วิธีแก้กรรมโคโยตี้

วิธีแก้กรรมโคโยตี้


การประกอบอาชีพเป็นโคโยตี้ มีทั้งด้านบวกและด้านลบ อยู่ที่ว่าเราทำแค่ไหน ด้วยฐานจิตเจตนาอย่างไร


เมื่อเรารับงานอีเว้นท์ (Event) เราก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ถ้าหากคุณออกนอกงานคุณอย่าไปทำนิสัยโคโยตี้ เพราะส่วนใหญ่เลิกงานแล้วจะไปทำนิสัยโคโยตี้ ไม่ใช่อยู่ในงานโคโยตี้ งานโคโยตี้ไม่ก่อปัญหามากมาย แต่คุณออกมาจากการเป็นโคโยตี้ข้างนอกสิ ก่อปัญหาความเดือดร้อนวุ่นวาย


"นิสัยโคโยตี้ คือ ยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์"


ปัญหาโคโยตี้ออกมาข้างนอก เช่น เดี๋ยวเสร็จก็ไปด้วยกัน กินเสร็จก็ไปมั่วด้วยกัน เดี๋ยวก็อัพยาด้วยกันอีก กลายเป็นประชดชีวิต ในเมื่อฉันเป็นโคโยตี้แล้ว ชั่วก็ชั่วไปเลย


สมมติว่า เราขายบริการทางเพศให้คนอื่นมีเพศสัมพันธ์กับเรา ก็แล้วเสร็จไป เราอย่าไปสำซ่อนกับคนอื่นไปทั่ว ถ้าเราออกจากสถานบริการยังไปมั่วสุมทางเพศอีกก็จบ


ถ้าเราขายบริการทางเพศ เราก็ทำไปเลย เป็นหน้าที่ของเรา แต่ถ้าเวลานั้นจบแล้ว เราก็ต้องทำตัวอีกอย่างหนึ่ง เตรียมตัวไว้ที่จะไม่ขายบริการทางเพศอีกต่อไป


คุณเป็นโคโยตี้ แต่ถ้าคุณออกจากบริเวณนั้นคุณอย่าเป็นโคโยตี้


ถ้าเราเป็นโคโยตี้ เราจะแก้ไขวิบากกรรมแห่งโคโยตี้จะทำอย่างไร


ตอนนี้เลิกเป็นโคโยตี้แล้ว จะมาแก้ไขวิบากกรรมโคโยตี้


แล้วต้องถามกลับเจ้าตัวว่า คุณติดนิสัยโคโยตี้มามั้ย (ยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์) คุณต้องไปสำรวจตัวเอง ถ้าติดนิสัยโคโยตี้จงเอาออกซะ แล้วเปลี่ยนพฤติกรรม นิสัย ให้ถูกกับภาวะภูมิปัจจุบันนี้


ถ้าตอนนี้เราไม่มีนิสัยโคโยตี้ แต่อดีตเคยเป็นโคโยตี้มาล่ะจะทำอย่างไร


อดีตก็อยู่ส่วนของอดีต เพราะไม่ส่งผลมานี่


ถ้าส่งผลมาคุณต้องมีนิสัยโคโยตี้ ถ้าคุณเอานิสัยโคโยตี้ออกแสดงว่าคุณตัดกรรมแล้ว คุณได้กรรมใหม่ไปแล้ว


ถ้าเราอยากเคลียร์ แก้ไขวิบากกรรมเก่าของเราที่เคยเป็นโคโยตี้ เราก็ต้องสำนึกผิด ขอโทษ ขมา บางครั้งเราไปล่วงเกินเขา บางครั้งเราเคยไปหลอกลวงเขา เราก็ขอขมาเขา


"สิ่งที่เรารู้หรือไม่รู้ สิ่งที่กระทำไป ก็ขอยอมรับผิด ต่อไปนี้ฉันไม่กระทำแล้วนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่มีนิสัยตัวนี้อีกแล้ว"


นิสัยโคโยตี้ คือ ยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์ คือ อาจจะแสดงในรูปแบบพฤติกรรมที่ทำ เช่น การเต้นรำด้วยท่าทางยั่วยวน หน้ารถยนต์ แท่งเสา ในคลับ บาร์ ที่สาธารณะ เวที เป็นต้น


ถ้าถามว่าในธนาคารมีมั้ยโคโยตี้ มีแน่นอน เพราะสิ่งที่เราเรียกว่าโคโยตี้คือ การยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์ หนักเบาก็ว่ากันไป


พนักงานธนาคารบางคนเขาเอานิสัยโคโยตี้ไปใช้ข้างนอก เพื่อยั่วยวนจะหาผลประโยชน์จากเขา


บางครั้งยอมให้กับคนนั้นเพื่อให้เป็นนางเอก เป็นต้น


ถามว่า ถ้าเราเป็นโคโยตี้ย่อมมีทั้งบาปและบุญ คำว่า บาปและบุญ คืออะไร ก็คือสิ่งที่ถูกและผิด เป็นเรื่องธรรมดา


แต่สิ่งที่ผิดเราไม่เอามาใช้ต่อ สิ่งที่ผ่านมาเราจำเป็นต้องเป็นโคโยตี้ เราจำเป็นต้องใช้ อย่าเอามาใช้ต่อ สิ่งที่ถูกเราเอามาใช้ต่อได้


ถ้าเราไปถ่ายนู๊ดทำเป็นปฏิทิน เพื่อช่วยเหลือเด็กกำพร้า แล้วเราจะผิดมั้ย


แล้วเรามีเจตนาจะไปโชว์ตัวมั้ย? ก็ต้องโชว์ตัว แล้วเราโชว์ตัวเองแล้วเราหวังผลประโยชน์ต่อมั้ย? เช่น ใครจะมาหิ้วเราก็ได้ ใครมาให้เงินเรา มาชวนเราไปทำนั่นนี่ ใครจะมามีเพศสัมพันธ์กับเราก็ได้ ใครจะมาเอาเราไปเป็นเมียน้อยก็ได้ ฯลฯ หรือหวังต่อว่าจะได้มีโอกาสไปแสดงหนังต่อก็ได้ นี่แหละผลประโยชน์ ต้องกลับมาถามผู้ที่ถ่ายนู๊ดดูว่ามีตัวนี้อยู่มั้ย ถ้าไม่มีก็ได้บุญกุศลไปเต็มๆ แต่ถ้ามีสิ่งอื่นก็ต้องมีบาป ลดหลั่นกันไปตามเจตนา


ถ้าเรามีตัวนี้ก็ต้องยอมรับความจริงแห่งกรรม


ถ้าเราไม่มีตัวนี้ ใครจะมาให้เงินเราหนึ่งล้านบาท (๑,๐๐๐,๐๐๐บาท) เราก็ไม่รับ นี่แหละของจริง แต่ถ้าให้หนึ่งล้านบาท แล้วเรารับเงินแต่เอาเงินไปทำบุญ แต่ถ้าเราอยากทำบุญ งั้นก็ถ่ายได้เลย อย่างนี้ได้ แต่ถ้าเราเอามาเป็นประโยชน์ส่วนตัวนี่แหละผิดแล้ว แต่ถ้าเราเอาเงินมาเพื่อประโยชน์ส่วนตัวก็อย่ามาเถียง ต้องยอมรับความจริงเป็นอย่างนั้น ก็ต้องวัดวาบุญบาปว่าได้กี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป


บางคนเป็นโคโยตี้ทำให้ชีวิตตนเองพังก็มี ทำให้ครอบครัวคนอื่นพังก็มี


แต่ว่ายังไงเราก็ต้องไปเป็นโคโยตี้ เพราะฐานะทางบ้าน ทางการเงิน ทางอาชีพ อย่างนี้ก็ได้ เพราะเป็นภาวะธรรมในตอนนี้เราต้องเป็น ทำไปเลย เพราะเราทำไปเพื่อจะมายั่วยวนตรงนี้ เราทำไปแล้วก็จบ


แต่ถ้าออกจากสถานที่แห่งนี้ไปแล้ว จะไปยั่วยวนให้เขาขึ้นเตียงกับเราเพื่อประโยชน์อย่างอื่นอีก


แต่ถ้าเราอยากทำตรงนั้น แล้วเอาเงินตรงนั้นมาเลี้ยงดูพ่อแม่ ญาติพี่น้อง เราควรทำยังไงไม่ให้เลยเถิดไป


เราจะทำอาชีพขายบริการทางเพศก็ได้ เป็นโสภเณีก็ได้ แต่ต้องเป็นอย่าง "สันโดษ" (สันโดษ แปลว่า ทำแต่พอเหตุ, ทำพอเพียงแก่เหตุ) คือ เราไปนอนเตียงกับเขา แล้วมีเพศสัมพันธ์กับเขาแล้วก็จบ ไม่ใช่ว่าจะไปทวงสิทธิ์กับเขาว่า เราจะเป็นเมียน้อย แล้วจะไปทำให้ครอบครัวเขาวุ่นวายอีก ต้องรู้จักหน้าที่บ้าง เราขึ้นเตียงจบก็จบ ไม่ใช่จะไปมีอะไรต่ออีก


เราทำหน้าที่ตรงไหนก็ต้องจบตรงนั้นสิ จบตอนตรงนี้ พอออกไปข้างนอกเจอหน้ากัน ก็บอกแก่ตนเองว่าเราไม่รู้จักกัน ก็เป็นการตัดตอน เพราะว่า ในภาวะเช่นนี้เราจะต้องเป็นโคโยตี้ เราก็ต้องทำไป


มึงเย็ดกู มึงได้ความสุข มึงเอาเงินมา ก็จบ


เราอย่าไปเรียกร้องสิทธิ์ต่อเขา เช่น พรุ่งนี้มารับนะ วันนี้มาช้าไป เพราะว่าติดเมียหลวง ฯลฯ


บางคนไปทำอาชีพขายบริการทางเพศ หรือเป็นโคโยตี้ ทำแล้วไม่รู้จะแก้ยังไง บางคนเผลอทำให้ครอบครัวเขาแตกแยก ไม่รู้ว่าจะทำยังไง สุดท้ายก็มานั่งเสียใจ เสียใจก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำยังไง


สรุป

วิธีแก้กรรม โคโยตี้


กรณีที่ ๑ เรายังประกอบอาชีพโคโยตี้อยู่ วิธีการ คือ เราต้องยอมรับความจริงในชะตาชีวิตของเราที่ต้องมาประกอบอาชีพเป็นโคโยตี้ และเรายั่วยวนเพื่อผลประโยชน์ แลกเปลี่ยนกัน เราให้ความสุขแก่เขา เขาจ่ายเงินแก่เรา ก็ถือว่าจบ อย่าไปมีอะไรเกินเลยกว่านี้ ถ้าเกินเลยกว่านี้ เช่น จะไปยึดว่าเขาเป็นแฟน สามีของเรา ทำให้ครอบครัวเขาเดือดร้อน จะกลายเป็นสร้างปัญหา ความเดือดร้อน วุ่นวายฉิบหาย


ถ้าเราทำได้ จะไม่เป็นการไปก่อเวรสร้างกรรมเพิ่มกว่าที่เป็นอยู่


กรณีที่ ๒ เราเลิกการเป็นโคโยตี้แล้ว คือ ให้เราสำนึกผิดในกรรม ที่ว่า "ยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์" เราจะไม่ไปยั่วยวนใครเพื่อผลประโยชน์แก่ตนเอง ขอขอมา และขออโหสิกรรม กล่าวให้สัจจะอธิษฐานว่า


"ข้าพเจ้าได้ทำกรรม ยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์ ไม่ว่าทางร่างกายหรือจิตใจ ทางตรงหรือทางอ้อม ทั้งที่รู้ตัวหรือไม่รู้ตัว ที่ระลึกได้และระลึกไม่ได้ อดีตหรือปัจจุบันนี้ ด้วยกาย วาจา ใจนี้ ต่อผู้อื่นผู้ใด ทุกสิ่งที่เป็นบาปกรรมตรงนี้ พฤติกรรมเช่นนี้



บัดนี้ ข้าพเจ้าขอสำนึกผิดในพฤติกรรมที่กล่าวมานี้ ขอขมา และขออโหสิกรรม ข้าพเจ้าขอตั้งปณิธานว่า จะไม่ทำพฤติกรรมเช่นนี้อีกต่อไป จะมีจิตเมตตา ช่วยเหลือผู้อื่น เอื้อ-เกื้อ-กัน ต่อทุกสรรพสิ่ง


และในอดีตหรือปัจจุบันนี้ หากผู้อื่นผู้ใด มาทำร้ายด้วยวิบากกรรม ยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์นี้ ให้ข้าพเจ้าเกิดความทุกข์ ความเดือดร้อน ทั้งกายและจิตใจ กรรมเช่นนี้ ข้าพเจ้าขอรับการขมาและอโหสิกรรมให้ จะไม่จองเวร อาฆาต พยาบาทอีกต่อไป และขอไถ่ถอนสิ่งที่จองเวร อาฆาต พยาบาทต่างๆ คืนสู่ธรรม


ขออัญเชิญบารมีพระพุทธองค์ และพระแม่ธรณี โปรดเสด็จมาเป็นประจักษ์พยาน และโปรดเคลียร์ แก้ไขวิบากกรรม ขอให้ทุกฝ่ายรับการขมา และเจ้ากรรมนายเวร อโหสิกรรมซึ่งกันและกัน นำไปสู่สันติสุข สาธุ"


ถ้าหากว่าเราเลิกการเป็นโคโยตี้แล้ว ยังมีการยั่วยวนเพื่อผลประโยชน์ ยังไม่ถือว่าได้เคลียร์กรรมโคโยตี้ ยังต้องมีวิบากอยู่


ทุกสายงานอาชีพ พ่อค้าแม่ค้า ครูอาจารย์ พนักงานธนาคาร ขายประกัน หมอนวด ช่างทุกสายงาน ฯลฯ สามารถเป็นโคโยตี้ได้ เราอย่าไปติดที่รูปอย่างเดียว เราต้องยึดที่กรรม คือ กรรมตัวที่ เราไปยั่วยวนเขา เพื่อเอาผลประโยชน์จากเขามาเป็นของเรา ตรงนี้สำคัญมาก

อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์





DT018320

prommasit

 เปิดอ่านหน้านี้  1739 


  แสดงความคิดเห็น


Go to top

จีรัง กรุ๊ป


 ธรรมะไทย