านหลบแดดอยู่ด้วยกันได้อย่างสบาย”
“หนอย ไอ้ช้างแก่” ลิงจ๋อตัวแสบกระโดดออกมาเถียงอย่างเอาหน้า “ให้มันรู้บ้างว่าใครเป็นใคร นี่เจ้าป่าก้องฟ้าผู้ยิ่งใหญ่นะ
จะให้มาอยู่ร่วมร่มไม้เดียวกับเจ้าได้ยังไง ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงซะแล้ว”

“ก็บอกแล้วไงว่าร่มไม้นี้กว้างมาก ให้ข้าไปหลบอีกด้านหนึ่งยังได้เลย ทำไมต้องให้ไปหาที่อื่นหลบแดดด้วย” นางช้างไม่ยอมแพ้

“เอ๊ะ อวดดีมากนะเจ้าช้างแก่” ลิงจ๋อเต้นไปเต้นมาเกาหัวเกาหูด้วยความโกรธ มันหันไปทางเจ้าป่าก้องฟ้าแล้วรีบยุทันที

“เอาเลยท่านก้องฟ้า จัดการลงโทษมันเลย มันบังอาจดื้อกับท่าน แถมยังจะมาทำตัวเสมอท่านอีก”

เจ้าป่าก้องฟ้าคำรามลั่น ทุบอกตัวเองอีกหลายบึ้ก
(เจ็บอกแทนจริงๆเลยพี่น้อง ถ้าไม่หูเบาเชื่อเจ้าลิงจ๋อก็ไม่ต้องโกรธจนต้องทุบอกโชว์แบบนี้หรอก)
มันเดินกระทืบเท้าปังๆจนฝุ่นคลุ้งเข้าไปหานางช้าง ช้างก็ถอยหลังไปเรื่อยๆเพื่อตั้งหลัก

“ท่านเป็นเจ้าป่าไม่ควรหูเบา ควรปกครองอย่างมีเหตุผลและมีน้ำใจ ไม่ใช่ใครยุยงอะไรท่านก็เชื่อไปหมดโดยไม่มีเหตุผลแบบนี้
ท่านควรจะปกครองป่านี้ให้สัตว์ทุกตัวอยู่กันอย่างมีความสุขเหมือนที่เจ้าป่าตัวเก่าเคยปกครอง
โดยเฉพาะเจ้าป่าที่เป็นปู่ของท่าน ข้ารู้จักปู่ของท่านดีนะ” นางช้างแก่ถอยไปพลางพูดให้สติแก่คิงคองยักษ์ไปด้วย
เจ้าป่าก้องฟ้าไม่เข้าใจ เพราะคิดเสมอว่าการที่สัตว์ทุกตัวเชื่อฟังมันนั้นคือการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขแล้ว
มันยังคงเดินปรี่เข้าใส่นางช้างเพื่อเข้าไปซัดสักป๊าบให้นางช้างกลัวแล้วหนีไป แต่มันยังไม่ทันได้ง้างมือลิงจ๋อตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามาเสนอหน้าฟ้องเสียก่อนว่า

“ท่านเจ้าป่า ตอนนี้มีสัตว์หนีออกจากป่าอีกแล้ว คราวนี้หนีไปพร้อมๆกันตั้งสามตัวเลย”

โอ้ย อย่างนี้จะไม่ให้โกรธได้ยังไงจริงไหมพี่น้อง รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยล่ะ ใครๆจะต้องนินทาว่าปกครองยังไงสัตว์ถึงพากันหนีออกจากป่าแบบนี้
คิงคองยักษ์คำรามลั่น ตอนนี้โกรธสุดๆแล้วนะ

โถ โถ จะสงสารดีไหมเนี่ย เจ้าคิงคองยักษ์ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าตัวเองเป็นเจ้าป่าแบบไหน

สัตว์อื่นเขารู้กันทั่วหมดแล้วว่าสิ่งที่เจ้าป่าก้องฟ้าทำได้ดีที่สุดก็คือ หูเบาไงล่ะพี่น้อง

นางช้างเลยพูดขึ้นว่า “เห็นมั้ย ขนาดนี้แล้วท่านยังไม่รู้อีกหรือว่าท่านเป็นเจ้าป่าแบบไหน
ถ้าท่านเป็นเจ้าป่าที่ดีสัตว์คงไม่พากันหนีออกจากป่าแบบนี้หรอก”
พูดแล้วนางก็หันหลังเดินจากไป ก็กลัวเจ็บตัวเหมือนกันนี่นา

“หนอย เจ้าช้างแก่ อย่างนี้มันน่า..” เจ้าจ๋อทำท่าจะโดดตาม

“ไม่ต้อง ช่างมันก่อน ว่าแต่นั่นอะไรกันล่ะ” เจ้าป่าก้องฟ้ามองดูสัตว์ตัวน้อยหลายตัวที่ถูกสมุนลิงจ๋อของมันจับมา

สัตว์ที่กำลังหมอบตัวสั่นงันงกอยู่ตรงหน้ามันก็คือกระต่ายโตเต็มวัยสี่ห้าตัวกับลิงแก่สองตัว เป็นเพศผู้และเพศเมีย

เดากันไม่ยากใช่ไหมล่ะว่าพวกสัตว์ที่กำลังกลัวหัวหดอยู่ตรงนี้เป็นใครกันบ้าง

ถูกต้องแล้วคร้าบบบ พวกกระต่ายก็คือพ่อแม่พี่น้องของชมจันทร์ ส่วนลิงแก่สองตัวน่ะไม่ใช่พ่อแม่ของจิ๊กเจี๊ยกหรอก แต่เป็นตากับยายของมัน
เพราะพ่อแม่ของจิ๊กเจี๊ยกแอบหนีไปป่าอื่นแล้วหลังจากที่จิ๊กเจี๊ยกหายตัวไปได้สองวัน ตากับยายกระโดดปีนป่ายต้นไม้ไม่ไหวเลยไม่คิดหนี
ผลก็คือโดนสมุนของก้องฟ้าจับตัวมาอย่างนี้ล่ะ แต่พ่อแม่ญาติพี่น้องของเสียงใสบินหนีอย่างว่องไวเลยไม่มีใครจับได้
“บอกมา พวกลูกหลานของเจ้าหนีไปไหน?” คิงคองจอมโหดตวาดลั่น แยกเขี้ยวแหลมเจี๊ยบโชว์ความดุร้ายอีกตามเคย
แต่ว่ายัง ยังไม่พอ มันยังกระทืบเท้าเต็มแรงแถมลงไปบนพื้นดินตรงหน้าสัตว์ที่ตัวเล็กกว่าอีกสองบึ้ก
พื้นตรงนั้นสะเทือนจนฝุ่นฟุ้งกระจายเลย ท่าทางและหน้าตาของมันโหดมากๆเลยนะ

“พวกเราไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ อย่าทำอะไรพวกเราเลยท่านเจ้าป่ารูปหล่อ” พี่สาวของชมจันทร์บอกปากคอสั่น

‘รูปหล่อ’งั้นเหรอ คิงคองยักษ์เคลิ้มจนเผลอยิ้มปากเบี้ยว (เชื่อหรือยังล่ะว่าเจ้าป่าหูเบาสุดๆ แถมด้วยบ้ายออีกนิดก็ได้นะ)
แต่พอพลพรรคลิงจ๋อที่เป็นสมุนของมันร้องเจี๊ยกๆเตือนสติ มันก็เลยกลับมาตีหน้าโหดตามเดิม

“ถ้าพวกเจ้าไม่บอก ข้าจะทรมานเจ้า ไม่กลัวเจ็บตัวก็บอกมาซะ”
ก้องฟ้ายื่นหน้าลงมาคำรามอยู่ใกล้ๆฝูงสัตว์ตัวเล็กๆที่กำลังตัวสั่นกันอยู่ ทำเอาสัตว์ทั้งฝูงถอยปรู๊ดไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว

“โอ้ย ปากเหม็น” พวกสัตว์ตัวน้อยร้องลั่นหน้าตาเหยเกพร้อมกับพากันปิดจมูกหันหน้าหนีเป็นพัลวัน
(นึกว่าถอยเพราะกลัวเสียอีก ที่แท้ก็เหม็นปากเจ้าป่านั่นเอง) “ยอมก็ได้ ยอมแล้ว”

“ฮา ฮา ฮ่า ดีมาก ยังไม่ทันทรมานก็บอกแล้ว” ก้องฟ้าหัวเราะชอบใจ

“กลิ่นปากท่านมันทรมานพวกเราเกินพอ” ลิงแก่ที่เป็นตาของจิ๊กเจี๊ยกบอก “ไม่ต้องทรมานพวกเรามากไปกว่านี้หรอก”

แล้วเจ้าป่าระทมใจก็ได้รู้ว่าชมจันทร์ จิ๊กเจี๊ยก และเสียงใสหนีไปอยู่ไหน

“แต่เราจะแอบเข้าไปจับตัวเด็กพวกนั้นกลับมาได้ยังไงล่ะครับท่านเจ้าป่า” ลิงแสมจอมสอพลอถาม

“สัตว์ในป่ารื่นรมย์น่ะรักและสามัคคีกันจะตาย ใครแปลกหน้าเข้าไปก็บอกต่อกันให้รู้ทั่วป่าในพริบตา”

“ก็ไม่ต้องแอบสิ ข้าจะเข้าไปเอง จะไปเจรจากับท่านสิงห์ทองให้คืนสัตว์จากป่าของเรามาให้หมด

ถ้าไม่ยอมก็เห็นจะต้องวัดกำลังกันล่ะ” คิงคองยักษ์พูดตามประสาผู้ที่ชอบใช้กำลังบังคับขู่เข็ญผู้อื่น

“ทำไมท่านต้องไปเองล่ะครับ พวกเราแอบเข้าไปได้ เราไปจับสัตว์จากป่าอื่นกลับมาได้ตั้งหลายครั้งแล้วไม่เห็นใครจับได้เลย”

พวกลิงแสมพากันสงสัย เพราะไม่เคยเห็นเจ้าป่าของพวกมันคิดอยากจะออกไปจับสัตว์กลับมาเองเลยสักครั้ง

“ก็พวกเจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าสัตว์ในป่ารื่นรมย์รักและสามัคคีกันดี ขืนพวกเจ้าเข้าไปเดี๋ยวก็รู้กันทั้งป่าหรอก” ก้องฟ้าบอก
รู้ไหมว่าที่จริงมันมีเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้อยากออกไปพบกับเจ้าป่ารื่นรมย์ เหตุผลนั้นก็คือ

นับวันมันก็ยิ่งรู้สึกเสียหน้าและอับอายมากที่ระยะหลังๆมานี่สัตว์ในป่าของมันหนีออกไปอยู่ป่าอื่นมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ขณะเดียวกันก็ไม่มีสัตว์จากป่าไหนหนีมาอยู่ที่ป่าระทมใจของมันเลยแม้แต่ตัวเดียว

ขอบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เจ้าคิงคองยักษ์เก็บความสงสัยมานานแล้ว โดยเฉพาะพวกนกต่างๆที่บินจากไป

และสมุนของมันก็ไม่มีทางจับได้เพราะพวกนกบินสูงเกินกว่าจะจับตัวได้ทัน ป่าของมันจึงค่อนข้างเงียบเหงาเพราะขาดเสียงร้องของนกกาต่างๆ

สัตว์อื่นก็ไม่มีตัวไหนส่งเสียงร้อง วันๆเลยได้ยินแต่เสียงพวกลิงแสมสมุนจ๋อคู่ใจของมันเท่านั้นที่ส่งเสียงร้องเล่นกันอย่างสนุกสนาน

ฟังไปนานๆก็เบื่อสิ แต่จะให้มันทำยังไงได้เล่า ก็เจ้าจ๋อพวกนี้ล้วนแต่เป็นสมุนของมันทั้งนั้นนี่นา

ครั้งนี้คิงคองยักษ์ก้องฟ้าเลยตั้งใจว่าจะต้องหาคำตอบให้กับสิ่งที่มันสงสัยให้ได้

และจะต้องไปกู้หน้าของตัวเองกลับมาให้ได้ด้วยเหมือนกัน จะได้ไม่รู้สึกอับอายขายหน้าเจ้าป่าอื่นๆต่อไปอีกไงล่ะ.


ทำดีได้ดี
yajai 29 ก.ค. 2554 เวลา 08:30 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 4

ตอนที่ ๕

“แย่แล้ว แย่แล้ว ท่านก้องฟ้ากำลังจะมาจับพวกเรา กำลังจะมาจับพวกเรา”
เสียงใสร้องบอกเพื่อน มันบินวนอยู่เหนือหัวชมจันทร์และนิลนิดนิดที่กำลังเล็มหญ้าอ่อนอยู่
ส่วนจิ๊กเจี๊ยกนั่งแทะผลไม้อยู่บนต้นไม้

“จะมาเองเลยนะ จะมาเองเลย”

“จริงเหรอ? ข่าวลือมั้ง “ ชมจันทร์ตกใจ หน้าซีดเผือดไปทันที

“ คงไม่ใช่ข่าวลือหรอก” จิ๊กเจี๊ยกกระโดดลงมาอยู่ข้างชมจันทร์

“ฉันเองก็เพิ่งแอบไปคุยกับเพื่อนที่ป่าระทมใจมาเหมือนกันเพื่อนของฉันก็พูดอย่างนั้นนะ” จิ๊กเจี๊ยกบอกหน้าตาตื่น

“แล้วทำไมเธอไม่บอกฉันล่ะ” ชมจันทร์ต่อว่า

“ก็ตอนแรกคิดว่าเป็นแค่ข่าวลือเหมือนกันนี่ พอเสียงใสมาบอกแบบนี้เลยแน่ใจ” จิ๊กเจี๊ยกบอก

“เราต้องรีบไปบอกท่านสิงห์ทองแล้วล่ะ” นิลนิดนิดรีบชวนชมจันทร์และเพื่อนๆไปหาเจ้าป่าของเขาทันที
แต่เมื่อได้พบท่านสิงห์ทอง เด็กๆต่างก็พากันประหลาดใจที่ท่านสิงห์ทองรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

“ท่านก้องฟ้าให้สมุนมาบอกข้าแล้วว่าพรุ่งนี้จะมาขอพบ แต่ไม่เห็นพูดว่าจะมาเอาตัวพวกเจ้ากลับไป”

“แต่ท่านก้องฟ้าเจ้าเล่ห์เกเรมาก ท่านสิงห์ทองอย่างไว้ใจนะคะ อย่างไว้ใจนะคะ” เสียงใสบอก

“ไม่เป็นไรหรอก เราไม่กลัวใครทั้งนั้น เราไม่รังแกใคร ก็จะไม่มีใครรังแกเราเหมือนกัน” สิงโตเจ้าป่าผู้มีคุณธรรมบอกอย่างมั่นใจ

“ท่านจิตใจงดงามเกินไป จะไปสู้ผู้มีจิตใจไม่ดีได้หรือครับ” จิ๊กเจี๊ยกกังวล

“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าลิงน้อย ป่าของข้าชื่อว่าป่ารื่นรมย์ ใครเข้ามาก็จะรู้สึกรื่นรมย์สบายใจ
ไม่คิดอยากมีเรื่องกับใครหรอก ไม่เว้นแม้แต่ท่านก้องฟ้า เชื่อข้าสิ”

เมื่อเจ้าป่าสิงห์ทองพูดอย่างมั่นใจ สัตว์น้อยทั้งสี่ก็เลยต้องจำใจกลับไปรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ทั้งหมดรอคอยวันพรุ่งนี้ด้วยความไม่สบายใจกันทั้งคืน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น......
เสียงแผ่นดินสะเทือนตึง ตึงดังขึ้นในป่ารื่นรมย์ แต่สัตว์น้อยใหญ่ในป่าไม่มีใครแปลกใจเลยสักตัว
เพราะรู้ว่าเจ้าป่าก้องฟ้ามาถึงแล้ว สัตว์ต่างๆแค่พากันออกมาชะเง้อดูตามสุมทุ่มพุ่มไม้ด้วยสีหน้าใคร่รู้แล้วก็เดินกลับไปอย่างไม่สนใจ

แน่ล่ะ ใครๆก็อยากเห็นหน้าเจ้าป่าใจร้ายกันทั้งนั้น พอเห็นแล้วก็รู้สึกรังเกียจจนต้องเดินหนี
แต่เจ้าคิงคองยักษ์ไม่คิดอย่างนั้น ก็เพราะว่ามีสมุนลิงจ๋อจอมประจบคอยตามเป่าหูอยู่ทุกฝีก้าวว่า
สัตว์ในป่ารื่นรมย์เกรงกลัวมันจนต้องพากันหลบไปหมด ฟังแล้วเจ้าป่าก้องฟ้าก็แสนจะกระหยิ่มใจและยิ่งวางมาดให้ดูน่าเกรงขามมากขึ้นอีก

แต่รู้ไหมว่าเจ้าคิงคองยักษ์ตัวนี้ไม่ได้โง่เง่าอย่างที่ใครๆคิดหรอกนะ แค่หูเบาไปหน่อยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น
ขณะที่กำลังเดินลึกเข้าไปในป่ารื่นรมย์เรื่อยๆ มันก็สังเกตดูป่ารอบๆตัวไปด้วยตลอดเวลา
และเห็นว่าป่ารื่นรมย์กับป่าระทมใจของมันนั้นมีภูมิประเทศคล้ายกันมากเพราะอยู่ในบริเวณเทือกเขาเดียวกัน
แต่มันกลับรู้สึกได้ทันทีว่า ในป่ารื่นรมย์นี้ช่างสวยงามมีชีวิตชีวาดีเหลือเกิน เข้ามาแล้วรู้สึกสบายใจ
มีเสียงนกนาๆชนิดร้องเพลงไพเราะให้ได้ยิน มองไปทางไหนก็มีแต่นกสีสรรสวยงามบินไปมาหรือไม่ก็เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ทั่วไปหมด
มีเสียงสัตว์ต่างๆคุยกันอย่างมีความสุข มีเสียงหัวเราะ มีเสียงเล่นกันอย่างสนุกสนาน
แม้มันเดินผ่านไปใกล้ๆก็ไม่มีใครแสดงความเกรงกลัว แค่หันมามองแล้วก็เลิกสนใจ
และบรรยากาศที่ชวนให้สบายใจรอบๆตัวแบบนี้นี่ล่ะที่ทำให้เจ้าป่าก้องฟ้าอดที่จะคิดถึงวัยเด็กที่มีความสุขสนุกสนานของตัวเองขึ้นมาไม่ได้
คำพูดของนางช้างทำให้มันนึกถึงบรรยากาศของป่าระทมใจสมัยที่ปู่ของมันเป็นเจ้าป่า
ตอนนั้นมันยังเป็นแค่คิงคองตัวเล็กๆ ป่าของมันก็ไม่ได้ชื่อป่าระทมใจเหมือนอย่างทุกวันนี้ แต่ชื่อว่าป่าแสนสุขใจ
และสมัยนั้นป่าของมันก็มีบรรยากาศเหมือนกับป่ารื่นรมย์ในขณะนี้ไม่มีผิด !

นั่นสินะ บรรยากาศน่าสบาย เสียงธรรมชาติอันไพเราะที่เคยมีอยู่ในป่าของมันหายไปไหนหมด ป่าระทมใจมีแต่ความเงียบเหงา
นับวันเสียงธรรมชาติไพเราะน่าฟังต่างๆก็ยิ่งหายไป จะมีก็แต่เสียงของฝูงสิงแสมสมุนคู่ใจของมันเท่านั้น คิงคองตัวอื่นก็อยู่กันอย่างเงียบหงอย
มีแอบหนีไปอยู่ป่าอื่นบ้างเหมือนกัน และไม่มีสัตว์ตัวไหนกล้าไปจับตัวกลับมา

จริงสิ แม้แต่สัตว์เผ่าพันธุ์เดียวกันกับมันก็ยังหนีไปอยู่ที่อื่นเลย

เจ้าคิงคองยักษ์เพิ่งจะมีสติคิดถึงเรื่องนี้ก็ตอนที่เข้ามาอยู่ในป่ารื่นรมย์นี่เอง ความสบายใจทำให้สมองของมันปลอดโปร่งคิดอะไรได้ดี

เจ้าป่าก้องฟ้าเฝ้าแต่คิดเปรียบเทียบป่าของตัวเองกับป่ารื่นรมย์ด้วยความสงสัยไปตลอดทางที่เดินไปพบกับเจ้าป่าสิงห์ทองที่ลานคลายทุกข์
“ท่านก้องฟ้า ท่านคงต้องมีธุระสำคัญมากแน่ๆถึงได้มาด้วยตัวเองแบบนี้” สิงห์โตสีทองตัวมหึมานั่งอยู่บนแท่นหินขนาดใหญ่ทักทาย
ท่าทางของเจ้าป่ารื่นรมย์งามสง่าน่าเกรงขามมาก รอบๆแท่นหินที่มองดูเหมือนบัลลังค์ของพระราชามีสัตว์นานาชนิดนั่งห้อมล้อมอยู่หลายสิบตัว
ดูก็รู้ว่าแต่ละตัวทำหน้าที่เป็นองครักษ์ให้เจ้าป่าของมันอย่างจงรักภักดีโดยไม่ต้องมีใครบังคับ หนำซ้ำ
ห่างออกไปไม่ไกลยังมีฝูงสัตว์อื่นๆอีกมากมายที่มาห้อมล้อมอยู่รอบๆลานกว้างเพื่อดูเหตุการณ์อันจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ของป่ารื่นรมย์ในไม่ช้านี้

แน่ล่ะ เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่สองตัวมาเผชิญหน้ากันนี่มันธรรมดาเสียที่ไหน

“ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรมากหรอกท่านสิงห์ทอง” คิงคองยักษ์บอก ตอนนี้มันมายืนอยู่หน้าแท่นหินแล้ว
แต่ท่าทางงามสง่าโดยธรรมชาติของเจ้าป่ารื่นรมย์ก็ทำให้มันทำตัวไม่ถูก และอดชมอยู่ในใจไม่ได้ว่าเจ้าป่าสิงห์ทองไม่ต้องทำท่าวางอำนาจ
ไม่ต้องคอยทำหน้าตาดุร้ายก็ยังดูน่าเกรงขามได้ ผิดกับมันที่ต้องเกร็งหน้าเก๊กดุเก๊กเหี้ยมเอาไว้ตลอดเวลาเพื่อให้เป็นที่เกรงกลัวของสัตว์อื่น
เมื่อยหน้าแทบตายยังไงก็หยุดเก๊กไม่ได้ จะไม่เก๊กก็ตอนนอนเท่านั้นล่ะ น่าสงสารเจ้าคิงคองยักษ์ไหมล่ะพี่น้อง
ว่าแล้วเจ้าคิงคองยักษ์ก็คลายสีหน้าดุดันของมันทันที อยู่ต่อหน้าเจ้าป่าสิงห์ทองแบบนี้ไม่เห็นต้องเก๊กดุก็ได้ มันคิด
(เฮ้อ ไม่เก๊กดุก็หน้าดุจนใครต่อใครกลัวจะตายอยู่แล้วไม่รู้เหรอท่านคิงคองเจ้าป่า !)

ที่สำคัญคือบรรยากาศสดชื่นมีชีวิตชีวาน่าสบายใจของป่ารื่นรมย์ก็ทำให้มันลืมสิ่งที่มันจะมาพูดกับเจ้าป่าสิงห์ทองไปเสียสนิทเลยทีเดียว

“ป่าของท่านน่าอยู่มากท่านสิงห์ทอง” คิงคองยักษ์ชม “เข้ามาแล้วข้ารู้สึกสบายใจอย่างบอกไม่ถูกเลยจริงๆ”

“ขอบคุณท่านมากที่ชม เชิญท่านนั่งพักให้หายเหนื่อยก่อนเถิด” เจ้าป่าสิงห์ทองเชิญให้เจ้าป่าก้องฟ้านั่งลงที่แท่นหินอีกแท่นที่จัดเตรียมไว้ให้
โดยที่แท่นหินนั้นมีใบไม้ใบหญ้าปูไว้หนานุ่ม คิงคองยักษ์นั่งแล้วจะได้สบายก้นว่างั้นเถอะ

เจ้าป่าก้องฟ้ากำลังจะเดินไปนั่งตามคำเชิญ แต่เจ้าจ๋อจอมสอพลอตัวหนึ่งก็รีบเข้ามากระซิบ

“เจ้าป่าสิงห์ทองกล้าวางอำนาจสั่งให้ท่านนั่ง ท่านอย่าทำตามนะ เสียชื่อหมด”

คิงคองยักษ์ชะงักไป แต่แล้วก็เดินไปนั่งโดยไม่สนใจคำยุยงของเจ้าจ๋อเพราะไม่เห็นว่าเจ้าป่าสิงห์ทองจะทำท่าวางอำนาจแต่อย่างใด
หนำซ้ำคำเชื้อเชิญให้นั่งก็เป็นคำเชื้อเชิญธรรมดาๆ
เมื่อมันนั่งลงเรียบร้อยแล้วเหล่าบริวารของเจ้าป่าสิงห์ทองก็นำผลไม้สดกลิ่นหอมน่ากินหลากหลายชนิดที่เพิ่งเก็บใหม่ๆมาให้มากมาย
แต่ละตัวนำมาวางให้มันด้วยสีหน้ายิ้มแย้มจนมันแปลกใจ ไม่มีใครกลัวมันเลย
โอ๊ะ มันอะไรกันหว่า เจ้าสัตว์น้อยพวกนี้ยิ้มให้ข้า แล้วข้าจะทำยังไงล่ะ วางหน้าไม่ถูกเลยแฮะ
เจ้าคิงคองยักษ์จำต้องยิ้มตอบแบบแหยๆ ปากก็เลยบิดๆแบะๆ หน้าตา น่าขันมาก
ก็มันไม่เคยยิ้มมานานมากแล้วนี่ครับพี่น้อง
บริวารของเจ้าป่าสิงห์ทองไม่มีความเกรงกลัวมันเลยแม้แต่น้อย มีแต่ท่าทีนบนอบให้กับความเป็นเจ้าป่าของมันทัดเทียมกับเจ้าป่าสิงห์ทอง

“ไอ้สัตว์พวกนี้ทะลึ่งมาก ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง บังอาจมายิ้มให้ท่านได้ไง”

เจ้าจ๋ออีกตัวกระซิบ “ท่านอย่าไปใจดีกับมัน ซัดมันเลย ให้มันรู้มั่งว่าท่านเป็นใคร”

คิงคองยักษ์หรือเจ้าป่าก้องฟ้ามองดูบริวารของตัวเองแล้วมองดูบริวารของเจ้าป่าสิงห์ทองอย่างครุ่นคิด
สัตว์น้อยใหญ่ที่อยู่แถวๆนั้นมีท่าทางผ่อนคลาย ไม่มีตัวไหนคอยเข้าไปกระซิบกระซาบเจ้าป่าสิงห์ทองเลยแม้แต่ตัวเดียว

“ท่านสิงห์ทอง บอกได้มั้ยว่าทำยังไงป่าของท่านถึงได้น่าอยู่อย่างนี้” เจ้าป่าก้องฟ้าถาม

จ๋อจอมประจบถึงกับอ้าปากหวอไปเลยเมื่อคราวนี้คิงคองยักษ์ไม่เชื่อคำยุยงของมัน “ท่านเจ้าป่า...” มันพากันเรียกเพื่อเตือนสติ

“พอเถอะ พวกเจ้าออกไปนั่งห่างๆข้า ข้าจะคุยกับท่านสิงห์ทอง” เจ้าป่าก้องฟ้าทำหน้าดุไล่บรรดาสิงจ๋อที่นั่งล้อมอยู่รอบตัวมันให้ออกไป

“ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย ที่ป่าของข้าน่าอยู่ก็เพราะสัตว์ทุกตัวอยู่กันอย่างสบายใจสบายกายเท่านั้นเอง” ท่านสิงห์ทองบอก

“อยู่อย่างสบายใจงั้นหรือ ยังไงล่ะ ข้าไม่เข้าใจ สัตว์ที่ป่าของข้าก็อยู่กันอย่างสบายใจเหมือนกันนะท่านสิงห์ทอง”

“เอ ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องถามสัตว์ในป่านี้ดูแล้วล่ะว่าอยู่ยังไงถึงสบาย”

แล้วท่านสิงห์ทองก็เรียกช้าง ลิง แล้วก็ ‘ลุงงาบ’ที่ป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นให้มาหา

แล้วถามว่า “พวกเจ้าอยู่ในป่านี้กันอย่างสบายดีใช่มั้ย?”

“ใช่แล้วท่านเจ้าป่า” ลุงงาบตอบ ช้างกับลิงก็พากันพยักหน้าหงึกๆหงักๆสนับสนุนคำพูดลุงงาบ

“สบายยังไงช่วยบอกให้ข้ากับท่านเจ้าป่าก้องฟ้าฟังหน่อยได้มั้ย?”

“อยู่อย่างไม่มีปัญหาไงล่ะท่าน” ลิงบอก “ใครมีปัญหา อย่างเวลาที่แย่งผลไม้กัน ท่านสิงห์ทองก็ช่วยตัดสินให้อย่างยุติธรรม”

“แย่งหนองน้ำกัน ท่านสิงห์ทองก็ช่วยตัดสินให้อย่างยุติธรรม ท่านสิงห์ทองอยากให้พวกเราอยู่อย่างมีความสุข

ท่านไม่อยากให้เรามีปัญหากัน” ลุงงาบบอก

“ใช่ ท่านสิงห์ทองไม่ชอบให้ใครไม่สบายใจ ใครมาฟ้องอะไรท่านก็ไม่ฟังความข้างเดียว

ท่านจะเรียกมาถามเหตุผลทั้งสองฝ่ายแล้วดูว่าใครมีเหตุผลดีกว่ากันแล้วค่อยตัดสิน”

“แค่ท่านสิงห์ทองไม่เข้าข้างใคร และไม่ใช้อำนาจความเป็นเจ้าป่าเอาเปรียบพวกเรา แค่นี้พวกเราก็อยู่อย่างมีความสุขแล้ว” ช้างบอก

ตลอดเวลานั้นเจ้าคิงคองยักษ์นั่งฟังด้วยความตั้งใจเพราะอยากให้ป่าของตัวเองมีบรรยากาศน่าอยู่เหมือนป่ารื่นรมย์บ้าง
แต่สิ่งต่างๆที่ลิง ช้างและลุงงาบบอกก็ทำให้มันถึงกับเอ๋อเหรอไปเลย
โถ โถ ก็ที่ผ่านมาน่ะ มันทำตรงข้ามกับที่เจ้าป่าสิงห์ทองทำทั้งหมดเลยนี่นา

“อย่างนี้นี่เอง ข้าเข้าใจล่ะ” ก้องฟ้าพยักหน้า

“ท่านได้ฟังอย่างนี้แล้ว ถ้าอยากให้ป่าของท่านมีบรรยากาศน่าอยู่น่ารื่นรมย์เหมือนป่าของข้าท่านก็ทำได้ไม่ยากหรอกจริงมั้ย มันไม่ใช่เรื่องยากเลย
ขอให้มีความยุติธรรม มีใจเมตตาและหวังดีต่อผู้อื่น อยากเห็นสัตว์ทุกตัวมีความสุขเข้าไว้ให้มากๆเท่านั้นเอง
รับรองว่าป่าของท่านต้องน่าอยู่แน่ๆ และสัตว์ทุกตัวก็จะไม่อยากไปอยู่ที่อื่น” ท่านสิงห์ทองบอก

“ข้าจะลองกลับไปทำดู” จากนั้นเจ้าป่าทั้งสองก็คุยกันต่ออีกสักพักก่อนที่เจ้าป่าก้องฟ้าจะกลับไปด้วยใจที่มุ่งมั่น
ว่าจะทำให้ป่าของตัวเองน่าอยู่ด้วยวิธีปกครองแบบเดียวกับเจ้าป่าสิงห์ทองให้ได้.

ทำดีได้ดี
yajai 2 ส.ค. 2554 เวลา 05:42 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 5

บทส่งท้าย

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าป่าสิงห์ทองก็ได้ข่าวดีจากสัตว์ทั้งหลายอยู่เป็นระยะว่า เจ้าป่าก้องฟ้าได้เปลี่ยนแปลงตัวเองใหม่แล้ว
ตอนนี้ปกครองดูแลสัตว์ป่าในป่าระทมใจตามอย่างท่านสิงห์ทองทุกอย่าง
จนบัดนี้สัตว์น้อยใหญ่ในป่าระทมใจอยู่กันอย่างมีความสุขทุกตัว
ส่วนพวกเจ้าจ๋อลิงแสมทั้งหลายก็ถูกท่านก้องฟ้าคอยสั่งสอนให้เลิกทำตัวเป็นพวกขี้ประจบเอาหน้า
หาเรื่องใส่ร้ายสัตว์อื่นเพื่อให้ตัวเองได้ดี เจ้าจ๋อที่ไม่ยอมกลับตัวก็จะถูกลงโทษ
จนในที่สุดทุกตัวก็ไม่มีใครกล้าทำอีก และกลับตัวกลับใจได้ในที่สุด
เพราะไม่ว่าจะฟ้องหรือหาเรื่องใครท่านก้องฟ้าก็ไม่เคยเชื่ออีกเลย
ชมจันทร์ จิ๊กเจี๊ยกและเสียงใสได้กลับไปอยู่กับครอบครัวอย่างมีความสุข
และยิ่งมีความสุขมากเมื่อสามารถไปมาหาสู่กับนิลนิดนิดและเพื่อนใหม่ในป่าอื่นๆได้อย่างสบายใจ
เมื่อสัตว์ทุกตัวอยู่กันอย่างมีความสุขดีแล้ว ต่างก็พร้อมใจกันเปลี่ยนชื่อ
ป่าระทมใจกลับมาเป็น “ป่าแสนสุขใจ” เหมือนเดิม

เฮ้อ....ช่างมีความสุขดีจริง.

จบแล้วจ้า


ทำดีได้ดี
yajai 2 ส.ค. 2554 เวลา 05:45 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 6

พรหมวิหาร 4

พระพุทธเจ้าทรงมีคำสั่งสอนที่ดีมากมายสำหรับชาวพุทธ และคำสั่งสอนของพระองค์ก็ล้วนแต่เป็นความจริง
เป็นสิ่งที่ดีมีประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของเราเป็นอย่างยิ่ง

ใครก็ตามที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ได้ก็จะพบกับชีวิตที่ดีมีความสุขได้ไม่ยากเลย
ซึ่งหนึ่งในเรื่องที่พระองค์ทรงสอนไว้ก็คือเรื่องพรหมวิหาร 4

ธรรมะข้อนี้มักจะถูกมองว่าเป็นธรรมะของผู้ที่เป็นผู้นำ พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือผู้ที่ต้องมีหน้าที่ดูแลคนจำนวนมากให้อยู่ร่วมกัน
ทำงานด้วยกันได้อย่างราบรื่น อยู่อย่างสงบและมีความสุขด้วยกันนั่นเอง
ซึ่งธรรมะข้อนี้คนที่เป็นพ่อแม่และครูอาจารย์ก็นำไปปฎิบัติได้เช่นกัน เพราะจะต้องปกครองลูกและลูกศิษย์
ก่อนอื่นเราควรมาทำความรู้จักกับพรหมวิหาร 4 กันก่อนดีไหม

เมื่อเรียกว่าพรหมวิหาร 4 น้องๆก็คงเดาออกว่าต้องมี 4 ข้อแน่ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
เพราะพรหมวิหาร 4 ประกอบด้วยหลักธรรม 4 ข้อคือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขานั่นเอง
แล้วทั้งหมดนี้คืออะไรกันล่ะ เรามาลองทำความเข้าใจกันดีกว่า

เมตตา ก็คือความปรารถนาที่จะให้ผู้อื่นมีความสุขนั่นเอง
ในเรื่อง’เจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่’มีตัวอย่างของความเมตตาให้เห็นชัดเจนมาก
คือเจ้าป่าสิงห์ทองเป็นเจ้าป่าที่อยากให้สัตว์ในป่าของตัวเองมีความสุขมาก
ส่วนใครมีเรื่องทุกข์ร้อนท่านจะช่วยแก้ไข ณ ลานคลายทุกข์
เพื่อฟังเรื่องราวของสัตว์ต่างๆที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ
เมื่อช่วยแก้ไขปัญหากระทั่งสัตว์ทั้งหลายไม่เดือดร้อน
ทำให้สัตว์ในป่ารื่นรมย์มีแต่ความสุขทั้งนั้น ซึ่งเป็นเรื่องของความกรุณา
จะเห็นว่าเมตตาโดยส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกรุณา
แต่เจ้าป่าก้องฟ้ามีแต่รังแกเบียดเบียนสัตว์ในป่าของตัวเองเพื่อให้ตัวเอง
มีความสุข ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ที่มีหน้าที่ปกครองใครไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง

กรุณา คือความอยากที่จะให้ผู้อื่นพ้นทุกข์น้องๆจะเห็นว่าเจ้าป่าสิงห์ทองมี’ลานคลายทุกข์
’ไว้ให้สัตว์ในป่ามาให้ท่านช่วยแก้ปัญหาเดือดร้อนให้ด้วย ที่เจ้าป่าสิงห์ทองมีลานนี้ก็เพราะท่านมีความกรุณานั่นเอง
เพราะท่านอยากให้สัตว์ทุกตัวพ้นทุกข์ ใครมีทุกข์ก็มาบอกที่ลานคลายทุกข์ แล้วท่านก็ช่วยแก้ปัญหาให้จนพ้นทุกข์ได้นั่นเอง

มุทิตา คือความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีเจ้าป่าสิงห์ทองเองก็มีความสุขความสบายใจอยู่ในป่ารื่นรมย์เหมือนกัน
เพราะเมื่อท่านช่วยแก้ไขเรื่องเดือดร้อนให้บริวารได้แล้ว ท่านก็สบายใจ ยินดีที่บริวารหมดทุกข์
สัตว์ตัวไหนอยู่สบายท่านก็จะยินดีและมีความสุขไปด้วยเสมอ อย่างนี้เรียกว่ามุทิตา

ผิดกับเจ้าป่าก้องฟ้ามาก เพราะเจ้าป่าก้องฟ้าไม่อยากให้ใครสบายกว่าตัวเอง เพราะฉะนั้นเวลาที่ถูกพวกลิงจ๋อยุยงก็มักจะเชื่อได้ง่ายๆ
และยังไปจับสัตว์ที่ถูกลิงจ๋อใส่ร้ายมาลงโทษเสียอีก เป็นผู้ปกครองที่ไม่ดีเลยใช่ไหมล่ะ

อุเบกขา คือการรู้จักวางเฉยข้อนี้อธิบายง่ายๆก็คือ ไม่ดีใจหรือเสียใจกับใครมากเกินไป
คิดให้เป็นว่าอะไรดีอะไรไม่ดี เพราะทั้งสองอย่างนี้จะทำให้เกิดความไม่เป็นกลาง
เจ้าป่าก้องฟ้าหูเบาเพราะไม่มีอุเบกขา เลยทำให้สัตว์ในป่าระทมใจพากันเดือดร้อนเพราะเป็นเจ้าป่าที่ไม่รู้จักวางเฉย
มองไม่ออกว่าอะไรดีอะไรไม่ดี เอาแต่เชื่อพวกเจ้าลิงจ๋อโดยไม่คิดให้ดีก่อนว่าที่พวกเจ้าจ๋อเอามาบอกนั้นจริงหรือไม่จริง
ควรดีใจหรือเสียใจ ดีหรือไม่ดีอย่างไร เมื่อไม่คิดให้ดีก็ขาดความยุติธรรม ผลก็คือพวกสัตว์พากันแอบหนีออกจากป่าระทมใจนั่นเอง
เพียงแค่นี้น้องๆก็คงจะพอรู้จักกับพรหมวิหาร 4 กันบ้างแล้วใช่ไหมว่า พรหมวิหาร 4 คืออะไรและสำคัญอย่างไร
เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าในวันนี้น้องเป็นผู้นำ เช่น เป็นพี่คนโต เป็นหัวหน้าห้อง เป็นหัวหน้าในการทำรายงาน
เป็นหัวหน้าเชียร์ลีดเดอร์ ฯลฯ น้องๆก็ลองใช้หลักธรรมะข้อนี้มาปฏิบัติตัวกันดู
แล้วจะรู้ว่าเราจะกลายเป็นคนที่น่ารักของเพื่อนๆที่ร่วมทำงานกับเราได้ไม่ยากเลย
วันข้างหน้าถ้าเราเกิดได้เป็นผู้นำหรือต้องปกครองใครขึ้นมา เราก็จะได้เป็นผู้นำที่ดีนั่นเอง.


----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------





ขอเชิญดาวน์โหลดนิทานเจ้าป่าผู้ยิ่งใหญ่ (นิทานสำหรับเยาวชนอิงธรรมะ พรหมวิหาร ๔)
และ กระต่ายน้อยไปรษณีย์




คลิ๊ก => http://oaksun.co.uk/
ทำดีได้ดี
yajai 2 ส.ค. 2554 เวลา 05:46 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 7

ยาวทีเดียวนะคะ...กว่าจะอ่านจบ แต่ก็ดีค่ะ
เกลียวคลื่น 2 ส.ค. 2554 เวลา 15:23 น. โพสต์: 2 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 8

อนุโมทนาด้วยนะค่ะ
ทำดีได้ดี
yajai 3 ส.ค. 2554 เวลา 06:53 น. โพสต์: 47 อนุโมทนา: 116 ได้รับอนุโมทนา: 47 คำตอบที่ 9

ร่วมอนุโมทนาบุญ สาธุ
sahatpeth 2 ก.ย. 2554 เวลา 10:34 น. โพสต์: 20 อนุโมทนา: 20 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 10

ขอบคุณครับ








http://companyjob.jobteenee.com
http://findjob.job-parttimes.com
http://job2easy.com
goodtimes 7 พ.ย. 2554 เวลา 15:59 น. โพสต์: 7 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 11

ขอบคุณมากค่ะ
gimlar 13 พ.ย. 2555 เวลา 17:04 น. โพสต์: 3 อนุโมทนา: 0 ได้รับอนุโมทนา: 0 คำตอบที่ 12


ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 18396 คน  ปิดหน้านี้

DT010018
yajai

29 ก.ค. 2554 เวลา 08:25 น.

โพสต์: 47
อนุโมทนา: 116
ได้รับอนุโมทนา: 47






Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย