พระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้า พระไตรปิฎก หัวข้อธรรม การปฏิบัติธรรม ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทำเนียบวัดไทย พระพุทธศาสนาในประเทศไทย
หน้าแรก กวีธรรมะ
Share |
กลอนธรรมะ อ่านง่ายๆ ตอน นักโทษประหาร

ดัดแปลงเป็นกลอนจาก บทประพันธ์ของ
อาจารย์ เกียร์ติคุณ แสง จันทร์งาม เจ้าของนามปากกา ธรรมโฆษ
เจ้าของผลงาน นวนิยายอิงธรรมะ เรื่อง ลีลาวดี ที่โด่งดังไปทั่ว
ข้าพเจ้าขอขอบคุณเจ้าของผลงานมา ณ ที่นี้ด้วย
ในวันนี้ มีเรื่องเล่า มากล่าวบอก
เพิ่งนึกออก ตอนที่ฟัง ธรรมเขาสอน
ว่าด้วยเรื่อง ในเรือนจำ ทำเป็นตอน
จึงแต่งกลอน มาสอนให้ ได้อ่านกัน
เพื่อให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และ ง่ายต่อการแต่งเป็นกลอน ขอสมมุติตัวเองเป็นผู้ที่ได้เข้าไปเยือนในเรือนจำนี้ และนำมาบรรยายให้ได้อ่านกัน ขอรับรองว่าเรือนจำนี้มีจริงแต่เป็นที่ไหน เอาไว้จะบอกในตอนท้ายก็แล้วกัน ใช่เรือนจำที่เป็นข่าวหรือเปล่าก็ไม่รู้
ในวันหนึ่ง เขาได้เชิญ ฉันไปเที่ยว
ไปเดี่ยวเดี่ยว ไร้คนตาม หามแห่แหน
ผู้บัญชา การเรือนจำ นำเที่ยวแดน
ฉันสุดแสน จะดีใจ ได้เข้าชม
มองเห็นภาย ในเรือนจำ ทำให้ทึ่ง
ถึงกับอึ้ง ช่างใหญ่โต รโหฐาน
สุดลูกหู สุดลูกตา มโหฬาร
เรียกขับขาน แดนประหาร ชดใช้กรรม
ผู้ที่อยู่ ในคุกนี้ ล้วนต้องโทษ
อาญาโหด ต้องรับโทษ คือประหาร
บ้างก่อนตาย ถูกผู้คุม ทรมาน
ก่อนประหาร ถูกทุบตี ยังมีเลย
บ้างเข้ามา แค่วันเดียว ก็โดนฆ่า
บ้างแก่ชรา ไม่ถึงคิว ถูกประหาร
ได้คำตอบ จากท่านผู้ บัญชาการ
คิวประหาร แล้วแต่ศาล จะสั่งมา
เห็นนักโทษ ส่วนใหญ่ ทำงานหนัก
บ้างก็พัก ผ่อนนอน อ่อนแรงหนอ
บ้างเดินเล่น เป็นคู่ คู่ อยู่เคล้าคลอ
บ้างนอนรอ คนเอาข้าว มาประเคน
ก็สงสัย เอ๊ะทำไม ถึงแตกต่าง
ทำงานบ้าง ไม่ทำบ้าง อย่างนี้หนอ
ท่าน ผ.บ. ก็อธิบาย ไม่รั้งรอ
ก็ใครพอ ใจไม่ทำ ไม่ว่ากัน
เพราะที่นี่ ไม่มี สิ่งใดแจก
ทำงานแลก ข้าวปลา มาทั้งนั้น
ทั้งเครื่องใช้ ทั้งหยูกยา สารพัน
ต้องหากัน เอาเอง ผมไม่แล
บางคนเก่ง ค้าขายก็ ขายค้า
บ้างทำนา บ้างทำไร่ บ้างทำสวน
บ้างเป็นโจร หัวขโมย เข้าก่อกวน
บ้างชักชวน ไปปล้นฆ่า ราวีกัน
ฉันก็ถาม ท่าน ผ.บ. ว่าสงสัย
ทำยังไง กับพวกที่ ปล้นจี้เขา
คงโดนหนัก กว่าคนอื่น ไม่อยากเดา
คนอื่นเขา เอาเยี่ยงอย่าง อ้างความจน
ท่าน ผ.บ. ก็บอก ผมไม่สน
ผมแค่คน สั่งเพชฌฆาต ไปประหาร
ส่วนเรื่องนั้น พวกนักโทษ เขาจัดการ
จะประหาร กันเอง ก็ตามใจ
เพราะนักโทษ ทั้งหมด ต้องถูกฆ่า
ศาลสั่งมา ถึงคิวใคร ให้ประหาร
ใครตายก่อน ก็ดีไป เพราะไม่นาน
คิวประหาร ต้องถึงเขา เข้าสักวัน
เดินไปเห็น เขาล้อมวง ชงเหล้าดื่ม
เหมือนจะลืม ว่าตนโดน โทษประหาร
บ้างร้องรำ ทำสนุก สุขสำราญ
เหมือนมีการ เฉลิมฉลอง ร้องไชโย
ท่านผ.บ. ก็บอก ออกมาว่า
คงถึงครา มีน้องใหม่ ให้รับขวัญ
คนกลุ่มนี้ คงมีพวก มาเพิ่มกัน
ดีใจพลัน มีคนเพิ่ม มาช่วยงาน
เดินคล้อยหลัง ก็ไปถึง ซึ่งอีกกลุ่ม
นั่งล้อมรุม ร้องไห้ ไม่อายเขา
ตรงกลางมี ศพถูกเชือด เลือดไม่เบา
จึงถามเขา เป็นอะไร ถึงได้ตาย
เขาก็บอก ชายคนนี้ ถูกประหาร
ตอนทำงาน ขะมักเขม้น ไม่เห็นหนอ
อยู่ดีดี เพชฌฆาต ย่องเชือดคอ
กำลังรอ เอาใส่โลง ไปเผาไฟ
ฉันก็หัน ไปต่อว่า ผู้คุมโหด
เขามีโทษ ฉันก็รู้ อยู่แล้วหนา
น่าจะบอก เขาก่อน ได้ล่ำลา
ไม่ใช่ฆ่า ตอนเขาเผลอ เออโหดไป
ท่านผ.บ. ก็บอก ไม่ได้แกล้ง
ที่ไม่แจ้ง เพราะเขารู้ อยู่แล้วหนอ
มาที่นี่ มีอย่างเดียว เตรียมเฝ้ารอ
โดนเชือดคอ ไปทุกราย ตายตามกัน
พอเขารู้ ก็ทำแกล้ง แสร้งไม่รู้
ประมาทอยู่ ทุกวัน นั่นแหละหนา
เพชฌฆาต เขาก็จ้อง คอยเวลา
เผลอขึ้นมา ก็เข้าเชือด เลือดนองไป
ฉันก็ถาม โหดอย่างนี้ หนีบ้างไหม
คงมีใคร อยากหนีออก นอกสถาน
ท่านผ.บ. หัวเราะร่า ว่าป่วยการ
อยู่มานาน มีน้อยนิด ที่คิดไป
แล้วพาฉัน ขึ้นไป บนหอคอย
ดูร่องรอย ของพวก ที่คิดหนี
เห็นกำแพง ทั้งสามชั้น นั้นอย่างดี
กำแพงที่ แข็งแกร่งกว่า กำแพงใด
ชั้นที่หนึ่ง กำแพงอิฐ ชิดกันอยู่
มอง มองดู เป็นอิฐวาง ซ้อนกันหนา
ดูให้ดี ก็ไม่เห็น มีปูนยา
เขาบอกว่า แค่อิฐวาง ซ้อนกันไป
ชั้นที่สอง มองเห็น เป็นแผ่นหิน
วางบนดิน แผ่นกว้าง แต่อย่างหนา
สูงกว่าที่ ชั้นแรก อยู่หลายวา
แข็งแรงกว่า กำแพงอิฐ ชนิดเท่าตัว
ชั้นที่สาม ก็เห็นตาม ว่าเป็นเหล็ก
ไม่ใช่เล็ก เพราะสูงกว่า ชั้นไหนไหน
สมมุติว่า ใครหลุดรอด สองชั้นไป
คงถอดใจ เจอชั้นนี้ ที่เหล็กทน
ท่านผ.บ. ท่านก็ชี้ ให้ดูนี่
ดูให้ดี คนพยายาม ขวานจามหิน
ผ่านชั้นแรก มาง่ายแท้ แค่อิฐดิน
พอเจอหิน เขาทำท่า ว่าถอดใจ
ก็สงสัย อีกแล้ว ไม่แคล้วถาม
จงตอบตาม ความเป็นจริง สิ่งสงสัย
หากมีคน หนีไปได้ ท่านทำไง
หรือตามไป ล้อมจับ กลับเรือนจำ
คนที่หนี ไปได้ ให้ยกโทษ
หมดประโยชน์ จะตามจับ กลับมาหนา
หนีพ้นได้ เราให้สิทธิ์ ย้อนกลับมา
ชักชวนหา คนไปด้วย เราอวยชัย
แต่รูเก่า เราจะอุด ไม่ให้รั่ว
ดูให้ทั่ว ว่าไม่มี รูที่ไหน
ใครอยากหนี ก็จงเจาะ รูใหม่ไป
รูหนึ่งให้ แค่หนึ่งคน เท่านั้นพอ
แล้วท่านพา ไปดูผู้ ที่หนีได้
นั่งอยู่ใต้ ต้นไม้ใหญ่ ที่ในสวน
พูดกับคน ที่นั่งล้อม พร้อมชี้ชวน
ให้รีบด่วน ใครอยากหนี นี่ขวานคม
ขวานเป็นเพชร แวววาว ขาวสะอาด
ฟันหินขาด ฟันเหล็กพัง ดั่งใจหมาย
จงรีบหนี ออกไปก่อน เขาฆ่าตาย
ใครอยากได้ ก็เอาไป ฉันให้ฟรี
มีคนหนึ่ง สนใจ ในขวานกล้า
ยกมือคว้า ขวานเอาไป ให้ถลำ
บอกว่าหนัก มือแทบหัก หัวคะมำ
บ่นงึมงำ หนักเกินไป ไม่เอาเลย
คนอื่นเลย เมินใส่หน้า ว่าไม่สน
ได้เห็นคน ที่เขาว่ามัน หนักหนา
หนักอย่างนี้ เหนื่อยอย่างนี้ ที่เห็นมา
เสียเวลา ไปดีกว่า แยกย้ายกัน
ชายคนนั้น ก็ไม่เคือง เรื่องแค่นี้
เดินไปที่ กลุ่มคนอื่น แล้วยื่นขวาน
กลุ่มคนนั้น พินิจดู อยู่ไม่นาน
บอกรำคาญ ไปไกลไกล ไม่ใยดี
ท่านผ.บ. ท่านก็บอกว่า เห็นไหม
ไม่มีใคร เขาสนใจ อยากจะหนี
ต่างก็คิด แต่เรื่องสุข สนุกดี
น้อยคนที่ อยากจะหนี พ้นเรือนจำ
มองเวลา ฉันเพิ่งรู้ ว่าสายแล้ว
คงต้องแจว ขอตัวลับ กลับบ้านหนา
เอ่ยขอบคุณ แล้วก็เลย เอ่ยคำลา
โอกาสหน้า ค่อยแวะมา หาเยี่ยมเยียน
ท่านผ.บ. ก็ว่า อย่าลาเลย
ไอ้น้องเอ๋ย เข้ามาแล้ว ไม่แคล้วหนา
เป็นนักโทษ ประหาร รอเวลา
อย่าเผลอหนา เพชฌฆาต จ้องบั่นคอ
ทางออกเดียว คือเอาขวาน ไปจามรั้ว
จามให้ทั่ว ดูจุดไหน ที่ไม่แข็ง
จงอย่ายั้ง จามให้ลึก ให้สุดแรง
เมื่อกำแพง พังจะไป ไหนก็เชิญ
พอได้ฟัง ฉันก็นั่ง ลงเข่าอ่อน
เข้าอ้อนวอน ยกเว้นฉัน สักคนหนา
ฉันจะเป็น คนดี ฉันสัญญา
ผ.บ. ว่า ตามฉันมา ก็แล้วกัน
เขาพาไป ให้ดู ในปราสาท
งามวิลาศ บรรจงจ้อง ทองสร้างสรรค์
ผู้มีบุญ วาสนา เขาอยู่กัน
พอถึงวัน เพชฌฆาต ก็ปาดคอ
มีราชา มหาเศรษฐี ชีพราหมณ์ครบ
พวกนักรบ พวกผู้กล้า น่าเกรงขาม
จะเป็นใคร ไม่ไว้หน้า ไหนก็ตาม
เมื่อถึงยาม เข้ามาแล้ว ไม่แคล้วตาย
ถึงเวลา แล้วเอ๋ย เฉลยคติ
คิดดูซิ ที่เล่ามา ว่าไฉน
เรือนจำโหด พวกนักโทษ อยู่ที่ใด
รู้ความนัย คติซ่อน ซ้อนเรื่องราว
เรือนจำนี้ ก็คือ ภพทั้งสาม
จะเรียกตาม ชาวบ้าน เรียกขานหรือ
ภพภูมิโลก ภูมินรก อีกหนึ่งคือ
ตามหนังสือ คือภพ ของพระพรหม
ส่วนนักโทษ นั้นหรือ ก็คือเรา
ที่มัวเมา เวียนว่าย ตายเกิดหนา
แม้นทำดี ได้ไปเกิด ภพเทวดา
ถึงเวลา ต้องเวียนว่าย กฎแห่งกรรม
ส่วนกำแพง ที่หนาแน่น ล้อมเอาไว้
ตอบง่ายง่าย ก็คือ โลภโกรธหลง
แม้กำแพง สองชั้น นั้นพังลง
ก็ยังคง เหลือกำแพง อวิชชา
ส่วนว่าขวาน ที่เป็นเพชร ให้ถือไว้
จะบอกให้ ก็คือศีล สมาธิหนอ
รักษาศีล สมาธิเกิด ปัญญาพอ
ก็ลุยต่อ อวิชชา ก็พังครืน
ส่วนพวกที่ หนีเรือนจำ นำไปก่อน
แล้วค่อยย้อน เข้ามาหา พาคนหนี
คือท่านผู้ บรรลุ รู้ธรรมดี
หมดราคี ไร้กิเลส เหตุนิพพาน
ใกล้ถึงวัน วิสาข ปุณณมี
เป็นวันศรี ของชาวพุทธ สุดผ่องใส
รักษาศีล ตั้งสมาธิ อย่านอนใจ
รีบหนีไป จากเรือนจำ ทำนิพพาน
พระพุทธองค์ ทรงชี้ทาง สว่างให้แล้ว
ถือขวานแก้ว ขวานเพชร มีเจ็ดสี
จับให้มั่น เงื้อให้สุด แรงที่มี
ฟันสามที พ้นกำแพง แห่งเรือนจำ
ท่านที่มีภูมิธรรมสูงอยู่แล้วก็คงอ่านแค่ต้น ๆ ก็เดาได้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร ส่วนข้าพเจ้านั้นก็ฟังอยู่นานกว่าจะถึงบางอ้อ แสดงว่าปัญญายังน้อยอยู่ต้องฝึกฝนอีกเยอะต้นฉบับนั้นเป็น นวนิยายแบ่งเป็นตอน ๆ ยาวพอดูมีตัวละครสนทนากันไปมา ข้าพเจ้าจึงได้ย่นย่อให้กระชับ ข้อความบางตอนอาจไม่สมบูรณ์เท่าต้นฉบับ หรือความหมายอาจเพี้ยนไปบ้างเล็กน้อยเพราะไม่อยากใช้ศัพท์ที่ชาวบ้านธรรมดาอย่างเรา ๆ ไม่ค่อยเข้าใจผิดพลาดประการใดก็ขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย


พุทธศาสนาแห่งความเท่าเทียม


DT014301

pradin

3 มี.ค. 2556 เวลา 10:33 น.

กวีโพสต์: 53
อนุโมทนา: 5
ได้รับอนุโมทนา: 22



   
ท่านสมาชิกฯ ยังไม่ได้ Login ครับ !  คลิกที่นี่ ล็อกอิน ก่อนโพสต์ครับ 

หน้าหลัก จำนวนคนอ่าน 790 คน  ปิดหน้านี้




Dhammathai.org on Mobile
Mobile/Tablet

หน้าแรก
ทีมงานธรรมะไทย
แผนผังเว็บไซต์
ค้นหาข้อมูล
ติดต่อธรรมะไทย
สมุดเยี่ยม
ธรรมะในสวน
เครือข่ายธรรมะ
ศูนย์รวมภาพ
สัญลักษณ์ไทย
สมาชิกธรรมะไทย
กวีธรรมะ
บอร์ดบอกบุญ
สถานปฏิบัติธรรม
สนทนาธรรม
ข่าวธรรมะ
ธรรมะกับเยาวชน
ธรรมะจากหลวงพ่อ
บทความธรรมะ
กรรม
 ทาน
พระไตรปิฏก
เสียงธรรม
วีดีโอธรรมะ
เพลงธรรมะ
ธรรมปฏิบัติ
 คลังแสงแห่งธรรม
 คลังหนังสือธรรมะ
 หลักธรรมนำสุขในยุค๒๐๐๐
 กรรมฐานประจำวันเกิด
 ศีล
 สมาธิ
 วิปัสสนา
พระพุทธศาสนา
พจนานุกรมพุทธศาสน์
หัวข้อธรรม
บทสวดมนต์
มิลินทปัญหา
พระพุทธศาสนาในไทย
ทำเนียบวัดไทย
ศาสนพิธี
อุปสมบทพิธี
วันสำคัญทางศาสนา
การเผยแผ่ศาสนา
 งานปริวาสกรรมทั่วประเทศ
พระพุทธเจ้า
พระพุทธประวัติ
ประวัติพระพุทธสาวก
ทศชาติชาดก
นิทานชาดก
 พุทธวจนในธรรมบท
มงคล ๓๘ ประการ
พุทธศาสนสุภาษิต
นิทานธรรมะบันเทิง
สังเวชนียสถาน ๔ ตำบล
พระพุทธรูปปางต่างๆ
พระพุทธรูปสำคัญ
จีรัง กรุ๊ป
เพจธรรมะไทย
© ธรรมะไทย