ตัณหากับกบเจ้าปัญหา
 mcuthai   26 ก.ย. 2553

มีกบตัวหนึ่งสงสัยมันจะต้องนับถือศาสนาพุทธแน่นอนเลยเพราะว่ามันเกิดอยู่ ใกล้ ๆ กับวัดและมีที่พักอาศัยอยู่ไม่ไกลจากกำแพงวันมากนัก มันเคยคิดว่า เอเราในฐานะเป็นสัตว์อยู่ใกล้วัดแล้วเราไม่เคยเข้าไปสำรวจอะไรภายในวัดเลย เดียวถ้ามีคนมาถามว่า ภายในวัดมีอะไร ? พระ เณร เขาอยู่กันอย่างไร? ภายในวัดสะอาดหรือไม่? พระ เณร อยู่กันอย่างไร? ถ้ามีใครมาถามเราแล้วเราตอบไม่ได้เราคงเสียหน้าแย่เลยในฐานะที่เราอยู่แทบ ติดกำแพงวัด
แล้ว เจ้ากบน้อยมันก็กระโดดไปภายในวัดเพื่อสำรวจพื้นที่ภายในวัดด้วยความอยากรู้ พอเจ้ากบน้อยเข้ามาภายในวัดเท่านั้นเอง มันก็ร้องอุทานขึ้นตามประสาของมันว่า " อบ ๆๆ" มันร้องด้วยความดีใจและตำหนิตัวเองว่า ทำไมเรามัวไปทำอะไร ไม่มาเที่ยวในวัด ภายในวัดมันแสนจะสบายและสวยงามมาก ในขณะที่มันกำลังเที่ยวชมภายในวัดอันสวยงามอยู่นั้นเอง ทันใดนั้นมันก็เหลือบไม่เห็นพระภิกษุรูปหนึ่ง เอาข้าวที่เหลือจากฉันแล้วมาเทให้ไก่กิน มันจึงคิดไปว่า โอ๋ ชีวิตอะไรจะสบายขนาดนั้น อยู่ ๆ ก็มีคนเอาอาหารมาให้กินผิดกับตัวเรา ต้องไปหากินแมลงกว่าจะได้แต่ละตัวยากแสนยาก เป็นไก่อยู่ในวัดไม่ต้องทำอะไรเลยก็มีคนเอาอาหารมาให้กินสบายจริง ๆ เจ้ากบน้อยจึงคิดอยากจะเป็นไก่บ้างเพราะสบายดี
ในขณะที่มันกำลังคิดอยากจะเป็นไก่อยู่นั้นพอดีมีสุนัขตัวหนึ่งวิ่งมาจากไหน ไม่ทราบวิ่งตรงมากัดไก่ ๆ ร้องรั่น แล้วหมาก็กินข้าวอย่างสบายใจที่ไม่มีกอขอคอ มากวนใจ เจ้ากบน้อยก็คิดว่า โอ๋ นึกว่าเป็นไก่จะดียังถูกรังแกได้ มันก็เลยคิดว่าเอ เป็นหมาดีกว่า ในขณะที่หมากำลังกินข้าวอยู่อย่างสบายใจนั้นเอง มีลูกศิษย์วัดมาจากไหนไม่ทราบเตะเอาที่สีข้างของหมาอย่างแรง หมาร้องรั่น เอ่ง ๆๆ วิ่งเน็บหายไป
เจ้ากบน้อยเห็นอย่างนั้นมันตกใจมาก มันอุทานในใจว่า โอ่ นึกว่า เป็นหมาจะดี ก็ยังสู้เป็นศิษย์วัดไม่ได้ มันเลยอยากเป็นศิษย์วัดขึ้นมา หลังจากนั้นเด็กวัดหลังจากทำภาระกิจส่วนตัวเสร็จแล้วก็อยากจะพักผ่อนสักครู่ หนึ่งจึงหอบเสื่อหอบหมอนไปหมายจะนอนให้สบาย ก็ไปนอนอยู่กลางศาลาปรากฏว่ามี แมลงวัน มาตอมหน้า ตอมตาอยู่เสมอ ทำให้นอนไม่สบาย เจ้ากบน้อยเห็นดังนั้น
มัน จึงคิดในใจว่า นึกว่าเป็นศิษย์วัดจะดียังสู้แมลงวันไม่ได้ เจ้ากบน้อยจึงคิดอยากเป็นแมลงวันขึ้นมาทันที ในขณะที่เจ้ากบน้อยกำลังคิด อยากจะเป็นแมลงวันอยู่นั้น ได้มีแมลงวันบินมาจับที่ปลายจมูกของเจ้ากบน้อยมันก็ใช้ความไวของมันด้วยลิ้น ของมันจับแมลงวันตัวนั้นมากินเป็นอาหารเสีย แล้วเจ้ากบน้อยจึงอุทานขึ้นในใจว่า "เป็นอะไรก็สู้เป็นตูไม่ได้"
ปัจจุบันคนเรามองไปแต่ข้างหน้ามองไปแต่คนอื่นไม่มองเข้ามาหาตัวเองมองให้รู้ ดูให้เห็นที่ท่านกล่าวว่าบอกตัวเองได้ใช้ตัวเองเป็นเมื่อเราสามารถกลับมาดู ตัวเราเองได้ขนาดนี้แล้วเรื่องของความอยากที่มีอยู่ในจิตใจของเราก็จะลดน้อย ลงแล้วเราก็จะพบความสุขและตัวตนที่แท้จริงของเรา




คุณ mcuthai ครับ
ช่วยหาเรื่องจิ้งหรีดสวดมนต์มาให้อ่านหน่อยครับ เคยฟังทางวิทยุครั้งหนึ่ง จำได้พอลางๆ เลยอยากอ่านให้จำได้เพราะมันน่าสนใจดี เป็นเรื่องเกี่ยวกับหลวงจีนองค์หนึ่งที่เคร่งศีล




พอได้อ่านอีกครั้งดั่งจินดา
ปลิวละลิ่วพลิ้วมาพาใจนึก
ให้สนุกสนานปานเรื่องระทึก
ยิ่งตรองตรึกยิ่งยินดีมีปรีชา
หวังมิตรแก้วนำมาเล่าอีกครา
ด้วยข้อคิดนานาได้ใช้สอย
มีประโยชน์ลึกล้ำคุณเลิศลอย
จะท่ากอยคอยอ่านน่ะครับคุณ




 เปิดอ่านหน้านี้  4944 

  แสดงความคิดเห็น


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย