“ไม่มีแสงหรอก หลวงพ่อ” ทำไมจึงต้องทรงตรัสเช่นนี้เพราะมีอะไรเกิดขึ้นที่วัดบ้านไร่ เมืองย่าโม

เป็นที่ทราบกันแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในหลวงรัชกาลที่๙ ทรงชื่นชอบการถ่ายรูปเป็นการส่วนพระองค์มาก และจัดเป็นงานที่ทรงกระทำเสมอเมื่อเสด็จไปในที่ต่างๆ เช่นเดียวกับในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในบุษบกเหนืออุโบสถ วัดบ้านไร่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันพุธที่ ๑๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๘

ภายหลังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามหมายกำหนดการนั้น ทรงนำแผนที่ขึ้นมากางแล้วมีพระราชกระแสกับพระราชวิทยาคม (สมณศักดิ์ในสมัยนั้นของหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ) ถึงแหล่งน้ำและปัญหาการขาดแคลนน้ำในตำบลกุดพิมานและตำบลใกล้เคียง แล้วเสด็จพระราชดำเนินทรงฉายภาพไปรอบอุโบสถตามพระราชอัธยาศัย

ระหว่างนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงขอฉายภาพหลวงพ่อคูณ บนลานประทักษิณอุโบสถ วัดบ้านไร่ หลวงพ่อคูณจึงกล่าวออกไปว่า “ถ่ายรูปนี่แสงเข้าตา..ไม่ได้นะโยม”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสตอบออกไปว่า “ไม่มีแสงหรอก หลวงพ่อ”

จากนั้นทรงจัดแต่งจีวรและสังฆาฏิของหลวงพ่อคูณให้เรียบร้อยก่อนทรงฉายภาพหลวงพ่อไว้เป็นที่ระลึก

ท่ามกลางความปลื้มปีตินั้น ทำให้กำหนดการเสด็จพระราชดำเนินกลับล่วงเลยมากว่า ๒ ชั่วโมงเศษ จากเดิมในเวลา ๑๗ นาฬิกา มาเป็นเวลา ๑๙ นาฬิกาเศษ

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถตรัสเบาๆ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า “ค่ำแล้ว” แต่พระองค์ก็ยังคงมีพระราชปฏิสันถารกับหลวงพ่อคูณ แล้วเสด็จฯ เยี่ยมพสกนิกรจนทั่วถึง จึงเสด็จพระราชดำเนินกลับ ซึ่งเป็นเวลาพลบค่ำแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงคมลาหลวงพ่อ ในขณะนั้นหลวงพ่อจึงได้จับพระหัตถ์ของพระองค์พร้อมกำหนดจิต ถวายพระพรว่า “สุคโตๆๆ”

ที่มา : http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=25&t=52058

ที่มาภาพประกอบ : http://www.dhammajak.net/

ข่าวโดย : กิตติทีนิวส์  / สำนักพิมพ์ กรีนปัญญาญาณ/ ทีมข่าวปัญญาญาณ – ทีนิวส์


ที่มา : http://panyayan.tnews.co.th/contents/215704/

.