การถอดจิตมีจริงไหม? ทำอย่างไร?
 prommasit   2 ส.ค. 2562

การถอดจิตมีจริงไหม? ทำอย่างไร?

การ "ถอดจิต" ก็คือ การถอดออกจากภาวะหนึ่งไปสู่อีกภาวะหนึ่ง สมมติว่า จิตเรามีโทสะ เราก็ถอดออกจากโทสะ เวลานี้จิตเราเศร้าหมอง เราถอดจากจิตเศร้าหมองมาสู่จิตปิติ ดีใจ เพราะคิดถึงกุศล นี่แหละ การถอดจิต จิตคนละตัวแล้ว

แต่ถ้าเป็นการ "กำหนดจิต" เช่น เวลานี้เราคิดถึงดอยแม่สลอง แล้วเราก็กำหนดจิตไปว่า ไปถึงดอยแม่สลอง แล้วมีความสุข แต่ตัวเราไม่ได้ไปจริงๆ แต่ว่าจิตเราไป นี่แหละเรียก "กำหนดจิต" ไป ไม่ใช่ว่าจิตลอยไปอยู่ตรงนั้น เอาจิตมากำหนดแล้วมาจินตะกับสิ่งที่เราเคยเจอกัน

การย้ายจิต กับการถอดจิตนี่เหมือนกัน เช่น เราย้ายจากสิ่งที่โมโห มาสู่สิ่งที่ไม่โมโห เวลานี้เราย้ายจิตที่คิดภาพจากหมู่บ้านเอื้ออาทร แบ่งจิตไปย้ายไปอยู่ที่ดอยแม่สลอง

ย้ายก็คือย้าย กำหนดก็คือกำหนดไป การกำหนดนี้ รู้สึกว่ามันชัดเจน และรู้สึกกว้าง

แล้วทำไมคนเขาถึงเข้าใจการถอดจิตแบบผิดๆ?

ก็เพราะว่าไปดูหนัง ละคร นิยาย แล้วไปคุยกันมาแบบผิดๆ เป็นการถอดจิตแบบล่องลอยไป

ในหนังเขาทำเป็นรูปให้เราได้เห็น แต่เราไปสำคัญว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ

จิตเป็นนาม จะทำยังไงให้คนได้เห็น ก็ต้องแสดง CG แบบเป็นรูปเป็นร่างไป ไม่งั้นก็มองไม่เห็น อ่านนิยายแล้วติดนิยายก็ยุ่ง

ยกตัวอย่างเกี่ยวกับการถอดจิต

ในตำนานของเทพโป๊ยเซียน (八仙) องค์แรกชื่อว่าหลี่ขาเหล็ก (李鐵拐; หลี่ เถีย ไกว่, ทิก๋วยลี้) หลีเหียน ถอดจิต

หลีเหียนถอดจิตไปหาอาจารย์หลีเหล่ากุน ก่อนถอดจิตท่านก็บอกว่ากับศิษย์เอี้ยจื้อว่า ให้ดูแลรักษาร่างให้ด้วย จะกลับมาภายใน ๗ วัน จากนั้นท่านก็ถอดจิตไปหาอาจารย์หลีเหล่ากุน ได้รู้จักเซียนสำนักต่างๆ ๓๖ สำนัก ได้วิชาความรู้เพิ่มเติม ก่อนจะกลับ อาจารย์หลีเหล่ากุน ก็บอกเป็นปริศนาธรรมว่า

เกวียนเปล่าเต้าทางเดิม เพราะฮักเหิมเทข้าวสาร
สำลีอยู่ที่ลาน พอผ่านมือก็คว้ามา
อาลัยร่างกายเก่า เป็นถ่านเถ้าถมสุธา
กายีจะมีมา หน้าตาไหม้คงได้ยล

แต่หลีเหียนไม่เข้าใจที่อาจารย์บอกปริศนาธรรมให้ กลับจากสวรรค์มาเจอร่างของตนเองเป็นเถ้าถ่านแล้ว ก็ไปเสาะแสวงหาร่างใหม่ ก็ไปเจอร่างคนขอทาน ขาลีบ หลีเหียนก็เลยเข้าร่างใหม่นี้

ร่างโดนเผาไปแล้ว แล้วจะมาเข้าจิตเดิมไม่ได้?

จิตไปแล้ว ทีนี้จิตต้องอาศัยสังขาร แต่สังขารถูกทำลาย เมื่อกับกลับไปแล้วไม่มีที่มั่น คือสังขาร ก็ต้องหาที่มั่นใหม่

แล้วมันจะได้เหรอ? หรือเป็นแค่นิยาย?

แล้วถ้าเราตายไปแล้ว จิตของเราตายไหมล่ะ?

เราตายแล้วจิตเราไม่ตาย จิตเราไปเกิดแล้ว แต่สังขารเราเน่าแล้ว

แต่ทิก๋วยลี้ไม่ได้อยู่ในระบบปฏิสนธิ แต่กลับมาปฏิสนธิ คือ เข้าร่าง เข้าสังขารที่สัปปายะอาศัย

แล้วอันนี้เข้าร่างได้จริงๆ ไหม?

เข้าร่างได้จริงๆ เป็นหลักเดียวกัน อย่างเช่น พลังงาน เราไม่เก็บไว้กลับหม้อแบตเตอรี่3K แต่เราจะไปเก็บไว้ที่หม้อแบตเตอรี่ GS ก็ได้

ถ้าอย่างนี้จะเรียกว่าถอดจิตไหม?

จิตตรงนี้เป็นการปรุงแต่งใหม่ขึ้นมาแล้ว ไม่ใช่จิตดั้งเดิมตรงนั้นตลอดทุกประการ อย่างนี้ไม่ใช่ การถอดนั้นหมายความว่าเอาไปทั้งดุ้น เราจะต้องมีวิบากใหม่ขึ้นมา จิตตัวนี้มาบวกกับคนนี้ สังขารเขาขาเสีย พอเกิดขึ้นมาก็ต้องขาเสีย รับได้วิบากขาเสีย ก็ต้องฝึกเดิน

ในประวัติศาสตร์ก็มีหลายคนเช่นกันที่ถอดจิต กลับเข้าร่างไม่ได้ นี่เป็นปกติของคนปฏิบัติ ที่ปฏิบัติได้ปฏิบัติถึง

เหมือนกับฤาษีเข้าสู่ป่าหิมพานต์ เข้าไปแล้วหลงทางกลับไม่เจอ นั่นหมายความว่า ติดใจตรงนั้น ก็ไม่มีใจที่อยากกลับ

ทำไมคนบ้าถึงร้องไห้แล้วคร่ำครวญแต่ตรงนั้น ก็เพราะว่า "ติดภาวะ" ออกไม่ได้ ดึงไม่กลับ บางคนก็คุยอยู่นั่นแหละ นึกว่าอยู่ในภาวะสงคราม ก็คุยแต่เรื่องสงครามอยู่นั่นแหละ นี่เป็นการติดภาวะ

ฤาษีก็มีการติดภาวะได้ ถ้าหากว่าติดแล้ว ร่างหายหาไม่เจอ หรือถูกทำลายไปก็มี เหมือนกับหลวงพ่อโอภาสี มันหมดเวลา หมดภาวะ ไม่สัปปายะแล้ว เช่น เขามีกำหนด ๕ วัน เลย ๕ วันก็ไม่ได้แล้ว

มีไหมเป็นเพื่อนสหธรรมิกกัน ฤาษีไปเข้าสู่มิติแล้วเพื่อนมาตักเตือนกันให้กลับเข้าร่าง?

มี เรียกว่า สหายทางธรรม หรือสหายทางข้างในเขาก็จะเตือนกัน ส่งซิกไปว่ากัน สัมพันธ์กันก็จะตักเตือนกัน นี่แหละ ก็มีการคุยกันทางด้านใน เช่น อากงก็จะคุยกันทางด้านในกับองค์ทะไลลามะ (達賴喇嘛)

ทิก๋วยลี้ จะเข้าสังขารอีกร่างหนึ่งได้ยังไง?

ก็เข้าได้ แล้วจิตของคนพิการนั้นก็ตายไปแล้ว จิตถอดสังขารไปแล้ว จิตไม่มีในสังขารนั้นแล้ว สังขารไม่มีตัวครอง ก็เลยกลายเป็นร่างสัปปายะให้กับทิก๋วยลี้เข้ามาแทน ความรู้สึกอะไรต่างๆ จิตใจ จริต นิสัยใจคอ ก็จะเหมือนกับทิก๋วยลี้ "จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว"

คนๆ นี้เปลี่ยนหัวใจของคนนี้ ก็จะมีนิสัยเหมือนคนๆ นี้แล้ว เวลานี้ก็มีการพิสูจน์ ก็จะมีข้อถกเถียงกันว่า ตกลงว่า จิตอยู่ที่สมองหรือว่าอยู่ที่หัวใจ จะว่าอยู่ที่หัวใจก็ไม่มีกลไก

สมองสั่งหัวใจเต้น หรือว่าหัวใจเต้นอัตโนมัติ?

หัวใจจะต้องสั่งสมอง แล้วสมองตัวนั้นเป็นสัญญาณแบบลึกแบบธรรมชาติ ร่างกายเราทำงานทุกส่วนโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปสั่งการ นี่แบบสมดุลนะ เราหลับหัวใจก็ยังเต้นอยู่ มีตัวในอยู่

การเข้านิโรธสมาบัติ ก็จะมีหัวใจเต้นอยู่ เพียงแต่เต้นเบา ไม่ใช่ว่าหยุด หยุดไม่ได้ เบาจนเข้าสู่ภวังค์แต่ด้านในยังมี ถ้าไม่มีก็คือสลาย ถ้าด้านในไม่มีตัวครองก็จบ อย่างเช่น เมล็ดข้าว แห้งหมดเลย แต่ถ้าสัปปายะ ก็งอกขึ้นมาได้ ข้าวมันอยู่ข้างในข้างในของเขา ดูไม่มีอะไรแต่ก็เกิดงอกขึ้นได้

เหมือนกับมะพร้าวเขามีต้นมะพร้าวอยู่ในลูกของมะพร้าว พอสัปปายะก็แทงขึ้นมาจากเปลือกมะพร้าว เพราะมี DNA ฝังอยู่ด้านใน มี DNA มะพร้าว ยังไงๆ ก็ต้องออกมาเป็นมะพร้าว แต่ถ้าเป็นศัพท์ทางธรรม ก็คือ วิบากทางสันดาน หรือว่ากรรมสันดาน หรือว่าแม้แต่เหตุส่วนลึกสุดของสันดาน น่าจะมีศัพท์ทางธรรม แต่อันนี้พูดให้เข้าใจ กรรมอันนี้จะดำรงกรรมแห่งความเป็นเผ่าพันธุ์ไว้ ถ้าไม่มีอย่างนี้ก็จะกลายเป็นข้าวโพดไปแล้ว เป็นข้าวปลูกยังไงก็ออกมาเป็นข้าว อันนั้นเป็นข้าวโพดปลูกยังไงก็เป็นข้าวโพด คำว่า "สันดาน" เชื้อสายเผ่าพันธุ์


^_^ ..._/_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต



DT018320

prommasit

2 ส.ค. 2562
 เปิดอ่านหน้านี้  147 

  ความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย