กลอนธรรมะ อ่านง่ายๆ ตอน ถอดเกิบใส่บาตร

ถอดเกิบใส่บาตร
มิสเตอร์จอร์น เมื่อก่อนนี้ อยู่อังกฤษ
โตมานิด ได้ศึกษา วิชาสอน
เติบใหญ่มา มีนิสัย ชอบเที่ยวจร
แต่งตัวปอน เดินแบกเป้ เที่ยวเร่ไป
ได้ยินข่าว ถึงเรื่องราว ของชาวพุทธ
จึงเร่งรุด มาศึกษา ว่าไฉน
เก็บกระเป๋า บินข้ามน้ำ มาเมืองไทย
งามวิไล ทั้งวัดวา และอาราม
มาเที่ยวเห็น วัดพระแก้ว แววระยับ
ทองประดับ ประดาแก้ว แววสดใส
ไปวัดโพธิ์ ร้องโอ้โฮ ตัวอะไร
เขาบอกให้ ว่านั่นคือ ยักษ์วัดโพธิ์
ทั่วทั้งวัด มีรูปวาด ฉลาดเลิศ
สุดประเสริฐ เป็นวิธี ฤษีสอน
แก้เมื่อยขบ แก้ปวดเมื่อย ตามขั้นตอน
สมัยก่อน เป็นวิธี ที่นิยม
ไปข้ามฟาก ที่ท่าเตียน ไม่เลี่ยนโล่ง
เห็นเรือโยง ที่ขนข้าว ยาวเป็นสาย
เห็นเด็กน้อย กระโดดน้ำ ไม่กลัวตาย
เล่นแหวกว่าย ในธารา เหมือนปลาปู
ข้ามมาถึง ฝั่งวัดแจ้ง คลางแคลงคิด
เดินพินิจ ให้สงสัย อะไรหนอ
ตัวใหญ่ใหญ่ ถือกระบอง อยู่สองตัว
ดูน่ากลัว ทั้งแยกเขี้ยว และยิงฟัน
คนเขาบอก ว่านี่หรือ คือยักษ์ใหญ่
กระบองไว้ คอยปกปักษ์ คอยรักษา
ในวันดี ในคืนดี ตกดึกมา
ก็ร้องท้า ยักษ์วัดโพธิ์ มาตีกัน
วันพรุ่งนี้ มีเทศกาล ออกพรรษา
เขาเล่าว่า มีดวงไฟ แม่น้ำโขง
อยากจะเห็น ขึ้นรถไป สิบชั่วโมง
แม่น้ำโขง อยู่ตรงหน้า ว่าสวยจัง

คนแห่แหน มาจองที่ ที่ริมน้ำ
ไม่ถึงค่ำ คนก็แน่น แสนสงสัย
เอ๊ะหรือนี่ มันมี งานอะไร
แค่ดวงไฟ คนก็แห่ แหนมาดู
เห็นดวงไฟ เดี๋ยวสีม่วง เดี๋ยวสีเขียว
เดี๋ยวลูกเดียว เดี๋ยวสองลูก น่าฉงน
เกิดธรรมชาติ หรือว่า ฝีมือคน
หรือนาคดล บันดาลเป็น เช่นตำนาน
เกิดติดใจ ใคร่อยู่ดู ให้รู้แน่
แต่ที่แท้ เขาบอกมี ปีละหน
ก็ไตร่ตรอง ตัดสินใจ จะอยู่จน
เห็นอีกหน ให้รู้ดี ถึงที่มา
เช่าบ้านอยู่ ริมน้ำโขง โรงสีข้าว
พบรักเข้า กับแม่ค้า หน้าตาสวย
ก็บินกลับ ไปปรึกษา พ่อแม่รวย
ให้พ่อช่วย มาสู่ขอ เมียคนไทย

พอแต่งงาน อยู่กิน ได้สักพัก
ก็นึกรัก ในวิถี ไม่สับสน
ช่วยเมียขาย ส้มตำ ในชุมชน
เหล่าผู้คน รู้จักดี ฝรั่งส้มตำ
อยู่ได้ปี เมียก็สอน พูดอีสาน
คนเรียกขาน มิสเตอร์จอร์น บักจ้อนหนอ
ขยันพูด ขยันเว้า นานเกินพอ
ไม่เกินรอ ก็พอเว้า อีสานเป็น
มาวันหนึ่ง พระธุดงค์ องค์หนึ่งหนา
ธุดงค์มา จากภูเขา เข้าในสวน
ท่านปักกรด อยู่ตรงต้น ดอกลำดวน
ไร้คนกวน ไปขอเลข เสกอาคม
พอตอนเช้า ท่านก็เดิน เข้าตลาด
บิณฑบาต นำข้าวปลา มาขบฉัน
บักจ้อนเห็น ก็สะกิด เมียโดยพลัน
คนผู้นั้น เป็นใคร ไม่หากิน

เมียก็บอก ท่านเป็นพระ ละทุกสิ่ง
ไม่แย่งชิง ไม่วิ่งหา ทรัพย์สิ่งของ
บิณฑบาต ข้าวปลา ตามครรลอง
ไม่คอยจ้อง หาประโยชน์ จากใครๆ
บักจ้อนเห็น คนเขายืน ยื่นข้าวเหนียว
พอคำเคี้ยว ใส่ลงไป ให้พระหนอ
พอรับบาตร ให้โอวาท คนก็รอ
สัพพีต่อ ก็เป็นอัน เสร็จพิธี
เขาก็ว่า โอ้เมียจ๋า ข้อยอยากใส่
เป็นยังไง ใคร่อยากรู้ ดูสักหน
เมียก็ยิ้ม ยื่นกระติ๊บ ใส่มือตน
ยืนดูจน พระมาถึง จึงบอกความ
จงถอดเกิบ ใส่บาตร เถิดเธอจ๋า
เห็นไหมว่า พระท่าน เท้าเปล่าหนอ
บักจ้อนเห็น เป็นเช่นนั้น ไม่รีรอ
ถอดเกิบก็ ยัดลงบาตร ไม่พลาดเลย

พระก็ยิ้ม เอ็นดู ผู้หลงผิด
บรรพชิต ไม่โกรธ พิโรธหนอ
มาต่างเมือง เขาไม่รู้ อย่าด่าทอ
เพราะเขาก็ คงหวังดี มีน้ำใจ
เห็นพระเดิน เท้าเปล่า น่าสงสาร
ถวายทาน เป็นรองเท้า สีสดใส
เป็นเกิบแตะ และสี แดงบาดใจ
ปักอยู่ใน บาตรพระ ประหลาดดี
เมียโวยวาย เฮ็ดจั๊งซี่ มันบ่อได้
หยิบออกไป รองเท้า ดูบัดสี
ที่ให้ถอด รองเท้า ฟังให้ดี
เป็นวิธี ว่าเคารพ พระธุดงค์
ไม่ใช่เอา รองเท้า เข้าใส่บาตร
ดูประหลาด ชอบกล คนของฉัน
ถ้าไม่รู้ ดูคนอื่น เขาทำกัน
ไม่ใช่ดัน ทุรัง จะลองดี

ว่าเรื่องนี้ ก็มี คติอยู่
ให้เป็นครู สั่งสอน ตอนสงสัย
แค่ได้ยิน แค่ได้ฟัง จงชั่งใจ
วู่วามไป พอกระทำ ไม่ได้ดี
จะทำการ สิ่งใด ให้รอบคอบ
ดูรอบรอบ ว่าเขา ทำไฉน
ค่อยค่อยเรียน ค่อยค่อยรู้ ดูกันไป
จงอย่าใจ ร้อนรน ดั้นด้นทำ
จะอ่านเอาตลกเฉย ๆ ก็ได้ จะให้มีคติสอนใจก็มีอยู่ เช่น จะบอกให้ใครทำอะไรก็อธิบายให้เขาเข้าใจก่อนยิ่งเป็นคนที่ไม่เข้าใจภาษาเรายิ่งต้องอธิบายให้ดีก่อน จะได้ไม่เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันขึ้น
ตอนมาอยู่ที่ภูเหล็กใหม่ ๆ ก็ไปบิณฑบาตญาติโยมใส่บาตรเห็นว่าแปลกหน้าก็ถามว่าอยู่วัดไหน เราก็ว่า “อยู่ภูเหล็ก” เขาก็ว่า “อ๋อ ภูเล็ก” ใคร ๆ ก็ว่าภูเล็ก จนตอนแรกเราก็นึกว่าชื่อภูเล็กจริง ๆ ที่แท้ไม่ใช่เป็นเพราะสำเนียงของเขา ทำให้คนภาคกลางอย่างเราฟังเป็นเล็กไปได้ เราก็มอง เออ ภูเราก็เล็กจริง ๆ แหละถูกของเขา นี่แหละตัวอย่างของความแตกต่างของภาษา ตอนไปอยู่ภาคเหนือ เขาบอกให้ซื้อ ก๊อก มาให้หน่อย เราก็ซื้อ ก๊อกน้ำยี่ห้อ ซันว่า มาให้ปรากฏว่า ผิดเต็ม ๆ ภาษาเหนือ ก๊อก แปลว่า ขันน้ำ นึกแล้วตลกดี



DT014301

pradin

 เปิดอ่านหน้านี้  2324 

 ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น


กรุณาล๊อกอินสมาชิกเว็บธรรมะไทยก่อนครับ... Login


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย