หน้าแรก หน้าหลักกวีธรรมะ กวีธรรมะที่ 389
อาสวา/อาสวะ ???????



      อ้างอิงจาก บทกวีธรรมะที่ 388 "ญานที่ ๓๒ : อานันตริกสมาธิญาณ"

**************************

     กราบท่านปู่ยะมุนี กราบคุณแม่หิ่งห้อยน้อยเจ้าค่ะ


     กราบคุณแม่หิ่งห้อย.     ปราณี ยิ่งเอย
นำสิ่งเพื่อเพิ่มทวี               ดุจรุ้ง
อันตริกฯญาณศรี               คงมั่น จิตนา
จิตมั่นไม่ซ่านฟุ้ง               ยิ่งแท้ฌานเอย

     "อาสวะ"ที่เปี่ยมแปล้     จิตใจ
ควรข่มด้วยสิ่งใด               ท่านอ้าง
อาสวะคืออะไร..               วานบอก ลูกนา
วอนท่านช่วยเอ่ยอ้าง          อย่าได้เมินกัน

     อีก"กสิณ"ในที่นี้.          เช่นไร แม่เอย
วอนท่านช่วยแถลงไข          แก่ข้าฯ
"สัญญา"ที่กล่าวใน...          ญานนี้ โปรดบอก
วอนแม่โปรดเอ่ยอ้า...          เพิ่มแท้ปัญญา


     ...เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
ปัญญิกา.....เทวี (58.147.101.*) [ วันอาทิตย์ ที่ 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา 20:03 น. ]




      กราบท่านยะมุนี สวัสดีคุณปัญญิกาฯ และท่านผู้อ่าน.... เจ้าค่ะ


     "ปัญญิกา ฯ"นั้นยิ่งผู้..          มีญาณ ปัญญา
วอนแม่ช่วยกล่าวขาน               ตอบถ้อย
เฉกเช่นเร่งเสริมสาน..               ปัญญายิ่ง นาแม่
จึ่งใคร่ขอหิ่งห้อย                    กล่าวถ้อยเฉลยความ

     "อาสวะ" คือกิเลสเร้า.          รุมจิต
ดองหมักมักแนบสนิท.               ติดไซร้
หลบนอนเนื่องมอมชิด               สนิทแนบ ใจนา
ยามที่จิตชิดใกล้.                    ซึมซ่านอารมณ์

     อาสวะ หมายถึง สภาวะอันหมักดอง+++ สิ่งที่มอมพื้นจิต กิเลสที่ไหลซึมซ่านไปย้อมใจเมื่อประสบอารมณ์ต่างๆ

     อาสวะ ๔ ได้แก่ .........
๑. กามาสวะ = อาสวะคือกาม
๒. ภวาสวะ = อาสวะคือภพ
๓. ทิฏฐาสวะ = อาสวะคือทิฏฐิ
๔. อวิชชาสวะ =อาสวะคืออวิชชา

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
     
หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 20:40 น. ] [ 1 ]




      กราบท่านยะมุนีเจ้าค่ะ

************************
      อ้างอิง...........

      เอกัคคตาจิตอันไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสมาธิ แต่ละอย่างๆ ดังนี้ ……(ต่อ)…


…..ด้วยสามารถแห่งปฐวีกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งอาโปกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งเตโชกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งวาโยกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งนีลกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งปีตกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งโลหิตกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งโอทาตกสิณ
…..ด้วยสามารถ แห่งอากาสกสิณ
…..ด้วยสามารถแห่งวิญญาณกสิณ


(ยังมีต่อ)

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 14:01 น. ] [ 10 ]


*********************


     กสิณ หมายถึง วัตถุอันจูงใจ วัตถุสำหรับเพ่งเพื่อจูงจิตให้เป็นสมาธิ
ประกอบด้วย ๓ ลักษณะ

     ภูตกสิณ หมายถึง กสิณคือมหาภูตรูป
     ......ปฐวีกสิณ = กสิณคือดิน, กสิณที่ใช้ดินเป็นอารมณ์
     ......อาโปกสิณ = กสิณคือน้ำ
     ......เตโชกสิณ = กสิณคือไฟ
     ......วาโยกสิณ = กสิณคือลม

     วรรณกสิณ หมายถึง กสิณคือสี
     ......นีลกสิณ = กสิณคือสีเขียว
     ......ปีตกสิณ = กสิณคือสีเหลือง
     ......โลหิตกสิณ = กสิณคือสีแดง
     ......โอทาตกสิณ = กสิณคือสีขาว

     กสิณอื่นๆ
     ......อาโลกกสิณ = กสิณคือแสงสว่าง
     ......อากาสกสิณ = กสิณคือที่ว่างเปล่า, ช่องว่าง

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 20:55 น. ] [ 2 ]





      กราบท่านยะมุนีเจ้าค่ะ

************************
      อ้างอิง...........


     เอกัคคตาจิตอันไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสมาธิ แต่ละอย่างๆ ดังนี้ …(ต่อ)…

     …..ด้วยสามารถแห่งพุทธานุสสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งธรรมานุสสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งสังฆานุสสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งสีลานุสสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งจาคานุสสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งเทวตานุสสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งอานาปานสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งมรณสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งกายคตาสติ
     …..ด้วยสามารถแห่งอุปสมานุสสติ

      (ยังมีต่อ)…

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


*********************************

     อนุสติ หมายถึง ความระลึกถึง, อารมณ์อันควรระลึกถึงเนืองๆ

     …...๑. พุทธานุสติ (ระลึกถึงพระพุทธเจ้า) คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระองค์
     …..๒. ธัมมานุสติ (ระลึกถึงพระธรรม) คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระธรรม
     …..๓. สังฆานุสติ (ระลึกถึงพระสงฆ์) คือ น้อมจิตระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระสงฆ์
     …..๔. สีลานุสติ (ระลึกถึงศีล) คือ น้อมจิตรำลึกพิจารณาศีลของตนที่ได้ประพฤติปฏิบัติบริสุทธิ์ไม่ด่างพร้อย
     …..๕. จาคานุสติ (ระลึกถึงการบริจาค) คือ น้อมจิตระลึกถึงทานที่ตนได้บริจาคแล้ว และพิจารณาเห็นคุณธรรมคือความเผื่อแผ่เสียสละนี้ที่มีในตน
     …..๖. เทวตานุสติ (ระลึกถึงเทวดา) คือ น้อมจิตระลึกถึงเทวดาทั้งหลายที่ตนเคยรู้และพิจารณาเห็นคุณธรรมอันทำบุคคลให้เป็นเทวดานั้นๆ ตามที่มีอยู่ในตน
     …..๗. มรณสติ (ระลึกถึงความตาย) คือน้อมจิตระลึกถึงความตายอันจะต้องมีมาถึงตนเป็นธรรมดา พิจารณาที่จะให้เกิดความไม่ประมาท
     …..๘. กายคตาสติ (สติอันไปในกาย) คือ กำหนดพิจารณากายนี้ ให้เห็นว่าประกอบด้วยส่วนต่างๆ อันไม่สะอาด ไม่งาม น่ารังเกียจ เป็นทางรู้เท่าทันสภาวะของกายนี้ มิให้หลงใหลมัวเมา
     …..๙. อานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้าออก)
     …..๑๐. อุปสมานุสติ (ระลึกถึงธรรมเป็นที่สงบ) คือ ระลึกถึงและพิจารณาคุณของพระนิพพาน อันเป็นที่ระงับกิเลสและความทุกข์


     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 21:14 น. ] [ 3 ]





      กราบท่านยะมุนีเจ้าค่ะ


      สัญญา หมายถึง ความกำหนดหมาย, แนวความคิดความเข้าใจ สำหรับใช้กำหนดพิจารณาในการเจริญกรรมฐาน

     …..๑. อนิจจสัญญา = กำหนดหมายความไม่เที่ยงแห่งสังขาร
     …..๒. อนัตตสัญญา = กำหนดหมายความเป็นอนัตตาแห่งธรรมทั้งปวง
     …..๓. อสุภสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย
     …..๔. อาทีนวสัญญา = กำหนดหมายโทษทุกข์ของกายอันมีความเจ็บไข้ต่างๆ
     …..๕. ปหานสัญญา = กำหนดหมายเพื่อละอกุศลวิตกและบาปธรรมทั้งหลาย
     …..๖. วิราคสัญญา = กำหนดหมายวิราคะว่าเป็นธรรมละเอียดประณีต
     …..๗. นิโรธสัญญา = กำหนดหมายนิโรธว่าเป็นธรรมละเอียดประณีต
     …..๘. สัพพโลเกอนภิรตสัญญา = กำหนดหมายความไม่น่าเพลิดเพลินในโลกทั้งปวง
     …..๙. สัพพสังขาเรสุ อนิฏฐสัญญา = กำหนดหมายความไม่น่าปรารถนาในสังขารทั้งปวง
     …..๑๐. อานาปานสติ = สติกำหนดลมหายใจเข้าออก

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ
     
หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 21:35 น. ] [ 4 ]





      กราบท่านยะมุนีเจ้าค่ะ

************************
      อ้างอิง...........

     เอกัคคตาจิตอันไม่ฟุ้งซ่าน ด้วยสมาธิ แต่ละอย่างๆ ดังนี้ …(ต่อ)…


     …..ด้วยสามารถแห่งอุทธุมาตกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งวินีลกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งวิปุพพกสัญญา
     …..ด้วยสามารถ แห่งวิฉิททกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งวิกขายิตกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งวิกขิตตกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งหตวิกขิตตกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งโลหิตกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งปุฬุวกสัญญา
     …..ด้วยสามารถแห่งอัฏฐิกสัญญา

     …. (ยังมีต่อ)…

หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 15:26 น. ] [ 12 ]


*********************************

      อสุภสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย

     …..อุทธุมาตกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่เน่าพองขึ้นอืด
     …..วินีลกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่มีสีเขียวคล้ำคละด้วยสีต่างๆ
     …..วิปุพพกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่มีน้ำเหลืองไหลเยิ้มอยู่ตามที่ที่แตกปริออก
     …..วิจฉิททกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่ขาดจากกันเป็น 2 ท่อน
     …..วิกขายิตกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่ถูกสัตว์ เช่น แร้ง กา สุนัข จิกทึ้งกัดกินแล้ว
     …..วิกขิตตกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่กระจุยกระจาย มือเท้าศีรษะหลุดออกไปข้างๆ
     ….. หตวิกขิตตกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่ถูกสับฟันบั่นเป็นท่อนๆ กระจายออกไป
     …..โลหิตกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่มีโลหิตไหลอาบเรี่ยราดอยู่
     …..ปุฬุวกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่มีหนอนคลาคล่ำเต็มไปหมด
     …..อัฏฐิกะสัญญา = กำหนดหมายความไม่งามแห่งกาย ด้วยซากศพที่ยังเหลืออยู่แต่ร่างกระดูกหรือกระดูกท่อน

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 21:47 น. ] [ 5 ]




     บัณฑิตจิตเลิศล้วน.          กรุณา      หมู่ชน
เผื่อแผ่ข้อธัมมา                    ตอบถ้อย
ใครถามท่านเมตตา.               บอกสิ่ง      ปัญญา
ชนอิ่มรสธรรมร้อย...               ท่านนั้นเรียบเรียง

     ตอบคำช่างชัดถ้อย.          อธิบาย      ดีจัง
ความย่อท่านขยาย...               แต่งแต้ม
คำศัพท์ยิ่งบรรยาย....               เห็นแจ่ม      ในธรรม
ยิ่งอ่านยิ่งยิ้มแย้ม                    แจ่มแจ้งปัญญา

     ขอบคุณแม่หิ่งห้อย.          รจนา      อรรถธรรม
ได้เปิดญาณปัญญา.               เพิ่มแล้ว
รักมากยิ่งเจ้าข้า                    คุณแม่      ใจงาม
เปรียบดั่งมีดวงแก้ว..               ส่องจ้าทุกยาม

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ.
รุ้งเดือน [ 27 พ.ย. 2548 เวลา 22:45 น. ] [ 6 ]



     ปัญญายิ่งหิ่งห้อย.          เติบโต      ตามกาล
พุทธ์พจน์องค์พุทโธ               ตรัสรู้
หิ่งห้อยท่านยกโชว์               แจงแจก      ขยายความ
สาธุมุเพียรผู้....                    ใฝ่รู้ในธรรม

     ดวงตาผู้อ่านล้วน..          รอคอย      ธรรมญาณ
การโพสต์มาบ่อยบ่อย...          เว็ปนี้
รอท่านหิ่งห้อยน้อย               เผยแผ่      เรียบเรียง
เพราะท่านเป็นเพื่อนซี้...          ผู้รู้อรรถธรรม

     สาธุธรรมหิ่งห้อย.          ยกมา      ยอดเยี่ยม
ลำดับญาณศาสนา               หยดย้อย
จันทราปัญญิกา...               นางหนึ่ง      มารน้อย
เรียงร่วมได้ชดช้อย               ทุกชั้นขั้นญาณ

สาธุครับ.......เจริญในธรรมครับ.
คนเร่ร่อน [ 29 พ.ย. 2548 เวลา 09:49 น. ] [ 7 ]



                             จิตของผู้สดุ้ง

      จิตหนูนี้--มีสดุ้ง--อยู่เป็นนิจ
ทั้งตอนกิจ--มาถึง--จึงสดุ้ง
กิจผ่านแล้ว--ยังสดุ้ง--ยุ่งความฟุ้ง
จิตสดุ้งแม้--กิจไม่มา--แต่อย่างใด

      ความไม่สดุ้ง--นั้นมี--นี่หละหรือ ??
จักฝึกปรือ--ลดละ--จะทำไฉน ??
มีวิธี--ดับสดุ้ง--ได้อย่างไร ??
หนูถามไป--แล้วบัณฑิต--โปรดเมตตา

      ความไม่สดุ้ง--กลัวภัย--ทำใจเกร่ง
จิตไม่เกว่ง--อ่อนไหว--ได้เล่าหนา
ท่านโปรดบอก--หนูเป็น--ทานธัมมา
รอเมตตา--ผู้บัณฑิต--จิตการุณ

     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


วิชชาธร (61.7.138.*) [ วันเสาร์ ที่ 21 พฤษภาคม 2548 เวลา 15:06 น. ]
.
คนเร่ร่อน [ 30 พ.ย. 2548 เวลา 11:04 น. ] [ 8 ]




      น้อมความเพียร--และปัญญา--มากำหนด
เรียนรู้บท--ลดละ--ทำไฉน
สิ่งบาปชั่ว--มัวเมา--เราละไป
ประกอบไว้--ในกุศล--ค้นคว้าธรรม

      เรียนรู้ทุกข์--พร้อมเหตุ--คือตัณหา
น้อมมัคคมา--ดับทุกข์--ปลุกความช้ำ
เจริญฌาน--ญาณวิมุติ--หลุดระกำ
เพียรกระทำ--จิตใจ--ให้มั่นคง

      ด้วยสำรวม--ตาหู--จมูกไว้
ลิ้นกายใจ--สำรวมไป--อย่าไหลหลง
น้อมสำรวม--อินทรีย์--ที่ถูกตรง
ธรรมหนุนส่ง--จิตคงมั่น--ไม่หวั่นภัย

      อบรมใจ--ให้ละวาง--ทุกอย่างเถิด
อย่าให้เกิด--โลภโกรธหลง--ปลงเข้าไว้
ละตัวตน--เราเขา--อย่าใส่ใจ
มุ่งตรงไป--พระนิพพาน--สถานเดียว

      ละตัวตน--โลภโกรธหลง--ลงเมื่อใด
แล้วจิตใจ--ไม่สดุ้ง--ให้หวาดเสียว
จักผาสุข--อยู่ในธรรม--ล้ำค่าเชียว
มาเก็บเกี่ยว--ธรรมไปเถิด--วิชชาธร

เจริญในธรรมครับ
ยะมุนี [ 22 พ.ค. 2548 เวลา 09:09 น. ] [ 3 ]
     
คนเร่ร่อน [ 30 พ.ย. 2548 เวลา 11:28 น. ] [ 9 ]



                              [bผลบุญทันตาเห็น].

     ..... ของฝากวันนี้เป็นอานิสงฆ์ของการให้ทาน
คนทั้งหลายย่อมใจร้อนทำบุญแล้วอยากได้รับผลบุญทันทีทันใด
จะได้รับผลบุญทันทีทานนั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ 4 เรียกว่า "สัมปทา 4 " ได้แก่

1.วัตถุสัมปทา ได้แก่ผู้เป็นทักขิไณยบุคคล(ผู้มารับทานของเรา) เช่นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก พระอนาคามี พระสกทาคามี พระโสดาบัน ผู้ได้ฌานสมาบัติ 1- 8

2.ปัจจัยสัมปทา คือการบังเกิดขึ้นแห่งปัจจัยทั้งหลายโดยธรรมสม่ำเสมอ(ได้มาโดยชอบไม่ผิดศีล)

3.เจตนาสัมปทา คือ ในกาลก่อนแต่ให้ กำลังให้ และหลังการให้นั้น ประกอบด้วยญาณรู้(มีสติสัมปชัญญะ) และมีใจชื่นชมโสมนัส

4.คุณติเรกสัมปทา คือ ความที่พระทักขิไณยบุคคลเหล่านั้น(ตามข้อ 1 ) ออกจากสมาบัติใหม่ๆ และผู้นั้นได้ให้ทานเป็นคนแรกหรือกลุ่มแรก

     ด้วยอานุภาพแห่งสัมปทา 4 นี้ จักบรรลุมหาสมบัติในทันตาเห็นทีเดียว

     ขออนุโมทนาสาธุการในทานของท่านทั้งหลายด้วยครับ



คน (61.7.140.*) [ วันพุธ ที่ 30 มีนาคม 2548 เวลา 18:50 น. ]

.
คนเร่ร่อน [ 30 พ.ย. 2548 เวลา 15:37 น. ] [ 10 ]

..เข้ามาอ่านทุกวันครับ วันละหลายเที่ยวแต่ไม่มีความสารถถกเรื่องธรรมครับ กำลังหาหลักอยู่ครับ
...สวัสดีครับ.
กเว็นฯ [ 30 พ.ย. 2548 เวลา 20:34 น. ] [ 11 ]




     เพราะฌานบริสุทธิ์ถ้วน          อินทรีย์      สำรวม
เพราะจิตที่ฝึกนี้....                    แก่กล้า
สมถะสงบมี...                         ใสผ่อง      ควรงาน
ญาณผุดแสงเจิดจ้า                    ดับสิ้นนิวรณ์

     สมาธิที่จิตตั้ง...               อาศัย      เป็นเรือน
คงมั่นมิหวั่นไหว                     เลิศแล้ว
โลภโกรธย่อมละไป...               กาลนั่น      แลพี่
ญาณยิ่งประดุจแก้ว...               แจ่มจ้าเกิดตาม

เจริญในธรรมเจ้าค่ะ.
ฐิติมา [ 1 ธ.ค. 2548 เวลา 11:49 น. ] [ 12 ]


Warning: fopen(./data/389.dat) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 102

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 103

Warning: fputs(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 104

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 105

Warning: fclose(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 106
กลับหน้าหลักกวีธรรมะ
ปิดหน้าต่างนี้
จำนวนคนอ่าน 251 คน 



หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย