โดนหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง

โดนหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง

โดนหลอกเอาทรัพย์สินเงินทอง จะแก้ไขอย่างไรดี

การที่เราโดนหลอกเป็นเพราะว่าเราขาดความรู้ตรงจุดนั้น เช่น เขาบอกว่าสิ่งนี้ดีจะทำเงินให้แก่เรา แต่เราไม่มีความรู้เราไปเชื่อเขาเราก็เสร็จ เขา สิ่งสำคัญคือเราต้องเพิ่มพูนความรู้วิชชาปัญญา ถ้าเราไม่รู้ต้องเชื่อผู้รู้ สมมติว่าเราจะทำอะไร เราต้องเข้าไปปรึกษาผู้รู้ คุยกับผู้รู้ ถ้าไม่เช่นนั้น เราก็จะถูกหลอกลวงเอาง่ายๆ อยู่เรื่อยๆ

สิ่งที่เราถูกหลอกนั่นเป็นเพราะเราเต็มใจให้เขาหลอก เพราะว่าเราไปเชื่อเขา เขาไม่ได้บังคับเราให้เชื่อ แต่เราดันไปเชื่อเขาเอง

ฉะนั้น สิ่งสำคัญของหัวใจที่จะไม่ให้โดนหลอกคือ "เราต้องมีความรู้ วิชชาปัญญา" และ "เราจะทำสิ่งใดเราต้องทำความเข้าใจสิ่งนั้น ถ้าไม่เช่นนั้น เราก็จะทุกข์เพราะสิ่งนั้น" เราจะเข้าใจได้ยังไงเราต้องเข้าไปปรึกษา คุย ซักถามกับผู้รู้ ครูบาอาจารย์ ในกรณีที่เรายังไม่เข้าใจเราต้องเข้าหาผู้รู้ ผู้รู้ก็จะสอนเรา แล้วเราจึงนำไปปฏิบัติได้ถูกต้อง

ในกรณีที่เราโดนหลอกไปแล้ว เราจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร มีอยู่ ๓ ขั้นตอนหลัก ดังนี้

๑. มีการเจรจากับคู่กรณี ให้เขายอมเราบ้าง ไถ่ถอนคืนเราบ้าง เป็นต้น

๒. ถ้าเขาไม่ยอม เราก็ต้องจำเป็นใช้กฎหมาย ดำเนินการตามกฎหมาย

๓. ถ้าใช้กรณีที่สองแล้วยังไม่เกิดผล เราก็ต้องยอม จำเป็นอุทธาหรณ์ แล้วในคราวครั้งหน้าอย่าให้ถูกหลอกอีก

นี่เป็นการว่าด้วยข้างนอก แต่ถ้าข้างใน เป็นนาม เราก็ต้องมีวิบากกรรมต่อกันมา เราถึงต้องได้พบเจอเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องแก้วิบากกรรมถ้าไม่แก้วิบากกรรมตัวนี้ เราก็จะพบเจอซ้ำซากเรื่อยๆ ถ้าเราแก้กรรมแล้ว วิบากกรรมการถูกหลอกนี้ก็จะเบาบางลง

เดี๋ยวนี้สังคมเป็นกันบ่อยมาก เราจะร่วมหุ้นกับเขาเราต้องเข้าใจเขา เข้าใจการร่วมหุ้นก่อน เราจะร่วมหุ้นไปทำอะไร ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะทุกข์กับมัน แล้วเรายังระแวงเขาอีก บางครั้งเป็นโอกาสดีเราก็ทำพลาดซะอีก เพราะว่าเราไม่เข้าใจ จะให้เขายืมเงินเราก็ต้องรู้ศึกษาเขาให้ดี มีหลักประกันสิ่งใดบ้าง มั่นใจได้แค่ไหน

ฉะนั้น เราต้องทำสิ่งใดก่อน ต้องรีบเรียนรู้ ต้องรีบเข้าหาผู้ใหญ่ ครูบาอาจารย์ ผู้ชำนาญการ ผู้รู้ เพื่อทำการศึกษา นี่คือหัวใจแห่งการไม่ถูกหลอกลวง

สังคมเดี๋ยวนี้ขาดสิ่งเหล่านี้เยอะมาก แล้วก็กลายเป็นปัญหา แล้วก็จะมาทุบโต๊ะ บอกว่ากูถูกหลอกจะยังไงกูก็จะเอาคืน สิ่งเหล่านี้เป็นการยาก

สิ่งใดที่เราไม่เข้าใจแล้วเข้าไปยุ่งจะทุกข์มาก เราจะยุ่งก็ได้ ไม่ได้ห้าม แต่ขอให้เข้าใจในสิ่งนั้น

สิ่งใดที่เราได้แย่งชิงมา หรือได้มาโดยไม่ชอบธรรม ได้แล้วเราต้องตกเป็นทาสสิ่งนั้น ก็จะทุกข์มาก

คนที่เขามาหลอกลวงเอาของเราไป เขาจะได้รับกรรมวิบากสิ่งใด เขาจะได้รับกรรมอะไรนั้น ถ้าเราไปติดตามเขา เราก็จะไม่ได้อะไรขึ้นมา

สมมติว่า เขาหลอกเราไป เวลานี้เราติดตามเขาว่าเขาจะโดนอะไรบ้าง ตัวเองจะเสียทั้งเวลา เสียทั้งโอกาส เราขอให้ปล่อยไปเถอะว่า ไหนๆ เราก็เสียไปแล้ว แล้วเราเอาเวลานั้นไปทำใหม่ดีกว่า

ถ้าเราเสียเงินไปเยอะมาก แล้วเรามีช่องทางที่จะเอากลับได้มั้ย ๓ ข้อข้างต้นนี้ ข้อแรก เจรจาได้หรือไม่ ถ้าเราจะเจรจากับเขา เราต้องหาผู้รู้ผู้ใหญ่ที่เขาเคารพ นับถือมาเจรจากับเขา ถ้าอย่างนี้ยังไม่ได้อีก เราก็ต้องดำเนินการอย่างที่สอง คือ ดำเนินการทางกฎหมายได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ เราก็ต้องยอม ถ้าเราไม่ยอมเราก็เสียโอกาสเอง จะเยอะจะน้อยเราก็ต้องยอม ถ้าไม่ยอมจะเป็นทำนองที่ว่า "เสียหนึ่ง พลาดสอง แล้วก็ตามด้วยสาม เราก็ขาดทุน ๓ ต่อ" เงินเขาก็เอาไปแล้ว เราจะมานั่งเสียเวลา จนไม่มีเวลาไปทำมาหากินอย่างอื่น ก็เสียเปล่าประโยชน์ กลายเป็นว่า เรามาจมปลักอยู่แต่ตรงนี้ เราก็ซวย

ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์



DT018320

prommasit

 เปิดอ่านหน้านี้  1664 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย