ปฏิบัติธรรม จาริกธุดงค์ แสวงหา“แก่นพรหมจรรย์”ตอนที่ 13... การเจริญอานาปานสติเพื่อบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้(ตอนที่ 3) ??

 มหาราชันย์   21 ก.ย. 2565

ตอนที่ 13... การเจริญอานาปานสติเพื่อบำเพ็ญสติปัฏฐาน 4 ให้บริบูรณ์ได้(ตอนที่ 3) ??
**สมุนไพรและเทียบยาทั้งหมดในเรื่อง ใช้เพื่อการถ่ายทำละครเท่านั้น
ไม่ควรทดลองหรือเลียนแบบ**
...
... ดับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรามาเริ่มกันใหม่ ...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุสำเหนียกอยู่ว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิต หายใจออก
ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิต หายใจเข้า
เมื่อเรากำหนดรู้จิต มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
... ดับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรามาเริ่มกันใหม่ ...
สำเหนียกอยู่ว่า เราจักทำจิตให้ร่าเริง หายใจออก
ว่าเราจักทำจิตให้ร่าเริง หายใจเข้า
เมื่อเราทำจิตให้ร่าเริง มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
... ดับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรามาเริ่มกันใหม่ ...
สำเหนียกอยู่ว่า เราจักตั้งจิตมั่น หายใจออก
ว่าเราจักตั้งจิตมั่น หายใจเข้า
เมื่อตั้งจิตมั่น มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
... ดับไม่ได้ก็ไม่เป็นไร เรามาเริ่มกันใหม่ ...
สำเหนียกอยู่ว่า เราจักเปลื้องจิต หายใจออก
ว่าเราจักเปลื้องจิต หายใจเข้า
เมื่อเราเปลื้องจิต มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่า พิจารณาเห็นจิตในจิต มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติกำจัดความยินดีและความยินร้ายในโลกเสียได้อยู่
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราไม่กล่าวอานาปานสติแก่ภิกษุผู้เผลอสติ ไม่รู้สึกตัวอยู่
เพราะฉะนั้นแล ในสมัยนั้น
ภิกษุจึงชื่อว่า พิจารณาเห็นจิตในจิต
มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติ กำจัดความยินดีและความยินร้ายในโลกเสียได้อยู่ ฯ
...

DT09714

มหาราชันย์

21 ก.ย. 2565
 เปิดอ่านหน้านี้  61 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย