ปฏิบัติธรรม จาริกธุดงค์ แสวงหา“แก่นพรหมจรรย์”ตอนที่ 12... การเจริญอานาปานสติเพื่อบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้(ตอนที่ 2) ??

 มหาราชันย์   19 ก.ย. 2565

ตอนที่ 12... การเจริญอานาปานสติเพื่อบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้(ตอนที่ 2) ??
**สมุนไพรและเทียบยาทั้งหมดในเรื่อง ใช้เพื่อการถ่ายทำละครเท่านั้น
ไม่ควรทดลองหรือเลียนแบบ**
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย สมัยใด ภิกษุสำเหนียกอยู่ว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้ปีติ หายใจออก
ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้ปีติ หายใจเข้า
เมื่อกำหนดรู้ปีติ มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
สำเหนียกอยู่ว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้สุข หายใจออก
ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้สุข หายใจเข้า
เมื่อกำหนดรู้สุข มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
สำเหนียกอยู่ว่า เราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตสังขาร หายใจออก
ว่าเราจักเป็นผู้กำหนดรู้จิตสังขาร หายใจเข้า
เมื่อกำหนดรู้จิตสังขาร มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
สำเหนียกอยู่ว่า เราจักระงับจิตสังขาร หายใจออก
ว่าเราจักระงับจิตสังขาร หายใจเข้า
ในที่นี้ ปีติ และสุข เป็นจิตสังขาร คือเครื่องปรุงแต่งจิตให้ดำรง ตั้งมั่น
คำว่า “ระงับ” หมายถึง “ควบคุม”
ควบคุมให้ปีติ สุข มันเกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้
ให้ปีติ สุข มันตั้งอยู่นานแค่ไหนก็ได้
ให้ปีติ สุข มันหายไปเมื่อไหร่ก็ได้
ให้ปีติ สุข มันหายไปนานแค่ไหนก็ได้
ใครทำได้ เรียกว่า ระงับจิตสังขารได้
เมื่อระงับจิตสังขาร มันก็จะเกิดโลก เราก็ต้องกำจัดความยินดียินร้ายในโลก
เข้าสู่ฌานที่ 1 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 2 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 3 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 4 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 5 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 6 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 7 หนึ่งขณะจิต
เข้าสู่ฌานที่ 8 สองขณะจิต
ขั้นตอนนี้ 2 ขณะจิตนะ
เป็นอรหัตตมัคคจิต 1 ขณะจิต และอรหัตตผล 1 ขณะจิต
หรือขั้นต่ำต้องเป็นอนาคามีมัคคจิต 1 ขณะจิต และอนาคามีผล 1 ขณะจิต
... แล้วตั้งความปรารถนาอันแน่วแน่มั่นคงอย่างแรงกล้า ในอันที่จะอธิษฐานให้จิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที พร้อมกับกำหนดจดจำแล้วท่องในใจเอาไว้แต่เพียงว่า สละวางทุกสิ่งทุกอย่าง ๆ ๆ น้อมจิตไปสู่ความดับ น้อมจิตไปสู่ความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง จนกว่าอภิญญาจิตมาบันดาลจิตตสังขารของเรานั้นดับลงไปเป็นเวลา 1 นาที
เรายังมองไม่เห็นความสวัสดี
จักมีแก่สัตว์ทั้งหลาย
นอกจากปัญญาและความเพียร
นอกจากความสำรวมอินทรีย์
และความสละวางทุกสิ่งทุกอย่าง
...
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ในสมัยนั้น ภิกษุชื่อว่าพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติ กำจัดความยินดีและความยินร้ายในโลกเสียได้อยู่
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวการใส่ใจลมหายใจออก ลมหายใจเข้าเป็นอย่างดีนี้
ว่าเป็นเวทนาชนิดหนึ่ง ในพวกเวทนา เพราะฉะนั้นแล ในสมัยนั้น ภิกษุจึงชื่อว่า พิจารณาเห็นเวทนาในเวทนา มีความเพียร รู้สึกตัว มีสติ กำจัดความยินดีและความยินร้ายในโลกเสียได้อยู่ ฯ
...

DT09714

มหาราชันย์

19 ก.ย. 2565
 เปิดอ่านหน้านี้  49 

  แสดงความคิดเห็น


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย