 |
วิปัสสนากรรมฐาน ในแนวสติปัฏฐาน 4
ที่มา และความสำคัญ
การปฏิบัติวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐานมีมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสั
มมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ทรงสอนและทรงเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนา
ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ มาโดยตลอด ดังปรากฏใน
พระสูตรต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง
และได้ตรัสแทรกไว้ในโอกาสต่าง ๆ
ตลอดจวบจนกระทั้งในปีที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน
ขณะประทับอยู่ ณ อัมพปาลีวัน ใกล้นครเวสาลี
ต่อมาการปฏิบัติวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน ๔
ได้มีการสืบทอดกันมาชั่วอายุคนในหลายประเทศทั่วโลก
ตั้งแต่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา เนปาล พม่า ไทย
สำหรับในประเทศไทยนั้น เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖1
พระพิมลธรรม
สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครองแห่งคณะสงฆ์ไทยได้มี
พระบัญชาการส่งพระสงฆ์ไทยไปศึกษา
และปฏิบัติที่ประเทศพม่า ขากลับได้ขอให้พระโภณ-มหาเถระ
(มหาสีสยาดอ)
ส่งพระวิปัสสนาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาเผยแผ่วิปัสสนาตามหลักสติ
ปัฏฐานในประเทศไทย มาประจำอยู่ ณ
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะ ๕ กรุงเทพมหานคร
|
พระชินเวทย์ ชินวโร [เชียงใหม่] [118.172.55.236] [ 15 ส.ค. 2553 เวลา 17:34 น. ] [ 1 ] |
|
|
การเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในประเทศไทยนั้น
ได้มีการเผยแผ่อย่างต่อเนื่องและได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเป็
นลำดับจากพุทธศาสนิกชนทั่วไป ซึ่งในสภาวะสังคมปัจจุบัน
ซึ่งมีแต่ความทุกข์ ความเร่าร้อน วุ่นวายสับสน
อันเนื่องมาจากความเจริญทางวัตถุ
ทำให้หนีสิ่งชั่วซึ่งมีอยู่แต่ดั้งเดิมไม่พ้น สังคมปัจจุบันนี้
มีแต่ความทุกข์ ความเร่าร้อน วุ่นวายสับสน
ยังหนีสิ่งชั่วซึ่งมีอยู่แต่ดั้งเดิมไม่พ้น การดูถูกดูหมิ่น
การอิจฉาริษยา การเบียดเบียนกัน การทรยศหักหลัง
การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกงกัน การทะเลาะวิวาท
ตลอดจนการรบรา ฆ่าฟันกัน ยังคงมีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั่วไป
ซึ่งทำให้พุทธศาสนิกชนพยายามที่จะหนีความชั่วทั้งหลายที่มนุษ
ย์เองเป็นผู้ก่อ โดยหันเข้ามาแสวงหาทางแห่งความพ้นทุกข์มากขึ้น
ซึ่งบรรดาศาสดาของลัทธิและศาสนาต่างๆ
พยายามคิดค้นและวางหลักไว้
สำหรับให้มนุษย์ปฏิบัติเพื่อสร้างสันติสุขให้แก่โลกโดยให้มนุษย์
ทำแต่ความดี และให้ละความชั่ว แต่อย่างไรก็ตาม
ในพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดา
ก็ทรงกระทำเช่นนั้นเหมือนกัน
นอกจากจะทรงสอนให้มนุษย์ทำแต่ความดีละความชั่วแล้วพระพุ
ทธองค์ก็ยังทรงสอนให้มนุษย์ชำระจิตให้บริสุทธิ์อีกด้วย
ดังปรากฏในหลักคำสอนของพระพุทธองค์ที่ เรียกว่า
โอวาทปาติโมกข์2 คือ
ที.ม. (ไทย) ๑๐/๙๐/๕๐, ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๑๘๓/๘๐, ที.ม.อ. ๙๐/
ที.ม. (บาลี) ๑๐/๙๐/๔๓.
สพฺพปาปสฺส อกรณํ
สจิตฺตปริโยทปนํ
กุสลสฺสูปสมฺปทา
เอตํ พุทฺธาน สาสนํ3
ที.ม.อ. ๒๑๔/๑๙๗.
การไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำกุศลให้ถึงพร้อม
การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว
นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย4
วิธีชำระจิตให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วนี้ไม่มีในคำสอนของศาสนา
ใดๆ ในโลกมีแต่เฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น
เพราะพระพุทธองค์ทรงเห็นว่าการที่จะไม่ให้มนุษย์ทำความชั่วไ
ด้อย่างแท้จริงนั้น ก็ต้องให้มนุษย์ชำระจิตให้บริสุทธิ์
ปราศจากกิเลสเสียก่อน เมื่อจิตบริสุทธิ์แล้ว
มนุษย์ก็จะไม่ทำความชั่ว
การชำระจิตให้บริสุทธิ์ตามวิธีปฏิบัติที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้
าได้ทรงวางไว้ เรียกว่า กรรมฐาน
กรรมฐานในพระพุทธศาสนามีสองอย่าง คือ
สมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน อย่างไรก็ตาม
เพื่อที่จะได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง
อันสูงสุดของพระพุทธศาสนา สมดังพระดำรัสว่า
เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา
โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺข-
โทมนสฺสานํ
อตฺถงฺคมาย ายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย, ยทิทํ
จตฺตาโร
สติปฏฺานา.5
ภิกษุทั้งหลาย ! ทาง6นี้เป็นทางเดียว7
เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ทั้งหลาย เพื่อล่วง โสกะปริเทวะ
เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม8
เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔9
พระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงปู่ทอง สิริมังคโล)เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง
เคยไปศึกษาทั้งปริยัติ ปฏิบัติในประเทศพม่า
และเคยปฏิบัติที่คณะ ๕ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
ต่อมาได้เผยแผ่โดยเปิดสอนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
แก่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
พุทธศาสนิกชนทั่วไป และสร้างสำนักปฏิบัติตั้งแต่วัดเมืองมาง
วัดร่ำเปิง เป็นต้น จนปัจจุบันนี้ สอนที่สำนัก-
วิปัสสนากรรมฐานวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร นอกจากนี้
ยังได้เผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนา-กรรมฐานไปยังประเทศต่างๆ
อาทิ เช่น ยุโรปมี เยอรมัน อิตาลี สเปน สวิสเซอร์แลนด์
ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมทั้ง อเมริกา เม็กซิโก แคนาดา
เป็นต้น10 แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ในพระพุทธศาสนา
เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้มีศรัทธาจึงหันมาสนใจ
ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันเป็นจำนวนมาก เกือบจะเรียกได้ว่าเ
ป็นยุคทองของวิปัสสนา อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า
ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ ขาดองค์ประกอบสำคัญ คือ
ความรู้พื้นฐานและความเข้าใจในการกำหนดสภาวธรรมและอาร
มณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในกายกับใจ หรือรูปกับนาม
ตามความเป็นจริงในการปฏิบัติ ดังนั้น ครูบาอาจารย์
หรือวิปัสสนาจารย์ ที่มีความเชี่ยวชาญ
จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
ที่จะคอยแนะนำผู้ปฏิบัติให้กำหนดสภาวธรรมและอารมณ์ต่าง ๆ
|
พระชินเวทย์ ชินวโร [เชียงใหม่] [118.172.55.236] [ 15 ส.ค. 2553 เวลา 17:39 น. ] [ 2 ] |
|
|
การสอบอารมณ์ พระกรรมฐาน
การสอบอารมณ์ พระกรามฐาน
การสองอารมณื พระกรรมฐาน นั้นก็เพื่อ เป็นการ รายงานสภาวะอารฒณื ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นภายในกายกับใจ หรือรูปกับนามได้อย่างถูกต้อง
ด้วยจำนวนของผู้เข้า-ปฏิบัติที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้เกิดภาวะของการขาดวิปัสสนาจารย์
ผู้แนะนำการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่มีความเชี่ยวชาญ
มีจำนวนไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแนะนำให้
ผู้ปฏิบัติมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องได้
จึงทำให้ผู้ปฏิบัติก่อนหรือผู้พอมีประสบการณ์เพียงเล็กน้อยแลกเ
ปลี่ยนคำแนะนำ
หรือไม่ก็กลายเป็นครูแนะนำการปฏิบัติให้แก่ผู้เข้ามาปฏิบัติในภา
ยหลัง เมื่อผู้ปฏิบัติเกิดสภาวธรรมต่างๆ ที่แปลกๆ
แตกต่างออกไป หรือมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
จึงไม่สามารถให้คำแนะนำเพื่อปรับอินทรีย์ของผู้เข้าปฏิบัติได้
อาจทำให้ผู้ปฏิบัตินั้น เกิดความกลัวแล้วเลิกปฏิบัติ
อาจทำให้กรรมฐานแตก หรืออาจทำให้ปฏิบัติผิดทางจนเกิดวิปล
าสไปก็ได้ จนเสียเวลาในการปฏิบัติ
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นต้องมีความเข้าใจในการกำหนด
สภาวธรรม อารมณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นภายในกายกับใจของผู้เข้าปฏิบัติ ซึ่งมีความสำคัญต่อค
วามก้าวหน้าในการปฏิบัติ
เพื่อให้ก้าวไปสู่ผลของการปฏิบัตินั้นคือ ปฏิเวธ
ทั้งอาจารย์และผู้เข้าปฏิบัติย่อมเข้าถึงความเข้าใจที่ตรงกัน ด้วย
คำแนะนำอธิบายวิธีการปฏิบัติ และถามตอบสอบอารมณ์
สภาวธรรม อารมณ์ ที่เกิดขึ้นจริงควบคู่กันไป
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานพร้อมทั้งศึกษาหลักธรรมคำสั่
งสอนของสมเด็จ-
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
การให้คำแนะนำรวมทั้งดูแลวิถีความเป็นอยู่ของผู้เข้าปฏิบัติ-
วิปัสสนากรรมฐานได้สังเกตวิธีการ การแนะนำ การส่งอารมณ์
หรือประคับประคองอารมณ์ของผู้ปฏิบัติ จากพระวิปัสสนาจารย์ทุ
กท่าน
สภาวธรรมที่เกิดจากการปฏิบัตินั้นมีทั้งสภาวธรรมที่ถูกต้อง
และผลข้างเคียงที่เกิดจากเหตุต่างๆ เช่น
ผลที่เกิดจากโรคทางจิต เครียด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า
โรคอุปาทาน ประสบการณ์ฝังใจ เป็นต้น ฉะนั้น
การแก้สภาวธรรมของผู้เข้าปฏิบัติธรรมโดยการถามตอบสอบอา
รมณ์ ระหว่างพระวิปัสสนาจารย์
กับผู้ปฏิบัติธรรมจึงมีความสำคัญยิ่ง ต้องมีแบบที่ถูกต้อง
และประสบการณ์คำแนะนำวิธีการต่างๆ ของวิปัสสนาจารย์
จากการถามตอบสอบอารมณ์
จากการสังเกตครูบาอาจารย์ที่มีประสบการณ์
จากการเรียนรู้ทั้งปริยัติ และ ปฏิบัติ
มีผลและเป็นประโยชน์ต่อวิปัสสนาจารย์รุ่นหลัง รวมทั้งผู้ปฏิบัติ
ที่ไม่มีโอกาสได้พบครูบาอาจารย์ผู้สอบอารมณ์ที่ถูกต้อง ควรมีกา
รทำเป็นบันทึกหรือรายงานประสบการณ์ที่ได้จากผู้ปฏิบัติต่างๆ
ซึ่งผู้วิจัยพบว่า ยังไม่มีผู้ใดจัดรวบรวมสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา
เพื่อการปฏิบัติธรรมที่สมบูรณ์ การเข้าถึงและรู้ถึงสภาวธรรมที่เกิ
ดขึ้นระหว่างการปฏิบัติ การปรับอินทรีย์
รวมทั้งคำแนะนำที่เป็นกำลังใจสนับสนุนผู้ปฏิบัติธรรมให้เกิดควา
มเพียรมากยิ่งขึ้น การวิจัยในครั้งนี้ควรจะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วย
สนับสนุนส่งเสริมหรือเพิ่มความรู้ให้กับครูผู้ฝึกสอนวิปัสสนากรร
มฐานใหม่ ผู้แนะนำ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดไปถึงผู้ปฏิบัติธรรมที่ยังมีความเข้าใจไม่ครบถ้
วนได้
|
พระชินเวทย์ ชินวโร [เชียงใหม่] [118.172.55.236] [ 15 ส.ค. 2553 เวลา 17:43 น. ] [ 3 ] |
|
|
| มีโอกาสได้ไปปฏิบัติที่จอมทองมาแล้วหลายครั้ง ขอบอกว่าดีมาก ๆ หลวงปู่ทองท่านเมตตามาก ๆ พระวิปัสนาจารย์ท่านก็มีความเมตตา มีรถทัวร์จอดถึงหน้าวัด พักห้องละ 1 คน ใครสนใจอยากให้ลองไปเรียนรู้ธรรมตามความเป็นจริงด้วยตนเองนะคะ 21 กันยา 53 นี้ วันคล้ายวันเกิดหลวงปู่อายุ 87 ปี ค่ะสาธุ |
popsda [Bangkok] [119.31.126.81] [ 29 ส.ค. 2553 เวลา 22:56 น. ] [ 4 ] |
|
|
วันเกิดหลวงปู่ปีนี้ จัด 5 วันครั้บ
เริ่มตั้งแต่ 17-21 กันยายน
มีการเฉลิมฉลอง สมณศักดิ์พัดยศ ระธรรมมังคลาจารย์วิ.
เปิดอาคาร์พระปริยัติเฉลิมพระเกียรติฯ (อาคาร ขนาด 5 ชั้น 80 ห้อง เป็นที่พักนักเรียนปริยัตธรรม)
และงานทำบุญเจริญอายุวัฒนมคลง 87 ปี หลวงปู่ทอง สิริมังคโล
งานนี้มีการนิมนต์ พระมหาเถระ ในระดับประเทศ
ที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศในการเจริญพุทธมนต์
และแสดงธรรมเทศนาตลอดทั้ง 5 วัน ครั้บ
จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน
แด่ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้สนใจ
87 ปี หลวงปู่ในดวงใจ |
พระท๊อป [chiangmai] [118.172.59.93] [ 31 ส.ค. 2553 เวลา 11:01 น. ] [ 5 ] |
|
|
| เล็ก [ปทุมธานี] [180.210.216.131] [ 18 ต.ค. 2553 เวลา 11:50 น. ] [ 6 ] |
|
|
| นมัสการพระอาจารย์หลวงปู่ กระผมได้เคยมาปฏิบัติกรรมฐานที่นี้ครั้งหนึ่ง เป็นเวลา ๑๙ วัน พอกลับไปที่วัดได้นำการปฏิบัติที่ได้ร่ำเรียนมาปฏิบัติที่วัด กระผมรู้สึกว่าการปฏิบัติของกระผมไม่ค่อยจะก้าวหน้า บางครั้งบางที มีการเครียด ปวดศรีษะ ปวดตา รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากปฏิบัติ กระผมขอความกรุณาพระอาจารย์ช่วนแนะนำแก้ไขให้กระผมด้วยขอรับ |
พระจิตภาณุ อาภาธโร [ลำปาง] [49.49.57.173] [ 24 ส.ค. 2554 เวลา 21:23 น. ] [ 7 ] |
|
|
| อยากทราบวิธีการสมัครเข้าปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทองว่าต้องสมัครที่ใด |
kan Lee [สมุทรปราการ] [124.120.23.243] [ 11 ก.ย. 2554 เวลา 21:37 น. ] [ 8 ] |
|
|
| ติดต่อ053-341664,053-826869 ค่ะอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ |
| ศิษย์หลวงปู่ [นนทบุรี] [58.136.214.214] [ 27 ก.ย. 2554 เวลา 21:31 น. ] [ 9 ] |
|
|
| เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยค่ะ รับรองค่ะ 086-8856237 |
| ผู้เคยไปปฎิบัติ [กทม.] [171.99.106.57] [ 14 ธ.ค. 2554 เวลา 00:28 น. ] [ 10 ] |
|
|
| โมทนาสาธุ ถ้าเป็นเณรจะไปปฎิบัติได้ไหมครับ |
หน่อพระศาสนา [เชียงใหม่] [183.88.75.152] [ 26 ก.ย. 2555 เวลา 10:27 น. ] [ 11 ] |
|
|
ขอกราบนมัสการหลวงปู่ทองที่ศรัทธายิ่งกระผมก็เคยศึกษาอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งหลวงปู่เมตตาสูงมากเป็นบุคคลที่สมควรกราบไหว้ที่สุดครับหวังว่ากระผมจะใด้อุปฐากหลวงปู่อีกครั้งหนึ่งในเร็วๆนี้นะครับกราบนมัสม
การด้วยความบริสุทธิ์ศรัทธายิ่งครับ |
เชษฐา แปงใจ [phrae] [49.49.53.6] [ 6 ก.พ. 2556 เวลา 13:54 น. ] [ 12 ] |
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
ขอเชิญเพิ่มเติมข้อมูล หรือ ร่วมแสดงความคิดเห็น

|
|
|
|
 |
 |
 |
 |
 |
 |
|
|
 |