กลอนธรรมะอ่านง่าย ๆ เรื่อง นางวิสาขา ตอน 1
 pradin   10 มี.ค. 255

นางวิสาขา มหาอุบาสิกา ผู้ฉลาดในการทำบุญ
• ตามประวัติ พระอานนท์ ท่านกล่าวไว้
ความเป็นไป ของนาง วิสาขา
ผู้เป็นเลิศ เบญจ กัลยา
ในโลกา หาใครเปรียบ เทียบไม่เจอ
• นางมีผม ดำขลับ ยาวสลวย
ฟันเรียงสวย เป็นแถว ขาวสดใส
ริมฝีปาก อวบอิ่ม ช่างพิมพ์ใจ
อีกทั้งวัย งามแรกรุ่น ดรุณี
• อีกหนึ่งงาม คือผิวพรรณ นั้นขาวผ่อง
ช่างน่ามอง เนียนนวล ชวนฝันหา
ทั้งกิริยา อ่อนช้อย ช่างงามตา
อีกวาจา ก็พริ้งเพราะ เหมาะเหลือเกิน
• เป็นลูกสาว ธนัญชัย ท่านเศรษฐี
ผู้มั่งมี เงินทอง กองท่วมหัว
อยู่สาเกตุ เป็นบ้านเกิด ของเจ้าตัว
ทั้งครอบครัว บ่าวไพร่ ก็หลายคน
• เมื่อถึงวัย แต่งงาน กาลเหมาะสม
น่าชื่นชม ปุณณเศรษฐี รี่มาขอ
มีศักดิ์ศรี ทรัพย์สิน เหมาะสมพอ
ส่งทูตขอ เป็นสะใภ้ ในเรือนตน
• การแต่งงาน มโหฬาร เป็นอย่างยิ่ง
ของทุกสิ่ง ต้องล้ำค่า กว่าใครเขา
มหาลดาปราสาธน์ ชุดวิวาห์ สวยไม่เบา
เพราะเขาเอา เพชรพลอย มาร้อยเรียง
• เพชรที่ใช้ ไปทั้งหมด สี่ทะนาน
อลังการ แก้วมุกดา มีมากโข
สิบเอ็ดทะนาน นับได้ ไม่ใช่โว
พลอยเม็ดโต ห้าสิบสาม ทะนานเชียว
• ลูกดุมนั้น สวยล้ำ ทำด้วยทอง
ห่วงที่คล้อง ทำด้วยเงิน บริสุทธิ์
ไม่มีด้าย สักเส้น มาทำชุด
แพงที่สุด นับแต่ใคร ทำใช้มา
• บนศีรษะ เป็นนกยูง รำแพนขน
งามน่ายล ขนเป็นทอง ผ่องนักหนา
แก้วมณี เม็ดโต เป็นนัยน์ตา
อีกแข้งขา เป็นเงินล้วน ชวนน่ามอง
• ตีราคา ชุดแล้ว ลมแทบใส่
ก็คิดได้ เก้าสิบล้าน กหาปณะ
ถามค่าแรง แพงจน แทบผงะ
แสนกหาปณะ คือค่าแรง เครื่องแต่งตัว

• ใช้เวลา ทำสี่เดือน จึงเสร็จสิ้น
ไร้มลทิน ไร้ตำหนิ ให้ติได้
ตั้งแต่หัว จรดเท้า ประดับกาย
เลิศลวดลาย งามสง่า น่าดูชม
• ที่พรรณนา มาชุดนี้ มีที่ไป
ให้จำไว้ ชุดนี้ มีความหมาย
จะเกิดเหตุ เป็นประโยชน์ อย่างมากมาย
ตอนท้ายท้าย จะได้กล่าว เล่าให้ฟัง
• ก่อนจะต้อง ย้ายไปอยู่ สู่เรือนผัว
ในครอบครัว ต้องอบรม พ่อสั่งสอน
ควรทำตัว เป็นกุลสตรี มีหัวนอน
คำพ่อสอน จงจำไว้ ให้จงดี
• ข้อหนึ่งนั้น ไฟใน อย่านำออก
ไฟข้างนอก ข้อสอง อย่านำเข้า
ข้อที่สาม จงให้ผู้ ที่ให้เรา
สี่อย่าเอา ทรัพย์ให้ใคร ที่ไม่คืน
• ห้าจงให้ คนที่ให้ และไม่ให้
หกจำไว้ นั่งให้เป็น เช่นวิถี
เจ็ดจำไว้ นอนให้เป็น ถูกวิธี
ข้อแปดดี บริโภคเป็น เช่นคนงาม

• ส่วนข้อเก้า นั้นเจ้า ควรบูชา
ก็เทวดา อย่าไรเล่า เข้าใจไหม
ข้อสิบนี้ เจ้าควร บูชาไฟ
จำใส่ใจ ในวิธี สิบประการ
• ส่วนความหมาย จะขยาย ตอนกลางเรื่อง
อย่าขุ่นเคือง ถึงกลางเรื่อง ได้รู้แน่
อย่าเพิ่งเบื่อ ทิ้งหนังสือ ไม่ถือแล
เป็นคุณแท้ สำหรับผู้ อยู่ครองเรือน
• เมื่อต้องย้าย เป็นสะใภ้ เรือนพ่อผัว
ทั้งครอบครัว ไม่นับถือ พุทธศาสนา
แต่นับถือ นิครนถ์ เปลือยกายา
ชอบเชิญมา กินข้าวปลา ที่ในเรือน
• ส่วนนางนั้น นับถือ พระพุทธเจ้า
อยู่บ้านเก่า ไปฟังธรรม อยู่ทุกเมื่อ
ได้ใส่บาตร ข้าวปลา หาจุนเจือ
ฟังไม่เบื่อ ใช้พระธรรม นำจิตใจ
• นางเห็นพวก นิครนถ์ แสนอุจาด
ไม่องอาจ อย่างพระพุทธองค์ พระทรงศรี
คอยหลบหน้า ไม่ออกมา หาวิธี
คอยเลี่ยงหนี เพราะกระดาก ไม่อยากมอง

• ส่วนพ่อผัว ไม่พอใจ ในสะใภ้
แต่เกรงใจ ไม่กล้าว่า ให้อายเขา
คอยเก็บกด ไว้ในใจ หนักไม่เบา
นานนานเข้า ก็ระเบิด เกิดอารมณ์
• วันหนึ่งนั้น พ่อผัว นั่งทานข้าว
ในยามเช้า นั่งกินข้าว อยู่ชานบ้าน
หมู่พระสงฆ์ บิณฑบาต เขาทำทาน
ใกล้ซุ้มบ้าน พอมองเห็น เป็นชัดเจน
• นางวิสาขา นั่งอยู่คอย ปรนนิบัติ
คอยโบกปัด ไล่แมลง ให้พ่อผัว
เห็นพระสงฆ์ เดินมาหยุด หน้าบ้านตัว
บอกพ่อผัว ให้ใส่บาตร หยาดน้ำกัน
• ส่วนพ่อผัว ก็ไม่มอง ทำไม่สน
พระยืนทน อยู่นาน ทำไม่เห็น
ข้านับถือ นิครนถ์ ศาสนาเชน
ผิดประเด็น ไหว้หัวโล้น โกนทำไม
• นางวิสาขา จึงไปบอก กับพระสงฆ์
พระท่านจง บิณฑบาต บ้านอื่นเขา
พ่อผัวฉัน กำลังกิน อร่อยไม่เบา
กินของเก่า เขาทำไว้ ไม่หมดลง

• ฝ่ายพ่อผัว พอได้ยิน เป็นเต้นเร่า
เรียกนางเข้า ไปต่อว่า ด่าเสียหาย
ถือดีนัก มาว่าเรา ให้ได้อาย
พูดมาได้ กินของเก่า เน่าโสมม
• ตั้งแต่ครั้ง พ่อเจ้าสอน ก่อนมานี่
สอนไม่ดี สอนอะไร ไม่เข้าท่า
สอนไม่ให้ เอาไฟออก นอกชายคา
ไฟดับมา เพื่อนบ้านขอ มาต่อไฟ
• แล้วยังมา ว่าเรากิน ของเก่าอีก
เจ้าจงหลีก จงหนีไป ให้ไกลหน้า
เจ้าจงเก็บ ข้าวของ ที่หอบมา
แล้วมุ่งหน้า กลับบ้านไป อย่าให้เจอ
• นางวิสาขา กล่าวว่า โปรดท่านพ่อ
โปรดจงรอ ลูกอธิบาย หายสงสัย
อธิบายแล้ว ผิดถูก จะยังไง
ลูกจะไป อย่างแน่นอน ไม่งอนเลย
• ยามลูกมา ก็มาอย่าง มีศักดิ์ศรี
ยามกลับที ก็ต้องมี ศักดิ์ศรีด้วย
ไม่ควรมา ขับไล่ เหมือนตัวซวย
โปรดฟังด้วย เหตุผล คนเจริญ

• เรื่องที่พ่อ ของฉัน นั้นสอนสั่ง
ท่านจงฟัง ให้ดี นี่ความหมาย
ไม่รู้เรื่อง อย่าทำเคือง ทำโวยวาย
อธิบาย ให้ท่านฟัง จงตั้งใจ
• ข้อหนึ่งนั้น ไฟใน อย่านำออก
พ่อฉันบอก งดนินทา ว่าพ่อผัว
ไม่ให้นำ เรื่องราว ในครอบครัว
ไปบอกทั่ว ให้คนนอก เขาได้ยิน
• ข้อที่สอง ไฟนอก อย่านำเข้า
อย่านำเอา เรื่องราวร้อน มาเข้าบ้าน
เรื่องของเขา เราไม่ยุ่ง มุ่งทำงาน
จะร้าวราน ถ้าไปยุ่ง มุ่งนินทา
• ข้อที่สาม จงให้ผู้ ที่ให้เรา
ท่านเปรียบเอา ผู้ที่ยืม แล้วมักคืน
เป็นผู้ที่ ซื่อสัตย์ มีจุดยืน
ยืมแล้วคืน จึงน่าพบ มาคบกัน
• ข้อที่สี่ จงอย่าให้ ผู้ไม่ให้
เพราะยืมไป ทำเป็นลืม ไม่คืนมอบ
พอถามทวง ก็ทำใบ้ ไร้คำตอบ
ควรรอบคอบ ก่อนจะให้ ใครเขายืม

• ห้าจงให้ คนที่ให้ และไม่ให้
ท่านเปรียบไว้ ญาติพี่น้อง ต้องทุกข์ยาก
จงช่วยเหลือ เจือจุน ยามลำบาก
ถึงแม้หาก เขาไม่คืน ก็ต้องช่วย
• ข้อที่หก พ่อสอนสั่ง นั่งให้เป็น
คือประเด็น ให้รู้จัก ที่ต่ำสูง
ผู้ใหญ่นั่ง อยู่นั้น อย่ายืนมุง
นั่งไล่ยุง ให้ท่าน นั้นสมควร
• ข้อที่เจ็ด นอนทีหลัง แต่ตื่นก่อน
อย่ามัวนอน คุดคู้ ดูน่าขัน
ให้ตื่นก่อน แล้วเตรียมไม้ ไว้สีฟัน
เตรียมน้ำขัน ให้ครอบครัว อย่ามัวนอน
• ข้อที่แปด อย่าแย่งกิน ก่อนผู้ใหญ่
ยามกินให้ อ่อนช้อย เรียบร้อยกว่า
จะกินข้าว ให้สำรวม กิริยา
งดวาจา อย่าเอื้อนเอ่ย เลยตอนกิน
• ข้อเก้านั้น จงบูชา เทวดา
คือรักษา เอาใจ ในสามี
ปรนนิบัติ ผัวตน ให้ดีดี
เพราะสามี นั้นเปรียบเหมือน เทวดา

• ข้อสิบนั้น บอกให้ บูชาไฟ
ให้เข้าใจ คือพ่อผัว และแม่ผัว
ปรนนิบัติไม่ดี ไฟย้อน มาร้อนตัว
ครองครอบครัว อย่างนี้ ดีเจริญ
• เมื่อพ่อผัว ได้ฟัง ดั่งนางว่า
พิจารณาโทษ ไม่มี ที่มองเห็น
อารมณ์อ่อน ย้อนถาม อย่างใจเย็น
แล้วประเด็น กินของเก่า เล่าว่าไง
• นางก็ตอบ ว่าท่านนี้ มีสมบัติ
ที่เปลี่ยนผลัด รุ่นสู่รุ่น เหมือนทุนเก่า
หากไม่เร่ง สร้างบุญ มาหนุนเอา
นานวันเข้า บุญเก่าหมด จักร้าวรอน
• ควรเร่งสร้าง บุญทาน การกุศล
ให้ช่วยดล ไม่ตกยาก จากวิถี
กินแต่บุญ เก่าหมด ลดความดี
งดวิธี สร้างบุญใหม่ ให้มาเติม
• ลูกหวังดี ต่อพ่อนี้ ไม่มีอื่น
ให้ชื่นมื่น ในกุศล ดลเกื้อหนุน
อยากให้พ่อ มีจิตใจ ใฝ่ทำบุญ
เพราะเป็นคุณ อันวิเศษ เหตุความดี

• เมื่อพ่อผัว ฟังจบ ครบทุกข้อ
ก็งอนง้อ ขอโทษ ที่โจษเจ้า
พ่อไม่ทัน รู้ความหมาย ปัญญาเบา
อย่าถือเอา เป็นอารมณ์ ไม่สมควร
• ต่อไปนี้ เชิญเถิดเจ้า ทำบุญเถิด
อย่าเตลิด หนีบ้านไป ไม่แยแส
บ้านเรานี้ มีบุญแล้ว เจ้าดูแล
เป็นบุญแท้ ได้เจ้าไว้ สะใภ้ดี
• วันรุ่งขึ้น นางจึงไป ยังวิหาร
ใจเบิกบาน อาราธนา พระทรงศรี
พระพุทธองค์ ทรงเมตตา หม่อมฉันที
วันพรุ่งนี้ เชิญนิมนต์ ฉันบนเรือน
• ตั้งแต่แต่ง เข้าบ้านนี้ ไร้โอกาส
ทำให้พลาด การทำบุญ คุณกุศล
เพราะครอบครัว นับถือแต่ นิครนถ์
หม่อมฉันทน ไม่ไหว ในชีเปลือย
• เชิญพระองค์ ทรงเสด็จ ไปโปรดสัตว์
ไม่ให้พลัด หลงไป เป็นเหยื่อเขา
โปรดชี้ทาง สว่างให้ ครอบครัวเรา
ให้พวกเขา เปิดดวงตา ปัญญาธรรม

• อันความดี คนดี นั้นใฝ่หา
อันวิชา นักปราชญ์ มักคาดหวัง
นักกีฬา ก็อยากดี มีกำลัง
ผู้เจริญหวัง ตั้งหน้า ค้นหาธรรม
• รุ่งขึ้นนาง เตรียมข้าวปลา และอาหาร
ดำเนินการ เรียบร้อย ไว้คอยท่า
ถึงกำหนด พระพุทธองค์ ทรงเสด็จมา
ฉันข้าวปลา เสร็จแล้ว แสดงธรรม
• พระพุทธองค์ ทรงตรัส เอาไว้ว่า
ทั้งข้าวปลา ทั้งเรือนทอง ของใช้สอย
ทั้งแก้วมณี เพชรนิล จินดาพลอย
อีกแหวนสร้อย ก็ไร้ค่า เวลาตาย
• แต่กรรมที่ คนทำด้วย กายวาจา
ยามลับลา ย่อมติดไป ในโลกหน้า
ดั่งเงาตน ติดตามตัว ทุกเวลา
ควรตั้งหน้า สร้างกรรมดี มีมงคล
• ก็เพราะบุญ เป็นที่พึ่ง สัตว์ทั้งปวง
เหมือนช้างงวง พึ่งงา ในป่าใหญ่
พึ่งงวงงา ฝ่าอุปสรรค หักข้ามไป
บุญนั้นไซร้ ก็เช่นกัน อย่างนั้นเลย

• พระองค์ทรง เห็นด้วย กับนักปราชญ์
ผู้ฉลาด กล่าวไว้ ได้เข้าท่า
ไฟไหม้บ้าน ขนของ ออกเรือนมา
ได้พึ่งพา ของชิ้นนั้น กันต่อไป
• ส่วนของที่ ไม่ได้ขน จนไฟไหม้
พึ่งไม่ได้ สักชิ้น เพราะสิ้นสูญ
ไฟนั้นเผา เป็นเถ้าถ่าน ผลาญเป็นจุล
ใช้เป็นทุน ทำอะไร ไม่ได้เลย
• ในโลกนี้ เราถูกไฟ แห่งสังขาร
เข้ามาผลาญ ให้ร่างกาย ได้เสื่อมถอย
ความเจ็บแก่ รุกราน ไม่นานคอย
ควรทยอย ขนความดี หนีออกมา
• หากขนผิด ขนแต่กรรม ที่ทำชั่ว
ยามที่ตัว ตายไป ละสังขาร
กรรมที่ขน ออกไป เพราะใจพาล
ไม่ได้การ ต้องเกิดมา ชดใช้กรรม
• ผู้ที่มี ปัญญา เห็นถ่องแท้
ตั้งใจแน่ สร้างกรรมดี ให้มีผล
ยามละโลก นี้ไป เพราะวัยตน
บุญจะดล ให้ได้ไป ใช้กรรมดี

• ผู้มีใจ ตระหนี่ และขี้หวง
ทรัพย์ทั้งปวง จ้องจะเก็บ เหน็บซ่อนหนี
เหมือนชาวนา ไม่ยอมหว่าน พันธุ์ข้าวดี
เมล็ดพันธุ์นี้ เก็บจนเก่า เน่าเสียไป
• หนึ่งเมล็ดข้าว ได้หนึ่งรวง นั้นฉันใด
ทานทำไป ก็ฉันนั้น มหาศาล
การเก็บทรัพย์ เอาไว้ ไม่แจกทาน
บุญจะบาน มาให้เรา ได้อย่างไร
• เมื่อให้ทาน จิตใจ ควรผ่องใส
เมื่อให้ไป อย่าเสียดาย ในทรัพย์สิน
มอบทานให้ ผู้ปฏิบัติดี เป็นอาจิณ
แบ่งทรัพย์สิน เป็นทาน ผู้ทุกข์ทน
• ให้ทานแล้ว แผ่บุญไป ให้ถ้วนทั่ว
ไม่ต้องกลัว บุญไม่หมด ลดไปแน่
เหมือนเปลวเทียน เวียนกันต่อ ยาวเป็นแพ
ไฟกระแส ก็ไม่หด ลดน้อยลง
• บุญทำไว้ เหมือนน้ำ ในลำธาร
ไหลเนิ่นนาน ลงสู่ ทะเลใหญ่
ระเหยขึ้น เป็นเมฆ บนฟ้าไง
ตกห่าใหญ่ ลงกระหน่ำ ให้ฉ่ำเย็น

• อันยศลาภ หาบไป ไม่ได้แน่
ยกเว้นแต่ ต้นทุน บุญกุศล
ทิ้งสมบัติ ทั้งหลาย เมื่อวายชนม์
ตัวของตน เขายังเอา ไปเผาไฟ (กลอนบทเก่า)
• ตั้งแต่นั้น พ่อผัวนาง ก็เห็นแจ้ง
ไม่คลางแคลง ในบุญกรรม ทำเห็นผล
นับถือลูก สะใภ้เป็น เหมือนแม่ตน
ยกย่องจน นางสะเทิ้น และเขินอาย
• นางเป็นที่ ยอมรับ คนทั้งหลาย
มีมากมาย สรรเสริญ เชิญไปหา
หากมีงาน มงคล เช่นวิวาห์
มักจะมา เชิญนางให้ ไปอวยพร
• มีคราวหนึ่ง นางกลับจาก งานวิวาห์
ตั้งใจว่า จะไปไหว้ พระทรงศรี
ด้วยหัวใจ ใฝ่จะฟัง พระธรรมดี
แต่ชุดนี้ ไม่เหมาะสม บังคมทูล
• เพราะชุดนี้ ที่ใส่ ไปงานเขา
หนักไม่เบา รุ่มร่าม งุ่มง่ามหนอ
ก็คือชุด มหาลดาปราสาธน์ ทองถักทอ
จึงร้องขอ ชุดธรรมดา มาแต่งตัว

• ก่อนเข้าไป ฝากไว้ นางทาสี
ดูให้ดี เราจะไป ในวิหาร
เพราะไว้ใจ นางรับใช้ ที่ชำนาญ
เคยใช้งาน จนสนิท ชิดเชื้อกัน
• เมื่อฟังธรรม จนเหมาะสม แก่เวลา
ก็ออกมา จะเดินทาง ตรงกลับบ้าน
ร้องเรียกหา ชุดที่ไว้ ใช้ออกงาน
เกิดเหตุการณ์ นางทาสี ที่ขี้ลืม
ฉบับหน้ามาติดตามกัน ต่อว่าเกิดอะไรขึ้นกับชุด มหา ลดาปราสาท อันสุดแสนแพง




 เปิดอ่านหน้านี้  4522 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย