Dhammathai.org
มงคลที่ ๓๘.มีจิตเกษม
จิตเกษม เปรมปรีดิ์ ดีตลอด
เป็นจิตปลอด จากโอฆ ในโลกสาม
เครื่องผูกมัด สลัดหมด แสนงดงาม
เข้าถึงความ สุขสันต์ นิรันดร.
Dhamma Training - FREE
Home sitemap Dhamma World Wide Web
Contact Us
ภาษาไทย
English
 
หน้าแรก หน้าหลักกวีธรรมะ กวีธรรมะที่ 1836
โทษของการผิดศีล ข้อที่ ๓


จะขอกล่าว เล่าเรื่องแปลก แทรกเว็บไทย
เพื่อเตือนใจ ผู้มีคู่ อยู่กันสอง
ที่ผิดศีล ไม่งาม ตามครรลอง
เป็นทำนอง กวีศิลป์ ถิ่นเว็บธรรม

มีชายหญิง คู่หนึ่ง ซึ่งรู้จัก
เริ่มแรกรัก สมัครใจ ไม่ชอกช้ำ
งานน้อยใหญ่ ไม่เกี่ยง พร้อมเพรียงทำ
ถึงระกำ เช่นไร ไม่ระอา

ร่วมก่อร่าง สร้างฐานะ พระก็เห็น
เหมือนมีเวร กรรมปัด ซัดเข้าหา
เมื่ออยู่อยู่ สามี ภรรยา
ก็ถึงครา มีเหตุ อาเพศภัย

คืนวันหนึ่ง ภรรยา กลับตาขวาง
มองมาทาง สามี ที่หลับไหล
สามีตื่น มาพบ ก็ตกใจ
พร้อมกลับร่าย มนต์เวทย์ เสกวิชา

ภรรยา ตาแดง ด้วยแรงฤทธิ์
หน้าก็ดำ อำมหิต ปรี่เข้าหา
เสียงที่เปล่ง ตะคอก ที่ออกมา
เหมือนหญิงแก่ ชรา ห้าพันปี

พร้อมกับร่าย มนต์ทวน สวนไปกลับ
สามีพับ ปวดศีรษะ ผะงะหนี
เหมือนมีคน บีบขมับ จับนาภี
ด้วยฤทธี สามีร้อง ก้องฆรา

สามีสวด ได้เพียงนิด ด้วยจิตตก
สั่นงันงก ตกใจ ให้ผวา
ฟังเสียงสวด ดังก้อง ของภรรยา
เหมือนวิญญาณ์ ถูกกระซาก จากชีวิน

สามีร้อง ดังก้องเรือน ใกล้เพื่อนบ้าน
วิ่งซมซาน วิญญาณร้าย ทำลายสิ้น
ขวัญกระเจิง สั่นเทา ข้าวไม่กิน
เกิดได้กลิ่น เหม็นเน่า ตามเขามา

พ่อแม่ลูก ถูกจับแยก แรกเบื้องต้น
เพราะทุกคน อกสั่น ขวัญผวา
เนิ่นนานปี สามี ภรรยา
ถูกรักษา แยกคู่ อยู่คนเดียว

ทราบทีหลัง ว่าสามี มีเมียน้อย
ได้หมั่นคอย เหินห่าง เจอทางเลี้ยว
ไม่ฟูมฟัก รักภรรยา มาคนเดียว
กลับไปเลี้ยว ปันใจ ให้อีกทาง

ฝ่ายเมียหลวง หวงหึง ทึ้งทวงสิทธิ์
ได้ออกฤทธิ์ ทำพิธี เรียกผีสาง
ไปหาหมอ ศาสตร์ไสย ให้อำพราง
ทำเสน่ห์ เสริมนาง วางเล่ห์กล

ฝ่ายเมียน้อย เช่นกันหนอ ก็ทำไสยฯ
เพื่อดึงใจ สามี ทุกที่หน
ให้มาหลง เสน่ห์ เล่ห์ของตน
ทำเล่ห์มนต์ ทะลึ่ง ดึงสามี

จึงเกิดเหตุ อาเพศร้าย หมายชีวิต
ทำลายจิต ฆ่าเข่น ได้เช่นนี้
ขอทุกท่าน ที่อ่านย้อน กลอนพาที
เป็นกวี อุหาหรณ์ เพื่อสอนใจ

นี่เรื่องจริง สิ่งที่พบ ประสบเข้า
นำมาเล่า ย่นย่อ พอจำได้
รายละเอียด มีมาก หลายหลากนัย
คราวต่อไป อาจแต่งต่อ หากพอมี (เวลา)
.......................................................
ขอแต่งต่อให้จบ..

สองเมียผัว ถูกจำแนก แยกกันอยู่
เพราะทั้งคู่ อาการ นั้นหนักหลาย
ผู้เป็นเมีย เสียจริต จิตวุ่นวาย
พวกญาติได้ นำส่ง โรงพยาบาล

ส่วนสามี อาการแย่ นอนแน่นิ่ง
เหมือนผีสิง มีกลิ่นเหม็น เข่นจองผลาญ
มีกลิ่นเน่า เข้าจมูก แกทุกยาม
ทั่วเขตคาม เขารู้ ทั้งคู่เป็น

ลูกทั้งสอง ญาติเลี้ยงดู ทั้งคู่แย่
อะไรแน่ มาทำ ซ้ำทุกข์เข็ญ
ทุกคนงง ฉงนยิ่ง สิ่งที่เป็น
ดูเหมือนเช่น โดนคุณไสย ทำไงดี

ฝ่ายสามี นี้แย่ เห็นแน่ชัด
หนาวสะบัด จิตข้อง ดูหมองศรี
ตาเหม่อลอย หน้าซีด จิตไม่ดี
บอกว่ามี ผีตามสิง นั่งนิ่งงัน

มีกลิ่นเหม็น ติดตามตัว กลัวสุดสุด
ไม่ค่อยพูด ตาเขียว เสียวสันหลัง
มีเสียงแว่ว เหมือนเสียงผี ที่ได้ฟัง
และบางครั้ง ก็กลัวพระ พร้อมระแวง

แว่วเสียงผี ในหู ที่กู่เรียก
โหยหวนเพรียก สำเนียง เสียงแหบแห้ง
แกจิตตก ไม่นอน เริ่มอ่อนแรง
ริบรี่แสง แห่งความหวัง ยังมืดมน

นำน้ำมนต์ เก้าวัด มาปัดป้อง
รดจนนอง เนืองพื้น หลายคืนฝน
วันเวลา ผ่านไป ไร้สิ่งดล
หาได้ผล ใดไม่ ทำไงดี

แต่สุดท้าย เจอวัดดี ที่เพิ่งได้
จึงพาไป รักษา หน้าสดสี
เริ่มยิ้มได้ ปราศรัยรู้ ดูเข้าที
พระท่านมี วิชายอด จึงปลอดภัย

ปัจจุบัน ผัวเมียสอง ครองรักแล้ว
กลับคืนสู่ เรือนแก้ว แววผ่องใส
อยู่พร้อมหน้า พ่อแม่ลูก สุขสบาย
ส่วนอดีต ยังฝังใจ ไม่เคยลืม
...................................................

ขอฝากกลอนนี้ไว้เพื่อเป็นคติสอนใจแก่ชาวพุทธ ที่คิดจะมีเมียน้อย เพราะกรรมการผิดศีล ไม่ว่าข้อใดๆนั้น มันให้ผลหลากหลายรูปแบบมาก นี่ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการให้ผลของกรรม.
.....................................


พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร ส่งเมล์ถึง พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร (72.190.98.*) [ วันศุกร์ ที่ 21 มีนาคม 2551 เวลา 23:34 น. ]




     นำน้ำมนต์ เก้าวัด มาปัดป้อง
รดจนนอง เนืองพื้น หลายคืนฝน
วันเวลา ผ่านไป ไร้สิ่งดล
หาได้ผล ใดไม่ ทำไงดี

     ฝีมือกลอน ท่านมหาสมุทร จัดสุดยอด
กลอนรื่นรอด ให้มองเห็น เช่นกวีศรี
ฉันทลักษณ์ กลกลอน สอนวาที
ด้วยไม่มี ติดขัด ชัดเจนใจ

     ที่อ่านมา มีหนึ่งบท งดงามแท้
คือทางแก้ ด้วยน้ำมนต์ ผลแก้ไฉน
จะเก้าวัด ร้อยเก้าวัด ขจัดภัย
นี่ถูกต้อง ตามพระวินัย โยมโมทนา

     ยี่สิบบท ท่านจรดจาร ขานมากล่าว
เป็นเรื่องราว เน้นผิดศีล ให้รักษา
ว่าเรื่องจริง ตามที่เล่า ว่าเห็นมา
โยมมิขัด ศรัทธา โมทนาตาม

     อ่านกลอนท่าน เหมือนจะจบ สงบนิ่ง
โยมยังกริ่ง บทยี่สิบสอง ต้องขอถาม
บทยี่สิบเอ็ด กล่าวไว้ ให้งดงาม
แต่บทตาม บาทสุดท้าย ต้องขยายที


     แต่สุดท้าย เจอวัดดี ที่เพิ่งได้
จึงพาไป รักษา หน้าสดสี
เริ่มยิ้มได้ ปราศรัยรู้ ดูเข้าที
พระท่านมี วิชายอด จึงปลอดภัย


     อย่าเพิ่งจบ ได้ไหม ไขปริศน์ก่อน
อุตส่าห์สอน เป็นกลอนดี วาทีใส
ต้องขยาย ให้ลึกซึ้ง จึงปลอดภัย
กลอนจะได้ มีคุณค่า น่าชื่นชม

     พระท่านนี้ มีวิชาใด ใยมิกล่าว
เป็นธรรมขาว หรือดำแท้ แก้ขื่นขม
ใช้ธรรมใด จึ่งขจัด สลัดตรม
จึ่งจะสม เป็นกลอนดี "กวีธรรม"

     โยมอาราธนา ท่านมหาฯ โปรดแต่งต่อ
อย่าย่อท้อ รออ่านตาม ความคมขำ
เป็นเรื่องดี ที่จักได้ เผยแผ่ธรรม
ขององค์สัมพุทธา อย่างสง่างาม

     ในช่วงนี้ ยูเอสเอ เป็นอย่างไร
หมู่คนไทย สบายดีไหม โยมเรียนถาม
การเผยแผ่ ธรรมรส หมดจดงาม
หรือเป็นตาม อัตภาพ ที่พึงมี




     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


     
หิ่งห้อยน้อย [DT05433] [ 22 มี.ค. 2551 เวลา 07:12 น. ] [ 1 ]




     ขอยกเรื่อง ท่านมหาฯ ที่มาเล่า
จากที่กล่าว “ผิดศีล ข้อที่สาม”
สู่กวีธรรม “หนึ่ง แปด สาม เจ็ด” เชิญติดตาม
จะนำกรรม ที่ผิดกาม มาอ้างอิง

     อ่านเรื่องเล่า ผิดสีลา พาเกิดทุกข์
ทำลายสุข ทั้งครอบครัว น่ากลัวยิ่ง
เปลี่ยนไปอ่าน เรื่องผิดศีล ที่เป็นจริง
ที่อ้างอิง กล่าวไว้ใน ไตรปิฎกา

     แม้นทำผิด สีลาไซร้ ไปนรก
ทำสกปรก เฉพาะตน คนมิจฉา
เกี่ยวข้องชั่ว มืดมัว ตัวอัปรา
ไม่ปรารถนา ก็ต้องรับ ดุจจับจอง

     ไม่มีชน ต้องมนต์ดำ ทำไสยศาสตร์
เมื่ออ่านแล้วไม่ประหลาด เรื่องโดนของ
ใครทำดี หรือมั่วอบาย ดุจหมายจอง
เป็นเจ้าของ ที่พัก ในสัมปราย์



http://www.dhammathai.org/kaveedhamma/view.php?No=1837


     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ

     
หิ่งห้อยน้อย [DT05433] [ 23 มี.ค. 2551 เวลา 08:51 น. ] [ 2 ]




เวทย์มนต์สร้างกรรมไม่ได้

อ่านบทกลอน สอนเตือนใจ ได้ข้อคิด
คนทำผิด ศีลธรรม นำขื่นขม
ท่านมหา เล่าเรื่องมา น่าชื่นชม
มีบางปม เท่านั้นเอง กริ่งเกรงใจ

เรื่องเวทย์มนต์ ที่กล่าวนั้น ฉันกังขา
มิอยากให้ ใครศรัทธา พาเลื่อมไส
ความประพฤติ เกิดจากจิต คิดพาไป
ใช่ผีสาง มนต์ดำไหน ให้ดาลดล

เพราะว่าจิต ไม่ลดละ อกุสลา
เห็นกามา ไล่คว้าแย่ง ทุกแห่งหน
จึงเป็นเหตุ ให้จิตนั้น พลันรุกรน
นำสู่ผล ความเศร้าหมอง ครองจิตรา

นำพาทุกข์ ให้ครอบครัว มั่วคนอื่น
เหมือนสุมฟืน ค่อยๆตาม ลามช้าๆ
ในที่สุด ครอบครัวแยก แตกตามมา
วิบากกรรม ย่อมตามล่า พาสู่ตรม

ดีใจด้วย ที่สุดท้าย กลายเป็นสุข
สิ้นหายทุกข์ ผ่อนคลาย หายขื่นขม
และหวังว่า เขาทั้งสอง ครองรื่นรมย์
คงไม่ล่ม เหมือนก่อนเก่า ที่เล่ามา...เฟื่องฟ้า

สวัสดีท่านมหา สวัสดีแม่หิ่งห้อยน้อย ถึงอย่างไรก็...



เฟื่องฟ้า [DT02096] [ 23 มี.ค. 2551 เวลา 10:43 น. ] [ 3 ]

โยมหิ่งห้อย คอยแนม มาแจมด้วย
บอกให้ช่วย แต่งกลอน ย้อนอีกหน
เพราะอยากรู้ วิธีดับ ซับเวทย์มนต์
อ่านเสียจน ใจอ่อน จึงย้อนมา

ใจจริงนั้น ไม่อยากเน้น ไสยศาสตร์
จึงไม่อาจ บอกวิธี ที่รักษา
เพียงอยากสอน เป็นคติ ผิดศีลา
กรรมทันตา บีฑาไล่ ทำให้ตรม

ด้วยศีลขาด พินาศยับ ทับดวงจิต
กรรมประชิต โถมถลา ให้สาสม
เมียทนทุกข์ ลูกงอแง แกระทม
ชีพระบม แทบมลาย ให้คิดดู

อยากจะสื่อ ถึงโทษทัณฑ์ นั้นมากกว่า
แต่ทว่า มีบางท่าน นั้นอยากรู้
โยมหิ่งห้อย ถึงถามเผื่อ เพื่อเป็นครู
งานนี้พลู ของคุณยาย คงขายดี

พระท่านด้น มนต์วิเศษ เสกใบพลู
พร้อมกับถู ตามร่างกาย ให้พ่ายหนี
สิ่งชั่วร้าย มลาย คลายฤทธี
พร้อมทั้งมี น้ำมนต์อาบ ขนาบตาม

ประมาณนี้ ที่รักษา น่าสนเท่ห์
จากที่เภท์ ก็กลับดี มีสุขศานติ์
ได้รักษา อย่างตั้งใจ ไม่ช้านาน
อันตรธาน วิญญาณร้าย ได้เอวัง

ในระหว่าง ที่รักษา มนตราพลู
ก็ให้รู้ โทษผิดศีล สิ้นทุกอย่าง
พร้อมให้เลิก บ้านน้อย ที่คอยนาง
จูนเข้าทาง ศีลธรรม ทำแต่บุญ

จนบัดนี้ ดีแล้ว แววนักปราชญ์
เข้าสมาธิ์ บุญแผ่ แห่อุดหนุน
มีเมียเดียว ไม่เลี้ยวเหลอ เจอแต่บุญ
คอยอุดหนุน กิจสงฆ์ ดำรงคุณ

.......................................
ที่เฟื่องฟ้า เสนอมา ก็น่าคิด
เมื่อดวงจิต ที่ฟุ้งซ๋าน นั้นว้าวุ่น
การผิดศีล เป็นหน่อ ก่อวิจุน
เลยเป็นทุน ให้บ้า ก็น่าคิด

แต่อย่างไร ที่แน่แน่ แกผิดศีล
ทุกข์เกาะกิน พาใจ ให้วิปริต
เป็นไปได้ หลายเลสหลอก ที่ออกริษ
จึงก่อเกิด วิกฤติ ชีวิตพัง

ถึงไม่มี คุณไสยฯ มาให้ข้อง
ก็จะหมอง-ไหม้ตรม ไม่สมหวัง
จะร้อนรุ่ม วุ่นวาย สุดท้ายพัง
ขอเอวัง กลอนนานเกิน เจริญพร
.........









พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร ส่งเมล์ถึง พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร (72.190.98.*) [ 23 มี.ค. 2551 เวลา 14:43 น. ] [ 4 ]



ให้ทำดี

นานๆครั้ง หลายๆปี มีสักหน
เรื่องเวทย์มนต์ ที่พาไป ให้หมองศรี
แต่ก็แฝง ธรรมะไว้ ให้ทำดี
ขอบคุณที่ แม้อยู่ไกล แต่ใกล้ธรรม

บทสรุป คือต้องการ ผ่านให้เห็น
ทุกข์ลำเค็ญ ย่อมเกิดดับ สลับย่ำ
ใครทำดี ย่อมดีเด่น เป็นผลกรรม
ท่านมหาฯ มาตอกย้ำ ให้ทำดี..เฟื่องฟ้า


สาธุ
เฟื่องฟ้า [DT02096] [ 23 มี.ค. 2551 เวลา 15:36 น. ] [ 5 ]



อยากจะสื่อ ถึงโทษทัณฑ์ นั้นมากกว่า
แต่ทว่า มีบางท่าน นั้นอยากรู้
โยมหิ่งห้อย ถึงถามเผื่อ เพื่อเป็นครู
งานนี้พลู ของคุณยาย คงขายดี

พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร (72.190.98.*) [ 23 มี.ค. 2551 เวลา 14:43 น. ] [ 4 ]


     น่าเสียดาย ที่โยมตาม ตีความผิด
โยมมิคิด ว่าจะกลาย ขยายวิถี
ไม่ได้คิด ว่าลงเอย ด้วยมนต์ดี
จึ่งเซ้าซี้ ให้แต่งต่อ เพื่อล้อธรรม์

     แต่กลายเป็น มนตรา ไสยศาสตร์
จึ่งประหลาด เพราะคือพระ มาเล่าสรรค์
ถ้าเป็นโยม ฆราวาส มิว่ากัน
เฟื่องฟ้านั้น สรุปพลัน ช่วยไว้ดี

     ทั้งคาถา น้ำมนต์ และมนตรา
นี่ศาสนา ของชาวพุทธ ถูกหรือนี่
หิ่งห้อยน้อย คาดการณ์ไป ในสิ่งดี
จึ่งได้ชี้ ชวนช่อง เข้าร่องธรรม

     คาดผิดไป คิดว่าใช้ พระธรรมแก้ว
ที่เพริศแพร้ว สูงค่า พาสู่สัมม์
จึงเปิดช่อง ชี้ให้ลง ตรงช่องธรรม
กลายเป็นย้ำ ใช้เวทย์มนต์ สับสนจริง


     กราบนมัสการลา เจ้าค่ะ


     
หิ่งห้อยน้อย [DT05433] [ 23 มี.ค. 2551 เวลา 23:24 น. ] [ 6 ]

บทสรุป/สุดท้าย
................

พระเสกพลู ด้วยบทใด นั้นไม่รู้
ปากมัมมู หมิบหมุบ สุดกังขา
อาจเป็นมนต์ ของบรม องค์พุทธา
พร้อมเมตตา ธรรมรส จึงปลดปลง

เรื่องการสวด มนต์นี้ มีหลายแง่
สวดเพื่อแก้ ไสยะทำ ตามประสงค์
เมื่ออาการ ที่เป็น เว้นคนทรง
ไสยะลง พระคงช่วย ด้วยเมตตา

เมื่อโยมแย่ พระก็ช่วย ด้วยหน้าที่
บางคนมี เคราะห์เข็ญ เป็นเบื้องหน้า
ดับคุณไสย ไล่ผีสาง บางเวลา
ธรรมโอชา ก็ให้ ทำหลายทาง

หากคนมี ธรรมแล้ว แก้วรัตนะ
เป็นตบะ คุ้มครอง ไม่หมองหมาง
แต่มีคน พลาดผิด คิดหลงทาง
ไปนอกข้าง คู,หนอง จึงหมองมัว

เมื่อชีวิต พลาดพลั้ง อย่างที่เล่า
ก็ได้เอา ธรรมโอสถ มารดหัว
ให้พระเสก สวดไล่ ของในตัว
สิ่งที่ชั่ว ก็กลับดี มีสุขใจ

ที่ได้นำ เรื่องนี้มา เจตนาแน่
หวังเพียงแค่ สอนธรรม นำแก้ไข
อย่าไปหลง วัตถุกาม ทำตามใจ
กรอบวินัย ศีลห้า รักษาเอย
....................

พระมหาทองสมุทร ส่งเมล์ถึง พระมหาทองสมุทร (72.190.98.*) [ 24 มี.ค. 2551 เวลา 10:44 น. ] [ 7 ]

เจริญพร ขอบคุณ โยมหิ่งห้อย
ที่ได้คอย อ่านกลอน มาย้อนถาม
ช่วยล่อธรรม หลายประเด็น ให้เด่นงาม
ครบทุกความ หลายมุม ชุ่มชื่นจริง

ทั้งเฟื้องฟ้า ก็มาด้วย ช่วยสะกิด
ให้แนวคิด หลายหมุด สุดจะหนิง
ขอขอบคุณ ผู้อ่าน กันจริงจริง
ถึงจะนิ่ง เหมือนไม่ดู รู้ว่ามา

ส่วนพระเอง อยู่ไกล จากไทยเขต
ณ ประเทศ เมืองฝรั่ง อย่ากังขา
พระบ้านนอก ไปแคว้น แดนอเมริกา
จรลา ประกาศล้ำ ธรรมพระองค์

เป็นธรรมทูต บุตรมุนิ ชิโนรส
ประกาศพจน์ วิมุติ์ พุทธประสงค์
จรถะ ภิกขะเวจน์ เทศน์พระองค์
พระจำนงค์ ส่งพระ พระกาศธรรม

ภิกขะเว ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย
จะระถะ จงเที่ยวไป ให้เลิศล้ำ
จงประกาศ ตามครรลอง ของพระธรรม
เพื่อน้อมนำ ธรรมรส ปรากฏไกล

ภาระกิจ หน้าที่ นี้ใหญ่หลวง
ต้องทิ้งช่วง นมนาน กาลสมัย
ต้องจำพราก ญาติโยม บ่มจิตใจ
จากเมืองไทย ภูมิเขต ประเทศเรา

ได้สอนธรรม แก่คนไทย ที่ไกลบ้าน
อยู่กันนาน หลายรัฐ เป็นหลักเสา
เป็นหลักศีล หลักทาน งานหนักเบา
ทั้งไทยลาว หลายหลาก ล้วนมากมี

เป็นที่พึ่ง ทางใจ ให้ทางออก
คอยพร่ำบอก ศีลธรรม นำวิถี
แก่ลาวไทย ไร้สุข ทุกข์ทวี
เพิ่มพูนศรี ทวีผล คนสุขใจ

ขอเวลา จากไทย ไกลประเทศ
จะนำเพชร พระธรรม ล้ำสมัย
ให้ชาวโลก รู้ธรรม นำเกริกไกร
ถือธงชัย พุทธศาสน์ ประกาศธรรม
...................




พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร ส่งเมล์ถึง พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร (72.190.98.*) [ 24 มี.ค. 2551 เวลา 12:10 น. ] [ 8 ]



     ขอเวลา จากไทย ไกลประเทศ
จะนำเพชร พระธรรม ล้ำสมัย
ให้ชาวโลก รู้ธรรม นำเกริกไกร
ถือธงชัย พุทธศาสน์ ประกาศธรรม... พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร

     ได้ฟังความ จากพระธรรมฑูตา
แสดงมา โยมเห็นทาง สว่างล้ำ
ขอโมทนา หน้าที่ท่าน ได้นำธรรม
ที่อยู่ใน ทางสัมม์ แห่งสัมมา

     ปัจจุบัน ผู้คน ล้วนทุกข์หนัก
ถูกบ่มฟัก ด้วยกิเลส เหตุตัณหา
แม้ท่านนำ มธุรส ของธัมมา
ขององค์พระ ศาสดา ขอสาธุการ

     เพราะหนทาง ดับทุกข์ เกิดสุขแน่
พระพุทธองค์ ทรงแก้ เห็นสุขศานต์
คือ "อริยมรรคา" พาพ้นพาล
ขจัดมาร ด้วยมัคค พระพุทธองค์

     แม้เขาเดิน ทางผิด จิตมิชอบ
แม้จิตกอร์ป อกุสลา พาลุ่มหลง
ชี้ให้เดิน ทางตาม พระพุทธองค์
คำสอนตรง คงอยู่ คู่พระไตร(ปิฎก)

     เพื่อได้ธรรมโอสถ ขนานแท้
นำไปแก้ ทุกขา พาสิ้นใส
โปรดระวัง ยาพิษร้าย ปะปนไป
อย่าได้นำ ธรรมนอกพระไตรฯ ให้ญาติโยม



     เจริญในธรรมเจ้าค่ะ


     
หิ่งห้อยน้อย [DT05433] [ 24 มี.ค. 2551 เวลา 13:05 น. ] [ 9 ]





คนไกล ใกล้ธรรมะ


ถือเป็นบุญ คนไทย ที่ไกลถิ่น
ที่มุ่งไป หากิน ดินแดนอื่น
อีกไม่ช้า คงได้หวน ทวนกลับคืน
มาพลิกฟื้น บ้านเก่า เคยเนานอน

ที่เป็นบุญ เพราะมีสงฆ์ มั่นคงจิต
ยอมอุทิศ ตั้งใจ ให้คำสอน
ตามพระองค์ ไม่แหนงหน่าย ไม่ส่ายคลอน
เพื่อช่วยดับ ความร้อน ให้ผ่อนคลาย

อยู่แสนไกล แต่กลับใกล้ ในธรรมะ
มีเสขะ แนบชิด มิตรทั้งหลาย
ถือเป็นโชค แท้จริง ทั้งหญิงชาย
เป็นบุญหลาย มากแท้ ไม่แพ้กัน

ขอสาธุ ท่านมหา ข้าฯยกย่อง
ที่ห่วงใย พวกพ้อง พี่น้องฉัน
มอบธรรมะ และความสุข ให้ทุกวัน
ต่างกับฉัน ที่อยู่ใกล้ เหมือนไกลจัง...เฟื่องฟ้า
เฟื่องฟ้า [DT02096] [ 24 มี.ค. 2551 เวลา 14:53 น. ] [ 10 ]

ขอเอวัง กลอนพาที ที่ได้กล่าว
เป็นเรื่องราว สอนธรรม นำเกิดผล
แก่ญาติโยม ชาวไทย ให้ทุกคน
เป็นกลอนด้น อุทาหรร์ เพื่อสอนใจ

ยังเกรงกริ่ง สิ่งที่สอน ขอวอนว่า
ที่จำต้อง นำไสยา มาแต่งไว้
เพราะเกิดโทษ การผิดศีล และวินัย
เกี่ยวข้องไสย์ จึงได้พรำ นำมาคุย

อย่าไปผิด ศีลข้อสาม ลุกลามแท้
เพราะมันแย่ ไม่งาม จะฉามฉุย
เห็นลูกเมีย คนข้างบ้าน ห้ามไปลุย
เพียงขุดคุ้ย มาวอน เพื่อสอนธรรม

เป็นการสอน ความทุกข์ บุคลาธิษฐาน
ที่เป็นงาน พุทธประสงค์ องค์รพระสัมม์
ชี้ถึงเหตุ เลศหลอก และบอกกรรม
เป็นลำนำ กลอนศาสตร์ วิลาศคุณ

ขอขอบคุณ ทุกท่าน ที่อ่านจบ
ได้เคารพ เผื่อแผ่ แลอุดหนุน
พร้อมข้อคิด สะกิดนำ ได้ทำบุญ
เป็นเหมือนทุน สุดล้ำ กำลังใจ

ขอขอบคุณ ธรรมไทย ให้ลานเล่น
เป็นเหมือนเช่น โต๊ะกวี ที่มอบให้
เป็นศูนย์รวม ยอดกวี ที่เกริกไกร
ธรรมสดใส กลอนสดสวย ช่วยอาทร

เห็นระบบ เกื้อกูล วิบูลย์ผล
มีหลายคน เมตตา อุทาหรณ์
มาพูดคุย แลกธรรม ล้ำขจร
มีให้พร วันเกิด ฤกษ์ยามดี

ได้สัมผัส นักธรรมะ วาทะแกร่ง
ที่มาแรง แต่งกลอน ได้ขมีฯ
โยมหิ่งห้อย เฟื่องฟ้า เข้าท่าดี
และก็มี หลายท่าน นั้นขอชม

เป็นบ่อเกิด ยอดกวี ที่สุดยอด
นับเป็นบอร์ด ส่งเสริม เฉลิมผล
ประทับใจ ทุกแห่งหัว ทั่วสกล
เพราะมีคน บอกต่อ จึงขอมา

มาที่นี่ ไม่ผิดหวัง ดั่งใจคิด
ได้เห็นจิต สดใส วิไลหลา
มีโยมญาติ ปราชญ์ชน กัลยาณ์
น้อมธรรมมา เรียงรส บทกวี

ได้ทั้งศิลป์ ได้ทั้งศาสตร์ องอาจแท้
ช่วยกันแผ่ ธรรมงาม อร่ามศรี
ทั้งสืบสาน งานกลอน สอนพาที
เป็นศํกดิ์ศรี หลานสุนทรฯ อมรชน

มีกลิ่นกลอน กลิ่นธรรม นำมากล่าว
เป็นเรื่องราว เป็นเกร็ดธรรม นำเกิดผล
เพื่อจรรโลง กลอน/ธรรม ล้ำสกล
อนุชน รุ่นหลัง ที่ยังรอ

อวสาน บทกลอน ท่อนสุดท้าย
ขออวยชัย ให้ทุกท่าน นั้นสุขหนอ
จงเดินเนิน ชีวิต เศรษฐกิจพอ
ตามรอยพ่อ ที่ทรงห่วง ปวงชนไทย

ขอพระธรรม ค้ำจุน จงหนุนส่อง
ให้เรืองรอง พิสุทธิ์ ผุดผ่องใส
รักษษศิล เป็นเกราะ เพาะบ่มใจ
จงก้าวไป อย่างสุขสันต์ นิรันดร์เทอญ
......................

คราวหน้าจะนำกลอนฝากใหม่

เจริญพร

















พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร ส่งเมล์ถึง พระมหาทองสมุทร ธมฺมาทโร (72.190.98.*) [ 24 มี.ค. 2551 เวลา 22:47 น. ] [ 11 ]




     ท่านเอวัง ฟังวังเวง ดุจเพลงจบ
ยังไม่พลบ ใยเอวัง ดั่งพลั้งเผลอ
ท่านจากไป นานเท่าไร จึงจะเจอ
คงชะเง้อ คอยธัมมา มาสู่กวีฯ

     หน้าที่เรา โยมและท่าน มิต่างกัน
เผยแผ่ธรรม์ องค์ศาสดา สง่าศรี
ในรูปแบบ เทศนา อักษรากวี
ร้อยวจี ด้วยธัมมา พาสู่ธรรม

     ขอเพียงให้ ธรรมสถิต จิตเพื่อนมนุษย์
ผ่องพิสุทธิ์ ประดุจแก้ว แพร้วเลิศล้ำ
ด้วยละชั่ว กระทำดี มีศีลธรรม
เดินทางสัมม์ อริยะ แห่งมรรคา

     ขอน้อมรับ พรชัย พระไตรรัตน์
เพื่อขจัด ไฟกิเลส เหตุตัณหา
เพี่อการ "ละ" สละสิ้น ถิ่นวัฏฏา
เพื่อจะดับ สังสารา พารามาร


     กราบนมัสการเจ้าค่ะ


     
หิ่งห้อยน้อย [DT05433] [ 25 มี.ค. 2551 เวลา 01:42 น. ] [ 12 ]


Warning: fopen(./data/1836.dat) [function.fopen]: failed to open stream: Permission denied in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 185

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 186

Warning: fputs(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 187

Warning: flock() expects parameter 1 to be resource, boolean given in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 188

Warning: fclose(): supplied argument is not a valid stream resource in /home/dhammathai/domains/dhammathai.org/public_html/kaveedhamma/view.php on line 189
 แสดงความคิดเห็น - เขียนบทกวี
จำนวนคนอ่าน 632 คน 

* กฎ กติกาการแสดงความคิดเห็น *
+ โปรดงดเว้น การแสดงหลักธรรมที่ขัดต่อหลักพระไตรปิฎก +
+ โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบัน หรือบุคคลอันเป็นที่เคารพ +
ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น / เขียนต่อ
ข้อความ * :
อ้างอิง :
   พระไตรปิฎก   พจนานุกรมพุทธศาสตร์     พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน
รูปแบ็กกราวด์ :


ไอคอนพื้นฐาน :
 แทรกลิงค์ URLแทรกรูปย่อหน้าตัวหนาตัวเอียงเส้นใต้สีแดงสีเขียวสีน้ำเงินสีส้มสีชมพูสีเทา
โดย * :
E-mail :
ส่งไฟล์ภาพ : (สมาชิกเว็บฯ สามารถ upload ภาพได้ครับ)
สมาชิก : ล๊อกอินสมาชิก
 
  [ สมาชิกเว็บฯ สามารถเขียนบทกวีธรรมะต่อได้ - ขอบคุณมากครับ ]

กลับหน้าหลักกวีธรรมะ
ปิดหน้าต่างนี้
ธรรมะไทย - dhammathai.org