ระดับขั้นความสุข

ระดับขั้นความสุข

ความสุข แปลว่า ได้สมหวังตามสิ่งที่ปรารถนา มี ๗ ระดับแห่งความสุข ดังนี้

ความสุขระดับที่ ๑ เข้าสู่นิพพาน นิพพาน คือ เป็นภาวะการณ์ที่ไม่ยึดติด ไม่ยึดในกิเลส ไม่ถูกกิเลสครอบงำ เข้าถึงภาวะแห่งธรรม

สภาวะที่รู้เข้าถึงธรรม มีสติสัมปชัญญะอย่างยิ่งยวดที่จะรับหรือไม่รับกิเลสตัณหา หรือสิ่งแวดล้อมต่างๆซึ่งไม่สามารถเข้าไปมีอิทธิพลต่อดวงจิตนี้ได้ หรือจิตนี้อยู่เหนือหรือหลุดพ้นจากอิทธิพลของกิเลสตัณหา จิตนี้อยู่เหนือแต่ไม่ใช่หลุดจากกิเลสตัณหา ดำรงความเป็นสติสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลานี่แหละคือภาวะแห่งพระนิพพาน

คำว่า “นิพพาน” อย่าไปเข้าใจผิดว่าคนเข้าถึงนิพพานแล้วกิเลสไม่มี อย่างนี้ไม่ใช่ เพียงแต่เขาไม่เอากิเลส กิเลสครอบงำเขาไม่ได้ คือ มีกิเลส แต่กิเลสจะมาครอบงำเราไม่ได้ จะใช้กิเลสเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ใช้กิเลสก็ได้ เป็นอิสระ เป็นเอกเทศ

เราสามารถดำรงสัมปชัญญะไม่ให้กิเลสตัณหาครอบงำ หรือมีอิทธิพลต่อเราได้ หรือ ถ้าได้แค่บางขณะ ก็จะเรียกว่าเป็น "นิพพานลองชิม"

ความสุขระดับที่ ๒ ได้ปฏิบัติตามวาระแห่งธรรม

ความสุขระดับที่ ๓ ได้ปฏิบัติตามภาระหน้าที่ของตนที่ได้รับมอบหมาย จนสำเร็จลุล่วง

ความสุขระดับที่ ๔ ได้ทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการที่อยากจะทำแล้วได้ทำสำเร็จ

ความสุขระดับที่ ๕ ได้ทำสิ่งที่ตนเองหวังเอาไว้ แล้วสมหวังตามสิ่งปรารถนาไว้ เช่น อยากกินน้ำโค๊กก็ได้กินน้ำโค๊กแล้วมีความสุข อยากกินส้มตำแล้วก็ได้กินตามใจอยากแล้วมีความสุข อยากได้รถเก๋งแล้วก็ได้ตามที่หวังไว้แล้วมีความสุข เป็นต้น

ความสุขระดับที่ ๖ ได้ทำตามอำเภอใจของตน ถูกต้องบ้าง ไม่ถูกต้องบ้างในธรรม ก็มีความสุข เช่น

ไปเที่ยวบ้านเพื่อน แต่เขากลัวผีจะกลับบ้านต้องให้เพื่อนไปส่ง กลับแกล้งเขาให้ตกใจ เป็นของแถม แล้วมีความสุข อยากให้เขาหัวเราะ ไม่ซึมเศร้า เอามือจี้เขาให้สะดุ้งตกใจมากเกินไปแล้วมีความสุข

ช่วยตักน้ำให้คนดื่มแต่เขาไม่ให้ใส่น้ำแข็ง แต่ตนเองก็แอบใส่น้ำแข็งลงไปแล้วมีความสุข ทำอาหารให้กินแต่ใส่เกลือจนเค็มเกินไป แล้วมีความสุข เป็นต้น

ความสุขระดับที่ ๗ ได้ทำตามสิ่งที่ตนเองต้องการอยาก เป็นไปตามตัณหา แล้วมีความสุข เช่น แกล้งเขา ฆ่าคน ทำร้ายเขา แล้วมีความสุข

ความสุขระดับที่ ๘-๑๒ จะเลวร้ายมากขึ้น คือ จะทำร้ายใครก็จะมีการวางแผน เป็นต้น แล้วมีความสุข ระดับนี้จะเข้าสู่ภาวะแห่งมาร

ฉะนั้น ใครจะเอาความสุขระดับขั้นไหนจงเลือกเอา แล้วคิดถึงสิ่งที่ตามมาด้วย เราแกล้งเขาแล้วมีความสุข แต่ผลที่ตามมาจะทำให้เราเสียหายได้ แม้ปัจจุบันเราแกล้งเขามีความสุขแต่ขณะจิตปัจจุบันก็สะสมเหตุแห่งความทุกข์ ความเดือดร้อนแล้ว เราสร้างเหตุเช่นใด ย่อมได้ผลเช่นนั้น

ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์



DT018320

prommasit

 เปิดอ่านหน้านี้  139 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย