Dhammathai.org
มงคลที่ ๙.มีวินัยที่ดี
อันวินัย นำระเบียบ สู่เรียบร้อย คนใหญ่น้อย เปรมปรีดิ์ ดีนักหนา
วินัยสร้าง กระจ่างข้อ ก่อศรัทธา เพราะรักษา กติกา พาร่วมมือ
ไม่พูดเท็จ พูดสอดเสียด และพูดมาก ละความยาก สร้างวิบาก ฝากยึดถือ
คนหมู่มาก มักถางถาก ปากข่าวลือ ต้องสัตย์ซื่อ ถือวินัย ใช้ร่วมกัน.
Home sitemap Dhamma World Wide Web
Contact Us
ภาษาไทย
English
หน้าแรก นิทานธรรมะบันเทิง เรื่องที่ 347
เรื่องที่ 21 วิธีล้างความรู้สึกผิดออกจากใจ




ช่วงนี้ผู้เขียนมีเพื่อนในเมลล์สองคนเขียนมาถามคำถามพร้อมๆกัน เกี่ยวกับควรทำอย่างไรกับความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจ กับเรื่องในอดีตที่มันผ่านไปนานแล้ว แต่ทุกครั้งที่คิดถึงมันกลับมาสร้างความเจ็บปวดขึ้นในใจทุกครั้งที่คิดถึงมัน

เผอิญผมเพิ่งได้ทำตามหนังสือชวนม่วนชื่นเกี่ยวกับการแก้ไขความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจ ก็เลยเขียนให้คำปรึกษาไปตามความเข้าใจ เลยคิดว่าน่าจะมีประโยชน์กับเพื่อนๆที่มีปัญหาใกล้เคียงกันนี้จึงคัดลอกเอามาไว้ด้วยกันดังนี้

ถาม เคยทำให้เพื่อนรักเสียใจในอดีตจนปัจจุบัน ความรักกลับกลายเป็นความแค้นจะคิดหรือแก้ไขอย่างไรดีคะ

ตอบ ขอตอบเรียงลำดับจากง่ายไปยากดังนี้นะครับ


การมีมานะทิฏฐินี่แหละเป็นสาเหตุที่ทำให้เรื่องทั้งหลายไม่จบลงด้วย
ความเข้าในกันและกัน จะมีประโยชน์อะไรที่เราเป็นฝ่ายชนะแต่ต้องมารู้สึก
เสียใจในการกระทำของตัวเองขนาดนี้ การเอาชนะด้วยเหตุผลและอารมณ์
โดยขาดความเมตตาและความคำนึงถึงจิตใจของอีกฝ่ายหนึ่ง ย่อมสร้าง
ความเจ็บแค้นมากกว่าการยอมรับในความผิด ถ้าเรารักใครมากเมื่อเราทำเขาเจ็บ แทนที่เราจะมีความสุข แต่เรากลับก็ยิ่งเจ็บมากกว่าเขาหลายเท่า
เพราะเรานี่แหละเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้น

ถ้ามียังพอมีโอกาสก็คือถ้าเขายังอยู่และพูดคุยกันได้เราควรจะขอโทษเขาด้วยความจริงในสิ่งที่เราทำผิดพลาดไปทุกอย่าง โดยอย่าหวังว่าเขาจะยก
โทษให้ เพราะไม่มีใครเปลี่ยนแปลงความคิดของใครได้ นอกจากเขาจะ
ยกโทษเพราะมั่นใจว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้จริงๆ

ถ้าคุยไม่ได้ก็ต้องแก้ที่ใจเราแล้วหล่ะ
ความต้องการที่จะไม่ให้เขารู้สึกกับเราไม่ดีนั่นแหละคือความทุกข์
คือเรามีความอยากแบบนี้เราต้องทุกข์แน่นอน เพราะเราแก้ไขไม่ให้
ใครคิดกับเราอย่างไรไม่ได้เลย

เมื่อทุกข์แล้วก็ต้องรู้จักวางความทุกข์ลง ความทุกข์นี้มันติดกับความจำ
และความคิด การวางความทุกข์นี้เป็นศิลป์มากทีเดียว ความทุกข์จาก
ความคิดก็ต้องแก้ด้วยความคิดบวกเพื่อให้เราเข้าใจในตัวเราและคู่กรณี
ได้ชัดเจนให้ถึงที่สุด

ความคิดบวกหรือคิดในแง่ที่ทำให้จิตใจดีขึ้นนี้ผมแนะนำหนังสือและซีดีเสียงอ่านหนังสือชวนม่วนชื่น ของพระ อ.พรหม ขอได้ที่ห้องสมุดบ้านอารีย์

จะพูดให้ฟังถึงการล้างความรู้สึกผิดจากหนังสือให้ฟัง คือ เรามองว่าเราเป็นคนไม่ดีที่ทำกับเพื่อนอย่างนั้น ที่จริงแล้วเราแค่ทำสิ่งที่เราคิดว่าเหมาะสมกับสภาพในวันนั้นเท่านั้น แล้วก็เฉพาะในช่วงนั้นที่มีเหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้น เราแค่ทำสิ่งที่ไม่ค่อยดี แต่เราไม่ใช่คนไม่ดีที่ทำกับเพื่อนอย่างนั้น ที่เหลือ
เราก็ทำดีกับเขามามากมายอย่างเทียบกันไม่ได้เลย ในชีวิตเราเองเราก็ทำสิ่งที่ดีๆต่อตนเอง ต่อพ่อแม่พี่น้อง อยู่ตลอดเวลา เราอย่ามองสิ่งที่ไม่ดีแต่ให้เรามองสิ่งที่ดีมากๆเข้าไว้ เราก็เป็นคนธรรมดาๆที่มีความดีอยู่มากแค่ไม่กี่ครั้งเองที่เราทำไม่ค่อยเข้าท่า เราจะได้เลิกคิดว่าเราไม่ดีเสียที

การทำความผิดก็เป็นสิ่งปกติของคนเราทุกคน เป็นวิธีพื้นฐานที่เราจะได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเลยทีเดียว เวลามีสิ่งผิดพลาดเกิดขึ้น เราให้อภัยต่อคนอื่นได้ง่ายกว่าที่เราให้อภัยตัวเองเสมอ เรารักตัวเองเท่าไหร่เราก็ยิ่งเกลียดตัวเอง
เท่านั้นแปลกไหม เพราะเรารู้แต่ข้อบกพร่องของตัวเอง รู้ถึงสิ่งไม่ดีของตัวเอง ทำไมเรารักตัวเองไม่ได้จริงๆสักที ลองมองกระจกแล้วมองคนในกระจกพูดกับเขาและยิ้มให้กับเขาทุกๆวันลองดูนะ อย่ามองแล้วบอกว่าดูไม่ดีเลย ให้บอกว่าขอให้มีความสุขมากๆนะกับเขาทุกๆวัน

เราต้องรู้จักที่จะรักคนอื่นด้วยใจที่เปิดกว้าง เรียนรู้ที่จะรักแบบไม่มีเงื่อนไข
ไม่ว่าเขาจะดีหรือเลวต่อเรา เราก็ให้อภัยเขาได้ เมื่อฝึกพัฒนาใจเราแล้ว เราจะมองคนสุดท้ายที่เราจะปลดปล่อยนั่นคือ ตัวเราเอง เราจะต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ยิ้มให้กับตัวเอง ยอมรับความผิดพลาดที่ยากจะยอมรับได้ของตัวเอง นั่นแหละคือความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนั่นคือ การรักผู้อื่น ไม่มาก ไม่น้อยกว่าตัวเอง แต่เท่ากับตัวเองได้จริงๆ

ด้วยวิธีนี้แหละเราจึงจะปลดปล่อยความรู้สึกผิดออกจากใจเรา ผมเองลองทำตามก็เกิดความสงสัยว่าเมื่อลองทำดูแล้วทำไมถึงได้ผลดีมากๆเลย ทั้งที่เหมือนจะไม่ใช่ธรรมะของพระพุทธเจ้าของเราเลย ดูจะเป็นแค่การนำความคิดบวกมาใช้เท่านั้นเอง ผมคิดเอาเองว่าการทำแบบนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปมในใจ เหมือนคนที่มีมือเปื้อนน้ำมันเครื่องสกปรกอยู่ ธรรมะในศาสนาพุทธเหมือนน้ำธรรมดา ล้างน้ำมันเครื่องไม่ออก เราต้องใช้ผงซักฟอกด้วย อันเสมือนสิ่งที่ผมเล่ามาข้างต้น มาช่วยด้วยในช่วงแรกแล้วค่อยใช้น้ำสะอาดล้างคือธรรมะล้างอีกทีมือเราก็จะเกลี้ยงเกลาขาวสะอาด ต่อไปก็เพียงแค่รักษาตัวไม่ให้ไปเลอะน้ำมันเครื่องอีก ถ้าเล็กๆน้อยๆน้ำธรรมดาก็เอาอยู่

ถาม พอเวลาผ่านไปเราว่างๆก็ชอบนั่งคิดเป็นประจำว่าทำไมเมื่อก่อนเราถึงได้ทำเลวกับเค้าได้ขนาดนั้น ก็ไม่ผิดที่เค้าจะโกรธเกลียดเรามาก ถ้าเป็นเราถูกทำอย่างนั้น เราก็คงให้อภัยได้ยากเหมือนกัน

ตอบ
มีคำตอบนะสำหรับการที่เราทำไม่ดีกับคนอื่นก็เพราะความสนิทสนมไง
ยิ่งสนิทก็ยิ่งคิดถึงใจเขาใจเราน้อยลง เราต้องการให้เขาทำตามที่เราต้องการ
ยิ่งเราทำแรงแล้วเขายอมเรา เราก็ยิ่งทำใหญ่เลย อันนี้ก็เหมือนเด็กๆ
ที่ถูกตามใจมาก ยิ่งร้องมากยิ่งดื้อมากแล้วมีคนตามใจ เขาก็ยิ่งดื้อ เพียง
แต่อันนี้เป็นใจของเรา เราจึงมองไม่เห็นความรู้สึกนี้ที่มันค่อยๆพัฒนาขึ้น
ไม่ใช่ตัวเราที่ไม่ดี แต่เป็นใจของเราที่มันไหลไปตามที่มันเคยไปแค่นั้น
ถ้าเรารู้จักใจเราดี เหมือนการเลี้ยงเด็กแบบมีเหตุผลใจเราก็ไม่ดื้อ ไม่มา
ทำอะไรไม่ดี ใจเราจะเชื่อฟังเรามากขึ้น เราต้องรู้จักที่จะคุยกับตัวเองบ่อยๆดูใจของตัวเองบ่อยๆ

เวลาเราเหงาเราก็ต้องการการปลอบใจ เวลาเราท้อเราก็ต้องการกำลังใจ
เวลาเราฟุ้งซ่านเราต้องการคำตอบที่น่าพอใจสำหรับปัญหาชีวิตที่หนักหนา
ของเรา เราไม่ค่อยได้สนใจความรู้สึกของตัวเอง เราไม่เคยทำอะไรเพื่อตัวเองแบบนั้น เราหาใจของเราไม่เจอ แล้วเราอาจปัดความคิดไปให้คนใกล้ๆว่า ทำไมเขาไม่ให้ในสิ่งที่เราต้องการไม่รู้ใจเราเลย นี่ก็อาจเป็นต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นอีกอย่างได้เช่นกัน เชื่อไหมถ้าไม่มีปัญหาเกิดขึ้นกับใจเราแบบนี้เราก็จะไม่ทำอะไรแย่ๆออกมาเลย พระท่านว่ากรรมทั้งหลายถ้าไม่มีเหตุเราจะไม่ทำกรรมได้เลย มีเหตุขนาดนี้ก็ย่อมมีกรรม ที่เกิดจากความไม่รู้ไม่เข้าใจจิตใจของตัวเราเอง(อวิชา)

แล้วก็ความไม่เที่ยงไงที่ทำให้เราไม่เอาใจคนข้างๆเรา ก็เพราะว่าคิดว่าเขาจะเข้าใจเราและจะอยู่กับเราอีกนานไง ถ้าเรารู้ว่าเราและเขาจะต้องแยกจากกันจะมีเวลาให้กันน้อยนิด เราก็จะทำดีต่อกันมากๆทุกเวลาจะเป็นเวลาทีมีค่าที่สุด ความไม่เที่ยง(ไตรลักษณ์)นี่แหละคือ ต้นเหตุที่แท้จริง

ของที่มีค่าก็ต่อเมื่อมันสูญเสียไปจากเราแล้วนั่นเอง เหมือนสำนวนที่ว่า
"ปลาที่หลุดไปตัวใหญ่กว่าเสมอ" เราคิดถึงช่วงที่เรามีความสุขด้วยกัน
การคิดเช่นนี้เป็นความทุกข์หนัก เพราะเราขาดสติหลง
ไปในโลกของความคิด เหมือนกระต่ายที่หลงไปในป่าที่มีสุนัขป่าคอยไล่
จับกินเป็นอาหาร จิตใจเราก็ถูกทำร้ายครั้งแล้วครั้งเล่าจากความคิดย้ำๆ
ในความผิดของตนเอง ซึ่งย่อมไม่มีประโยชน์อะไรเลย ฉะนั้นจงพยายาม
มีสติให้มากๆ(สติปัฏฐาน) อย่าไปมัวนั่งคิดถึงเรื่องอดีตอย่างนั้น

ความเข้าใจอันหลังทั้งสองข้อหลังต้องใช้ความรู้และการปฏิบัติในศาสนาพุทธที่เปรียบเหมือนน้ำสะอาดที่จะมาล้างใจเราให้สะอาดบริสุทธ์ และปล่อยวางทุกอย่างได้จริงๆ

คร่าวๆแค่นี้ก่อนนะครับ ^^
ค่อยๆอ่านนะครับอาจจะเข้าใจยากสักหน่อย

อ้อ อย่าลืมหาหนังสือหรือซีดีชวนม่วนชื่นมาศึกษาเพิ่มเติมนะครับ



ที่มา : จินตนาการ
อิกคิว [DT05449] [ วันพุธ ที่ 1 ธันวาคม 2553 เวลา 11:31 น. ]
นิทานธรรมะบันเทิง
เรื่องที่ 29 อยากขอบคุณ.....
เรื่องที่ 28 ความดีเป็นเสมือนเรือนของใจ
เรื่องที่ 27 ความสุขที่ซ่อนอยู่ในใจ
เรื่องที่ 26 ความจริงที่เหนือความทุกข์
เรื่องที่ 27ชีวิตคืออะไร
เรื่องที่ 16 บุญไม่ช่วย
เรื่องที่ 25 อดีต อนาคต คือปัจจุบัน
เรื่องที่ 25 สุขไม่ได้สอน แต่ทุกข์สอน
สิ่งที่พยุงโลกนี้เอาไว้
เรื่องที่ 23 ทำไมโลกนี้ถึงมีความมืด
เรื่องที่ 22 การให้อภัย นำความร่มเย็นสู่สังคมไทย
เรื่องที่ 21 วิธีล้างความรู้สึกผิดออกจากใจ
เรื่องที่ 20 เป้าหมายในใจของเรา
กฎแห่งกรรม ผลงานของคุณ ท.เลียงพิบูลย์ 276 เรื่อง ครบสมบูรณ์ หาฟังยาก
เรื่องที่ 19 เคล็ดลับสู่ความสุข
เรื่องที่ 18 คุณค่าแห่งความรัก
เรื่องที่ 18 คุณค่าแห่งความรัก
พระอนาคตวงศ์กัณฑ์ที่๓ พระนารทะ(พระยาอสุรินทราหู),พระรังสีมุนีนาท(โสณพราหณ์),พระเทวเทพ(สุภพราหมณ์),พร...
พระอนาคตวงศ์กัณฑ์ที่๒<<พระรามเจ้า,พระธรรมราชา(พระเจ้าปเสนทิโกศล),พระธรรมสามี(พระยามาธิราช)>...
ปิดทองพระพุทธรูป


นิทานธรรมะบันเทิง

กิจกรรมธรรมะในสวน
[ จำนวนคนอ่าน 6601 คน ]
สนุกดี

14631 [ดรุงเทพมหานคร] [58.11.32.205] [ 15 ธ.ค. 2553 เวลา 22:03 น. ] [ 1 ]

พี่อิกคิวอยู่แต่ในบล็อคนี่เอง...ถึงไม่ค่อยเห็นที่หน้า fb

Modly [กรุงเทพฯ] ส่งเมล์ถึง Modly [210.246.148.28] [ 17 ส.ค. 2554 เวลา 14:45 น. ] [ 2 ]

สนุกดีค่ะ -3-

แนนนี่ [พระนครศรีอยุธยา] ส่งเมล์ถึง แนนนี่ [171.4.168.60] [ 13 ส.ค. 2555 เวลา 13:45 น. ] [ 3 ]

ขอบคุณมาก

shanya [bkk] [110.49.226.170] [ 16 ส.ค. 2555 เวลา 21:24 น. ] [ 4 ]

ขอบคุณที่แบ่งปันสิ่งที่ดี

เอ๋ [bangkok] [115.67.228.27] [ 23 พ.ค. 2556 เวลา 01:24 น. ] [ 5 ]


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น
ข้อความ * :
โดย * :
E-mail :
จังหวัด * :
Security Code

รหัสความปลอดภัย
ใส่รหัสความปลอดภัยด้วยครับ
 
   

หน้าหลัก
ปิดหน้านี้

หน้าแรก พระพุทธศาสนา ประวัติพระพุทธสาวก หัวข้อธรรม ธรรมปฏิบัติ ศาสนพิธี วันสำคัญทางศาสนา ทศชาติชาดก เพลงธรรมะ เสียงธรรม
DhammaTube พุทธศาสนสุภาษิต พจนานุกรมพุทธศาสน์ ทำเนียบวัดไทย คลังแสงแห่งธรรม พระพุทธศาสนาในเมืองไทย ข่าวธรรมะ ธรรมะในสวน สมุดเยี่ยม
ธรรมะไทย - dhammathai.org