ปรึกษา หาทางออกจากทุกข์

 sofy  4,079 

อยากจะขอคำปรึกษา เเละวิธีการ "ทำใจ" เเละ "ให้อภัย"
เรื่องมีอยู่ว่า ฉันเกิดมาในครอบครัวฐานะปานกลาง คุณพ่อรับราชการตำรวจยศสัญญาบัตร คุณเเม่เป็นเจ้าหน้าที่ชันสูตรโรคกรมอนามัยที่7อุบลราชธานี มีพี่สาวต่างบิดา1คน ฉันเป็นลูกคนกลาง เเละมีน้องชาย1คน
ครอบครัวดิฉันดูภายนอกเหมือนจะมีความสุขดี มีบ้านมีรถ มีเงินทองใช้สอยกันตามฐานะถึงจะไม่ร่ำรวยมากเเต่ก็ไม่เดือดร้อน
เเต่เรื่องทุกข์ของฉัน มันเกิดจาก การที่พ่อเเม่เเต่งงานกันโดยที่เเม่ไม่ได้รักพ่อเเต่พ่อเจอเเม่เเล้วคงหลงรักก็หอบเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยที่บ้านยาย ปู่ย่าเลยมาตบเเต่งเป็นลูกสะใภ้ตามพิธีการ เเต่ปัญหามันอยู่ที่ พ่ิอเป็นคนอารมณ์ร้อน เอาเเต่ใจ ใช้กำลัง เห็นเเก่ตัว ขี้ขลาด ขี้โม้ โอ้อวด จนเพื่อนบ้านเเละเพื่อนที่ทำงานไม่มีใครอยากคบหาด้วยพอรู้ว่าใครนินทาเรื่องความขี้โม้โอ้อวดของตัวเองพ่อจะโกดเป็นฟืนเป็นไฟทุบตีพี่สาวฉันเเละตัวดิฉันทำลายข้าวของเเละเอาปืนออกมาไล่ยิงลูกเมียจนพี่สาวกับเเม่ต้องจูงมือกันวิ่งหนีพ่ออยู่บ่อยครั้งโดยที่ไม่อายชาวบ้านตอนฉันเป็นเด็กๆเรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยมากมีเรื่องทีไรเเม่กับพี่ต้องวิ่งหนีไปบ้านยายไม่พาฉันไปด้วยเพราะยังเล็ก ฉันก็วิ่งร้องไห้ตามเเม่กับพี่ ชาวบ้านก็ยืนดู พ่อก็ถือปืนไล่ยิง (แบบยิงจิงๆ)มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย ไม่ว่าพ่อจะอารมณ์เสียมาจากเรื่องอะไรมักจะลงเอยด้วยการทำเเบบนี้ทุกที บางทีก็ตักดินมาสาดใส่บ้านตัวเองเป็นถังๆ เอาขวานฟันกระถางต้นกุหลาบที่ฉันปลูก ทุบพัดลม ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้า จนกลายเป็นความรู้สึก ที่ฉันอธิบายไม่ได้ว่าฉันรู้สึกอย่างไรไม่รู้เพราะยังเด็กมาก พอใจเย็นลงคนที่เก็บกวาดคือพี่สาวกับเเม่ เเละฉัน ส่วนพ่อเขาบอกว่าเขาไม่เคยทำผิดอะไร เเล้วก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หน้าที่ของคนในบ้าน พี่สาวฉันรับบทหนักสุดคือทำงานบ้านทุกอย่าง กวาดบ้านตอนเช้าถูราวบันไดเช็ดโต๊ะ หุงข้าวทำกับข้าวรีดเสื้อผ้าขัดรองเท้าให้ทุกคนในบ้านก่อนไปโรงเรียน ถ้าไม่ทำก็จะโดนพ่อทุบตี เเบบเตะกระเด็นเลย ตอนเย็นก็ทำทุกอย่างเหมือนตอนเช้า เสาร์อาทิตย์ต้องซักผ้า เเละดูเเลฉัน ทุกอย่างในบ้านต้องเป็นระเบียบห้ามมีฝุ่นเกาะเลี้ยงไก่เลี้ยงหมาเลี้ยงปลา อาหาร ความสะอาดไม่ขาดตกบกพร่อง ส่วนเเม่ก็ไปทำงานขับมอเตอร์ไซค์เก่าๆไปอนามัยระยะทางไปกลับ40กิโลทุกวันสภาพถนนก็ลูกรัง เเม้ฝนตกก็ต้องขับมอเตอร์ไซค์เพราะรถยนต์ที่บ้านพ่อมีสิทธ์ใช้คนเดียวเเม้ว่าที่ทำงานพ่อจะอยู่ห่างบ้านเเค่1กิโลเมตรก็ตาม
ตอนเย็นเเม่ต้องซื้อกับข้าวมาไม่ต่ำกว่า4อย่างขึ้นไป เเกะใส่จาน ตักข้าว ผลไม้ต้องปลอกเปลือก ขนมหวานเเกะใส่ถุงเรียบร้อย เเล้วเรียกพ่อมากิน พ่อถึงจะพอใจเเละจะกินทุกอย่างจนกว่าจะอิ่มโดยไม่สนว่าจะเหลือผลไม้ให้ลูกรึป่าว ส่วนเเม่ จะกินเป็นคนสุดท้าย คือเศษอาหารที่เหลือจากพ่อกับลูกกิน
เงินเดือนของพ่อหมดไปกับอะไรตอนนั้นยังเด็กเลยไม่ทราบ เเต่ที่ทราบคือ พ่อขอเงินเเม่ทุกวันวันละ500บาท เป็นค่าเติมน้ำมันรถเเละค่าไปทำงาน(500บาทเมื่อ20ปีที่เเล้วนะ) ในที่ทำงานพ่อไม่ยอมน้อยหน้ามีเหนือกว่าเพื่อนทุกอย่าง เเต่ก็มาจากเเม่ทั้งนั้น ฉันรู้ว่าเงินเดือนเเม่ลำพังต้องให้พี่กับฉันไปโรงเรียนเติมน้ำมันรถเเม่ไปทำงานซื้อกับข้าวตอนเย็นค่าน้ำค่าไฟค้าเล่าเรียนลูกอยู่กับเเม่หมด เเม่จึงต้องมีอาชีพเสริมโดยการขายทุกอย่าง พวกครีม พวกยาสมุนไพรฯลฯ เพื่อให้ได้เงินเพิ่ม
พอน้องชายเกิดมา ดูเหมือนว่าพ่อจะดีขึ้น เเต่เเม่ก็ยังรับภาระหนักเหมือนเดิม
เเต่มีอีก1เรื่องที่ดิฉันไม่เคยปริปากพูดที่ไหน เเต่วันนี้คงต้องเขียนลง เพื่อที่คนอ่านจะได้บอกเเนวทางในการพ้นทุกข์ให้ดิฉันได้ คือ พ่อฉันข่มขืนพี่สาวฉันมาตั้งเเต่เด็กๆ ทั้งทุบตี ต่างๆนาๆ ข่มขู่ห้ามบอกเเม่ ขนาดฉันนอนหน้าโททัดกับพี่สาวเเล้วเผลอหลับไปเเต่ต้องสะดุ้งตื่นเเละเเอบดูพ่อกระทำการอย่างต่ำช้ากับพี่สาวฉันข้างๆที่ดิฉันนอน ฉันจึงหายสงสัยว่าทำไม พี่ชอบหนีออกจากบ้าน เพราะทนเรื่องราวโหดร้ายไม่ไหว พี่สาวฉันอายุ15หนีออกจากบ้านเป็น10ครั้งไปอยู่กับเพื่อน เเม่ก็ตามกลับมาได้ทุกที เเต่พี่ไม่เคยบอกความจริง ก็โดนทุบตีสารพัดว่าสร้างปัญหา จนพี่สาวฉันคงทนไม่ไหว หนีออกจากบ้านตอนอายุจะย่าง16ปี ไปไหนไม่มีใครทราบตามหาไม่ได้นานกว่า3ปีจึงติดต่อมาหาเเม่เเละส่งเงินให้เเม่ใช้ ส่วนฉันน่ะเหรอพอพี่สาวหายไปฉันเขว้งไปเลย พี่สาวฉันเปรียบเสมือนเเม่อีกคนเรารักกันมาก ฉันรับหน้าที่ทุกอย่างต่อจากพี่ รวมถึงดูเเลน้องชาย ถึงจะทำได้มีดีเท่าพี่ เเต่ก็ยอมรับสภาพว่าหนักมาก พ่อไม่ตีฉันเหมือนพี่เเต่ก็ใช่ว่าจะไม่โดน พอฉันเรียนหนังสือประมาณ ม.ปลายก์เริ่มมีปัญหา หนีเรียนบ้าง กลับบ้านดึกบ้าง ตบตีกับเพื่อน กินเหล้าเที่ยวเตร่ ทำไม่ดีต่างๆนาๆ ครูก็เรียกเเม่ไปพบบ่อยครั้งเเทบเดือนละครั้งได้ ความรู้สึกฉันตอนนั้นฉันรู้นะว่าฉันทำตัวไม่ดีพ่อเเม่เสียใจ เเต่ฉันก็ทำ ลึกในใจก็เสียใจเเต่อีก70%ในหัวใจฉันไม่รู้ว่าทำไปทำไม เเต่ตอนที่ทำรู้สึกว่ามีความสุขมีคนสนใจเป็นที่ยอมรับเเม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆก็ตาม พอใกล้จะจบ ม.6 มีผู้ชายมีจีบฉันเขาอายุมากกว่า6-7ปี พ่อเเม่เขามีฐานะดี ตระกูลดี ส่วนเขาเองก็เรียนจบมาสูง (ป.ตรี วิศวะ) พอเรียนจบพ่อเเม่เขามาหมั้นหมายฉัน โดยฉันเองตัดสินใจเลือกเขาเเละไม่ไปเรียนต่อ เหตุผลฉันไม่เคยบอกใคร เเต่หลายคนเขาก็ไม่เข้าใจฉันว่าทำไมเลือกมีสามีก่อน เเทนที่จะเรียนให้จบทั้งที่พ่อเเม่ก็พร้อมส่งเรียน ที่ทำเเบบนี้เพราะว่าฉันสงสารเเม่ถ้าฉันเรียนมันก็เป็นผลดีกับตัวฉันเเต่เเม่คงต้องลำบากมากๆ เพราะขนาดเรียน ม.ปลาย มีหลายครั้งที่เเม่มีเงิน500 ต้องให้พ่อ400 อีก100ให้น้อง20 ให้ฉัน40 เเม่เอาเเค่40เพื่อเติมเเค่น้ำมันรถ ค่าข้าวกลางวันเเม่อดเเม่ไม่กินเพราะไม่มีเงิน เหตุการณ์เเบบนี้เกิดขึ้นเเทบทุกสัปดาห์ เเม่เหนื่อยมากเพราะน้องชายก็โตขึ้นทุกวัน ส่วนพ่อก็ไม่เคยลด มีเเต่เพิ่ม ฉันจึงเลือกมีสามีเลือกที่จะไปเเสวงหาเอาข้างหน้าโดยไม่ให้เเม่มาลำบากกับฉันอีก ฉันไปอยู่บ้านสามีก็ใช่จะสบายนะคะ ต้องไปกรีดยาง ทำสวน ทำไร่ ดูเเลคนงาน นอน2ทุ่มตื่น6ทุ่มไปกรีดยาง ตอนกลางวันไปทำไร่ เเต่ก็สะดวกสบายมีรถยนต์ใช้พ่อเเม่เขามอบให้ มีเงินทองใช้สอยตามอัตภาพไม่ขัดสนพอมีเก็บบ้างเดือนละ2-3พันฝากเข้าธนาคาร ดีใจมากที่มีเงินเก็บก้อนเเรก จำได้ว่าซื้อรองเท้าให้เเม่กับน้องซื้อครีมโลชั่นเเฟ๊บยาสีฟันไปให้เเม่ด้วยเงินเก็บตัวเอง ถึงไม่มากเเต่ก็ดีใจ เวลาเเม่ขัดสนเงินไม่พอก็จะโทรมา ฉันก็ช่วยได้ครั้งละไม่มากบางทีก็500 บางทีก็1000 เเล้วเเต่สภาพให้มากไม่ได้เกรงใจพ่อเเม่สามี อยู่ีไปอยู่มาฉันตั้งท้อง ได้ลูกชาย ทุกคนดีใจฉันก็ดีใจ เเต่ไม่ได้ท้องเเล้วจะอยู่สบายนะคะ เดินอุ้มท้องลูกตั้งเเต่วันเเรกจนคลอดเดินในสวนในไร่ทั้งวันทำงาน อารมณ์แปรปรวน เหนื่อยท้อ ร้องไห้ อยากพัก พักไม่ได้ไม่ใช่บ้านเรา สามีช่วยอะไรไม่ได้คะ เขาให้พ่อเขาออกความคิดอย่างเดียว จนทนไม่ไหวพึ่งสามีไม่ได้เลย คลอดลูกได้8เดือน ก็ออกจากบ้านสามีมาทำงานกรุงเทพตอนออกมาก็ทะเลาะกับพ่อเเม่สามียกใหญ่ ฉันก็พูดจารุนเเรงกับพ่อเเม่สามีด้วยอารมณ์ สุดท้ายพ่อเเม่สามีเขาเลี้ยงลูกให้คะ ดิฉันกับสามีออกมาอยู่ข้างนอกดิฉันมาอยู่กรุงเทพกับพี่สาว ส่วนสามีไม่ยอมมาด้วยเขาบอกว่าไม่ชอบกรุงเทพเขาเลยไปเช่าห้องอยู่ที่ จ.อุบลราชธานี บอกว่าจะค่อยหางานทำ ฉันทำงานได้3เดือนมีเงินเก็บเกือบๆ200000 ถามว่าทำงานอะไรเดี๋ยวจะเล่าตอนท้ายคะ ทำงานได้เงินก็ส่งให้พ่อให้เเม่ให้ลูก เริ่มดีขึ้นเริ่มมีหวังว่าเราคงจะสร้างอะไรเป็นหลักเป็นเเหล่งของเราได้ ส่วนสามีเขาทำงานอะไรก็ไม่บอก ตอนท้ายมารู้ว่าระยะเวลา3เดือนเขาเที่ยวเตร่เอารถยนต์ที่พ่อให้ใช้ไปเข้าไฟเเนนท์เอาเงินมา250000(รวมดอกเบี้ยเป็นหนี้350000) บอกว่าจะมาลงทุนอะไรซักอย่าง ลงไปลงมาลงสาวกับขวดเหล้า เหลือเงินเเค่90000บาท โดยที่ฉันไม่รู้เรื่องรู้ราว อะไรเเถมยังทะเลาะจนจะเลิกกันด้วยเหตุที่ว่า ฉันไม่มีเวลาให้เขา จะมีได้ไงก็คนทำงานเนาะ เขาเลยต้องออกไปหาความสุขไปหาคนที่เข้าใจเขา พ่อสามีโทรหาฉันในวันนึงถามเรื่องเงินเรื่องรถที่สามีฉันก่อ ฉันตกใจ เลยหาข้อสรุปเเบบเร็วๆว่าฉันต้องออกจากงานกลับไปหาสามี เอาเงินที่ฉันเก็บกับเงินที่เขามีมารวมกันเปิดร้านอะไรซักอย่าง เพื่อที่จะให้สามีฉันหยุดเละเทะ จะได้อยู่กับลูกด้วยเลยเปิดร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ขายอะไหล่ด้วย ที่อำเภอหนึ่งใกล้ๆบ้าน พ่อเเม่ต่างก็เป็นห่วงเพราะไม่มีประสบการณ์กลัวลูกเจ้งเเต่ก็ยอมให้ทำจะได้ให้รู้รสของคำว่า ชีวิตไม่ได้ง่าย ลงทุนไปเกือบหมดเหลือเงินนิดหน่อย บางเดือนก็ได้กำไรดีบางเดือนก็เเทบกินเเกลบ สุดท้ายทองที่มีก็ต้องขาย กระเป๋าใบละ7หมื่นก็ต้องขาย โทสับดีดีที่ใช้ก็ต้องขาย จะให้อยู่รอดได้อย่างไรค่าเช่าห้องค่ากินค่าอยู่ใช้หนี้ไฟเเนนทฺ์งวดมอเตอร์ไซค์ค่าบัตรเครดิต เเถมยังมีเพื่อนพ้องสามีตามมาอยู่ด้วยอีก1คนทั้งเลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าสารพัด กำไรเดือนละ20000 คุณคิดว่าจะอยู่รอดได้อย่างไร สุดท้ายก็ต้องล้มเลิกกิจการ ขนของกลับไปไว้ที่บ้านสามีทั้งหมด ก็โดนพ่อเเม่สามีต่อว่า ทั้งว่าทั้งสอน ฉันรู้อยู่เเล้วว่ามันต้องเป็นเเบบนี้เเต่ฉันอยากดัดสันดานสามีให้รู้รสว่า ชีวิตมันไม่ได้ง่าย เรามีเงินติดตัวเเค่ไม่กี่พันบาท ฉันขอให้พ่อช่วยพ่อก็บอกให้ไปหาป้า ฉันเลยไม่พูดกับพ่อฉันขอให้เเม่ช่วยเเม่ไปหายืมเงินใครไม่รู้มาให้15000เพื่อมาเริ่มต้นใหม่ที่ กทม ฉันกลับมา กทม คราวนี้ฉันคุยกับสามีว่า รู้เเล้วใช่มั้ยว่าการที่คุณเสียเงินเสียเวลาไปกับมิตรที่ไม่จิงใจมันเป็นอย่างไรเห็นน้ำหน้าใครซักคนมาช่วยมั้ยขนาดขนของยังไม่มีใครมาช่วยเลย ตอนมีเงินเรียกน้องมีทองเรียกพี่ ฉันมา กทม เช่าห้องราคา3000บาท จ่ายก่อนเข้าอยู่รวมเเล้ว10000บาท เหลือเงิน5000 ก็เป็นค่ารถค่ากินเหลือประมาน1000บาท ติดตัว ทั้งที่ยังไม่มีงานทำนะ เราสองคนเดินตระเวรหาสมัครงาน กินมาม่ากันทุกวัน ได้เงินเดือนรวมกันหมื่นกว่าบาท จ่ายค่าห้องน้ำไฟ เหลือเเค่ไม่กี่ตังค์ ประหยัดสุดๆ จนตอนนี้ไม่ใช่เเค่สามีฉันเองก็สำนึกว่า ชีวิตไม่ได้ง่าย ประมาทเเค่นิดเดียว พลิกจากฝ่ามือเป็นหลังมือเลย เเถมไม่มีใครช่วยเราได้อีก ปัญหายังไม่หมดนะคะ อ่านกันจนตาเเทบหลุดเลยละคะ รถยนต์ที่เข้าไฟเเนนท์คะ ขาดส่งงวดมานานเขาก็ติดตามจะยึด พ่อสามีเลยมาช่วยไว้จะเเบกภาระไว้ให้เอง ทั้งเลี้ยงลูกให้ทั้งใช้หนี้ให้ ฉันรู้สึกผิดไปเลย ที่เคยทะเลาะกับพ่อเเม่สามีล่วงเกินท่านไปเยอะ เเต่เคยกราบเท้าขออโหสิกรรมกับท่านเเล้ว ท่านให้อภัยทั้งหมดที่ลูกเคยทำไม่ดี เเละบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องลูกให้ทำงานไป ตั้งตัวได้ค่อยส่งเสียมา จากนี้ไปพ่อจะให้ลูกเรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง ฉันยังถือว่าโชคดีอยู่เรื่องลูก

เอาละตอนนี้จะพูดเรื่องงานของฉัน

ฉันเคยทำงานเป็นเด็กนั่งดื่ม ตอนที่มาทำงานกรุงเทพครั้งเเรกเป็นเวลา3เดือน รายได้ค่อนข้างดี มีเงินเก็บ มีของดีดีใช้ส่งให้พ่อให้เเม่ให้ลูกไม่ขัดสน ทั้งๆที่รู้ว่าเป็นงานไม่ดีผิดศีลเกือบหมดทุกข้อโดยเฉพาะข้อ5 ถามว่ารู้ว่าไม่ดีเเล้วทำไมถึงทำ ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยซักบาทเดียว การศึกษาก็ ม.6 จะไปเรียนต่อก็ไม่มีใครส่งเสียไปสมัครงานธรรมดาเงินเดือนก็9000บาท ช่วยพี่สาวจ่ายค่าห้องน้ำไฟเดือนละ5000 เเล้วฉันจะกินอะไรจะเหลืออะไรส่งให้ลุก ภาระฉันเยอะนะ พ่อเเม่โทรมาขอเดือนนึงไม่ใช่ครั้งสองครั้ง เเละก็สมัครเรียนต่อ ป.ตรีด้วย + ทั้งความอยากพิสูจน์ตัวเองว่าฉัน ก็สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้ ทุกวันที่ไปทำงานไม่เคยมีวันไหนจะมีความสุข ทรมานมากกับการต้องดูเเลลูกค้าต้องโกหกต้องกินเหล้า ถึงเเม้ลูกค้าร้านที่ฉันทำงานจะเป็นเกรดดีไม่ค่อยมีลวนลาม มีบ้างนิดหน่อย ฉันก็ป้องกันตัวเองตลอด เเต่ก้ไม่เคยมีความสุขเลย เพราะฉันทำงานหนักเพื่อให้ได้เงินเยอะๆจึงไม่ค่อยมีเวลาคุยโทสับกับสามีเราห่างเหิน จึงทะเลาะกัน

ส่วนตอนนี้ฉันจะกลับไปทำงานที่เดิมอีกครั้ง ตอนนี้สามีฉันรู้ทุกอย่างฉันไม่ปิดเป็นความลับเพราะฉันเชื่อว่าการจะอยู่ด้วยกันเราต้องยอมรับกันให้ได้ทุกเรื่อง ฉันไม่ขออะไรมากนอกจากความเข้าใจจากเขา ซึ่งเขาก็ยินยอมเพราะตอนนี้เราเลือกไม่ได้ กลับมา กทมคราวนี้ ภาระฉันเพิ่มขึ้น2เท่า คือฉันต้องส่งให้เเม่เดือนละ5000บาทเเม่ขอ ส่งให้ลูก ค่าบัตรเครดิต ค่าเรียน (สามีฉันเงินเดือน8500) เดือนๆนึงเราสองคนหาเงินได้น้อยกว่า4000นั่นคือไม่พอเเน่ๆ ฉันจึงตัดสินใจกลับเข้าวงการบาปอีกครั้ง

เข้าสู่เรื่องความทุกข์ของฉันซะทีเล่ามาซะยาว
ฉันทุกข์ใจมาก ความรู้สึกฉัน ฉันเสียใจที่พ่อเเม่ฉันเเยกทางกัน เเละไม่สามารถอยู่กับลูกได้ต้องห่างลูกมาอยู่ กทม ทำงานดิ้นรนเพื่อที่ความหวัง1ในใจคือ อยากให้เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข มีบ้านหลังเล็กมีรถ1คัน มีงานดีดีทำอะไรก็ได้ เเค่นี้ก็พอ เเม้จะดูว่าสิ่งที่ฉันหวังมันจะไม่มากนัก เเต่การเดินไปหามันช่างยากเหลือเกินเนื่องจากภาระทุกอย่าง รู้สึกเหนื่อย ท้อ สิ้นหวัง


ฉันไม่รู้ว่าสิ่งที่พบเจอมันเป็นกรรมที่ฉันโกรธเกลียดพ่อตัวเองหรือปล่าว
ฉันรักพ่อมาก เเต่จากสิ่งที่พ่อทำฉันก็ยอมรับว่าโกรธ เกลียด ทั้งที่รู้ว่าบาปเเต่ก็ทำใจให้อภัยยากเหลือเกิน

ฉันอยากหลุดจากทุกข์ที่คิดกับพ่อตัวเองเเบบนี้ อยากหลุดจากความรู้สึกที่เป็นทุกข์เเต่หาทางไม่เจอ

ขอบคุณที่อ่านจนจบ
ตอนนี้หายใจไม่ออกเเล้วไม่ได้กินข้าวมา1อาทิด

ที่มา : ลูกสาวคนนึง


RELATED STORIES



จีรัง กรุ๊ป    

 ธรรมะไทย