ฟังเขาเราได้

ฟังเขาเราได้

มีผู้บริหารห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งกำลังคุยกับกุนซือ พอคุยไปสักระยะหนึ่ง กุนซือก็เรียกผู้จัดการร้านค้าท่านหนึ่งเข้าไปหา แล้วสอบถามถึงการบริหารจัดการสินค้าอย่างไรและได้รับสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลอด สามารถทำยอดเงินเข้าร้านจำนวนมากจำนวนหนึ่ง ทางด้านผู้บริหารก็เห็นว่าห้างสรรพสินค้าของตนก็มีสินค้าราคาถูกเหมือนกันและคิดว่ายังราคาต่ำกว่าอีก จึงได้ซักถามถึงราคาสินค้าของผู้จัดการคนนั้น ว่าตัวสินค้าแชมพูของห้างตนราคาถูกมากและถูกกว่า

ถ้าหากว่าเราอยากเป็นผู้บริหารมืออาชีพ เราควรเปลี่ยนยุทธวิธี ท่าทีที่จะเอาชนะคนอื่นว่าเรามีสินค้าราคาถูกกว่าหรือค้าขายดีกว่า เปลี่ยนมาเป็นรับฟังว่าเขาจะพูดว่าอย่างไร พร้อมทั้งล้วงลึกเข้าไปว่าสินค้านั้นเขาได้มาอย่างไร ทำอย่างไรถึงได้ราคา ถูก ณ เวลานั้น มีกลยุทธ์ในการจัดการอย่างไร แน่นอนเมื่อคู่กรณีเราพูด เขาย่อมจะทนงตัวเผลอพูดในสิ่งที่ตัวมีอย่างหมดเปลือก ทำให้เรามีข้อมูลเพิ่มขึ้น มีฐานข้อมูลในการเลือกซื้อสินค้าจากแหล่งทุนต่างๆ ดีกว่ามาเอาชนะว่าของฉันดีกว่าอย่างนั้น อย่างนี้

ฉะนั้น เมื่อมีใครมานำเสนอสิ่งใดกับเรา เราควรตั้งใจฟังเขาเพื่อเราจะได้ข้อมูล เทคนิค วิธีการจากเขา ดีกว่าเรามายกตัวเองแล้วไม่ได้อะไรเลย นี่คือหลักการฟังที่ดี

เหมือนกัน ถ้าหากมีใครมาบอกว่าลูกของฉันเก่งอย่างนั้น ดีอย่างนี้ เราควรตั้งใจฟังเขา แล้วซักถามว่าเขาทำอย่างไรถึงได้เก่ง และดีอย่างที่เขากล่าว ดีกว่ามาบอกว่าลูกฉันก็เก่งแล้วก็เล่าเรื่องของตนอย่างเมามัน เมื่อเราทำอย่างนี้ได้จะได้ ถ้าเราทำอย่างนั้นก็จะเป็นการปิดกั้น ไม่ให้เขาเล่าต่อไป เราก็ไม่รู้ แทนที่เราจะได้รู้กลับเป็นไปสกัดเขา ทำให้ตัวเราพลาดโอกาส

เช่น คราวหนึ่งผมไปดูร้านแห่งหนึ่ง มีจิตปรารถนาดีบอกว่าสิ่งนั้นควรทำอย่างไร ปรับเปลี่ยนตรงไหน เพิ่มเติมสิ่งใด และจะแก้ไขอย่างไร เจ้าของร้านเกิดอาการไม่พึงพอใจ พูดจากระทบกระทั่งผม ผมก็เกิดอาการพูดด้วยนำเสียงมีโทสะ เสียงแข็ง และอยากกลับ และเมื่อกลับมาบ้านแล้วจิตใจยังขุ่นมัว ไม่พึงพอใจ ทั้งๆ เราไปช่วยเขา เขากลับไม่ยินดี ความไม่พึงพอใจอยู่ได้ ๒ วัน จนมีผู้รู้มาบอกถึงได้สำนึกในความผิดของเราที่ผิดพลาดไป และ ๒ วันนี้เรากลับได้บาป แทนที่จะได้บุญ เพราะบาป แปลว่า สิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง และเราทำดีสิ่งใดแล้วเรามาบ่นทีหลังก็ทำให้บุญของเราที่ทำนั้นลดทอนลง จนบางครั้งได้บาปมากกว่าบุญ ฉะนั้น เวลาเราทำบุญ ไม่ควรบ่น ตำหนิติเตียน ถ้าเราไม่พร้อมที่จะทำบุญก็ไม่ควรทำ เพราะทำไปแล้วจะบั่นทอนบุญของตน

เมื่อเรารู้ว่าเราทำผิดพลาดไปในขณะทำบุญ เราควรสำนึกผิดว่าสิ่งที่เราทำไปนั้นผิดพลาดจริงๆ และขอขมากรรมนั้น

---------------------------

ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์



DT018320

prommasit

 เปิดอ่านหน้านี้  1232 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top


จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย