พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก กวีธรรมะ
Share |
กลอนธรรมะ อ่านง่ายๆ ตอน เมตตาด้วยปัญญา

เมตตาด้วยปัญญา
ความเมตตา แปลว่าอยาก ให้เขาสุข
พบความสุข ในชีวิต จิตผ่องใส
ความกรุณา นั้นเล่า ให้เข้าใจ
คืออยากให้ เขาพ้นทุกข์ ทรมาน
เปรียบดั่งคน ปรุงอาหาร นั้นก็ได้
เครื่องปรุงใส่ ให้อาหาร นั้นรสเลิศ
ปรุงด้วยใจ พิถีพิถัน ให้บันเจิด
คนกินเกิด มีความสุข กันทุกราย
อีกตัวอย่าง คนเป็นพ่อ คนเป็นแม่
เหนื่อยหนักแท้ เอาใจใส่ ในตัวลูก
ชอบอะไร หามาให้ เอาใจถูก
เพื่อให้ลูก มีความสุข อยู่ทุกวัน
พวกสัตว์เลี้ยง แมวหมา ปลากระต่าย
คอยเอาใจ คลุกข้าว เช้าและค่ำ
คอยอาบน้ำ เกาคาง เป็นประจำ
นั่นคือนำ ความสุข มาสู่มัน
แต่หากมี ความเมตตา ไม่ดูหน้า
อาจนำพา ความทุกข์ใจ ให้ได้เศร้า
เมตตาได้ แต่จงอย่า ปัญญาเบา
พิจารณาเอา ให้ดี ก่อนเมตตา
ถูกเขาหลอก ปอกลอก เงินไปหมด
เพราะตัวอด เมตตา เขาไม่ได้
อยากเห็นเขา มีความสุข อยู่สบาย
ให้ง่ายง่าย ไม่เคยถาม เอาความจริง
มีนิทาน มาขานเล่า เอาให้รู้
มีเทพอยู่ เพื่อนกัน ท่านทั้งสอง
ใกล้จะหมด อายุขัย วิมานทอง
ท่านทั้งสอง ต้องเกิดเป็น ปุถุชน
ช่วยกันคิด หาทาง สร้างกุศล
จะช่วยคน ให้พ้นทุกข์ อย่างไรหนอ
สะสมบุญ บารมี ให้ดีพอ
เกิดใหม่หนอ จะได้พ้น คนเข็ญใจ
ตกลงใจ แบ่งกันไป คนละบ้าน
คนขอทาน ทั้งสองบ้าน ช่างยากเข็ญ
จะทำการ งานใด ก็ไม่เป็น
เช้าจรดเย็น ได้แต่แบ มือขอทาน
เทพองค์แรก พอมาถึง จึงแปลงร่าง
แปลงเป็นช่าง แกะสลัก ไม้สักสวย
คนขอทาน ได้เห็น เป็น งง งวย
ท่านมาด้วย ม้าหรือลา หาไม่เจอ
ช่างแกะไม้ ได้บอก ออกไปว่า
เราเดินมา จากเมืองใหญ่ จะไปบ้าน
เพราะคิดถึง บ้านเกิด จากไปนาน
รับราชการ แกะสลักไม้ อยู่ในวัง
พอเริ่มแก่ สายตาแย่ แพ้สังขาร
รับบำนาญ มาใช้จ่าย ในยามเฒ่า
ตั้งหน้าเดิน มาเรื่อยเรื่อย เหนื่อยไม่เบา
ขอให้เรา ได้นอนพัก สักหนึ่งคืน
ขอทานบอก ออกไป ได้เลยท่าน
แต่ว่าบ้าน ของฉัน มันซอมซ่อ
ไม่มีเตียง หรือตั่ง นั่งนอนพอ
ทนหน่อยหนอ ฉันก็จน คนเข็ญใจ
พอรุ่งเช้า เขาก็เดิน ไปขอข้าว
เดินจ้ำอ้าว ไปให้ถึง ก่อนใครเขา
ถึงโรงทาน เขาแจกข้าว ก็รับเอา
กะลามะพร้าว มารับข้าว เขาแจกทาน
เขาแบ่งไว้ ให้ช่างไม้ ได้กินด้วย
ถึงไม่รวย แต่น้ำใจ ไม่น้อยหน้า
ส่วนช่างไม้ ก็ออกปาก สอนวิชา
จงตั้งหน้า เรียนแกะสลัก จักมีกิน
เพียงหนึ่งเดือน ก็เรียนจบ ครบหลักสูตร
ช่างไม้พูด ชมเชย เอ่ยว่าศรี
เจ้ามีความ ตั้งใจ ใฝ่เรียนดี
เจ้าจึงมี วิชาไว้ ใช้หากิน
แล้วจึงมอบ เครื่องมือ ให้ถือไว้
บอกทางให้ ไปในเมือง ทิศเบื้องหน้า
ฝีมือนี้ ดีกว่าใคร ในพารา
วันข้างหน้า จะได้ดี มีเงินทอง
แล้วเหาะลับ กลับวิมาน บนม่านฟ้า
คอยจับตา ดูลูกศิษย์ คิดไฉน
คอยปกปักษ์ รักษา ระวังภัย
อันตราย ใดใด ไม่ให้มี
ชายขอทาน บัดนี้ ดีขึ้นมาก
ไม่อดอยาก ปากแห้ง เหมือนแต่เก่า
แกะสลัก ลวดลาย สวยไม่เบา
เลยได้เข้า รับราชการ สำราญดี
ลูกศิษย์ดี อาจารย์นี้ ก็ดีด้วย
กุศลช่วย ให้ไปเกิด ลูกเศรษฐี
ไม่ลำบาก บริวารมาก ล้วนแต่ดี
มีศักดิ์ศรี มีทรัพย์สิน กินสบาย
กล่าวอีกฝ่าย เทพอีกองค์ ผู้ทรงฤทธิ์
กลับไปคิด ง่ายง่าย สบายฉัน
อยากช่วยคน จะทนเหนื่อย ทำไมกัน
แค่เสกสรร ด้วยคาถา และอาคม
เหาะลงไป เปล่งสำเนียง เสียงขับขาน
เจ้าขอทาน เจ้าอยู่ไหน ให้มานี่
ข้าเป็นเทพ เทวดา มีของดี
นิ้วข้าชี้ ถูกอะไร ได้เป็นทอง
เจ้าขอทาน หยิบดุ้นฟืน ยื่นให้ชี้
พิสูจน์ที ให้ข้าเห็น เป็นไฉน
เทวดา ก็ชี้ นิ้วลงไป
ไม่ทันไร ก็เป็นทอง ส่องประกาย
เทวดา ก็ว่า ทองแท่งนี้
เจ้าคงมี พอกิน ไม่ขัดสน
เจ้าขอทาน เกิดละโมบ โลภเกินทน
ลูกหลายคน จะไปพอ ได้อย่างไร
แล้วหยิบฟืน ยื่นไป ให้ชี้อีก
งัดไม้ซีก ไม้ฝา มาวางให้
เทวดาก็ อวดเก่ง เร่งชี้ไป
ก็เผลอไผล ไม่ระวัง ข้างหลังตัว
เจ้าขอทาน ซ่อนพร้า มาข้างหลัง
คิดลำพัง ว่านิ้วนี้ ดีหนักหนา
เราจะชิง ตัดนิ้ว แย่งเอามา
เทวดา หน้าโง่ ไม่รู้ตัว
พอคมพร้า ฟันฉับ ถึงกับขาด
เทพตวาด ไอ้ทรพี นิ้วชี้หาย
หยิบก้อนทอง ฟาดไม่ยั้ง หวังให้ตาย
จนสุดท้าย ชายขอทาน กบาลพัง
แล้วเหาะลับ กลับวิมาน ใจดาลเดือด
ก็เพราะเลือด ขึ้นหน้า โกรธาหนอ
ไม่ได้สร้าง กุศล ยังไม่พอ
กลับไปก่อ กรรมชั่ว ลืมตัวไป
อกุศล ในจิตใจ บันดาลให้
ไปเกิดใน เล้าหมู อยู่ใต้ถุน
ถูกเขาฆ่า เอาเนื้อ มาเจือจุน
หมดแล้วบุญ มาเกื้อหนุน ให้พ้นกรรม
อยากจะทำ ความดีแท้ แต่มักง่าย
รักสบาย รวดเร็วไป ไม่ถี่ถ้วน
ไม่พิจารณา ดูนิสัย ตามสมควร
ต้องรัญจวน โดนยอกย้อน ให้ร้อนตัว
อยากเมตตา ใครเขา เอาพองาม
พิจารณาตาม ความเหมาะสม พรหมวิหาร
อยากให้เขา พ้นความทุกข์ ยั่งยืนนาน
ควรสอนการ พึ่งพาตน ดิ้นรนเอา


พุทธศาสนาแห่งความเท่าเทียม
อนุโมทนาโดย Webmaster


DT014301

pradin

3 มี.ค. 2556 เวลา 11:52 น.

กวีโพสต์: 57
อนุโมทนา: 8
ได้รับอนุโมทนา: 23



   
ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 2184 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย