หน้าแรก หน้าหลักกวีธรรมะ กวีธรรมะที่ 656
บอกกล่าวเล่าขานกับเพื่อนธรรม
อยากจะเล่า...เอาอดีต...คิดเป็นบท
เก็บมาทด.......จดเป็นกลอน....ตอนที่ผ่าน
วันที่ล่วง...........ช่วงที่เลย.......มาช้านาน
ก่อนพบพาน.....ธรรมะไทย.......ในบ้านธรรม
อาจารย์สุฯ......ผู้สอน.............ตอนธรรมะ
ให้ไปหา..........ประวัตศาสตร์....พระพุทธศาสนา
รายงานส่ง.......ให้ตรงข้อ.........เหมาะเวลา
ในพม่า............พระพุทธศาสนา....มาเมื่อใด
ใช้กูเกิล..........เป็นเครื่องมือ.........สื่อสารช่วย
เพื่ออำนวย......ช่วยค้น.............จนพบเห็น
นี่แนะเจอ........เออคงใช่............ไม่รำเค็ญ
จึงได้เห็น........เด่นไม่ซ้ำ.............ธรรมะไทย
รักษ์ไตรรัตน์ [203.118.82.72] [ วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน 2549 เวลา 15:48 น. ]

อาจจะเป็นบุญกุศลดลให้พบ
จึงได้หลบเข้ามาอ่านกันหลายหน
ขาประจำไม่เหมือนก่อนตอนกระโน้น
เป็นขาจรแต่ตอนนี้เป็นขาประจำ

แต่อย่างไรก็ไม่ได้มาบ่อยนัก
พอมาทักเห็นเพื่อนธรรมมีมากหน้า
บ้างอยู่นานบ้างพึ่งมาพบบ้านธรรมา
ขออนุโมทนาในกุศลผลบุญ
รักษ์ไตรรัตน์ [203.118.82.72] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 15:58 น. ] [ 1 ]

ได้มาเจอเพื่อนธรรมชื่นฉ่ำจิต
บ้างก็คิดพินิจธรรมนำเป็นวิถี
ให้ฝักใฝ่ในกุศธรรมกรรมที่ดี
จะได้มีกุศลธรรมไว้ให้นำทางฯ

บ้างก็เจอเพื่อนใหม่(เพือนธรรม)ใจใฝ่ธรรม
ได้พินิจคิดน้อมนำธรรมะนี้
เอาไปใช้ให้เป็นผลกับชีวี
พบแล้วมีความสุขใจในครั้งคราฯ

เราจะทำอย่างไรเล่าเพื่อนธรรมเอ๋ย
ให้คนที่ไม่เคยได้พบธรรมให้เขาเห็นบ้าง
คงจะได้มาศึกษากับพวกเราไว้เป็นทาง
คงจะได้สร้างสั่งสมบุญเป็นทะนให้โลกร่มเย็นฯ
รักษ์ไตรรัตน์ [203.118.82.72] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 16:17 น. ] [ 2 ]

ขอแก้คำว่า ให้ฝักใฝ่ในกุศธรรมกรรมที่ดี เป็น ให้ฝักใฝ่ในกุศ ธรรมกรรมที่ดี
แก้คำว่า คงจะได้สร้างสั่งสมบุญเป็นทะนให้โลกร่มเย็นฯ เป็น คงจะได้สร้างสั่งสมบุญเป็น ทุนให้โลกร่มเย็นฯ
รักษ์ฯ [203.118.82.72] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 16:22 น. ] [ 3 ]




                  ยินดีต้อนรับสู่บ้านกวีธรรมะ


                  กัลยา- นมิตรธรรม สำคัญยิ่ง
           เพื่อนธรรมจริง ยิ่งญาติมิตร สนิทหนา
           เอื้อธรรมงาม ตามพุทธะ ตรัสสอนมา
           นำธัมมา พาจิตพ้น หล่มโลกีย์

                  เพื่อนตกบ่อ แล้วรอ คนมาช่วย
           ทุกมือช่วย ยื่นให้จับ รับวิถี
           ชี้ช่องทาง ให้พ้นชั่ว มั่วโลกีย์
           และช่วยชี้ ทางสัมมา น่าชื่นใจ

                  ทั้งศีล-ทาน ปัญญา พาชี้ชัด
           มุ่งขจัด อวิชชา พาสดใส
           ร่วมกันสร้าง จรรโลงรุด พุทธคู่ไทย
           ให้สถิตย์ สัมฤทธิ์ใน ใจทุกดวง

                  หิ่งห้อยน้อย อนุโมทนา สาธุธรรม
           กุศลกรรม ที่ท่านสร้าง พาสู่สรวง
           เสพผลบุญ กุศลทาน จิตทุกดวง
           พาสู่ห้วง นิพพานะ ละอบาย

           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [203.155.14.4] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 17:04 น. ] [ 4 ]





                  กัลยาณมิตรธรรม


               หมู่คนชนปราชญ์ล้วน       ยินดี ยิ่งเอย
          งามยิ่งงามอินทรีย์                พรั่งพร้อม
          “รักษ์ไตรรัตน์” เบ่งบานทวี      รื่นรส ธรรมเฮย
          เดินสู่มรรคาพร้อม               มั่นแท้ ในธรรม


               ปรโตโฆษะแน่               จริงแท้ เพื่อนเอย
          เพียรร่วมบุญเผยแก้                กู่ก้อง
          สัมมาทิฏฐิแท้                      งามยิ่ง เพื่อนธรรม
          โยนิโสฯจิตพร้อง                  จักพ้นวัฏฏา


          เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


     
หิ่งห้อยน้อย [61.19.231.4] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 17:18 น. ] [ 5 ]





เมตตามหากุศลธรรมทั้งหลาย
มาอ่านบ่อยธรรมมะท่านแสดง
ด้วยยังเขลาเบาปัญญาจึงเพียงอ่าน
มิกล้าร่วมแสดงให้ขบขำ

เพียงแต่นำธรรมไปฝึกฝน
ไม่ให้หลงยึดถือในตัวตน
ด้วยกิเลสปุถุชนยังเต็มใจ
โลกยังรัดรึงอาลัยมิวางตน

อ่านตอนนี้ยังมีขัดข้องขุ่นใจ
ฝึกไม่ดีมีขุ่นฟุ้งก็มาก
เพราะหลงง่ายยึดเอาง่าย
ทุกข์ใจทนต้องกลับไปฝึกปรือ

ไว้เห็นเหตุทุกข์โทษได้แจ่มแจ้ง
ละกิเลสอยากได้จนหมดเชื้อ
ไม่กำเริบสืบสานพาลก่อเชื้อ
จึงดูงามพร้อมค่อยสนธนาธรรม



ไม่แต่งกลอนนานยังลูกทุ่งเหมือนเดิมครับท่าน

ปุถุชน คนมีกรรม [202.139.203.222] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 17:24 น. ] [ 6 ]



            ยินดี....

นามเฟื่องฟ้า ขอวันทา ข้าฯคำนับ
ทุกวันนี้ เริ่มซึมซับ กับธรรมสอน
หิ่งห้อยน้อย คือครูใหญ่ ในบทกลอน
ท่านคอยป้อน สอนให้เรา เฝ้าทำดี

มดตัวนิด ทั้งหนูนิด คอยชิดไกล้
มีอะไร ไม่เข้าใจ เขาไม่หนี
ถ้าตอบได้ ก็ตอบให้ ในทันที
เรื่องธรรมนี้ ไม่มีหวง ลวงไม่เคย

นามว่ารักษ์ ไตรรัตน์ แจ่มชัดชื่อ
จดใส่มือ เขียนใส่ไว้ ไม่ละเหย
มีปัญหา ถามเข้ามา อย่าละเลย
ไม่มีปิด มีแต่เอ่ย เผยแผ่ธรรม ...เฟื่องฟ้า
เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 19:12 น. ] [ 7 ]



เข้ามาที่ กวีธรรมะ ไม่ผิดหวัง

มีพร้อมพรั่ง ทั้งพี่พี่ ไม่คิดหนี

น้องดอกบัว ขอเข้าร่วม ในธรรมนี้

ให้พี่พี่ ช่วยชี้แนะ ด้วยสักคน

สวัสดีค่ะพี่ๆทุกท่านดอกบัวก็เพิ่งเข้ามาค่ะดอกบัวขอให้พี่ๆช่วยชี้แนะดอกบัวด้วยนะค่ะขอบคุณค่ะ
ดอกบัว [58.10.192.51] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 19:26 น. ] [ 8 ]



...
สวัสดีครับ คุณดอกบัวผมก็เพิ่งเข้ามาครับ
Kaven [58.10.207.171] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 21:54 น. ] [ 9 ]

..
..เพราะอดีตก่อนโน้น....เคยเรียน
ปริยัติจัดพากเพียร.......เนิ่นแล้ว
คืนวันผ่านหมุนเวียน.....เปลืองเปล่า
หวนคิดหาเพื่อนแก้ว....เพื่อฟื้นความจำ

สวัสดีครับ
kaven [58.10.207.171] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 22:14 น. ] [ 10 ]





           สวัสดีเจ้าค่ะ คุณปุถุชน คนมีกรรม [202.139.203.222] [ 27 เม.ย. 2549 เวลา 17:24 น. ] [ 6 ]


                ปุถุชน คนมีกรรม ย้ำหนักแน่น
           ให้เห็นแก่น ธรรมมา ว่าเลิศแท้
           น้อมนำธรรม ไปพิจารณา พาดูแล
           ให้ใช้แก้ จิตตน ดลทางธรรม

                 ปถุชน คนที่หนา ด้วยกิเลส
           ให้สังเกต ใครพ้น ยลทางสัมม์
           เปลี่ยนไปเป็น อริยะ ละกรรมดำ
           อีกธรรมขาว ไม่ถลำ ไปกอดเกย

            ปุถุชน แปลว่า คนที่หนาด้วยกิเลส หมายถึงบุคคลทั่วๆ ไป


           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.124.66] [ 28 เม.ย. 2549 เวลา 10:03 น. ] [ 12 ]



ความมีว่า      จิตคน      ที่ปนเปื้อน
ทุกข์มาเยือน      เจ้าไม่เห็น      เป็นไฉน
เพราะจิตเจ้า      มัวเฝ้า      พะวงไป
เจ้าไม่ได้      หันมาดู      ในจิตตน

ตนที่มี      หนาคืบ      และกว้างศอก
ย่อมจะบอก      ความจริง      ทุกสิ่งสรร
มั้วแต่ยุ่ง      กับโลก      พัลวัน
มิเห็นอัน      สาระ      น่าติดตาม

ตามไปดู      ให้รู้เถิด      จักเกิดผล
ให้คนยล      ทั่วหล้า      มาเป็นศรี
พุทธองค์      ทรงไว้      ในความดี
เราแทนที่      เดินตาม      เจ้าทำไร

"ตนแลเป็นคติแห่งตน"
เงเทวดา [58.147.127.119] [ 28 เม.ย. 2549 เวลา 12:00 น. ] [ 13 ]



. ..ร่วมยินดียิ่งแล้ว...............รักษา ไตรรัตน์
บุญส่งหนุนได้มา................ร่วมสร้าง
เพิ่มอีกหนึ่งกัลยา...............ณ มิตร ท่านแล
ได้มุ่งสู่มรรคอ้าง................เพื่อล้าง กิเลส สิ้นเอย...


มิ่งมิตรมาใหม่น้อง..............บัวงาม
เอื้อนเอ่ยพจมาน................นอบน้อม
พระธรรมดั่งบัวบาน.............ชูพ้น โคลนตม
เปรียบดั่งหมู่ชนพร้อม..........เร่งกล้า ในธรรม


สาธุน้องเฟื่องฟ้า................จิตชิด ธรรมเอย
ผู้ช่างสรรเป็นนิตย์..............เก่งล้ำ
ปุจฉาเพ่งตามจินต์..............แฝงธรรม มากล่าว
เป็นดั่งรู้ธรรมซ้ำ.................แม่นมั่น กัลยา...


ปุถุชนทั่วหล้า....................มีกรรม เพื่อนเอย
ตนนั่นแลสร้างทำ...............ก่อแร้ว
ยึดติดบ่วงถลำ...................อุปา ทานแล
ถือมั่นตนมิแคล้ว................ก่อสร้าง...วนทุกข์ วัฎฎา


เจริญในธรรมคะกัลยาณมิตรทั้งหลาย
หนูนิด [202.133.177.18] [ 28 เม.ย. 2549 เวลา 18:07 น. ] [ 14 ]

ขออภัยท่านทั้งหลาย กะทู้ 13 เกิดความผิดพลาด ตั้งใจจะส่งที่ 0655 แต่พลาดมาที่นี่

ต้องขอโทษทุกๆท่านจริง พึ่งได้เห็น นึกว่าทำลบไปแล้ว หาตั้งนาน ขอโทษด้วยครับท่าน......
เงาเทวดา [58.147.127.119] [ 28 เม.ย. 2549 เวลา 18:55 น. ] [ 15 ]

"รักษ์ไตรรัตน์" เอง ก็เหมือนกับท่าน ทุกคน เอย
เป็นคนผู้ปุถุชน กำลังสร้าง บุญนา
ผิดพลาดพลั่ง ประการใด มีแล้ว
ให้เพื่อนธรรมอภัยบ้าง กรรมนั้น อย่ามี ฯ


หากแต่บุญกุศลใดเล่า เกิดแล้ว
ขอให้เพื่อนแก้วทุกคนมี- ส่วนได้ด้วย เนอ
เพื่อเป็นกัลยามิตรสร้าง ปางบุญนั้น
ให้พวกเราได้ร่วมกุศลนั้น เพื่อนถึงมรรคธรรมา ฯ
รักษ์ไตรรัตน์ [203.118.80.169] [ 28 เม.ย. 2549 เวลา 22:18 น. ] [ 16 ]





                  ขอบพระคุณ ท่านเงาฯ ที่ส่งผิด
           ได้สะกิด คนอ่าน อย่าผ่านหนา
           การติดตาม ดูจิต พิจารณา
           จะช่วยพา จิตตน พ้นจากภัย


           สาธุเจ้าค่ะ ...เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


           
หิ่งห้อยน้อย [58.147.120.89] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 03:42 น. ] [ 17 ]



            จงทำธรรมให้เป็นเงา

หกห้าๆ เงาเทวา ล่นถอยก่อน
จงหลับนอน พักผ่อนไว้ เดี๋ยวใจหมอง
ท่านเป็นเงา เห็นข้าศึก ต้องตรึกตรอง
นั่งยองๆ สองตาจ้อง ส่องให้ดี

คนกับเงา เงากับตน ค้นให้ออก
เจอคนหลอก ไม่เป็นไร ไม่ใช่ผี
จงเลือกเฟ้น หาให้เห็น เค้นให้ดี
เพราะบางที อาจได้พบ ประสพธรรมเฟื่องฟ้า


เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 09:22 น. ] [ 18 ]



พอเสร็จงาน      จิตก็วาง      ดูเหมือนว่าง
เหมือนอ้างว้าง      ดูดีดี      กลับไม่ใช่
เหตุไม่มี      สิ่งใด      มาสิงใจ
แม้อยากไป      ก็ไม่ให้      รสอารมณ์

เหมือนกระจก      สุดใส      รอคนส่อง
ไม่หมายปอง      สิ่งใด      ในแหล่งหล้า
ไม่ยึดติด      คิดสิ่งใด      ให้โรยรา
ด้วยเป็นว่า      รู้ความ      ตามพระองค์

อยากจะให้      หาไป      มองไม่เห็น
สิ่งที่เป็น      ปลดไป      ใครสงสัย
ถ้าอยากรู้      ให้ตรวจสอบ      ที่ภายใน
ว่าที่ใจ      เจ้านั้น      มันยังมี

มีให้รัก      มีให้โลภ      และโกรธหลง
ถ้าไม่ปลง      ให้เห็น      เป็นนิสัย
แล้วจะเห็น      ใจข้า      ได้อย่างไร
อยากให้ใคร่      มองดู      จะรู้ความ

สวัสดีคุณ หิ่งห้อยน้อย-คุณเฟื่องฟ้า และทุกทุกท่าน
ไม่รู้จะแสดงอะไรให้ท่านทั้งหลายดู โปรดอภัยด้วย
เงาเทวดา [58.147.127.119] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 10:16 น. ] [ 19 ]




                  กระจกวิเศษ


                 กระจกเงา ที่ดี ต้องคมใส
           ไร้เรศนัย แอบแฝง ทุกแห่งหน
           อีกจักต้อง ประพฤติเป็น ตัวอย่างชน
           ให้เป็นตน ตามที่มอง สะท้อนมา


                 ไม่เติมแต่ง ด้วยมานะ แลทิฏฐิ
           มีดำริ อยู่ในพรหม วิหารหนา
           อีกเรียงถ้อย แสดงธรรม ด้วยสัมมา(คารวะ)
           เป็นกัลยา(ณมิตร) ด้วยกาย วาจา ใจ

                 กวีธรรม ที่ดี มีจุดมุ่ง
           หมายผดุง ธัมมา พาสดใส
           ให้พุทธพจน์ คำสอน ขจรไกล
           ผู้อ่านจะได้ หรือไม่ได้ แล้วแต่บุญ


                 ได้แสดง ได้เผยแผ่ แก่อัตภาพ
           เราซึมซาบ อีกคราให้ ด้วยใจกุศล
           มีแต่ได้ กับได้ ใยทุกข์ทน
           ยามมีผล สะท้อนมา คราผิดใจ



           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.123.53] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 12:09 น. ] [ 20 ]



            ใบไม้ไหว

โกรธเฟื่องฟ้า หรือเปล่า เล่าแม่จ๋า
ที่ถลา บินไป ไกลวิถี
อันโมหะ ผัสสะ ละไม่มี
เหมือนอวดดี เผลอออก ข้างนอกธรรม

เวทนาจิต นั้นมี สิบหกอย่าง
เป็นหนทาง ถ้ารู้ได้ ไม่ถลำ
จิตราคะ ต้องละ อย่ากระทำ
จิตโทสะ ก็ต้องย้ำ ย่ำหลีกไป

จิตตั้งมั่น ต้องหมั่น ขยันฝึก
มีส่วนลึก มากมาย ขยายไม่ไหว
เอาสามอย่าง ได้ไม่แม่ ไม่แน่ใจ
ใบไม้ไหว เพราะอะไร ใครเคลื่อนมันเฟื่องฟ้า
เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 17:25 น. ] [ 21 ]

แก้ไขใหม่บรรทัดสองรองจากท้าย..


เอาสามอย่าง ไดไหมแม่ ไม่แน่ใจ
ใบไม้ไหว เพราะอะไร ใครเคลื่อนมัน..เฟื่องฟ้า
เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 17:32 น. ] [ 22 ]




           จิตที่ตั้งมั่นไม่หวั่นไหว ดั่งภูเขาศิลา
           ไม่กำหนัดในอารมณ์ อันเป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัด
           ไม่โกรธในอารมณ์ อันเป็นที่ตั้งแห่งความโกรธ
           จิตของบุคคลใด อบรมได้ดั่งนี้ ความทุกข์จักมีมาแต่ที่ใดเล่า???

           *******************************************



                 ขุนเขาตะหง่านตั้ง           มิหวั่น     แรงลม
           เปรียบดั่งจิตมิพรั่น                กิเลสเร้า
           จิตที่ฝึกมิหวั่น                     ไหวตาม     กิเลสนา
           ตั้งมั่นแม้ลมเร้า ..                  รู้เท่าทันลม



                 ใบไม้ไหว เพราะแรงลม กระนั้นหรือ
           จิตตั้งมั่น นั้นคือ ภูผาใหญ่
           ไม่กำหนัด ตามอารมณ์ กำหนัดใน
           บัณฑิตไซร้ อบรมได้ พ้นวัฏฏา

                 ไม่โกรธใน อารมณ์ แห่งความโกรธ
           ด้วยมีจิต ตั้งมั่น ดั่งภูผา
           บัณฑิตใด ได้อบรม ดั่งนี้มา
           พ้นวัฏฏา เขาสู่ พระนิพพาน


                 จิตตั้งมั่น เช่นนี้ มีที่ไหน
           จะหวั่นไหว ด้วยทุกข์ สุขสมาน
           ลมจะพัด ไม้จะไหว ให้ป่วยการ
           เพราะมิไร้ ได้แผ้วพาน จิตศิลา


     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.123.53] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 20:25 น. ] [ 23 ]





                 ขอแก้ไขบาทสุดท้าย บทสุดท้ายค่ะ


                 จิตตั้งมั่น เช่นนี้ มีที่ไหน
           จะหวั่นไหว ด้วยทุกข์ สุขสมาน
           ลมจะพัด ไม้จะไหว ให้ป่วยการ
           เพราะมิได้ ไล้แผ้วพาน จิตศิลา


     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.123.53] [ 29 เม.ย. 2549 เวลา 20:29 น. ] [ 24 ]



            ต้นเหตุที่แท้จริง

คำเปรียบแม่ จริงแท้ แน่ที่สุด
ใบไม่หยุด ทันที ที่แม่สอน
ใบไม้ไหว เพราะว่าจิต ติดนิวรณ์
ใจสั่นคลอน เคลื่อนไหว ใช่จริงๆ..เฟื่องฟ้า

นิวรณ์คือ สิ่งขวางกั้นจิตทำให้สมาธิไม่เกิด มี ๕ อย่าง
กามฉัทะ ความเพลิดเพลิน ในรูป รส กลิ่น เสียง
พยาปาทะ ความโกรธ พยาบาท
ถีนมิทธะ เป็นกิเลสชนิดหนึ่ง ที่ทำให้เกิดความท้อถอย
อุทธัจจกุกกุจจะ ความฟุ้งซ่านของจิต
วิจิกิจฉา ความลังเล สงสัย..เฟื่องฟ้า

ขอบคุณแม่หิ่งห้อยน้อย..เพราะคำตอบท่านทำให้เฟื่องฟ้าค้นหาต่อ..จนพบต้นเหตุ
ที่แท้จริง..ทำไมวันนี้ดูมีสุขกว่าเมื่อวาน

เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 08:21 น. ] [ 25 ]



            บ่อสองบ่อ

หลังบ้านฉัน มีบ่อ อยู่สองบ่อ
มีปลาน้อย ลอยคอ ที่บ่อใหญ่
ส่วนบ่อเล็ก มีแต่แหน ท้อแท้ใจ
ในบ่อใหญ่ มีน้ำใส ไหลเวียนวน

ปลาบ่อใหญ่ โดดข้าม มาบ่อแหน
แล้วหายไป ใต้แพ ที่แหนล้น
ชั่วอึดใจ ก็โผล่หัว ชูตัวตน
แล้วว่าย..วน ชวนเพื่อน ให้เคลื่อนมา

เพื่อนบอกว่า มีแต่แหน ที่คลุมปก
ทั้งหญ้ากก กกหญ้า ระอาหนา
เพื่อนที่ชวน ตะโกนว่า มาเถอะปลา
ใต้ธารา ที่ปกแหน แท้มีดี

ใครตอบได้ มีอะไร อยู่ใต้แหน
ไขกุญแจ เปิดให้เห็น เป็นสักขี
ปลาน้ำใส ควรจะข้าม หรือห้ามดี
เชิญน้องพี่ อย่ายอมแพ้ แค่แหนบัง เฟื่องฟ้า .

เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 15:19 น. ] [ 26 ]



เสร็จธุระ      ฟ้าสั่ง      มาครั้งนี้
เหลือแต่มี      บอกลา      แม่เจ้ที่
สักวันหนึ่ง     คงได้มา      เยือนอีกที
ไม่ผิดที่      ถ้ามีเธอ      เสนอมา

สิ่งใดใด      ให้สัญญา      ก่อนหน้านี้
ทำหน้าที่      เบ็ตเสร็จ      เช็ดเรียบร้อย
ต้องบอกลา      เพื่อให้แม่      ไม่ต้องคอย
ถึงเศร้าสร้อย      จำจาก      ฉันเจ็บเอง

จารกวี     ที่ให้ทำ      ก็ทำเสร็จ
ไม่รอดเร็ด      ตาเจ้าที่      ที่นี้หนอ
หวังให้เจ้า      ตรวจดู      น่าจะพอ
วันหน้าขอ      จารใหม่      คงได้ความ

ตอนนี้หมด      เวลา      น่ะหิ่งห้อย
คงต้องคล้อย      จำจาก      จริงแล้วหนา
ขอให้เจ้า      โชคดี      มีปัญญา
วันข้างหน้า      เจอกัน      ท่านคงเย็น

ขอบอกลาคุณ หิ่งห้อยน้อย และทุกท่าน
ตอนนี้ทำกิจอันควรในถิ่นท่าน เสร็จแล้ว
ขอให้ท่านมีความสุขมากๆ พบความเย็นใจที่แท้จริงโดยเร็ววัน
(ปล. แม่หิ่งห้อยจะไม่ตรวจชมกวี ของเพื่อนคนนี้ แล้วติ ชม เพื่อแก้จุดบกพร่อง ในการต่อไป ให้บ้างหรือ)
เงาเทวดา [58.147.127.119] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 16:10 น. ] [ 27 ]




                  อะไรอยู่ใต้แหน


                 ธรรมชาติ ของปลา ชอบน้ำไหล
           แล้วเหตุใด ใยกลับมา หาบ่อแหน
           มีอะไร ใยเร่งหนา อย่าเชือนแช
           ใต้เงาแหน นั้นมี ดีอะไร

                 กิน เกียรติ กาม กรุ่นกรุ่น อยู่ใต้แหน
           ลอยเป็นแพ บังตัวต่าง จากน้ำใส
           น้ำก็ขุ่น มองไม่เห็น ว่าเป็นภัย
           จึงตอบไป พึ่งโดดข้าม จากน้ำครำ

                 น่าแปลกใจ ใยเจ้า ไม่โดดกลับ
           แล้วยังจับ นอนนิ่ง ยิ่งน่าขำ
           ตะโกนให้ พวกเราข้าม ไปสู่ครำ
           เชิญงามขำ โดดกลับมา อย่าช้าที


                 ใต้เงาแหน มิได้เป็น เช่นเจ้าว่า
           ใต้ธารา มีน้ำใส ให้สุขขี
           แหนช่วยสร้าง อากาศเสริม เพิ่มอินทรีย์
           และยังมี อาหาร ที่เพียงพอ


                 มิต้องไป แก่งแย่ง แบ่งอาหาร
           มิต้องการ ความเฟ้อฟุ้ง จรุงหนอ
           มิต้องไป สนุกสนาน เคียงเคล้าคลอ
           มิต้องรอ วันที่สิ้น ที่ดิ้นรน



            "แค่แหนบัง" ของเฟื่องฟ้านั้นยากนัก

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.121.112] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 16:50 น. ] [ 28 ]




                  ขอบพระคุณเจ้าค่ะ


                 ท่านเทวา บอกลา หิ่งห้อยเศร้า
           ต้องเฝ้าเหย้า เปล่าเปลี่ยว แดเดียวหนา
           ก่อนจะจาก ยังฝากความ ก่อนจะลา
           สักวันหนา หิ่งห้อยฯ คงพบ"เย็น" (ความเย็นใจที่แท้จริง...สาธุ)

                 ทุกวันนี้ ถึงจะเย็น ไม่มากนัก
           แต่ประจักษ์ ความเย็นใจ มาให้เห็น
           กลับมาคิด ตัวเราหนอ รอความ "เย็น"
           คงได้เห็น "ความเย็นแท้" แผ่ซ่านใจ

                 ท่านอนุญาต ให้หิ่งห้อยฯ นั้น ชม ติ
           ในการลิ ขิตกลอน อักษรใส
           ทั้งเนื้อหา ธรรมา สัมผัสใน
           สมเป็นสาย เลือดไทย ในกวี

                 จะมีเพียง สัมผัสนอก ระหว่างบท
           จะงามงด ถ้าส่งได้ ใช่ไหมพี่
           ธรรมก็รู้ สอนก็ได้ มีไมตรี
           สมญานี้ "เงาเทวดา" น่าคบจริง



           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
หิ่งห้อยน้อย [58.147.121.112] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 17:12 น. ] [ 29 ]



ขอชื่นชมคารมจิตคิดกุศล
ของเหล่าชนผู้เป็นปราชญ์ฉลาดยิ่ง
ในข้อของธรรมะจะได้เป็นที่พึ่งพิง
ให้แก่ทุกสิ่งในสัพพาโลกาที่มายล ฯ


แต่มีอย่างที่"รักษ์ไตรฯ"เศร้าใจยิ่ง
ที่เพื่อนธรรมได้พึ่งพิงท่านหลายหล
แต่วันนี้ที่ท่านกล่าวราวกะว่าเล่นกล
ไม่รู้ว่าท่านจะได้มายลอีกเมื่อใดฯ


ที่ได้เอ๋ยเผยเรื่องท่านนั้นใช่แล้ว
โถ่เพื่อนแก้ว(เพื่อนธรรม)จากแล้วใกลไปที่ใหน
นามของท่านคือ "เงาเทวด"นี้นั่นไง
หากท่านไปในที่ไม่ใกลให้ย้อนกลับคืนมาฯ
รักษ์ไตรรัตน์... [58.8.46.87] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 20:30 น. ] [ 30 ]

ขอแก้ครับ คำว่า หลายหล แก้เป็น หลายหน

คำว่า "เงาเทวด" แก้เป็น "เงาเทวดา"
รักษ์ไตรรัตน์ [58.8.46.87] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 20:34 น. ] [ 31 ]




                 ท่านรักษ์ไตรฯ อย่าหวั่นไหว ในอารมณ์
           ท่านชื่นชม เงาเทวา ว่าเลื่อมใส
           เมื่อเป็นเงา บอร์ดจะไร้เงา ได้อย่างไร
           ท่านก็ไป เดี๋ยวก็มา มิช้านาน

                 ท่านเงาฯมา อ่านธรรม อยู่เนืองนิตย์
           พึ่งจะมา ลิขิต เป็นกลอนศานต์
           มาร้อยกรอง สอนธรรม เป็นกลอนกานต์
           แค่วันวาน ให้เห็น ฝีมือ "เงาฯ"

                 เชิญท่านไตรฯ เอ่ยเอื้อน ธรรมบท
           พุทธพจน์ รสธรรม นำห่างเขลา
           ช่วยเสริมสร้าง ศรัทธา และขัดเกลา
           เพื่อให้เยา วชนเรา ซาบซึ้งธรรม

           เรียนเชิญเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.121.112] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 21:13 น. ] [ 32 ]



พี่หิ่งห้อยน้อย คอยอื้อนเอ่อย เผยวจี
ให้น้องนี้ มีจิตดูอารมณ์นั้น อย่าหวั่นใหว
เพราะ "ท่านเงาเทวา" ท่านมาเยี่ยม เป็นิจไป
อย่าให้ใจ ใหวหวั่น ให้ทันรูดูอารมณ์ ฯ


โอ๋พี่จ๋า "รักษ์ฯ" มาเอ่ย เผยคำแล้ว
จิตต้องแน่ว ในแนวธรรม นำสุขี
หากเป็นได้ ให้จิตห่าง หว่างราคี (อกุศลธรรม)
ให้จิตนี้ คิดเป็นธรรม นำร่มเย็น ฯ


ธรรมดาว่าดวงจิตของเรานี้
บ้างก็มีความทุกข์ไม่สุขี
บ้างร่มเย็นเป็นธรรมนำชีวี
ให้จิตนี้ร่มเย็นเป็นนิจกาล ฯ


แม้จิตเราจะยังทุกข์มีสุขบ้าง
แต่เราควรจะนำทางให้จิตนี้
ทำจิตให้มีความสุขกว่าทุกข์ที่มี
จิตเรานี้จะทุกข์น้อยคล้อยตามธรรม ฯ
รักษ์ไตรรัตน์... [58.8.46.87] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 21:50 น. ] [ 33 ]





                  สาธุเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.121.112] [ 30 เม.ย. 2549 เวลา 22:09 น. ] [ 34 ]



            ใต้แหน

แม่กับแหน แหนกับปลา ทำท่าวุ่น
ทั้งปลารุ่น ปลาใหญ่ ต่างไขว้เขว
สมองปลา เหมือนติดครั่ง ดั่งตังเม
ใจหันเห เหหัน พลันโดดตาม

เหลือหนึ่งตัว ติดตลิ่ง กลิ้งขลุกๆ
ท้องแน่นจุก หายใจเคลื่อน รอเพื่อนหาม
เพื่อนบอกว่า รอเดี๋ยวก่อน นะปลางาม
อย่าพึ่งข้าม ขอเวลา ข้าดำดู

สายลมซัด พัดแหนแหวก แยกเป็นสอง
ปลาเจ็บมอง เห็นเพื่อนปลา น่าอดสู
กำลังว่าย แย่งอาหาร ผ่านตัวงู
เพื่อนไม่รู้ ตายแน่ๆ เพราะแหบัง...เฟื่องฟ้า

แม่หิ่งห้อยน้อยตอบแล้ว..เฟื่องฟ้าตอบบ้างนะ..ว่าแต่ว่า.แล้วอย่างนี้เปรียบอะไร
กับทางธรรมได้บ้าง..
เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 1 พ.ค. 2549 เวลา 18:28 น. ] [ 35 ]






                 แม่ยอมแพ้เฟื่องฟ้าจ้ะ ....อิอิอิอิ....

     
หิ่งห้อยน้อย [203.155.14.4] [ 1 พ.ค. 2549 เวลา 18:43 น. ] [ 36 ]

ถึงแม้ว่าแม่จะยอมพี่เฟื่องฟ้า เดี๋ยวลูกจะช่วยขานไขให้เอง ก่อนที่จะจาก เพราะเนตจะหมดแล้ว วันนี้แหละ
หมายเหตุ. นี่เป็นอัตตโนมติ (ความคิดเห็นส่วนตัว)



ปลากับแหน แหม..พี่เฟื่อง เรื่องเล็กน้อย
แหนคือโลก อันหยดย้อย ห้อยระยับ
ปลาคือคน บนผืนโลก อันคณานับ
มาติดกับ นับไม่ถ้วน ล้วน"โมหา" พา ฯ


ดูไต้แหน แหม.. แน่นอน ตอนได้พบ
ยากจะหลบ พบแล้วยาก จะจากหนี
ทั้งหนอนน้ำ ตามรากแหน แหมมากมี
จะหลีกหนี ไปหากินได้ ในถิ่นที่ใดฯ


โอ้โลกนี้ ที่งดงาม กรรมลิขิต
ให้คนติด ไม่บิดพริ้ว ลิ่วเข้าหา
เพราะความงาม ตามครรลอง ของโลกา
อนิจจา น่าเป็นห่วง บ่วงคล้องคน ฯ


โลกธรรม นำให้หลง ลงห้วงลึก
ทั้งเงินทอง กองเป็นปลึก นึกไม่ถึง
เปรียบดังหนอน นอนไต้แหน แหม..น่าคลึง(น่ากินเปนอาหาร)
เมือนึกถึง ซึ่งมีมาก แลสวยงาม ตามโลกา ฯ


เมื่อเห็นมาก อยากจะได้ ไว้ใช้บ้าง
คงมีสุข ทุกหนทาง หว่างใช้สอย(เวลาใช้สบัติ)
โอ้ความสุข ทุกข์ไม่มี แม้แต่น้อย
หากได้ใช้ ทุกข์ไม่น้อย คล้อยหายไป


แต่เขาหารู้ไม่ ในสุขนั้น มันมีทุกข์
ที่ซ่อนซุก คลุกเคล้าอยู่ รู้ที่ใหน
หากใช้ได้ ด้วยปัญญา พาปลอดภัย
หากไปใช้ ในทางผิด พิษเหนือคณา ฯ

รักษ์ไตรรัตน์ [203.118.81.152] [ 1 พ.ค. 2549 เวลา 21:31 น. ] [ 37 ]





                  ไม่พ้น กามราคะ

                 พี่เฟี่องฟ้า เป็นอย่างไร น้องรักษ์ไตร
           ช่วยขานไข แทนแม่แล้ว จะแจวหนา
           สรุปลง คงไม่เหลือ เหยื่อกามา
           จะเป็นปลา เป็นงู ดูให้เป็น

           เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [58.147.125.50] [ 1 พ.ค. 2549 เวลา 23:24 น. ] [ 38 ]



            หายไปแล้ว

นาฬิกา บอกเวลา ว่าตีสอง
ฟ้าไม่ร้อง เหมือนเมื่อวาน ผ่านไปไหน
ลมคงหอบ ฟ้าหม่นๆ ไปหล่นไกล
แต่ไฉน ฝนกลับตก ตลกจริง

ลองเดินดู รอบๆบ้าน ผ่านลานหญ้า
เห็นรอยหมา รอยแมว เข้าแถววิ่ง
ขันใส่ข้าว วางใต้ต้น กะลิงปิง
คว่ำหน้านิ่ง เงียบสงบ คล้ายหลบใคร

เดินเท้าเปล่า เท้าเหยียบย่ำ ฉ่ำน้ำฝน
มองข้างบน ไม่เห็นดาว ดาวไปไหน
พระจันทร์ครึ่ง ซีกครึ่งซ้าย ก็หายไป
แล้วทำไม หื่งห้อยกลับ ไม่หลับนอน...เฟื่องฟ้า

ตีสองแล้ว..แม่หิ่งห้อยน้อยนอนเถิด ใยท่านเปิดไฟทิ้งไว้

เฟื่องฟ้า [203.113.16.241] [ 2 พ.ค. 2549 เวลา 02:33 น. ] [ 39 ]

ชอบครับ
มีนชนะ (58.147.51.*) [ 22 มิ.ย. 2551 เวลา 00:42 น. ] [ 40 ]


Warning: fopen(./data/656.dat) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 102

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 103

Warning: fputs(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 104

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 105

Warning: fclose(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 106
กลับหน้าหลักกวีธรรมะ
ปิดหน้าต่างนี้
จำนวนคนอ่าน 932 คน 



หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย