กิจกรรมธรรมะในสวน
 
 
หน้าแรก สถานปฏิบัติธรรม ลำดับที่ี่ 207
Search By Google
สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร


สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
สำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่ แห่งที่ 1

โดย พระเดชพระคุณ ท่านเจ้าคุณพระธรรมมังคลาจารย์ วิ. (พระอาจารย์ทอง สิริมงฺคโล)
หัวน้าพระวิปัสสนาจารย์หนเหนือ กองการวิปัสสนาธุระ และเจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร
เป็นเจ้าสำนักวิปัสสนากรรมฐาน ให้การสอน การเจริญวิปัสสนากรรมฐาน ในแนว สติปัฐฐาน ๔
ตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน จนถึงระดับสูง สำหรับภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ตลอดจนผู้ที่สนใจ ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ และมีการจัดให้สอบอารมณ์พระกรรมฐาน โดยพระวิปัสสนาจารย์ ผู้ผ่านการฝึกฝนการสอบอารมณ์พระกรรมฐาน ทุกวัน (ยกเว้นวันพระ)

สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดพระธาตุศรีจอมทอง รองรับการฝึกฝน การปฏิบัติเจริญวิปัสสนากรรมฐาน โดยมีที่พัก รองรับ ทั้ง แบบ เดี่ยว และแบบหมู่คณะ โดยมีกุฏิสำกรับผู้ปฏิบัติธรรม มากกว่า ๒๐๐ หลัง


คำแนะนำสำหรับโยคีผู้ปฏิบัติธรรม
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้น ผู้ปฏิบัติธรรมสามารถปฏิบัติได้ ภายในกุฏิของตนเอง หรือสถานที่อื่นตามแต่ผู้ปฏิบัติจะเลือก ในการเข้าปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่สำนักนี้ ผู้ปฏิบัติธรรมแต่ละท่านจะได้รับคำแนะนำการปฏิบัติจากพระอาจารย์ผู้สอน โดยจะเป็นไปตามแนวทางสติปัฏฐาน ๔ คือ กาย เวทนา จิต และธรรม ซึ่งการปฏิบัติจะประกอบด้วย การนั่งสมาธิ ซึ่งให้ความสำคัญที่การพอง และ ยุบของหน้าท้อง ขณะหายใจ และการเดินจงกรม ซึ่งให้ความสนใจที่การเคลื่อนไหวของเท้า ระหว่างการเดิน การปฏิบัติจะแบ่งออกเป็นชุด (บัลลังค์) โดยเริ่มจากการกราบ ตามด้วยการเดินจงกลม และการนั่งสมาธิ ผู้ที่เริ่มต้นฝึกอาจจะเริ่มที่การเดินจงกลม และการนั่งสมาธิอย่างละ ๑๐ นาที และค่อยๆเพิ่มระยะเวลาการเดิน และการนั่งต่อไป จนถึงการปฏิบัติ ทวนญาณ และ อธิษฐาน ดับสงบ

ชุดที่ใช้ใส่ระหว่างปฏิบัติเป็นสีขาว และสุภาพเรียบร้อย นอกจากนี้ ผู้ปฏิบัติะธรรม จะต้องอาราธนา
ถือศีล ๘ คือ

ทางสำนักจะจัดอาหารให้กับผู้ปฏิบัติวันละ ๒ มื้อคือ เช้าเวลา ๐๖.๐๐ น. และเพล เวลา ๑๑.๐๐ น. โดยมีให้เลือกแบบธรรมดาและมังสะวิรัติ สำหรับช่วงเวลาหลังเที่ยงไปจนถึงเช้ามืดของวันรุ่งขึ้นนั้น ผู้ปฏิบัติไม่สามารถรับประทานอาหารอีก (สามารถดื่มนม ชา กาแฟ ได้) สำหรับผู้ที่มีความต้องการเรื่องอาหารเพิ่มเติม สามารถปรึกษากับเจ้าหน้าที่ของสำนักได้เมื่อมาถึง

วัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร ตั้งอยู่ ณ
๑๕๗ บ้านหลวง ต. บ้านหลวง อ. จอมทอง จ. เชียงใหม่

เบอร์โทรศัพท์ ๐๕๓-๘๒๖-๘๖๙
เบอร์โทรสาร(แฟกซ์) ๐๕๓-๓๔๒-๑๘๕
เว็บไซต์ : www. watphradhatusrichomtong.com


การเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข ๓๒ ถึง จ.นครสวรรค์ เข้าทางหลวงหมายเลข ๑ ผ่าน จ.ตาก ถึง อ.เถิน จ.ลำปาง แยกเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๖ ไปทาง จ.ลำพูน ก่อนถึง อ.บ้านโฮ่ง จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๐๑๐ ไป อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งจะไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข ๑๐๘ ให้เลี้ยวซ้ายตรงไปตามทาง วัดอยู่ฝั่งซ้าย
รถโดยสาร
มีรถโดยสารกรุงเทพ(หมอชิต) - จอมทอง สอบถามเพิ่มเติมที่โทร. ๐-๒๙๓๖-๒๘๕๒-๖๖
เครื่องบิน
สายการบินไทยและสายการบินบางกอกแอร์เวย์ มีเที่ยวบิน กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ออกทุกวัน สอบถามเพิ่มเติมที่บริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) โทร. ๑๕๖๖, ๐-๒๒๘๐-๐๐๖๐ บริษัทบางกอกแอร์เวย์ จำกัด โทร. ๐-๒๒๖๕-๕๕๕๕

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้พี่ www.watphradhatusrichomtong.com

ที่มา : ฝ่ายข้อมูลสาระสนเทศ วัดพระธาตุศรีจอมทอง
pratop [DT09824] [ วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม 2553 เวลา 17:31 น. ]
 แสดงความคิดเห็น - คำแนะนำ
จำนวนคนอ่าน 6111 คน 
วิปัสสนากรรมฐาน ในแนวสติปัฏฐาน 4

ที่มา และความสำคัญ

การปฏิบัติวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐานมีมาตั้งแต่ครั้งสมเด็จพระสั
มมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ทรงสอนและทรงเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนา
ตามหลักสติปัฏฐาน ๔ มาโดยตลอด ดังปรากฏใน
พระสูตรต่าง ๆ มากมายหลายแห่ง
และได้ตรัสแทรกไว้ในโอกาสต่าง ๆ
ตลอดจวบจนกระทั้งในปีที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน
ขณะประทับอยู่ ณ อัมพปาลีวัน ใกล้นครเวสาลี
ต่อมาการปฏิบัติวิปัสสนาตามหลักสติปัฏฐาน ๔
ได้มีการสืบทอดกันมาชั่วอายุคนในหลายประเทศทั่วโลก
ตั้งแต่ประเทศอินเดีย ศรีลังกา เนปาล พม่า ไทย
สำหรับในประเทศไทยนั้น เมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๖1
พระพิมลธรรม
สังฆมนตรีว่าการองค์การปกครองแห่งคณะสงฆ์ไทยได้มี
พระบัญชาการส่งพระสงฆ์ไทยไปศึกษา
และปฏิบัติที่ประเทศพม่า ขากลับได้ขอให้พระโภณ-มหาเถระ
(มหาสีสยาดอ)
ส่งพระวิปัสสนาจารย์ผู้เชี่ยวชาญมาเผยแผ่วิปัสสนาตามหลักสติ
ปัฏฐานในประเทศไทย มาประจำอยู่ ณ
วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ คณะ ๕ กรุงเทพมหานคร


พระชินเวทย์ ชินวโร [เชียงใหม่] ส่งเมล์ถึง พระชินเวทย์ ชินวโร [118.172.55.236] [ 15 ส.ค. 2553 เวลา 17:34 น. ] [ 1 ]

การเผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานในประเทศไทยนั้น

ได้มีการเผยแผ่อย่างต่อเนื่องและได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นเป็
นลำดับจากพุทธศาสนิกชนทั่วไป ซึ่งในสภาวะสังคมปัจจุบัน
ซึ่งมีแต่ความทุกข์ ความเร่าร้อน วุ่นวายสับสน
อันเนื่องมาจากความเจริญทางวัตถุ
ทำให้หนีสิ่งชั่วซึ่งมีอยู่แต่ดั้งเดิมไม่พ้น สังคมปัจจุบันนี้
มีแต่ความทุกข์ ความเร่าร้อน วุ่นวายสับสน
ยังหนีสิ่งชั่วซึ่งมีอยู่แต่ดั้งเดิมไม่พ้น การดูถูกดูหมิ่น
การอิจฉาริษยา การเบียดเบียนกัน การทรยศหักหลัง
การเอารัดเอาเปรียบ การคดโกงกัน การทะเลาะวิวาท
ตลอดจนการรบรา ฆ่าฟันกัน ยังคงมีอยู่ในหมู่มนุษย์ทั่วไป
ซึ่งทำให้พุทธศาสนิกชนพยายามที่จะหนีความชั่วทั้งหลายที่มนุษ
ย์เองเป็นผู้ก่อ โดยหันเข้ามาแสวงหาทางแห่งความพ้นทุกข์มากขึ้น
ซึ่งบรรดาศาสดาของลัทธิและศาสนาต่างๆ
พยายามคิดค้นและวางหลักไว้
สำหรับให้มนุษย์ปฏิบัติเพื่อสร้างสันติสุขให้แก่โลกโดยให้มนุษย์
ทำแต่ความดี และให้ละความชั่ว แต่อย่างไรก็ตาม
ในพระพุทธศาสนา สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นศาสดา
ก็ทรงกระทำเช่นนั้นเหมือนกัน
นอกจากจะทรงสอนให้มนุษย์ทำแต่ความดีละความชั่วแล้วพระพุ
ทธองค์ก็ยังทรงสอนให้มนุษย์ชำระจิตให้บริสุทธิ์อีกด้วย
ดังปรากฏในหลักคำสอนของพระพุทธองค์ที่ เรียกว่า
“โอวาทปาติโมกข์”2 คือ

ที.ม. (ไทย) ๑๐/๙๐/๕๐, ขุ.ธ. (ไทย) ๒๕/๑๘๓/๘๐, ที.ม.อ. ๙๐/

ที.ม. (บาลี) ๑๐/๙๐/๔๓.

สพฺพปาปสฺส อกรณํ
สจิตฺตปริโยทปนํ

กุสลสฺสูปสมฺปทา
เอตํ พุทฺธาน สาสนํ3

ที.ม.อ. ๒๑๔/๑๙๗.

การไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำกุศลให้ถึงพร้อม
การทำจิตของตนให้ผ่องแผ้ว
นี้เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย4

วิธีชำระจิตให้บริสุทธิ์ผ่องแผ้วนี้ไม่มีในคำสอนของศาสนา
ใดๆ ในโลกมีแต่เฉพาะในพระพุทธศาสนาเท่านั้น
เพราะพระพุทธองค์ทรงเห็นว่าการที่จะไม่ให้มนุษย์ทำความชั่วไ
ด้อย่างแท้จริงนั้น ก็ต้องให้มนุษย์ชำระจิตให้บริสุทธิ์
ปราศจากกิเลสเสียก่อน เมื่อจิตบริสุทธิ์แล้ว
มนุษย์ก็จะไม่ทำความชั่ว
การชำระจิตให้บริสุทธิ์ตามวิธีปฏิบัติที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้
าได้ทรงวางไว้ เรียกว่า “กรรมฐาน”
กรรมฐานในพระพุทธศาสนามีสองอย่าง คือ
สมถกรรมฐานและวิปัสสนากรรมฐาน อย่างไรก็ตาม
เพื่อที่จะได้บรรลุมรรค ผล นิพพาน ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทาง
อันสูงสุดของพระพุทธศาสนา สมดังพระดำรัสว่า

เอกายโน อยํ ภิกฺขเว มคฺโค สตฺตานํ วิสุทฺธิยา
โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺข-
โทมนสฺสานํ
อตฺถงฺคมาย ายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย, ยทิทํ
จตฺตาโร
สติปฏฺานา.5

“ภิกษุทั้งหลาย ! ทาง6นี้เป็นทางเดียว7
เพื่อความบริสุทธิ์ของเหล่าสัตว์ทั้งหลาย เพื่อล่วง โสกะปริเทวะ
เพื่อดับทุกข์และโทมนัส เพื่อบรรลุญายธรรม8
เพื่อทำให้แจ้งนิพพาน ทางนี้คือ สติปัฏฐาน ๔9

พระธรรมมังคลาจารย์ (หลวงปู่ทอง สิริมังคโล)เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทอง
เคยไปศึกษาทั้งปริยัติ ปฏิบัติในประเทศพม่า
และเคยปฏิบัติที่คณะ ๕ วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
ต่อมาได้เผยแผ่โดยเปิดสอนการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
แก่พระภิกษุสงฆ์ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา
พุทธศาสนิกชนทั่วไป และสร้างสำนักปฏิบัติตั้งแต่วัดเมืองมาง
วัดร่ำเปิง เป็นต้น จนปัจจุบันนี้ สอนที่สำนัก-
วิปัสสนากรรมฐานวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร นอกจากนี้
ยังได้เผยแผ่การปฏิบัติวิปัสสนา-กรรมฐานไปยังประเทศต่างๆ
อาทิ เช่น ยุโรปมี เยอรมัน อิตาลี สเปน สวิสเซอร์แลนด์
ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมทั้ง อเมริกา เม็กซิโก แคนาดา
เป็นต้น10 แต่อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน
ในพระพุทธศาสนา
เป็นที่นิยมแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน ผู้มีศรัทธาจึงหันมาสนใจ
ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานกันเป็นจำนวนมาก เกือบจะเรียกได้ว่าเ
ป็นยุคทองของวิปัสสนา อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่า
ผู้ปฏิบัติส่วนใหญ่ ขาดองค์ประกอบสำคัญ คือ
ความรู้พื้นฐานและความเข้าใจในการกำหนดสภาวธรรมและอาร
มณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นภายในกายกับใจ หรือรูปกับนาม
ตามความเป็นจริงในการปฏิบัติ ดังนั้น ครูบาอาจารย์
หรือวิปัสสนาจารย์ ที่มีความเชี่ยวชาญ
จึงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง
ที่จะคอยแนะนำผู้ปฏิบัติให้กำหนดสภาวธรรมและอารมณ์ต่าง ๆ





พระชินเวทย์ ชินวโร [เชียงใหม่] ส่งเมล์ถึง พระชินเวทย์ ชินวโร [118.172.55.236] [ 15 ส.ค. 2553 เวลา 17:39 น. ] [ 2 ]

การสอบอารมณ์ พระกรรมฐาน

การสอบอารมณ์ พระกรามฐาน

การสองอารมณื พระกรรมฐาน นั้นก็เพื่อ เป็นการ รายงานสภาวะอารฒณื ต่าง ๆ
ที่เกิดขึ้นภายในกายกับใจ หรือรูปกับนามได้อย่างถูกต้อง
ด้วยจำนวนของผู้เข้า-ปฏิบัติที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
ทำให้เกิดภาวะของการขาดวิปัสสนาจารย์
ผู้แนะนำการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานที่มีความเชี่ยวชาญ
มีจำนวนไม่เพียงพอ ที่จะช่วยแนะนำให้
ผู้ปฏิบัติมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องได้
จึงทำให้ผู้ปฏิบัติก่อนหรือผู้พอมีประสบการณ์เพียงเล็กน้อยแลกเ
ปลี่ยนคำแนะนำ
หรือไม่ก็กลายเป็นครูแนะนำการปฏิบัติให้แก่ผู้เข้ามาปฏิบัติในภา
ยหลัง เมื่อผู้ปฏิบัติเกิดสภาวธรรมต่างๆ ที่แปลกๆ
แตกต่างออกไป หรือมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น
จึงไม่สามารถให้คำแนะนำเพื่อปรับอินทรีย์ของผู้เข้าปฏิบัติได้
อาจทำให้ผู้ปฏิบัตินั้น เกิดความกลัวแล้วเลิกปฏิบัติ
อาจทำให้กรรมฐานแตก หรืออาจทำให้ปฏิบัติผิดทางจนเกิดวิปล
าสไปก็ได้ จนเสียเวลาในการปฏิบัติ
การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานนั้นต้องมีความเข้าใจในการกำหนด
สภาวธรรม อารมณ์ต่างๆ
ที่เกิดขึ้นภายในกายกับใจของผู้เข้าปฏิบัติ ซึ่งมีความสำคัญต่อค
วามก้าวหน้าในการปฏิบัติ
เพื่อให้ก้าวไปสู่ผลของการปฏิบัตินั้นคือ ปฏิเวธ
ทั้งอาจารย์และผู้เข้าปฏิบัติย่อมเข้าถึงความเข้าใจที่ตรงกัน ด้วย
คำแนะนำอธิบายวิธีการปฏิบัติ และถามตอบสอบอารมณ์
สภาวธรรม อารมณ์ ที่เกิดขึ้นจริงควบคู่กันไป

การปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานพร้อมทั้งศึกษาหลักธรรมคำสั่
งสอนของสมเด็จ-
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
การให้คำแนะนำรวมทั้งดูแลวิถีความเป็นอยู่ของผู้เข้าปฏิบัติ-
วิปัสสนากรรมฐานได้สังเกตวิธีการ การแนะนำ การส่งอารมณ์
หรือประคับประคองอารมณ์ของผู้ปฏิบัติ จากพระวิปัสสนาจารย์ทุ
กท่าน
สภาวธรรมที่เกิดจากการปฏิบัตินั้นมีทั้งสภาวธรรมที่ถูกต้อง

และผลข้างเคียงที่เกิดจากเหตุต่างๆ เช่น
ผลที่เกิดจากโรคทางจิต เครียด นอนไม่หลับ ซึมเศร้า
โรคอุปาทาน ประสบการณ์ฝังใจ เป็นต้น ฉะนั้น
การแก้สภาวธรรมของผู้เข้าปฏิบัติธรรมโดยการถามตอบสอบอา
รมณ์ ระหว่างพระวิปัสสนาจารย์
กับผู้ปฏิบัติธรรมจึงมีความสำคัญยิ่ง ต้องมีแบบที่ถูกต้อง
และประสบการณ์คำแนะนำวิธีการต่างๆ ของวิปัสสนาจารย์
จากการถามตอบสอบอารมณ์
จากการสังเกตครูบาอาจารย์ที่มีประสบการณ์
จากการเรียนรู้ทั้งปริยัติ และ ปฏิบัติ
มีผลและเป็นประโยชน์ต่อวิปัสสนาจารย์รุ่นหลัง รวมทั้งผู้ปฏิบัติ
ที่ไม่มีโอกาสได้พบครูบาอาจารย์ผู้สอบอารมณ์ที่ถูกต้อง ควรมีกา
รทำเป็นบันทึกหรือรายงานประสบการณ์ที่ได้จากผู้ปฏิบัติต่างๆ
ซึ่งผู้วิจัยพบว่า ยังไม่มีผู้ใดจัดรวบรวมสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา
เพื่อการปฏิบัติธรรมที่สมบูรณ์ การเข้าถึงและรู้ถึงสภาวธรรมที่เกิ
ดขึ้นระหว่างการปฏิบัติ การปรับอินทรีย์
รวมทั้งคำแนะนำที่เป็นกำลังใจสนับสนุนผู้ปฏิบัติธรรมให้เกิดควา
มเพียรมากยิ่งขึ้น การวิจัยในครั้งนี้ควรจะเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วย
สนับสนุนส่งเสริมหรือเพิ่มความรู้ให้กับครูผู้ฝึกสอนวิปัสสนากรร
มฐานใหม่ ผู้แนะนำ
ผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดไปถึงผู้ปฏิบัติธรรมที่ยังมีความเข้าใจไม่ครบถ้
วนได้


พระชินเวทย์ ชินวโร [เชียงใหม่] ส่งเมล์ถึง พระชินเวทย์ ชินวโร [118.172.55.236] [ 15 ส.ค. 2553 เวลา 17:43 น. ] [ 3 ]

มีโอกาสได้ไปปฏิบัติที่จอมทองมาแล้วหลายครั้ง ขอบอกว่าดีมาก ๆ หลวงปู่ทองท่านเมตตามาก ๆ พระวิปัสนาจารย์ท่านก็มีความเมตตา มีรถทัวร์จอดถึงหน้าวัด พักห้องละ 1 คน ใครสนใจอยากให้ลองไปเรียนรู้ธรรมตามความเป็นจริงด้วยตนเองนะคะ 21 กันยา 53 นี้ วันคล้ายวันเกิดหลวงปู่อายุ 87 ปี ค่ะสาธุ

popsda [Bangkok] ส่งเมล์ถึง popsda [119.31.126.81] [ 29 ส.ค. 2553 เวลา 22:56 น. ] [ 4 ]

วันเกิดหลวงปู่ปีนี้ จัด 5 วันครั้บ
เริ่มตั้งแต่ 17-21 กันยายน
มีการเฉลิมฉลอง สมณศักดิ์พัดยศ ระธรรมมังคลาจารย์วิ.
เปิดอาคาร์พระปริยัติเฉลิมพระเกียรติฯ (อาคาร ขนาด 5 ชั้น 80 ห้อง เป็นที่พักนักเรียนปริยัตธรรม)
และงานทำบุญเจริญอายุวัฒนมคลง 87 ปี หลวงปู่ทอง สิริมังคโล

งานนี้มีการนิมนต์ พระมหาเถระ ในระดับประเทศ
ที่มีชื่อเสียงทั้งในและต่างประเทศในการเจริญพุทธมนต์
และแสดงธรรมเทศนาตลอดทั้ง 5 วัน ครั้บ

จึงแจ้งมาให้ทราบโดยทั่วกัน
แด่ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้สนใจ

87 ปี หลวงปู่ในดวงใจ

พระท๊อป [chiangmai] ส่งเมล์ถึง พระท๊อป [118.172.59.93] [ 31 ส.ค. 2553 เวลา 11:01 น. ] [ 5 ]

อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

เล็ก [ปทุมธานี] [180.210.216.131] [ 18 ต.ค. 2553 เวลา 11:50 น. ] [ 6 ]

นมัสการพระอาจารย์หลวงปู่ กระผมได้เคยมาปฏิบัติกรรมฐานที่นี้ครั้งหนึ่ง เป็นเวลา ๑๙ วัน พอกลับไปที่วัดได้นำการปฏิบัติที่ได้ร่ำเรียนมาปฏิบัติที่วัด กระผมรู้สึกว่าการปฏิบัติของกระผมไม่ค่อยจะก้าวหน้า บางครั้งบางที มีการเครียด ปวดศรีษะ ปวดตา รู้สึกเบื่อหน่ายไม่อยากปฏิบัติ กระผมขอความกรุณาพระอาจารย์ช่วนแนะนำแก้ไขให้กระผมด้วยขอรับ

พระจิตภาณุ อาภาธโร [ลำปาง] ส่งเมล์ถึง พระจิตภาณุ  อาภาธโร [49.49.57.173] [ 24 ส.ค. 2554 เวลา 21:23 น. ] [ 7 ]

อยากทราบวิธีการสมัครเข้าปฏิบัติธรรมที่วัดพระธาตุศรีจอมทองว่าต้องสมัครที่ใด

kan Lee [สมุทรปราการ] ส่งเมล์ถึง kan Lee [124.120.23.243] [ 11 ก.ย. 2554 เวลา 21:37 น. ] [ 8 ]

ติดต่อ053-341664,053-826869 ค่ะอนุโมทนาบุญด้วยค่ะ

ศิษย์หลวงปู่ [นนทบุรี] [58.136.214.214] [ 27 ก.ย. 2554 เวลา 21:31 น. ] [ 9 ]

เป็นสำนักปฎิบัติธรรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทยค่ะ รับรองค่ะ 086-8856237

ผู้เคยไปปฎิบัติ [กทม.] [171.99.106.57] [ 14 ธ.ค. 2554 เวลา 00:28 น. ] [ 10 ]

โมทนาสาธุ ถ้าเป็นเณรจะไปปฎิบัติได้ไหมครับ

หน่อพระศาสนา [เชียงใหม่] ส่งเมล์ถึง หน่อพระศาสนา [183.88.75.152] [ 26 ก.ย. 2555 เวลา 10:27 น. ] [ 11 ]

ขอกราบนมัสการหลวงปู่ทองที่ศรัทธายิ่งกระผมก็เคยศึกษาอยู่ที่นี่มาระยะหนึ่งหลวงปู่เมตตาสูงมากเป็นบุคคลที่สมควรกราบไหว้ที่สุดครับหวังว่ากระผมจะใด้อุปฐากหลวงปู่อีกครั้งหนึ่งในเร็วๆนี้นะครับกราบนมัสม
การด้วยความบริสุทธิ์ศรัทธายิ่งครับ

เชษฐา แปงใจ [phrae] ส่งเมล์ถึง เชษฐา แปงใจ [49.49.53.6] [ 6 ก.พ. 2556 เวลา 13:54 น. ] [ 12 ]


ขอเชิญเพิ่มเติมข้อมูล หรือ ร่วมแสดงความคิดเห็น
   แทรกลิงค์ URL แทรกรูป ย่อหน้า ตัวหนา ตัวเอียง เส้นใต้
โดย * :
E-mail :
จังหวัด * :
Security Code
 
   

หน้าหลัก
ปิดหน้านี้
หน้าแรก พระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก วิทยุธรรมะไทย
พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ กิจกรรมธรรมะ สมุดเยี่ยม
ธรรมะไทย - dhammathai.org