กลอนธรรมะอ่านง่าย ๆ เรื่อง ลีลาวดี ตอนที่ 2
 pradin   23 มิ.ย. 2556

• ทุกทุกวัน เรวตะ เดินกลับบ้าน
มีอาหาร คาวหวาน วางรอให้
เป็นอย่างนี้ หลายวัน ที่ผ่านไป
สุดสงสัย ใครหนอ ช่างใจดี
• มีจดหมาย แนบมาด้วย ช่วยให้คิด
ไร้ยาพิษ ในอาหาร คาวหวานหนา
อย่ากังวล เชิญสำราญ ในข้าวปลา
ค่ำนี้หนา จะได้รู้ ผู้หวังดี
• ให้ไปรอ ที่สระบัว สวนหลังบ้าน
รอไม่นาน จะได้พบ กับฉันแน่
ผู้หวังดี คอยเป็นห่วง คอยดูแล
ไม่รังแก เธอแน่ ฉันรับรอง
• เมื่อยามค่ำ เรวตะ ไปสระน้ำ
เห็นความงาม แสงส่อง ของจันทร์ฉาย
สะท้อนพลิ้ว ริ้วน้ำ อวดลวดลาย
สักพักหาย เพราะมีเมฆ มาบดบัง
• เวลานั้น มีเงาหนึ่ง ยืนตะคุ่ม
ยืนแอบซุ่ม หลังแมกไม้ ไม่ให้เห็น
ค่อย ค่อยเดิน มาข้างหลัง อย่างใจเย็น
เรวตะเห็น ก็ตกใจใน ความจริง
• เป็นเธอเอง ลีลาวดี ลูกเศรษฐี
เธอคนนี้ ลูกสุดท้อง ของนายเขา
หายตะลึง จึงเปล่งเสียง ออกเบาเบา
ตัวสั่นเทา เพราะกลัวโทษ โหดอาญา
• คนละชั้น วรรณะ ที่แบ่งแยก
เป็นเรื่องแปลก ถ้าจะคบ กันเป็นเพื่อน
ประสบการณ์ ที่พบมา มันย้ำเตือน
ไม่ลืมเลือน ถูกกดขี่ ทางสังคม
• ลีลาวดี เอ่ยบอก ออกไปว่า
ตัวของข้า ไม่เคยคิด ดูถูกเขา
ไม่เคยคิด เอาฐานะ มาข่มเอา
เพราะตัวเรา ทุกคน นั้นเหมือนกัน
• มีหัวใจ มีเลือดเนื้อ มีชีวิต
มีความคิด ความรู้สึก เหมือนกันหนอ
ที่แตกต่าง คือนิสัย ใจคอ
อย่ายกยอ ในวรรณะ ของฉันเลย
• ฉันเห็นใจ ที่เธอ ถูกกดขี่
เขาย่ำยี ใช้งานหนัก อย่างหักโหม
เห็นเธอเหนื่อย นอนเมื่อย เจ็บระทม
นอนระบม ด้วยพิษไข้ ไปหลายวัน
• จึงส่งข้าว ส่งอาหาร มาวางให้
สาวรับใช้ แอบวางไว้ ข้างในบ้าน
เธอจงกิน เสียเถิด ให้สำราญ
จงเบิกบาน ในอาหาร และข้าวปลา
• เรวตะ ก็ตะลึง ใจพรึงเพริด
จิตบังเกิด ความยินดี ที่ได้เห็น
คนไม่ยึด วรรณะ เป็นประเด็น
เพิ่งได้เห็น เป็นครั้งแรก ก็แปลกใจ
• ชวนเธอนั่ง คุยกัน ฉันเพื่อนผอง
ชวนให้มอง ธรรมชาติ ของป่าเขา
นั่งคุยกัน หลายเรื่อง เสียงเบา เบา
นั่งมองเงา ของจันทรา ในวารี
• ตั้งแต่นั้น เป็นต้นมา เวลาเก่า
มีสองเงา ริมสระน้ำ ช่างสุขสันต์
ได้พบกัน คุยกัน ทุกทุกวัน
ความสัมพันธ์ ก็เพิ่ม เติมเข้ามา
• ความรู้สึก ที่เรวตะ ไม่รู้จัก
คือความรัก ความเสน่หา ในหญิงสาว
ในวันนี้ ตัดสินใจ บอกเรื่องราว
แก่หญิงสาว ในความรัก ที่ตนมี
• ลีลาวดี ก็มีใจ ให้ชายหนุ่ม
ความรักรุม สุมอก ไม่ตกหาย
แค่เห็นหน้า คนรัก ใจละลาย
ก็เหนียมอาย เมื่อชายหนุ่ม บอกรักตน
• ยามกลางวัน ตกลงกัน ให้หันหลัง
ให้ระวัง ไม่พูดคุย ให้ใครเห็น
กลัวเขารู้ เอาไปลือ เป็นประเด็น
ตกตอนเย็น แล้วค่อยมา ค่อยหากัน
• แต่ความสุข ของความรัก มักแสนสั้น
ความสุขนั้น มันแค่ฉาบ ความทุกข์เศร้า
ใครเคยมี ความรัก คิดดูเอา
อย่าดูเบา ความทุกข์ซ่อน ย้อนรังแก
• พระพุทธองค์ ทรงแสดง แจ้งให้รู้
คนมีคู่ ถึงเวลา ต้องจากหาย
พลัดพรากกัน ใจจะขาด ใจจะวาย
บ้างจากตาย บ้างจากเป็น เห็นประจำ
• ความรักของ เรวตะ ก็ไม่เว้น
ถึงยามเย็น ไม่เห็นหน้า ก็สงสัย
นึกเป็นห่วง กลัวคนรัก เป็นอะไร
นึกคิดไป ต่างต่าง อย่างกังวล
• ผ่านไปสาม วันแล้ว ไม่เห็นหน้า
ถึงเวลา ก็ไม่มา ให้ได้เห็น

ในวันนี้ จะต้องรู้ เลิกใจเย็น
ซ่อนกายเร้น ตามพุ่มไม้ ไปหานาง
• พอใกล้ถึง ห้องของนาง ได้ยินเสียง
ได้ยินเพียง เสียงร้องไห้ ใจสั่นไหว
สุดเป็นห่วง กลัวเธอ เจ็บป่วยไป
หรือเป็นไข้ อยากเข้าใกล้ ไปดูแล
• ได้ยินเสียง ของแม่นาง ที่ก่นด่า
พร่ำพรรณนา ถึงวรรณะ ของพวกเขา
พูดดูถูก เรวตะ ไม่ดูเงา
ด่าลูกสาว ไม่รักดี ที่คบกัน
• เสียงไม้เรียว ที่ฟาดลง กระทบเนื้อ
เสียงสั่นเครือ ของคนรัก ที่ถูกเฆี่ยน
ถูกลงโทษ สั่งสอน ให้บทเรียน
เสียงไม้เฆี่ยน เรวตะ แทบขาดใจ
• เรวตะ หันหลัง กลับสู่บ้าน
ดำเนินการ เก็บข้าวของ ต้องไปแน่
ไม่อยากให้ คนรัก โดนรังแก
ถูกลอยแพ จากวรรณะ ของตระกูล
• เดินมุ่งหน้า สู่ป่า กลับไปบ้าน
ในแหลกลาญ ผิดหวัง เดินหงอยเหงา
หากได้พบ พ่อแม่ คงบรรเทา
ปลอบโยนเขา ให้ได้มี กำลังใจ
• อนิจจา มาถึงบ้าน ไม่เห็นแม่
เพราะที่แท้ แม่ของเขา ตายแล้วหนอ
พ่อของเขา ก็ย้ายบ้าน ไม่อยู่รอ
ไม่รู้พ่อ ย้ายไปไหน ใจมืดมน
• เรวตะ รีบเดินออก ตามหาพ่อ
อยู่ไหนหนอ พ่อจ๋า พ่ออยู่ไหน
เรวตะ เที่ยวร่อนเร่ พเนจรไป
ค่ำที่ไหน ก็นอนนั่น ไม่หวั่นกลัว
• มีชีวิต อดหลายมื้อ ได้กินมื้อ
มีเพียงมือ คุ้ยดิน กินรากไม้
เสื้อผ้าขาด ไม่เหลือดี ที่ห่มกาย
ไม่สบาย กายทรุดโทรม เพราะโหมเดิน
• เดินมาพบ ชายคนหนึ่ง เป็นโจรป่า
เวทนา หยิบข้าวปลา มาส่งให้
แล้วชักชวน ให้ติดตาม ตัวเขาไป
รังโจรใหญ่ ในหุบเขา ไร้คนดี
• หัวหน้าโจร รับเขาไว้ ฝึกอาวุธ
ฝีมือรุด ก้าวหน้า กว่าใครเขา
เป็นที่รัก ในหมู่โจร ไม่ใช่เบา
ยกย่องเขา ว่าฉลาด องอาจจริง
• เมืองตาหลิ่ว ก็ต้องหลิ่ว ตาตามเขา
คอยปล้นเขา ชิงเขามา ฆ่าเขาเสีย
ใครขัดขืน ก็ฆ่าทิ้ง ทั้งผัวเมีย
ชั่วโลมเลีย เข้าสู่ใจ กลายเป็นโจร
• ไว้หนวดเครา น่ากลัว น่าเกรงขาม
พวกเวรยาม ของพ่อค้า ต่างวิ่งหนี
ไร้คนเก่ง จะหาญสู้ ก็ไม่มี
ไปไหนที ต้องไปกัน หลายหลายคน
• ในวันหนึ่ง มีข่าวว่า พ่อค้าใหญ่
จากแดนไกล ขนของผ่าน ไปค้าขาย
มีเกวียนมา หลายร้อย ทยอยเรียงราย
เงินมากมาย เพราะสินค้า ราคาแพง
• แต่ก็มี คนมาก ฝีมือเด่น
เหล่านั้นเป็น ผู้คุ้มกัน คนขนของ
หัวหน้าโจร พาเรวตะ ไปซุ่มมอง
แล้วมาตรอง หาวิธี ไปจี้ชิง
• เรวตะ ออกอุบาย แก่หัวหน้า
เกวียนเดินช้า เพราะคนมาก ยากจะรุด
ปล้นกลางวัน คงจะยาก เป็นที่สุด
เพราะเขารุด ตั้งค่าย ตอนบ่ายแก่
• จะต้องแกล้ง ไปเตือน เหมือนจะปล้น
ให้เขาขน ของต่อไป เรื่อย เรื่อย
ไม่ให้ทัน ให้ตั้งค่าย ให้หายเหนื่อย
เขาจะเมื่อย เพลียกัน นั่นแหละดี
• แบ่งออกเป็น สองกลุ่ม ปล้นหัวท้าย
ระส่ำระสาย กันแน่แน่ แก้ไม่ไหว
มัวพะวง จนไม่รู้ จะช่วยใคร
สุดท้ายชัย จะได้มี ในหมู่โจร
• ในตอนเช้า ส่งกลุ่มโจร ไปแค่สิบ
สั่งให้รีบ ทำที จะเข้าปล้น
พวกพ่อค้า จะรีบ ป้องกันตน
ให้ทุกคน ถอยออกมา อย่าเข้าชิง
• ทำอย่างนี้ ทั้งวัน ไม่หยุดหย่อน
พ่อค้าอ่อน แรงไป ไม่แกล้วกล้า
ไม่ได้ทัน ตั้งค่ายพัก เลยเวลา
ตกค่ำมา หัวหน้าโจร สั่งปล้นชิง
• ฝ่ายพวกโจร ได้ทรัพย์สิน เป็นอันมาก
ไม่ลำบาก เพราะแผนดี ที่นัดหมาย
จับหัวหน้า พ่อค้า ได้หนึ่งราย
จะฆ่าตาย เพื่อสังเวย แม่กาลี
• ประเพณี ของพวกโจร มีดังนี้
หากว่ามี ชัยชนะ ปล้นมาได้
จะสังเวย ด้วยเลือดสด จากร่างกาย
สัตว์มากมาย คนมากมี ที่สังเวย
• เพราะรูปปั้น แม่กาลี ที่สยดสยอง
นั่งบนกอง หัวมนุษย์ แยกเขี้ยวขาว
ส่งกลิ่นเหม็น คละคลุ้ง เพราะเลือดคาว
มือและเท้า มีเล็บแหลม แสนน่ากลัว
• หัวหน้าโจร สั่งให้นำ ตัวพ่อค้า
รีบนำมา เชือดคอ ต่อหน้าเขา
ทำพิธี เสร็จ แล้ว จะได้เมา
ไปกินเหล้า สังสรรค์ กันร่าเริง
• เรวตะ เห็นพ่อค้า ก็ผงะ
สุมังคละ เศรษฐี นายของเขา
เนรคุณ ต่อท่าน เสียแล้วเรา
รีบนำเอา ความไปบอก หัวหน้าโจร
• ข้าจะขอ ไถ่ชีวิต ของพ่อค้า
อย่านำมา สังเวย ต่อเจ้าแม่
พ่อค้านี้ เคยชุบเลี้ยง เคยดูแล
ท่านดีแท้ มีพระคุณ ต่อข้าจริง
• ท่านจงเชือด คอข้า แทนนายข้า
ตัวหัวหน้า ได้ฟัง คำของเขา
เอ่ยยกย่อง เจ้ารู้คุณ ไม่ใช่เบา
อันตัวเรา จะยกให้ ทั้งสองคน
• แต่เจ้าต้อง ไปหาคน มาแทนที่
วันพรุ่งนี้ ก่อนพลบค่ำ ต้องให้ได้
ไม่อย่างนั้น เจ้าพ่อค้า จะต้องตาย
มีหนึ่งราย ต้องสังเวย แม่กาลี
• พอตอนเช้า เรวตะ ก็เร่งรุด
เดินไม่หยุด ไปยังทาง ทิศเบื้องหน้า
รอดักจับ ผู้คน เดินผ่านมา
บ่ายกว่ากว่า จึงเห็น มีหนึ่งคน
• เรวตะ มองดู สุดสงสัย
ผู้นี้ใคร เดินสงบ ไม่เคยเห็น
เดินสำรวม ค่อยค่อยก้าว อย่างใจเย็น
หรือจะเป็น นักบวช ศาสนาใด
• หัวก็โล้น โกนทำไม ไม่เข้าท่า
ดูเสื้อผ้า ก็ไม่ดี ที่มาสวม
มีแต่ผ้า คลุมร่าง อย่างสำรวม
ผ้าคลุมสวม สีเปลือกไม้ ไม่น่ามอง
• เรวตะ กระโดดออก ไปขวางหน้า
มือเงื้อง่า ดาบคม ฟันลมเล่น
แต่คนนี้ กลับค่อยหยุด อย่างใจเย็น
กลับไม่เต้น ไม่วิ่งหนี อย่างที่เคย
• เรวตะ ถามเขาว่า ไม่กลัวหรือ
ดาบในมือ นี้คมมาก ยากจะหนี
อย่าดิ้นรน ขัดขืน ยอมดีดี
ในวันนี้ ข้าจะเอา เจ้าสังเวย
• คนผู้นั้น กลับบอกว่า ไม่กลัวหรอก
เชิญท่านบอก มาเถิด ข้าไม่หนี
ท่านอยากได้ สิ่งใด ที่เรามี
ตัวเรานี้ จะยกให้ ไม่เอาคืน
• เรวตะ สงสัยยิ่ง ยิงคำถาม
บ้านเรือนคาม ครอบครัวเจ้า ไม่ห่วงหรือ
หากเจ้าตาย ด้วยดาบข้า อยู่ในมือ
เมียเจ้าหรือ ลูกของเจ้า คงเศร้าใจ
• คนผู้นี้ ก็บอกว่า ข้าไร้บ้าน
ไร้การงาน ไร้ลูกเมีย ให้โหยหา
ท่านอยากได้ สิ่งใด จงบอกมา
หรือหากว่า เอาชีวิต เราก็เชิญ
• เรวตะ จึงรีบจับ ชายผู้นี้
เดินเร่งรี่ รีบกลับ ยังหุบเขา
ตะวันคล้อย ลงต่ำ สาดแสงเงา
รีบจ้ำอ้าว ไปให้ทัน การสังเวย
• เรวตะ กลับมาทัน ในตอนค่ำ
รีบเดินนำ ชายผู้นี้ ไปมอบให้
หัวหน้าโจร ออกมาดู ว่าเป็นใคร
ประหลาดใจ หัวเขาโล้น โกนเลี่ยนเตียน
• หัวหน้าโจร ร้องถาม ท่านเป็นใคร
เพราะเหตุใด โกนหัว ห่มผ้าหมอง
แต่กิริยา กลับองอาจ ดูน่ามอง
ฐานะของ ท่านนี้ คืออะไร

โปรดติดตามฉบับหน้า




 เปิดอ่านหน้านี้  4695 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย