เคยหลอกลวงคนอื่น....แต่ก็ขอโทษ...และสำนึกในผิดนั้นแล้ว...แล้วจะแก้บาปที่เกิดนั้นได้มั้ยค่ะ

สวัสดีค่ะ...ดิฉันมีเรื่องที่อยากจะรบกวนให้ช่วยตอบดิฉันที...เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเพราะตัวดิฉันไปหลอกลวงผู้หญิงคนหนึ่งด้วยการปลอมเป็นคนอื่นและพูดคุยกับเขาเป็นเวลานาน...แต่ผู้หญิงคนนี้เป็นแฟนเพื่อนของดิฉัน...ซึ่งเพื่อนของดิฉันก็ไม่ทราบว่าดิฉันทำเช่นนี้...แต่ดิฉันทำลงไปไม่ได้มีเจตนาไม่ดีด้วย...และก็ไม่เคยพูดจาหยาบคายใดใดให้ผู้หญิงคนนี้ต้องรู้สึกไม่ดี...แต่อีกไม่นานเพื่อนของดิฉันก็ทราบเรื่องและก็โกรธดิฉันที่ไปทำแบบนี้กับแฟนเขา...ซึ่งดิฉันก็รู้สึกเสียใจ..แต่ทุกอย่างได้ทำลงไปแล้ว..กลับไปแก้ไขไม่ได้แล้ว...ดิฉันได้ใช้เวลาคิดทบทวนอยู่ประมาณ 2 เดือนซึ่งมันอาจจะช้ามากไป...แต่สุดท้ายดิฉันก็ไปสารภาพผิดกับเพื่อนของดิฉันที่ทำให้เขาเสียใจ...ซึ่งดิฉันเองก็มีความปรารถนาที่จะขอโทษผู้หญิงคนนั้นเช่นกัน...แต่เราไม่เคยรู้จักหรือคุยกันเลยในลักษณะที่เป็นตัวดิฉันเอง..และอีกอย่างเพื่อนของดิฉันก็ห้ามไม่ให้ดิฉันไปยุ่งเกี่ยวกับเขาอีก...ดิฉันก็เลยไม่เคยได้ไปขอโทษผู้หญิงคนนั้นด้วยตนเอง...แต่ก็รู้สึกผิดและสำนึกผิดตั้งแต่เกิดเรื่องจนถึงวันนี้...แต่กลายเป็นว่าผู้หญิงคนนั้นเข้าใจว่าดิฉันไม่มีความรู้สึกที่จะรับผิดชอบในความผิดนั้นเลย...เขาก็พยายามส่งข้อความต่าง ๆผ่านสื่อมาเพื่อต่อว่าดิฉันรวมถึงกล่าวเรื่องของดิฉันบอกผ่านสื่อเพื่อประจานความผิดของดิฉันให้คนอื่นได้รับรู้...แต่ดิฉันไม่เคยได้ตอบโต้สิ่งใดกับไปเพราะรู้ว่าตนเองผิด...และอีกอย่างก็คือได้สัญญากับเพื่อนไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งกับเขาเพื่อให้เขาไม่สบายใจอีก...ดิฉันก็ได้แต่สวดมนตร์แผ่เมตตาและก็ขอบุญกุศลที่ตนได้เคยทำมาช่วยให้แก้บาปนี้ได้บ้าง...แล้วจริง ๆ ดิฉันยังคงมีบาปนี้อยู่มากรึป่าวค่ะ...แล้วดิฉันควรจะทำอย่างไรดีค่ะ



DT010602

jib_sc60



การหลอกลวง การกระทำผิดศีล ด้วยเจตนาให้เกิดการสำคัญผิด เบี่ยงเบนไปจากความจริงแท้ จากธรรมชาติ กับสัตว์ กับบุคคล คงไม่เป็นกุศลกรรมแน่ ๆ

และที่ว่า "แต่ดิฉันทำลงไปไม่ได้มีเจตนาไม่ดีด้วย.." ดูไม่เป็นตรรกะกับเหตุการนัก เพราะขัดกับเหตุผลที่ว่า "เมื่อไม่มีเจตนาไม่ดี จะเกิดพฤติกรรมหลอกลวงเพื่อประสงค์ผลอย่างใด" การแสดงพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดความรู้สึก ความเข้าใจของผู้อื่นที่ผิดไปจากความจริง ทำให้ผู้อื่นแสดงออกต่อความสำคัญ(ที่ผิดนั้น) ด้วยหลงเชื่อว่า เป็นความจริง พฤติกรรมที่ผู้อื่นแสดงออกนั้น เป็นความผิดปกติที่ หากทราบความจริง และสำคัญถูกต้อง เขาจะไม่รู้สึกเสียหาย(ในข้อเท็จจริง) แต่หากทราบชัดว่า ไม่เป็นจริง ผู้นั้นอาจจะไม่แสดงพฤติกรรมสนองต่อพฤติกรรมที่หลอกเช่นนั้น

นี่คือความ(รู้สึก)เสียหายของผู้ที่ถูกหลอกลวง ดังนั้น พฤติกรรมของคุณคงจะมีการก่อบาปอยู่แน่ ๆ

"..แล้วดิฉันควรจะทำอย่างไรดีค่ะ"

จากความคิดเห็นของผม(ที่ไม่ใช่พหูสูตร) ขอเสนอแนวทางให้ลองพิจารณาดูนะครับ
๑. สร้างกุศลเพิ่มขึ้นเยอะ ๆ แล้วอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทุกคน
๒. ปรับตนเองมาใช้หลักธรรมที่ดี มายึดถือปฏิบ้ติธรรมอย่างเคร่งครัด เช่น สังคหวัตถุ๔ พรหมวิหาร๔ สร้างตนเป็นกัลยาณมิตร กับทุกคน ใช้สติ ผึกสมาธิ (ให้เกิดปัญญา) มีหิริโอตัปปะ รู้จักให้อภัย รู้จักสละ แบ่งปันให้ผู้อื่น (รักษาศีล)

ค่อย ๆ ปฏิบัติกุศลกรรมให้เจริญยิ่ง ๆ ขึ้น เมื่อคุณสามารถสร้างกุศลกรรมให้มากขึ้น ๆ บาปหรืออกุศลกรรมที่คุณเคยก่อไว้ ก็จะมีโอกาสจางลง ๆ แม้ไม่หมดไป แต่ถ้าหากบาปนั้นส่งให้คุณต้องรับผล ก็อาจจะเป็นผลที่คุณรับได้อย่างไมทุกข์มากมายนัก..

นี่เป็นข้อเสนอแนะ อันเป็นความเชื่อ ความคิดเห็นส่วนตน ว่าน่าจะเป็นแนวทางที่คนทั่วไปสามารถนำไปปฏิบัติได้ คุณผู้ใช้นาม jib_sc60 คงต้องนำไปคิดพิจารณาอย่างแยบคายเสียก่อน(โยนิโสมนสิการ) หากทำได้ ก็ขออนุโมทนา ขอให้พ้นทุกข์ครับ




ความคิดเห็นที่ 1  / ถิด / 3 มี.ค. 2554 เวลา 12:01 น. 

 เปิดอ่านหน้านี้  4317 

 แสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย